เสนอรักคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่ 11 : ๓ คุณพ่อมือใหม่ หัวใจว้าวุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

 

 

 

 

 

มาโนชมองพี่เลี้ยงเด็กที่มาแทนคนเก่าเพราะเกิดอุบัติเหตุเมื่อสองวันก่อนที่บ้านของหล่อนเอง สลับกับลูกชายที่อยู่ในอ้อมแขนของพี่เลี้ยง

“ไม่ต้องห่วงนะคะคุณโนช ดิฉันจะดูแลน้องคิมเอง ถ้าคุณโนชมีอะไรที่ต้องทำก็ไปทำได้เลยนะคะ” รุจิราเงยหน้าขึ้นเห็นสีหน้าค่อนข้างเป็นกังวลใจของคุณพ่อหนุ่มหล่อแล้วอดจะบอกด้วยสีหน้าอ่อนใจแกมขบขันเสียไม่ได้

จากประวัติ พ่อของเด็กทารกคนนี้อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว เฉียดๆ ห้าสิบอยู่รอมร่อ ตอนแรกที่เจอหน้าเขาหล่อนยังตกใจคิดว่าไม่ใช่พ่อลูกกันเสียอีก เพราะทั้งรูปร่างหน้าตาของคนตรงหน้าดูอ่อนกว่าอายุจริงไปหลายปีทีเดียว มิหนำซ้ำหน้าตาของพ่อหนูน้อยในอ้อมแขนของหล่อนยังดูไม่เหมือนคนเป็นพ่อเลยสักนิด

“ขอบคุณครับ เอ่อ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวเข้าไปทำงานสักหน่อยนะครับ ถ้ามีอะไรเรียกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” เขาบอกพี่เลี้ยงเด็กอย่างสุภาพ เพราะทราบว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน แต่ต้องมารับหน้าที่นี้ด้วยตนเองเพราะพี่เลี้ยงคนก่อนล้มจนแขนหักและหาคนแทนไม่ได้ก็ยิ่งเกรงใจ

“ได้ค่ะ ตามสบายนะคะ” รุจิราบอกคุณพ่อหนุ่มใหญ่ที่หัวใจกำลังว้าวุ่นไม่น้อยคนนี้พลางสายหน้ายิ้ม

หญิงสาวดูแลจนเด็กน้อยหลับสนิทจึงวางลงในเปล ระหว่างนั้นก็ถือโอกาสโทรศัพท์ไปหามารดา พอวางสายจากมารดาน้องสาวก็โทรเข้ามาทันที

“ว่าไงเร”

“พี่รุ บ้านที่พี่รุไปเลี้ยงเด็กอยู่ตรงไหน เรกับฟ้าใสจะไปหา”

คนเป็นพี่สาวขมวดคิ้วนิ่วหน้าทันที

“จะมาทำไม บ้านลูกค้านะไม่ใช่สวนสาธารณะ ไม่ได้ๆ เจอกันที่บ้านก็แล้วกัน ห้าโมงเย็นพี่ก็กลับแล้ว”

เรวดีถอนหายใจพรืดแล้วบอก

“ไม่ไปได้ไง ก็เด็กที่พี่ไปเลี้ยงอะ คือลูกชายของอาโนช อาโนชเป็นอาของฟ้าใส”

คนฟังนิ่งอึ้ง มองไปยังประตูห้องทำงานของเจ้าของบ้านหนุ่มใหญ่ทันที

“หืม จริงเหรอ งั้นก็น่าจะมาถูกนะ เป็นอาหลานกันไม่ใช่ เหรอ”

คนเป็นน้องสาวกลอกตาไปมาเมื่อพี่สาวโยกโย้

“ก็ไอ้ฟ้ามันไม่เคยไปบ้านอาโนชของมันมาก่อน ก็เลยไม่รู้ เบอร์โทรก็ไม่มีด้วย ถ้าพี่ไม่เชื่อไปตามอาโนชมาคุยโทรศัพท์เลย เร็วเข้า หนูเลิกเรียนแล้ว”

คนเป็นพี่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจยาว พลางนิ่วหน้าว่าอะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ แต่ก็ยอมลุกจากเก้าอี้แล้วตรงไปยังห้องทำงานของชายหนุ่มตามที่น้องสาวขอร้องแกมบังคับ

“เออๆ รอแป๊บ”

ฟ้าใสเลิกคิ้ว มองเพื่อนอย่างรอคอยและตื่นเต้น เรวิดียักคิ้วหลิ่วตาพลางยิ้มตอบ

“พี่รุกำลังไปถามอาโนชของแกแหละ รอแป๊บ”

คนรอใจเต้นแรงรัว แรงเสียจนตนเองยังต้องนิ่วหน้า เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องตื่นเต้นมากมายขนาดนี้ด้วย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

“อืมๆ ตื่นเต้นจัง นี่เพิ่งแยกจากกันเมื่ออาทิตย์ก่อน ยังคิดเลยว่าคงอีกนานกว่าจะได้เจอน้องคิมอีก นี่มันบังเอิญมาก”

เรวดีหัวเราะเบาๆ พอดีกับที่พี่สาวกรอกเสียงผ่านลำโพงออกมา

“เร เรียกเพื่อนมาคุยกับคุณโนช”

เรวดีได้ยินก็รีบส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนทันที

“ได้ๆ แป๊บ”

รุจิราหันไปยิ้มให้เจ้าของบ้านหนุ่มหล่อแล้วส่งโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย

ชายหนุ่มรับไปแนบใบหูแล้วกรอกเสียงลงไปทันที

“สวัสดีครับ ผมมาโนชพูดครับ”

เสียงที่ดังมาตามสาย ทำให้คนที่รอฟังอยู่ก่อนนั้นหัวใจแล่นโลดทันที ดวงหน้ากระจ่างใสงดงามเผยยิ้มยินดียิ่งจนดวงตาพราวระยับ

“สวัสดีค่ะอาโนช น้องฟ้าเองนะคะ โอ๊ย ไม่คิดว่าโลกจะกลม พี่เลี้ยงเด็กของอาโนชเป็นพี่สาวของเพื่อนน้องฟ้าเองค่ะ อาโนชช่วยบอกทางให้เราหน่อยได้ไหมคะ น้องฟ้าอยากไปหา...เอ่อ อยากไปเยี่ยมน้องคิมด้วยค่ะ”

เสียงใสๆ กระตือรือร้นที่ดังออกมาทำให้คนฟังใจกระตุกเช่นกัน เขาไม่คิดว่าจะได้พบกับสาวน้อยลักยิ้มมหาเสน่ห์คนนั้นเร็วขนาดนี้ิ

รอยยิ้มอบอุ่นและแววตาพราวกระจ่างยินดีของเจ้าของบ้านทำให้พี่เลี้ยงจำเป็นต้องขมวดคิ้วมอง

“นั่นสิ อาก็ตกใจเหมือนกัน มีอะไรจดไหมอาจะบอกที่อยู่ให้”

สาวน้อยหน้าหวานกระวีกระวาดหันไปส่งสัญญาณให้เพื่อนเตรียมจดทันที

“แป๊บนะคะอาโนช น้องฟ้ากำลังหาปากกาค่า” เงียบไปครู่หนึ่งแม่สาวเสียงหวานก็ส่งเสียงตามมาอีก “ได้แล้วค่ะ อาโนชบอกมาเลยนะคะ”

พูดจบแม่สาวน้อยก็เปิดลำโพงให้เพื่อนได้ยินพร้อมกัน เรวดีจดยิกเมื่อมาโนชบอกทาง

“โอเคค่ะ บ่ายนี้เจอกันนะคะอาโนช”

“ครับ”

เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเพียงคำเดียวแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นไปถึงลึกของหัวใจ ริยยิ้มหวานๆ ของเพื่อนทำเอาเรวดีอดมองอย่างนึกสงสัยเสียไม่ได้ เพราะไม่เคยเลยที่ฟ้าใสจะคุยกับผู้ชายเสร็จแล้วมายิ้มหวานหน้าบานแบบนี้

“อะไรกัน ยิ้มหวานแบบนี้กับอาตัวเองนี่นะ แล้วฉันฟังเสียงนี่บอกได้เลยว่าต้องหล่อแน่ๆ บอกมาเลย มันยังไง แล้วนี่อาจริงๆ ใช่ไหม ทำไมดูตื่เต้นเกินเหตุ”

แม่คนช่างสังเกตตั้งข้อสังเกตพลางมองเพื่อนอย่างจับผิด ส่วนคนที่ไม่เคยสำรวจหัวใจตัวเองก็สะดุ้งตามไปด้วย มองเพื่อนด้วยสายตานิ่งงัน แต่สีหน้าเหลอหลา ราวกับคนที่ไม่เคยรู้หัวใจตัวเองมาก่อน

“บ้า ก็อาน่ะสิ แต่อันที่จริงไม่ใช่อาแท้ๆ ของฟ้าหรอก อาโนชเป็นเพื่อนของแม่ฟ้าเองแหละ หญิงสาวยิ้มแป้นไม่ได้สะทกสะท้านที่เพื่อนรักตั้งข้อสงสัยในตัวหล่อน แต่สิ่งที่อีกฝ่ายถามทำให้ฟ้าใสกลอกตาอย่างระอา

“แล้วหล่อไหม”

ดวงตากระจ่างและบอกถึงความอยากรู้อยากเห็นทำให้ฟ้าใสหัวเราะคิก

“หล่อสิ หล่อแบบเข้มๆ แหละ หล่อคนละแบบกับพ่อฟ้า พ่อฟ้าอะ หล่อแบบลูกกรุงๆ หน่อยคือผสมกันระหว่างหนุ่มกรุงกับหนุ่มลูกทุ่ง ส่วนอาโนชอะ หล่อแบบคมเข้ม มีความเป็นลูกทุ่ง แต่ดูทันสมัย แล้วก็เข้มเร้าใจ อุ๊ย!”

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตนเอง แถมแก้มยังแดงปลั่ง ทำเอาเพื่อนรักมองตาโต แล้วหัวเราะคิกคักยกนิ้วชี้หน้าเพื่อนอย่างจับได้ในที่สุด

“ว้ายๆ แอบปลื้มอาโนชใช่ไหมแก๊ นั่นรุ่นพ่อรุ่นแม่เลยนะยะ เอาจริงอะ ริจีบคนรุ่นนี้แก่ไปปล่าว...”

คนถูกแซวหน้าแดงก่ำ ก่อนจะถอนหายใจพรืด รีบปฏิเสธวุ่นวายทันที

“บ้า ไม่ได้คิดอย่างนั้นสักกะหน่อย รีบไปกันเถอะ ชักช้ากว่าจะไปถึงก็บ่ายจัดพอดี กว่าจะหาที่อยู่ถูกอีก ไปๆ”

เรวดีหัวเราะขัน พลางมองเพื่อนรักด้วยสายตาระยิบระยับ ปากก็ล้อเลียนไม่ยอมหยุด

“อุ๊ยๆ เพื่อนอาย”

ฟ้าใสค้อนขวับ หมุนตัวตรงไปยังริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย แล้วกวักมือเรียกแท็กซี่คันแรกที่มาถึงพร้อมกับส่งที่อยู่ให้ทันที

“ไปตามที่อยู่นี้เลยนะคะ”

แท็กซี่พยักหน้ารับ หญิงสาวจึงเข้าไปนั่งเบาะหลัง ตามด้วยเรวดีที่ยังยิ้มกริ่มล้อเพื่อนไม่เลิก ส่วนฟ้าใสก็ได้แต่ค้อนกลับไป แต่ทว่าภายในใจเริ่มครุ่นคิดถึงความรู้สึกที่ตนมีต่อมาโนชอย่างลึกซึ้ง ว่าจะเป็นไปได้ไหม ที่ว่าหล่อนกำลังแอบชอบเพื่อนแม่ตามที่เรวดีบอกออกมาจริงๆ

 

 

 

 

เมพมาร์เก็ต

ไฮเทคส์

https://www.hytexts.com/result.php?q=นิราอร

เพลย์กูเกิ้ล

https://play.google.com/store/books/author?id=นิราอร

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #21 Tikm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 14:37

    คิดว่าเด็กไม่ใช่ลูกของมาโนช

    #21
    0