เสนอรักคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่ 25 : ๙ กีดกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    15 ธ.ค. 63

 

กีดกัน

 

 

กลิ่นปลาย่างเกลือหอมฟุ้งนำมาก่อน เพียงไม่กี่อึดใจ ฟ้าใสและวายุก็ก้าวออกมาพร้อมกับถาดปลาย่างเกลือตัวอ้วนพี น้ำจิ้มรสเด็ดและผักแกล้มสดๆ

ทั้งหมดที่นั่งล้อมวงอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งริมระเบียงบ้านหันไปมองพร้อมเพรียงกัน มาโนชมองตรงไปที่ร่างกลมกลึงของฟ้าใส ริมฝีปากและแววตามีรอยยิ้มเจืออยู่ชัดเจน

ทั้งสองวางสิ่งของในมือลงบนโต๊ะ แล้วหันไปมองมาโนชพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้

“สวัสดีค่ะอาโนช น้องฟ้ากับน้องยุมัวแต่ทำของกินกันอยู่เลยออกมาทักทายช้า” สาวน้อยพูดจาฉะฉานเหมือนเดิม พลางเดินอ้อมไปหาคิรากรที่ยิ้มแป้นทันทีเมื่อเห็นหน้าของหญิงสาว

“พี่นางฟ้า” เขาเรียกฟ้าใสแบบนี้นับแต่หัดพูด พลางทำตาเล็กตาน้อยใส่ ทำเอาคนทั้งวงหัวเราะขบขันระคนเอ็นดู

“ดูสิ ทำตาเล็กตาน้อย เจ้าชู้แต่เด็กเลยนะเรา” นางจำปีเอ่ยยิ้มๆ ขณะมองเจ้าหนูหน้าลูกครึ่งโถมตัวเข้ากอดหลานสาวของตน มาโนชมองตามแล้วหัวเราะเบาๆ

“เป็นไงพ่อหนุ่ม ไม่เจอกันหลายวันคิดถึงพี่นางฟ้าไหมจ๊ะ”

หญิงสาวก้มลงหอมแก้มสีชมพูระเรื่อของเด็กน้อย

“คิดถุง” คิรากรตอบยังไม่ชัด ริมฝีปากเผยอยิ้ม เห็นฟันน้ำนมขาวสะอาดซี่เล็กๆ

นิลินหัวเราะอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันมายังเพื่อนแล้วเอ่ยชวน

“โนชลองกินสิ ฝีมือน้องฟ้ากับเจ้าวายุ” หญิงสาวเอ่ยชวนเพื่อน พลางหันไปรับจานใบเล็กจากลูกชายแล้วส่งให้อีกฝ่าย ส่วนฟ้าใสเดินกลับมานั่งข้างๆ น้องชายพร้อมกับรินน้ำใส่แก้วแจกจ่ายจนครบคน

รับประทานปลาย่างเกลือพร่องไปเกือบสองตัว นางจำปีก็เอ่ยถามขึ้น

“แล้วบ้านที่อุทัยฯ ล่ะ ได้ไปบ้างไหม”

“ไปบ้างครับ จ้างคนแถวนั้นดูแลทำความสะอาดเดือนละสองครั้ง”

“มีบ้านหลายหลังแบบนี้ต้องเสียค่าดูแลหลายต่อ ทำไมไม่ลองขายหรือบอกให้คนเช่าล่ะ” นิลินเอ่ยถาม มาโนชยิ้มตอบเพื่อน พลางส่งผักให้ลูกชายไปเคี้ยวเล่น

“บ้านเราอยู่แถวบ้านนอก ไม่มีคนเช่าหรอก อีกอย่างค่าดูแลไม่ได้มากมาย ถือว่าช่วยเพิ่มรายได้ให้คนแถวๆ นั้น ให้เขาดูแลเป็นหูเป็นตาไปด้วย นึกอยากไปเที่ยวเมื่อไรก็ไปได้เลย”

คนฟังพยักหน้าเบาๆ ฟ้าใสนั่งฟังแม่กับยายซักถามมาโนชไปเพลินๆ จนกระทั่งมาถึงคำถามเด็ด ที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นรัว

“อายุมากขึ้นทุกทีแล้วนะโนช นี่ก็ถือได้ว่ากลางคนเข้าไปแล้ว แม่เห็นด้วยกับลินว่าเราควรมีเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้วนะ แก่เฒ่าไปจะได้มีเพื่อน”

มาโนชยิ้มจางๆ กับคำแนะนำ สายตาเลื่อนไปยังฟ้าใสที่ก้มหน้าก้มตากินปลาย่าง บ้างก็หันไปคุยกับน้องชายแล้วหัวเราะเบาๆ สองพี่น้อง ทำให้เขาเผลอยิ้มจาง คมน์เขม้นตามองอีกฝ่ายทันที หัวใจของเขากระตุกแรงเมื่อเห็นแววตาบางอย่างจากมาโนชที่มองไปยังลูกสาวของตนซึ่งเงยหน้าขึ้นพอดี ก่อนจะหลุบตาลงราวกับหลบสายตาของอีกฝ่าย

คนเป็นพ่อร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ลางสังหรณ์บางอย่างรุนแรงเสียจนนั่งแทบไม่ติด

“เอาไว้ถ้าผมเจอเมื่อไร จะมาขอให้แม่เป็นเฒ่าแก่ไปสู่ขอนะครับ”

นางจำปียิ้มกริ่มพลางสบตานิลินที่ยิ้มตอบ

“ได้เลย แต่อย่านานนักล่ะ แม่กลัวจะตายไปเสียก่อน”

นิลินหัวเราะขบขันเช่นเดียวกับมาโนช จากนั้นสายตาของเขาก็ยังคงเลื่อนไปจบที่ฟ้าใสอีกครั้ง ยิ่งทำให้คนที่คอยจ้องจับผิดมั่นใจกับความคิดของตนเอง เมื่ออีกฝ่ายเลื่อนสายตามาหยุดที่เขา คมน์ก็เขม้นตามอง รอยยิ้มของมาโนชแทบจะจางลงทันที

ยิ่งนั่งนาน ใบหน้าของคมน์ยิ่งเคร่งขรึมเสียจนนิลินต้องนิ่วหน้า พลางมองสามีอย่างไม่เข้าใจนัก กระทั่งอีกฝ่ายปลีกตัวออกไป หญิงสาวจึงเดินตาม

“พี่คมน์”

คนที่หนีออกมาสงบสติอารมณ์หันไปมองเจ้าของเสียง

“หืม…” เขาเลิกคิ้วขึ้น แต่สีหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิดที่แสดงออกถึงความไม่พอใจนัก

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าเครียด”

คมน์สบตาภรรยา เห็นหล่อนพูดคุยสนุกสนาน ไม่คิดว่าจะสังเกตเห็นเหมือนกันว่าเขากำลังเครียด

“ลูกมีแฟนพี่ไม่ว่านะ แต่จะมีทั้งทีก็ไม่ควรแก่คราวพ่อคราวแม่”

คำตอบของเขาทำเอาหญิงสาวนิ่งอึ้ง นึกงุนงงที่สามีเอ่ยเช่นนั้น

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ” หญิงสาวยกมือขึ้นรั้งต้นแขนสามีแล้วจ้องใบหน้าคมเข้มที่ติดจะเครียดมากๆ อย่างไม่เข้าใจนัก อีกฝ่ายถอนหายใจยาวเหยียดขณะสบตาภรรยา ไม่กี่อึดใจต่อมาเขาจึงยอมบอก

“พี่ว่าลูกสาวของเรากับเจ้าโนชมันยังไงๆ อยู่นะ”

“ฮึ?!” นิลินทำเสียงในลำคอด้วยคิดไม่ถึง เพราะไม่ได้สังเกตพฤติกรรมของคนทั้งสองอย่างลึกซึ้ง แต่พอคิดถึงอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยของฟ้าใสก็ต้องมองตาคนตัวโตอย่างอึ้งๆ

“พี่คมน์รู้ได้ไง ทำไมถึงคิดแบบนั้น”

คมน์สบตานิลินนิ่ง เขาเชื่อสายตาตัวเอง

“ตั้งแต่ไปรับน้องฟ้ากลับบ้าน พี่ว่าลูกเราดูแปลกๆ ไม่ร่าเริงสดใสเหมือนเก่า แต่ถ้าจะให้แน่ใจจริงๆ ลินลองถามลูกเราดูสิ หรือไม่ก็ลองถามเพื่อนลินดู”

นิลินนิ่งงัน เมื่อพิจารณาตามที่สามีกล่าวก็เห็นเค้าบางอย่าง สายตาที่เพื่อนมองลูกสาวหาใช่เอ็นดูเพียงอย่างเดียว แต่มีความรู้สึกอื่นแฝงมากับแววตาคู่นั้นด้วยทุกครั้งยามมองฟ้าใส

“เราอาจคิดมากไปเองก็ได้นะ” นิลินบอกตนเองและสามีเช่นนั้น ทว่าในใจเริ่มจะเป็นกังวลตามสามีไปด้วย

“พี่ก็อยากให้คิดผิดเหมือนกัน แต่ลินก็รู้ว่าลางสังหรณ์พี่แม่นขนาดไหน อีกอย่าง ผู้ชายด้วยกันดูกันออก”

 

 

 

สวัสดีจ้าาาา หายหน้าไปนาน วันนี้มาอัปเพิ่มพร้อมแจ้งข่าวดีค่ะ

สำหรับอีบุ๊ก เสนอรักคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวนั้น เที่ยงคืนนี้ถ้าพี่เมพทำไวอาจได้อ่านนะคะ (เมพมาร์เก็ต) แต่นิราอรคิดว่าน่าจะได้อ่านเที่ยงคืนพรุ่งนี้ค่ะ ส่วนรูปเล่ม สั่งพิมพ์ไปแล้วนะคะ ตอนนี้รอดูความเรียบร้อยอีกทีค่ะ คาดว่าจัดส่งได้อีกราวๆ 7-10 วันข้างหน้านะคะ ฝากนิยายใหม่เอี่ยมไว้ด้วย และขออภัยที่หายหน้าไปนาน ไม่ใช่อะไร หายไปปั่นนี่แหละค่ะ กับมีบางช่วงที่มึนๆ งงๆ เลยช้านิดหน่อย 

อีกเรื่องคือ นิราอรมีแก้ไขข้อมูลเนื้อหาในตอนต้นเล็กน้อย หากพอมีเวลาจะมารีอัปให้นะคะ แต่เอาง่ายๆ สามารถไปโหลดตัวอย่างในเมพอ่านกันได้อีกรอบเลยค่ะ จะได้เร็วทันใจ สำหรับตัวอย่างในเมพ นิราอรลงแค่ตอนที่ 8 เด้อ ส่วนในเว็บ จะลงประมาณ ครึ่งหนึ่งค่ะ 

sds

sds

 

 

ฝากอีบุ๊กเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/?store=publisher&action=home_page&publisher_id=536248&publisher_name=NIRAON BOOKS&fbclid=IwAR3DmaX8xiKkscugbUxRQiL4oioudaepR_R3X3LpmmAxbus7dMoGv-OvzJ4

https://www.hytexts.com/author/นิราอร

https://play.google.com/store/books/author?id=นิราอร&fbclid=IwAR0fPOp7gzBgf8OgI1gdSKTGJR0KBJW10aT-_MWjpcHUOCAHE45bJh-JcmM

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น