เสนอรักคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่ 12 : ๔ ช่วยเลี้ยงน้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    22 มิ.ย. 63

 

 

 

ช่วยเลี้ยงน้อง

 

 

บ่ายสามโมงเย็น ทั้งฟ้าใสและเรวดีเดินทางมาถึงบ้านของมาโนชด้วยรถแท็กซี่ หญิงสาวสองคนในชุดนักศึกษาก้าวลงพร้อมกับของกินของใช้ติดมือมาด้วย

ฟ้าใสมองหน้าเพื่อนยิ้มๆ ดวงตากลมโตแพรวพราวเสียจนเพื่อนนึกขัน ก่อนจะพาก้าวไปยังรั้วบ้านพร้อมกดกริ่ง

นิ้งหน่อง...

มาโนชที่กำลังอุ้มลูกชายในอ้อมแขนชะเง้อมองออกไปที่หน้าบ้าน ดวงตาคมกริบมองเห็นเด็กสาวในชุดนักศึกษาสองคนแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ พอดีกับที่รุจิราก้าวออกมาจากห้องน้ำ

“ผมฝากน้องคิมหน่อยนะครับ รู้สึกว่าหลานจะมาถึงแล้ว”

คำบอกเล่าของชายหนุ่มทำให้รุจิราหันไปมองยังหน้าบ้าน พอเห็นน้องสาวยืนชะเง้ออยู่ก็ยิ้มพลางส่ายหน้าพร้อมกับรับพ่อหนูน้อยมาจากอีกฝ่าย

“พากันมาถูกจนได้” หญิงสาวพึมพำกับตนเอง ดวงหน้ามีรอยยิ้มแต่งแต้ม

“สวัสดีค่ะอาโนช” ฟ้าใสยกมือไหว้ชายหนุ่มทันทีเมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูรั้วให้ เช่นเดียวกับเรวดีที่ยกมือไหว้อีกฝ่าย “คนนี้เพื่อนน้องฟ้าเองค่ะ เป็นน้องสาวของพี่รุ”

“สวัสดีครับ เข้าบ้านกันก่อน” เขารับไหวสาวน้อยทั้งสอง แล้วเบี่ยงตัวเปิดทางให้คนทั้งคู่ก้าวผ่านหน้าของเขาเข้าไปในบ้านหลังขนาดกะทัดรัด ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ร่มรื่น สงบเงียบ ซึ่งมีเขาเป็นหนึ่งในผู้ออกแบบโครงการแห่งนี้ เป็นโครงการที่ดีเยี่ยมอีกแห่งในเมืองหลวง

“ขอบคุณค่า” ฟ้าใสส่งเสียงแจ้วๆ ดันเพื่อนเดินเข้าไปก่อน ส่วนตัวหล่อนรอจนอีกฝ่ายปิดรั้วเสร็จจึงเดินไปพร้อมกัน

“บังเอิญมากเลยนะคะอาโนช ตอนแรกที่เรเล่าให้ฟังว่าพี่รุมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ฟ้ายังแปลกใจ พอเรให้ดูรูปน้องคิมเท่านั้นก็จำได้ทันทีเลยค่ะ” หญิงสาวคุยไปยิ้มไป พวงแกมอิ่มใสเป็นสีเรื่อ จนคนที่หลุบตามองได้แต่ยิ้ม หล่อนยังคงพูดเก่งเหมือนเดิม

“นั่นสินะ อายังงงตอนที่คุณรุส่งโทรศัพท์ให้คุย บอกฟ้าจะคุยด้วย” เขาเอ่ยพลางหัวเราะออกมาเบาๆ

เรวดีหันไปมองเพื่อนแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม จนไปหยุดที่พี่สาวซึ่งอุ้มเด็กชายคิรากรเอาไว้ในอ้อมแขน

“นี่เหรอพี่ น่ารักจัง”

“ใช่ กินจุมากเลยนะ แถมเป็นเด็กทารกที่น่ารักมาก พัฒนาการดีเวอร์” รุจิราบอกกับน้องเบาๆ พอดีที่มาโนชและฟ้าใสก้าวเข้ามา

“ตามสบายนะครับ” มาโนชเชิญทุกคนนั่ง ฟ้าใสกับเรวดีจึงส่งของฝากให้กับเขา

“อาโนช น้องฟ้ากับเรซื้อของมาฝากค่ะ” หญิงสาวส่งของฝากให้เขา ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นพลางมองสองสาวแล้วยิ้มจางๆ

“อันที่จริงไม่น่าต้องลำบากกันเลยนะ แต่ก็ต้องของใจมากเลยนะทุกคน” เขาบอก พลางรับของฝากจากสองสาวแล้วเดินเข้าครัว ฟ้าใสมองเพื่อนและพี่สาวของเพื่อนพลางเอ่ย

“เดี๋ยวฟ้าตามไปดูอาโนชหน่อยดีกว่า” ว่าแล้วก็หลิ่วตาให้เพื่อน ส่วนเรวดีหัวเราะคิกจนคนเป็นพี่ต้องเขม้นตามอง

“อะไรกัน ทำท่ามีพิรุธ”

คนเป็นพี่สาวจับพิรุธได้เสมอ ทำให้เรวดีป้องปากบอก

“ก็ฟ้าใสสิพี่รุ นางแอบปิ๊งอาโนช อาโนชไม่ได้เป็นน้องชายพ่อหรอก แต่เป็นเพื่อนเก่าแม่ฟ้าใส แต่นางยังไม่ยอมรับหรอกว่าแอบ ปิ๊งอาโนช แต่เรว่าเรดูออก”

รุจิราขมวดคิ้วนิ่วหน้า ทว่าริมฝีปากยกยิ้ม ใช่เพียงเรวดีคนเดียวที่ดูออก หล่อนเองยังสงสัยเช่นกัน แต่ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของหล่อนนี่นา...

“จะยังไงก็เถอะ เธออย่าเผลอไปแซวเพื่อนต่อหน้าคุณโนชเชียวนะ เมียแกเพิ่งตายมาไม่นานนี้เอง น่าสงสารมาก คลอดลูกมาได้ไม่กี่วันก็ตาย”

รุจิรากระซิบบอกกับน้องสาว ทำให้คนฟังทำตาโตหันขวับเข้าไปในครัว ได้ยินเสียงเพื่อนยิ่งคำถามเจ้าของบ้านแทบไม่หยุด แต่นานๆ ครั้งจึงจะได้ยินเสียงตอบของมาโนชตอบกลับมา เป็นไปได้ว่าหาจังหวะตอบโต้ไม่ได้นั่นเอง

“เหรอ น่าสงสารมากเลยนะพี่ สงสารตาหนูน้อยคนนี้จัง” หญิงสาวก้มลงเอาปลายนิ้วเขี่ยแก้มนุ่มนิ่มของคิรากรแผ่วเบา แล้วหันไปมองที่มาของเสียงหวานๆ อีกครั้ง

“อาโนชตกลงว่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กยังไงคะ ให้มาทุกวันหรือแค่จันทร์ถึงศุกร์”

“จันทร์ถึงศุกร์ ส่วนเสาร์อาทิตย์อาหยุดอยู่บ้าน” เขาหยิบขวดน้ำออกมาจากตู้เย็น พอหันกลับก็เห็นฟ้าใสถือแก้วเอาไว้สองใบราวกับรู้ ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะพยักหน้าให้หญิงสาวตามออกไปข้างนอก

“งั้นเสาร์อาทิตย์ให้ฟ้ามาช่วยเลี้ยงน้องดีไหม ฟ้าเลี้ยงน้องเก่งน้า”

น้ำเสียงเอ่ยอ้างอวดตัวของฟ้าใสทำให้เรวดีหันไปทำปากขมุบขมิบกับพี่สาว ‘ขี้โม้แหละ’ จนถูกรุจิราถลึงตาใส่

“ดื่มน้ำกันก่อนนะครับ” มาโนชวางขวดน้ำลงบนโต๊ะตรงหน้า ขณะที่ฟ้าใส่เป็นคนรินน้ำให้เพื่อนและตนเอง

“เอ้า ดื่มก่อน” ฟ้าใสส่งแก้วน้ำให้เพื่อน ฝ่ายเรวดีตวัดสายตามองพลางยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ฟ้าใสทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะหันไปมองเจ้าหนูน้อยในอ้อมแขนของรุจิรา

“หลับหรือเปล่าคะพี่รุ” เอ่ยถามพลางชะโงกหน้ามอง

“หลับแล้วค่ะ เดี๋ยวพี่พาน้องคิมไปนอนก่อนนะคะ” รุจิราผุดลุกขึ้นแล้วตรงไปยังห้องเด็กอ้อน ทำเอาฟ้าใสชะเง้อคอมองตาม

“ว้า ยังไม่ได้เล่นกันเลยเนอะ” เอ่ยออกมาเบาๆ ทำให้เพื่อนรักหัวเราะขัน

“แก ตาหนูนั่นยังเป็นเด็กทารกอยู่เลยนะ กินอิ่มก็นอนหลับแหละ ลืมตาได้แป๊บๆ ก็หลับอีก ปกติของเด็กเล็กนั่นแหละ แล้วแบบนี้จะช่วยอาโนชเลี้ยงได้เร้อ...” เอ่ยแซวเพื่อนพลางเหลือบสายตามองไปยังคนตัวโตที่นั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะ อีกฝ่ายอมยิ้มน้อยๆ ทำให้เรวดีอดลอบมองอย่างสำรวจเสียไม่ได้

อามาโนชของฟ้าใสรูปหล่อกว่าที่หล่อนคิดเอาไว้ แถมยังดูหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวกว่าที่จินตนาการมากโข ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าอายุเฉียดเลขห้าเข้าไปแล้ว แบบนี้นี่เองยายฟ้าใสของหล่อนถึงได้ชอบทำตาแพรวพราวยามเอ่ยถึงผู้ชายสูงวัยคนนี้ให้ฟัง

เรวดีคิดอย่างซุกซนพลางหันไปมองเพื่อนรักที่กำลังจำนรรจาราวกับนกแก้วนกขุนทอง

“นี่ถ้าแม่รู้ว่าตอนนี้อาโนชอยู่กรุงเทพฯ ต้องดีใจแน่ๆ เลยนะคะ เพราะก่อนนี้พวกเราคิดว่าอาโนชคงเดินทางไปทั่วประเทศ ไม่ได้อยู่ที่ไหนเป็นหลักแหล่ง แม่ยังบ่นว่าเป็นห่วงน้องคิมจะอยู่ยังไง พี่เลี้ยงคนใหม่จะดีหรือเปล่า เดี๋ยวน้องฟ้าจะต้องโทร.ไปบอกกับแม่แล้วละค่ะ ว่าไม่ต้องห่วงอะไรอีก เพราะน้องคิมได้พี่เลี้ยงระดับกิตติมศักดิ์เลยทีเดียว”

เรวดียิ้มขัน เมื่อเพื่อนกล่าวเช่นนั้นกับชายหนุ่มเจ้าของบ้าน

“ฝากบอกลินด้วยนะ ว่าไม่ต้องห่วงอากับน้องคิม”

หญิงสาวยิ้มหวาน ดวงตากลมโตยิบหยี แถมสองข้างแก้มยังมีลักยิ้มพิมพ์ใจ ทำให้คนมองมองเพลินจนถอนหายใจไม่ขึ้น

เรวดีแอบมองคนทั้งสองแล้วขบเม้มริมฝีปากไม่ให้เผลอยิ้มมากจนเกินไป ในเมื่อเพื่อนมีใจให้คนตัวโตหน้าเข้ม หล่อนก็จะขอเชียร์อยู่เงียบๆ ก็แล้วกัน

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น