เมียไม่ได้รัก

ตอนที่ 12 : เสน่ห์ปลายจวัก 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

บทที่ 12

เสน่ห์ปลายจวัก 2

 

 

 

 

 

 “อุ๊ย! อร่อยนะคะนี่คุณติ” 

คำชมจากคนที่ถูกเรียกมาลองชิมอาหารฝีมือเธอ ที่ต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า รสมือดี ทำให้อติวัฒน์ตักชิมตามเป็นคนสุดท้าย เขาทำหน้าคล้ายไม่เชื่อ

“อื้อ...ก็พอได้”

เธอกลอกตามองบน เมื่อได้รับฟังคำติชมหลังจากที่ชายหนุ่มละเลียดชิมแล้ว

“อร่อยทุกอย่างเลย คุณติจะให้บรรจุเป็นเมนูใหม่ในห้องอาหารเลยไหมคะ? ลูกค้าน่าจะชอบ อีกอย่าง อาหารทางเหนือ ยังไม่ค่อยมีโรงแรมไหนทำกัน”

“มันก็ต้องอยู่ที่ว่า คนทำเขาจะมาช่วยทำให้หรือเปล่า?” เขาผงกหน้าขึ้นมามองหน้าเธอ

เนตรปรีญารู้สึกกระอักกระอ่วน รีบหันเหสายตาหนี

“เนตรเพิ่งเรียนจบกลับมา ยังไม่ทันได้พักผ่อน ยังไม่พร้อมจะทำงานตอนนี้ ขอเวลาอีกสักพักได้ไหมคะ?”

“อันนั้นเธอก็ต้องไปคุยกับคุณย่า ว่าแต่นอกจากสามอย่างนี่ ยังมีอะไรอีกที่ทำอร่อย เมนูอาหารเหนือน่ะ”

“ก็อร่อยทุกอย่างแหละค่ะ”

“ฉันไม่เชื่อหรอก เอาเป็นว่า เธอทำอาหารมาส่งให้ฉันทุกกลางวัน วันละสามอย่าง ไม่ซ้ำกันนะ จนกว่าเธอจะพร้อมอยากมาทำงานที่นี่ ฉันจะได้เอามาวางแผนว่า จะจัดทีมในครัว และโปรโมทยังไง” ท่าทางเป็นการเป็นงานของเขา ทำให้เนตรปรีญาพลอยรู้สึกเป็นการเป็นงาน และตื่นเต้นตามไปด้วย

เธอกำลังจะก้าวเข้ามาสู่ชีวิตการทำงานเต็มตัว และก็เริ่มจากงานที่เธอรักและถนัด ในโรงแรมใหญ่โต ตำแหน่งดี ที่คาดเดาได้ว่าเงินเดือนคงไม่น้อยแน่ๆ

แม้จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่นิดหน่อย แต่พออติวัฒน์ไม่ได้รื้อฟื้นความหลังถึงเรื่องเก่า เธอเองก็ไม่กลับไปนึกถึงมัน แต่ละวันวางแผนการว่าจะทำอาหารอะไรไปให้เขากับทีมงานชิม 

เธอรู้สึกสนุก ตื่นเต้น และมีความสุข คุณโฉมฉายและป้าลักษณ์เองก็ดูจะภูมิใจมาก เมื่ออติวัฒน์เริ่มกลับบ้านมาปรึกษาหารือพวกท่าน วางแผนเรื่องเปิดครัวอาหารเหนือในช่วงกลางวันและตอนเย็น ที่ชูเมนูสมุนไพร และอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งกำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ ที่คนหันมาสนใจใส่ใจสุขภาพ กินอาหารเป็นยา

“สำคัญก็เรื่องวัตถุดิบ ที่บางอย่างหาซื้อไม่ได้ ต้องสั่งมาจากทางโน้น”

“หรือไม่ เราก็ปลูกเองเลยสิคะ สวนหลังบ้านเราออกจะกว้างขวาง” เนตรปรีญาเสนอขึ้นมา

คุณโฉมฉายพยักหน้าอย่างพอใจ

“เห็นทั้งสองคนช่วยกันทำงานอย่างนี้ ย่าก็ค่อยเบาใจหน่อย เหลือแต่ตินี่แหละ เมื่อไหร่จะยอมแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาให้ย่าสบายใจก็ไม่รู้” ท่านเอ่ยขึ้นมายิ้มๆ 

ในใจยังหวั่นวิตกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอติวัฒน์กับวิกานดา กลัวหลานชายจะกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่า

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น แค่คิดก็จะความดันขึ้นเสียแล้ว จึงหันมาเชียร์เนตรปรีญาให้ทำงานกับอติวัฒน์ให้ราบรื่น เรียบร้อย และนำพาห้องอาหารของโรงแรม ให้ประสบความสำเร็จ เหมือนเมื่อครั้งที่เคยรุ่งเรืองในอดีต

 

 

“เนตรปรีญาไปไหน?”

เสียงเข้มถาม เมื่อเห็นใครๆ ต่างก็พากันหัวหมุนวุ่นวาย ทั้งในครัวนอกครัว

หลังจากชูเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเน้นอาหารเหนือเป็นหลักก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างล้นหลาม ทั้งมื้อกลางวันในห้องอาหารติดแอร์ และตอนเย็นที่ยกขันโตกไปตั้งให้กินริมน้ำ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนไปด้วย ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี 

ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะรสชาติอาหารที่อร่อยกลมกล่อมลงตัว วัตถุดิบสดใหม่ใส่เต็มที่ เพื่อได้รสชาติเข้มข้นต้นตำรับ จนแม่ครัวมือเป็นระวิงทำไม่ทัน ต้องขอคนงานที่บ้านฉัตราพรมาช่วยไปก่อน

หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญก็คือเนตรปรีญา ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้คนอื่นๆ ได้ช่วยกันทำ แต่ในส่วนของการลงมือตำพริกแกง หรือสัดส่วนเครื่องปรุงส่วนผสมหลักทางเจ้าตัวซึ่งเก็บไว้เป็นสูตรลับอยู่คนเดียว นั่นจึงบังคับให้เธอต้องมาทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด

และเขาเองก็มักจะแวะเวียนมาดู รวมถึงใช้บริการ กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ได้ทำงานร่วมกัน ได้ปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิด จากที่เคยมองเจ้าหล่อนเป็นเด็กสาวที่เพิ่งจบใหม่ไม่ประสีประสาในแวดวงการงาน

ตอนนี้เขายอมรับเธอในฐานะคนทำงานอย่างมืออาชีพคนหนึ่ง นอกจากความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบยังล้นเปี่ยม เธอมาทำงานเช้า และกลับค่ำทุกวัน 

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเนตรปรีญาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานส่วนห้องอาหารของโรงแรม ที่ตอนนี้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นมาจากเดิมเกือบสองร้อยเปอร์เซ็นต์ และนั่นยิ่งทำให้เจ้าหล่อนกลายเป็นคนโปรดของคุณโฉมฉาย

“เห็นคุณเนตรบอกว่าจะไปเอาของที่ห้องเก็บของด้านหลังค่ะ”

“ของอะไร? แล้วทำไมต้องไปเอง ไม่ใช้คนอื่นไปล่ะ ลูกค้าล้นห้องอาหารจนทำงานไม่ทันแล้วนี่” เขาตำหนิอย่างหงุดหงิด

“เอ่อ...นิดก็ไม่ทราบค่ะคุณติ แต่คุณเนตรเธอทำอะไรของเธอเองหมด ไม่ค่อยใช้ใคร” 

เขาพ่นลมหายใจพรวดแรงเมื่อได้ฟังเหตุผล และยอมรับว่า เนตรปรีญาเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ 

เจ้าหล่อนเคารพระบบอาวุโส แม้แต่อายุเท่ากัน แต่ถ้ามาทำงานก่อน เธอก็ไม่ใคร่จะใช้ใคร ทำเองเสียหมด สภาพเวลากลับบ้านไป ทั้งคุณย่าของเขา ทั้งป้าของเจ้าหล่อนถึงได้ถามว่า เขากดขี่ใช้งานเธอหนักเกินไป

“ไม่รู้จักลำดับความสำคัญของงาน เดี๋ยวต้องว่าเสียหน่อย” ขายาว ก้าวเดินไปทางห้องเก็บของที่เอาไว้เก็บอะไหล่ อุปกรณ์อะไรที่ใช้ภายในโรงแรม

ห้องเก็บของที่ว่า เป็นโกดังขนาดใหญ่ เพราะของที่เก็บนั่นมีหลายอย่าง โต๊ะ ตู้ เตียง ตั่ง อุปกรณ์ซ่อมแซม สายไฟ ท่อน้ำสารพัด

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นไฟสว่าง แต่ยังไม่เห็นตัวคน กระทั่งได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากตรงไหนจึงสืบเท้าไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว

เนตรปรีญากำลังใช้บันไดปีนขึ้นไปเอาอะไรสักอย่างที่อยู่ในกล่องบนชั้นวาง

เขาชะงักไป มองร่างสะโอดสะองในชุดเสื้อกางเกงที่นุ่งใส่ ไล่ตั้งแต่ท่อนขาเพรียวยาวขึ้นไป แล้วมองกวาดกลับลงมา ตั้งแต่ใบหน้าที่ชวนมอง ลำคอเรียวระหงไล่มาที่กระดูกสันหลังแอ่นโค้งลงมารับกับบั้นท้ายงอนงาม

ชายเสื้อลอยเต่อขึ้นไป เผยให้เห็นหน้าท้องขาวเนียน แบนราบ สะเอวคอด รับกับโค้งสะโพกกลมกลึง

จู่ๆ หัวใจของเขาก็เต้นไม่เป็นส่ำขึ้นมา สายตาพิศมองเส้นโค้งเว้าของรูปร่างได้สัดส่วนที่ตาพอมองเห็น

จะว่าไปเนตรปรีญาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เลย ยิ่งโตยิ่งสวยสะ สะพรั่งเต็มสาว

เจ้าหล่อนกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกครัว เขาชื่นชม แต่ไม่เคยเอ่ยออกปาก เก็บเอาไว้อยู่ในใจเงียบๆ 

“เธอปีนขึ้นไปเอาอะไรน่ะ?” เสียงเอ่ยทักถามอย่างอยากรู้

แต่สำหรับคนที่จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาข้างหลัง ตกใจ เอี้ยวตัวขวับกลับมามองข้างหลัง สองมือปล่อยจากชั้นที่กำลังเกาะจับเอาไว้อยู่ แถมยังเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้เสียการทรงตัว 

“คุณติ...กรี๊ด...” ร่างที่ยืนบนบันไดเสียหลัก วาดมือไปในอากาศเพื่อคว้าจับหาอะไรสักอย่างยึดไว้

“เฮ้ย...เนตร เกาะไว้” ร่างสูงรีบเข้าไปช่วยจับบันได แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะคนข้างบนหล่นตุ๊บลงมาทับเขาเต็มๆ

“โอ้ย...” คนข้างล่างถูกทับจนจุกแอ่กหน้าเขียวตัวงอลุกไม่ขึ้น

“อูย...” คนหล่นลงไปทับก็เจ็บไม่แพ้กัน สูดปากคราง โชคดีที่มีร่างแน่นแข็งรองรับเอาไว้ จึงไม่เจ็บมากเท่ากับหล่นลงไปบนพื้น

กลิ่นแก้มสาวอวลปะทะเต็มนาสิกที่ทิ่มแก้มนุ่มเข้าไปเต็มรัก ไหนจะเนื้อกายนุ่มนิ่มที่ทับอยู่บนตัว ก่อความรู้สึกแสนประหลาดให้บังเกิด 

โดยเฉพาะก้นอวบหนั่นแน่นที่ทับลงบนหน้าขา หมิ่นเหม่เฉียดจุดอันตรายบนร่างกาย และกำลังบดเบียดเสียดสีไปมาตอนที่เจ้าหล่อนขยับเนื้อตัว

มันทำให้อติวัฒน์หายใจไม่ทั่วท้องดี เขาสูดปากครางซู้ดด้วยความเจ็บ และโมโห เธอกำลังทำให้อวัยวะบางชิ้นส่วนในตัวของเขาตระหนกตื่นขึ้นมา

“เธอจะทับฉันอีกนานไหม?” เสียงถามเข่นเขี้ยวลอดไรฟันออกมา พร้อมกับตาลุกวาวอย่างกรุ่นโกรธ 

“ว้าย! คุณติ ขอโทษค่ะ” เนตรปรีญารีบระล่ำระลัก ร่างเล็กดีดเด้งผึงขึ้นมาจากตัวเขา สองข้างแก้มร้อนผ่าวไปหมด...

จมูกโด่งแหลมๆ นั่นหอมแก้มเธอเข้าเต็มรักเลย 

“ซี้ด...ผู้หญิงบ้าเอ๊ย!” เขาสบถ กำลังจะใช้แขนยันกายเพื่อลุกขึ้น แล้วอาการเจ็บแปลบก็แล่นลามขึ้นมา

“โอะ...โอ๊ะ...แขนฉัน...อาห์...” อติวัฒน์นิ่วหน้า ดูเหมือนว่าไม่ใช่เจ็บธรรมดา แต่น่าจะมีอะไรผิดปกติแล้วล่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น