เสนอรักคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่ 10 : ๓ คุณพ่อมือใหม่ หัวใจว้าวุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    16 มิ.ย. 63

 

 

มาโนชถอนหายใจอีกครั้ง จากนั้นเรื่องราวทุกอย่างจึงทยอยออกจากปากของหนุ่มใหญ่หัวใจยังโสดจนจบ คนฟังนิ่งงันไปนานโดยเฉพาะกับเรื่องสะเทือนใจที่เพื่อนเพิ่งกล่าวออกมา

“ฉันเสียใจด้วยนะเรื่องเธอคนนั้น” วราวุฒิรู้ดีว่ามาโนชไม่เคยมีเมีย เพื่อนของเขาคนนี้รักอิสระ เพราะตั้งแต่อกหักรักคุดเมื่อหลายปีดักอีกฝ่ายไม่เคยคบหาใครจริงจัง ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของชายโสดคนนี้ล้วนแล้วแต่เข้ามาอย่างฉาบฉวย มาโนชแลกเปลี่ยนความสุขชั่วครั้งชั่วคราวของเขาด้วยจำนวนเงินสูงลิ่ว และผู้หญิงเหล่านั้นล้วนพอใจทั้งสิ้น แม้แต่แม่ของคิรากรเองก็ตาม แต่วราวุฒิยังงงอยู่ว่าเพื่อนของเขาไปพลาดได้อย่างไรจนมีลูกมีเต้าออกมาแบบนี้

“ชักอยากเห็นลูกนายเสียแล้วสิวะโนช”

มาโนชหันไปมองลูกชายในตู้กระจกอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบริเวณนั้น เป็นครั้งแรกที่เขาไม่อยากให้ใครเจอหน้าลูกชายของเขาเลยสักคน

“เอาไว้มีโอกาสค่อยพาไปหา”

“เฮ้ย ฉันไปหานายกับลูกตอนนี้ก็ได้เลยนะโว้ย ว่าแต่อยู่โรง’บาลไหน”

มาโนชชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะรีบปฏิเสธ

“อยู่ต่างจังหวัด เอางี้ นายบอกชื่อกับเบอร์โทรพี่เลี้ยงมาแล้วกัน ฉันจะได้โทร.ติดต่อกับเขา”

“เออๆ แต่อย่าลืมพาหลานมาหาฉันบ้างนะ อยากเห็นหน้าว่าจะเหมือนนายสักแค่ไหน”

มาโนชมาถึงรถยนต์พอดี เขาหยุดชะงักลงเมื่อเพื่อนพูดออกมาเช่นนั้น

“เออ ขอบใจมากนะวุฒิ ไว้เจอกัน”

ชายหนุ่มวางสายของเพื่อน แล้วเข้าไปนั่งในรถยนต์ เสียง สตาร์ตรถดังขึ้น แล้วเคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาลแห่งนั้น

ภายในบ้านขนาดกระทัดรัด มีเขาเพียงคนเดียวที่เป็นสมาชิกของบ้านนี้ ก่อนหน้าเคยมีบิดาอยู่ด้วย เมื่อสิ้นบิดาเขาต้องอยู่เพียงลำพัง แต่จะว่าไปแล้วนั้น เขาเองก็แทบจะไม่ได้อยู่บ้านเลยด้วยซ้ำไป เพราะต้องตะลอนๆ ไปทั่ว งานของเขาต้องออกเดินทางเสมอ แต่เวลานี้เขามีลูกเล็ก การเดินทางคงต้องลดลง

ชายหนุ่มกลับเข้าห้องทำงานแล้วเปิดอีเมล พอเห็นข้อความของวราวุฒิเขาก็ยิ้มอย่างพอใจ ตรวจดูรายชื่อรวมทั้งประวัติพี่เลี้ยงเด็กที่เพื่อนรวบรวมมาให้ จากนั้นจึงเริ่มต้นการติดต่อพี่เลี้ยงคนแรกในทันที

 

ฟ้าใสกลับมาเรียนตามปกติ หญิงสาวเดินตรงไปยังคณะเพื่อรอเวลาเข้าเรียน ระหว่างนั้นเพื่อนสนิทของหล่อนที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมาจากด้านหลังก็ส่งเสียงร้องเรียก

“ฟ้า ฟ้าใส รอด้วย”

เจ้าของร่างระหงหยุดเดิน พร้อมกับหันไปมองแล้วยิ้มกว้างด้วยความขบขันเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนซี้

“โอ๊ยเหนื่อย!” เรวดีทำท่าเหนื่อยหอบ เหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้านวล

“ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ล่ะ เอ้าเช็ดหน้าซะ” หญิงสาวส่งกระดาษทิชชู่ให้เพื่อน ฝ่ายนั้นรับไปเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วถอนหายใจพรืด ก่อนจะเดินคลอไปกับเพื่อนรัก

“รีบน่ะ พอดีเมื่อเช้าพี่รุต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า เราเลยต้องขึ้นรถเมล์มาแทน”

“พี่รุไปไหนเหรอ เรถึงต้องมารถเมล์ ปกติมหา’ลัยเราเป็นทางผ่านที่ทำงานพี่รุไม่ใช่เหรอ”

เรวดียิ้มให้เพื่อน

“พี่รุต้องไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กน่ะ ไปได้สองวันแล้ว”

“เอ๊ะ” ฟ้าใสทำเสียงแปลกใจ เพราะรุจิราเป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน งานของหล่อนจึงควรนั่งโต๊ะบริหาร แต่เหตุใดจึงต้องออกโรงเอง

“ทำไมถึงต้องไปเองล่ะ พี่เลี้ยงติดงานหมดทุกคนเลยเหรอ”

ทั้งคู่เดินมาถึงอาคารเรียน เมื่อดูนาฬิกาแล้วยังเหลืออีกครึ่งชั่วโมงจึงนั่งกันที่โต๊ะใต้อาคารนั่นเอง

“ตอนแรกก็ให้จัดพี่เลี้ยงไปแล้ว แต่ที่นี้เกิดอุบัติเหตุ พี่เลี้ยงหกล้มตอนเข้าห้องน้ำ แขนหัก หาคนแทนไม่ได้เพราะทุกคนมีงานกันหมดแล้ว พี่เราเลยต้องไปแทนเองเลยน่ะสิ”

“อ๋อ เป็นงี้นี่เอง” ฟ้าใสทำเสียงรับรู้ในลำคอ “แล้วลูกๆ ของพี่รุล่ะ ใครดู”

“พี่เราโทรศัพท์ไปขอร้องให้แม่ลงมาดูแลเด็กๆ แทนน่ะสิ ช่วงนี้แม่เราเลยดูหลานๆ เราไปก่อน เออนี่ เด็กที่พี่เราไปเลี้ยงแทนพี่เลี้ยงคนก่อนหน้าตาน่ารักมากเลย เห็นว่าหน้าออกไปทางฝรั่งลูกครึ่งทำนองนี้แหละ แต่พ่อเป็นไทยจ๋าเลยนะ ที่สำคัญพี่รุบอกว่า พ่อหน้าตาดีมาก แต่ไม่ยักจะมีเมียแฮะ เด็กยังอ่อนๆ อยู่เลย เห็นว่าเพิ่งคลอดมาได้ไม่ถึงเดือน น่าสงสารมาก”

คำบอกเล่าสะกิดใจคนฟังได้ในทันที ทำให้หญิงสาวคิดถึงมาโนชและลูกชายของเขา แต่ก็ไม่คิดว่าโลกจะกลมหรือคนที่เพื่อนเล่ามานั้นเป็นคนเดียวกัน

“น่าสงสารเนอะ อาของเราก็กำลังเจอกับเรื่องประมาณนี้เหมือนกัน”

“เหรอ” เรวดีเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาอะไรบางอย่าง พอเจอก็ส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนดูทันที

“นี่ไง ทารกน้อยที่พี่เราไปรับหน้าที่พี่เลี้ยงเฉพาะกิจให้อะ น่ารักไหม จ้ำม่ำมากเลยแหละ โตไปต้องหล่อมากแน่ๆ เลย”

คนที่กำลังเปิดหนังสือทบทวนตำราเรียนเหลือบตามอง แต่ทันทีที่ได้เห็นหน้าตาพ่อหนูตัวจ้อยในชุดสีฟ้าลายการ์ตูนในโทรศัพท์ที่เพื่อนอวด หัวใจดวงน้อยของฟ้าใสก็ไหววาบขึ้น ดวงหน้าแสดงออกถึงความตื่นเต้นและตกใจทันทีที่เห็น

“ว้าย!” ร้องอุทานพลางคว้าโทรศัพท์ของเพื่อนมาดูใกล้ๆ จนอีกฝ่ายสะดุ้งเพราะความตกใจ

“โอ๊ย ฟ้าแกจะบ้าเหรอ ตกอกตกใจหมด”

ฟ้าใสยิ้มเหมือนคนบ้า เรวดีคิดก่อนจะเลิกคิ้วสูงอีกนิดเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองแล้วบอก

“นี่มันน้องคิมของเรานี่นา เร แกต้องพาเราไปหาน้องคิมนะ”

เรวดีทำตาโต ดึงโทรศัพท์มือถือจากเพื่อนมาดูรูปเด็กทารกน้อยอีกครั้ง

“ใช่จริงเหรอ นี่มันเหลือเชื่อเลยนะแก” เรวดีทำเสียงตื่นเต้นตามไปด้วย อีกฝ่ายยิ้มแป้นพลางบอก

“บ่ายนี้มีเรียนแค่วิชาเดียว เราไปที่บ้านน้องคิมกันไหม ลองโทร.ถามพี่แกสิ ว่าบ้านอาโนชอยู่ตรงไหน”

เรวดีขมวดคิ้วนิ่วหน้า พลางเอ่ย

“จะใช่หรือเปล่า แกแน่ใจนะว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของอาแกอะ”

“อื้อ มั่นใจเกินร้อย” หญิงสาวพยักหน้ารัว ดวงตาดูกระจ่างสดใสเสียจนเพื่อนนึกแปลกใจ

“ทำไมแกดีใจออกนอกหน้าแบบนี้วะ เออๆ เดี๋ยวลองโทร.ถามพี่รุให้ ว่าบ้านไปทางไหน”

“ขอบใจนะ” หญิงสาวทำหน้าอ้อนเพื่อน เรวดีพยักหน้ารับ พอดีกับได้เวลาเรียนทั้งคู่จึงรีบเดินขึ้นอาคารทันที

 

 

 

 

ฝากงานใหม่เอี่ยมอีกเรื่องด้วยนะคะ ภาสกรอ้อนรัก โหลดได้แล้วจ้า

 

 

เมพมาร์เก็ต

ไฮเทคส์

https://www.hytexts.com/result.php?q=นิราอร

เพลย์กูเกิ้ล

https://play.google.com/store/books/author?id=นิราอร

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #20 IDFOUR (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 19:46
    คงไม่ใช่ลูกแกแน่ๆ อิโนชถ้าหน้าออกฝรั่งปานนั้น พ่อไทย แม่ไทย แต่ลูกเป็นลูกครึ่ง

    ขำเด้

    555
    #20
    0
  2. #18 AijaSolothurn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 12:41
    มาอีตอนได้มะไรท์
    #18
    0