treasury

ตอนที่ 14 : dolphin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ย. 63

Characters from fiction  ; [Fic KNB] VIOLET | 菫


APPLICATION





" ผมรึเปล่า ผมไม่น่ารักรึเปล่า ทำไมคุณถึงไม่สนใจผมสักที
โอ๊ะ แต่ผมว่าผมน่ารักนะ รับรักผมตอนนี้แถมฟรีตอนทำงานเลย คุณไม่อยากมีแฟนเป็นเชฟหน้าตาดี ๆ บ้างเหรอ "


" ความรักไม่ใช่ความลับถ้าอยากจะรักทําไมต้องปิด—อืม อันนั้นผมล้อเล่นน่ะ ฮะ ๆ
ถ้าให้ตอบแบบจริงจังล่ะก็ ย่อมเป็นความรู้สึกที่วิเศษอยู่แล้วสิครับ และแน่นอน มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ด้วย
แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วก็คงยากที่จะรักษาไว้ เพราะบางคนก็อาจจะแยกไม่ออกระหว่างความปรารถนากับความโหยหากระหาย
ยิ่งถลำลึกก็ยิ่งยากที่จะปีนขึ้นมา หากสมหวังก็ล่องลอย หากผิดหวังก็ดำดิ่งลึกอย่างยากจะหลุดพ้นเลยล่ะ "


บทที่ต้องการ : Special Role


คู่ : Sumire Mai (ถ้าไม่ได้ก็ปล่อยเบลอเได้นะคะ ;;w;;)


ชื่อ TH | ENG : มาซารุ สึบาสะ | Masaru Subasa

มาซารุ แปลว่า ชัยชนะ | สึบาสะ แปลว่า ปีก | มาซารุ สึบาสะ แปลว่า ปีกที่จะนำไปสู่ชัยชนะ , ปีกแห่งชัยชนะ ]


ชื่อเล่น : สึบาสะ


อายุ : 20 ปี


โรงเรียน : -


ชั้นปี : ปี 2 [ เขาเป็นนักศึกษาปี 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาคหกรรมศาสตร์ศึกษาอาหารและโภชนาการ ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนพอได้ยินว่าเขาเรียนสายอาหารก็ออกจะแปลกใจไม่น้อยเลยล่ะ ก็เพราะภาพลักษณ์ของเขามันไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่เขาก็เรียนเพราะทั้งชอบ แล้วก็เพื่อที่จะได้สืบต่อธุรกิจของพ่อล่ะนะ ]


ส่วนสูง / น้ำหนัก : 189เซนติเมตร/82กิโลกรัม


วันเกิด : 6 กุมภาพันธ์


กรุ๊ปเลือด : AB (เอบี)


ลักษณะภายนอก :

เสมือนกับฝันที่จับต้องได้จริง... ชายหนุ่มที่ถ้ายืนเฉย ๆ ภาบนอกก็ดูสมบูรณ์แบบราวกับเทพบุตรตัวเป็น ๆ ...แต่เพราะนิสัยพื้นฐานแล้วออกจะติ๊งต๊องไปหน่อย พอขยับทีภาพลักษณ์หล่อเหลาเพอร์เฟคก็เลยลดฮวบลงไปอีก สึบาสะเป็นพวกที่เปลือกนอกหล่อเหลา แต่ก็เล่นมุกได้ปัญญาอ่อนดีเหมือนกัน คนที่ขำก็อาจจะเกรงใจหนังหน้าของเขาก็ได้ เขาเป็นคนยิ้มง่าย ยิ้มเก่ง ดังนั้นจึงมีบรรยากาศรอบตัวน่าเข้าหา ไม่กดดัน และไม่มีกรอบของคำว่าหยิ่งอยู่ในตัวเองเลย เขาเป็นพวกที่เปิดกว้างมาก หลาย ๆ ครั้งจึงมีผู้คนรายล้อมตัวเขาจนแออัดทำให้บางคนก็คิดว่าดาราเดินมาหรอกเหรออะไรแบบนั้นเลย

ร่างกายสูงใหญ่ติดกำยำเล็กน้อยสมเป็นนักกีฬา กล้ามเนื้อประปรายตามร่างกายอย่างพอเหมาะ ทรวดทรงหุ่นที่สมบูรณ์แบบชวนมอง ผิวขาวอมชมพูเรียบเนียนเหมือนผิวเด็กยิ่งทำให้น่าเอ็นดู เส้นผมสีเงินนุ่มสลวยลื่นมือดูสุขภาพดี ดวงหน้ารูปไข่ กรอบหน้าค่อนข้างคมคายทำให้เห็นสันกราม ลูกกระเดือกที่ลำคอ และข้อกระดูกบางส่วนชัดเจน องค์ประกอบบนใบหน้าของสึบาสะเรียกได้ว่าจัดวางกันได้อย่างลงตัววิจิตรงดงาม ทั้งดวงตาสีแดงทับทิม แพขนตายาว เส้นคิ้วพาดเฉียดโค้งตัวดั่งคันศร สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากกระจับสีลูกพีชน่าจุมพิต พวงแก้มขึ้นสีตามธรรมชาติ โดยรวมแล้วใบหน้าของเขาอาจค่อนไปทางสตรีเสียหน่อย ทว่าก็ไม่ได้หวานหยดย้อยอะไร เรียกได้ว่าก้ำกึ่งระหว่างคมคายกับหวานละมุนนั่นล่ะ

สึบาสะมีการจัดการการแต่งตัวที่ดีมาก ในแต่ละวันเขาเลือกเสื้อผ้าค่อนข้างนาน เพราะเสียเวลาไปกับการเลือกให้มันเหมาะกับสภาพอากาศ สีที่ต้องลงตัวแมชกันทั้งเสื้อ กางเกง และรองเท้า หรืออาจจะปัจจัยอื่น ๆ อีกนิดหน่อย ที่จริงแล้วเขามีการแต่งตัวที่หลากหลายมาก แต่ส่วนมากก็เลือกที่จะแต่งแบบเรียบง่ายแต่ก็เรียบหรูมากกว่า อย่างเช่น เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงเวตเตอร์ รองเท้าผ้าใบกับกระเป๋าเป้สีดำ อีกอย่างก็คือ บางทีอาจใส่เสื้อไหมพรมสีเข้ม ๆ ตัดกับสีผิวของตัวเองตามด้วยกางเกงขายาวและรองเท้าหนังที่ให้ความรู้สึกดูเป็นคุณชายขึ้นมาหน่อย บางครั้งก็อาจจะสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กหนังสีดำ กางเกงขายาวหนังสีดำ ดูแบด ๆ ขึ้นมาอีกหน่อย... เขาไม่ได้มีสไตล์ตายตัวเพราะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล สถานการณ์ สมัยหรือแม้กระทั่งอารทณ์ของตัวเอง แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าทุกอย่างต้องออกมาดูดีในสายตาเขานั่นล่ะ เขาจะปล่อยให้ตัวเองโทรม ๆ เสื้อยืดกับกางเกงสามส่วนได้เฉพาะเวลาอยู่บ้านเท่านั้นแหละ

* สำหรับเครื่องประดับ สึบาสะมีของที่ใส่เป็นประจำอยู่ก็คือสร้อยคอที่พ่อของเขาให้มากับจิวต่างหูข้างซ้ายสีดำที่เขาเพิ่งไปเจาะเอาตอนขึ้นปีสอง เหตุเพราะอยากลองของตามเพื่อนเฉย ๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นแต่อย่างใด ทว่ามันก็ทำห้เขาดูดีออกนะ?

* บางครั้งสึบาสะก็เลือกที่จะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสักสองสามเม็ด เผยให้เห็นเนินกล้ามเนื้ออกนิดหน่อย จริง ๆ แล้วเขาแค่ขี้ร้อน ไม่ได้จงใจจะโชว์ขนาดนั้น แต่ถ้าอยู่ดี ๆ หน้าอกมีสิวหรือผื่นเมื่อไหร่เขาก็จะติดกระดุมอย่างเรียบร้อย... จะว่าไงดีล่ะ ถึงจะไม่ได้อยากโชว์ขนาดนั้น แต่เขาก็ต้องการความมั่นใจนะ ถ้าอกมีสิวแล้วคนเอาไปล้อก็แย่สิ


ลักษณะการพูด :

น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ออกจะแหบเล็กน้อยแต่ก็ให้ความรู้สึกเซ็กซี่ดี ไม่ได้หังดูน่าเกลียดอะไร น้ำเสียงของเขาน่าฟัง อีกทั้งพอร้องเพลงแล้วก็ยิ่งชวนให้เคลิ้มได้ง่าย ๆ เสียอีก บอกเลยว่าตัวเขาเองก็มีดีเยอะเลยนะ สึบาสะมักจะใช้คำแทนตัวเองว่า "ผม" กับคนที่ไม่สนิทหรือเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องอะไรแบบนั้น (แต่สำหรับรุ่นน้องที่สนิท เขาก็จะใช้คำว่า "พี่" ด้วยนะ) ส่วนกับเพื่อนหรือคนสนิทจะกลายเป็น "ฉัน" ไป ส่วนคำเรียกแทนคนอื่นของเขาก็มักจะมี "คุณ" ตามด้วยชื่อ หรือไม่ก็ใช้เป็นสรรพนามไป ทว่านั่นก็สำหรับคนที่เขายังไม่สนิทด้วยอยู่ดี ถ้ากับรุ่นเดียวกันหรือคนที่สนิทด้วยยังไงคำแทนก็คือ "เธอ/นาย" ตามเพศจิตใจไป ในด้านของคำลงท้ายอย่าง "ครับ" เขาก็ไว้แต่ตามสถานการณ์ ความเหมาะสม หรือไม่ก็กับคนที่ยังไม่สนิทกันเท่านั้น สึบาสะมีการพูดที่หลากหลายอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ว่าเป็นการแบ่งแยกมาตรฐานอะไรหรอก เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องของมารยาทมากกว่าน่ะนะ

example 1 ;

"รุ่นพี่! วันนี้ก็มาเยี่ยมโณงเรียนอีกแล้วเหรอคะ แต่พี่โพสต์ไว้ว่าจะมาพรุ่งนี้นี่นา" เสียงใส ๆ ของใครคนหนึ่งดังขึ้น สึบาสะหันไปมองตามเสียงก่อนจะพบกับรุ่นน้องในโรงเรียนเก่า—ที่เขาเคยเห็นหน้าบ่อย ๆ แล้วก็จำชื่อเธอได้เสียด้วย

"ไอรีนเหรอ?" เขาเลิกคิ้วขึ้น แล้วก็ดีใจที่ได้เห็นว่าหล่อนพยักหน้าเขิน ๆ ปนดีใจ "อ้อ... ครับ พอดีพี่มาหาเพื่อนก่อนน่ะ จริง ๆ ก็ว่าจะมาพรุ่งนี้นั่นแหละ แต่มันก็เร่งจนพี่ต้องรีบมานี่แหละ" ว่าจบเขาก็หัวเราะ

"เอ๋... งั้นเหรอคะ งั้นมีอะไรให้หนูช่วยมั้ย" เด็กสาวถามอีกครั้งพร้อมกับกระพริบตาปริบ ๆ

"งั้น... ช่วยนำทางพี่ดีกว่ากลับ พี่ไม่ได้มานานแล้ว กลัวจะหลงทางด้วย ยังไงก็รบกวนน้องด้วยนะครับ" สึบาสะยิ้ม ก่อนจะปล่อยให้เด็กสาวคนนั้นนำทางไป จากนั้นสองขาก็ก้าวตาม โดยในระหว่างทางก็ยังคงคุยกันไม่ขาดเหมือนเดิม

example 2 ;

"เฮ้ สึบาสะ มาช่วยงานตรงนี้หน่อยสิ นายตัดต่อวีดีโอเป็นใช่ไหม?" เสียงของเพื่อนหนุ่มคนหนึ่งดังมาตั้งแต่ตอนที่สึบาสะเดินเข้ามาในห้อง แต่เพราะเป็นตอนที่เขากำลังจะปิดประตูพอดี เขาจึงได้ยินเสียงไม่ชัดนัก เป็นเหตุให้ต้องเอ่ยถามอีกรอบ

"เมื่อกี้นี้ว่าอะไรนะ?" ชายหนุ่มเจ้าของเรือนกายสูงโปร่งเดินเข้ามาหาเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาแบ่งงานโปรเจคกันทำอยู่ในห้อง "โทษที พอดีไม่ทันได้ฟังน่ะ ฮะ ๆ"

"ฉันอยากให้ช่วยตัดต่อวีดีโอน่ะสิ เมื่อกี้ฉันลองแล้ว แต่ผลออกมาคือมันสลับที่กันไปหมดเลย ก็เลยรอนายไปซื้อของกลับมานี่แหละ" เพื่อนสนิทของเขาว่า "อ้อ แล้วก็ตัดต่อภาพปกวีดีโอให้ด้วยนะพ่อคนเก่ง"

"แหม ทีแบบนี้ล่ะชมดีจังนะ เวลาปกติไม่เห็นนายจะชมฉันแบบนี้บ้างเลย" สึบาสะเบะปากแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ แต่ปากก็ยังไม่เลิกบ่นสักที "เออ ใช่ซี่ ฉันมันก็มีประโยชน์เอาเวลาตอนที่ต้องทำโปรเจคนี่แหละ ไม่งั้นพวกนายไม่ง้อหรอก"

"อ้าว ก็รู้ตัวนี่"

"เชอะ งั้นไม่ทำให้แล้ว"

"เฮ้ย! ล้อเล่นน่า!"

example 3 ;

"เฮ้ ๆ ซีโร่ นายว่ามั้ย ว่าวันนี้ท้องฟ้าสวยจัง เหมือนท้องฟ้ากำลังจะบอกรักฉันเลย" เสียงของสึบาสะดังขึ้น ขณะช่วงเวลาพักที่เขาและเพื่อน ๆ มานั่งในสวนภายในมหาวิทยาลัยด้วยกันทั้งหมด

"อะไร นายเหงาะรึไง นั่งชมนกชมไม้ไปเงียบ ๆ สิ ไม่ต้องมายุ่งกับฉันเลยนะ"

"ใจร้ายจังแฮะ แบบนี้แปลว่าไม่รักฉันแล้วงั้นเหรอเนี่ย... ฉันเสียใจอะ" ว่าจบคนตัวใหญ่ก็เซเข้าไปซบไหล่เพื่อนอีกคน และแน่นอน—เขาโดนผลักเฉดออกมาแทบจะทันที เล่นเอาคอแทบเคล็ด

"ไม่ค่อยมีคนคุยก็แบบนี้แหละ ใคร ๆ ก็หนีหน้านายเพราะคิดว่านายมันไม่เต็มเต็งกันหมดแล้วมั้ง" เพื่อนคนหนึ่งของเขาเอ่ยปากแซวแล้วหัวเราะ

"เดี๋ยวเถอะ ถ้าล้อฉันอีกคราวหลังฉันจะไม่ช่วยเขียนรายงานให้แล้วนะ"

"โอ้โหแฮะ สึบาสะ นายนี่มันทั้งหล่อทั้งเท่ เทพบุตรลงมาจุติเป็นเพื่อนกับฉันชัด ๆ เลย ว้าว!"

ฟังดูก็รู้ว่าเพื่อนของเขาประชด...แต่เอาเถอะ นั่นคำชม เขาชอบ (จริง ๆ คือบ้ายอ...)

example 4 ;

"เฮ้... เป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย สภาพดูไม่ค่อยดีเลยแฮะ" สึบาสะเอ่ยขึ้น เมื่อมาตามนัดของเพื่อนของตัวเองแล้ว แต่ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องพัก เขาก็เห็นร่างของเพื่อนตัวเองนั่งขดตาดำคล้ำอยู่บนเตียงเงียบ ๆ คนเดียวเสียอย่างนั้น "ไหนว่าไง เป็นอะไร บอกฉันได้นะเพื่อน" ว่าแล้วเขาก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ เพื่อนหนุ่ม

"เฮ้ย... ฉันเลิกกับเธอแล้วนะ แล้วรู้มั้ยว่าคำสุดท้ายที่เธอพูดกับฉันมันคืออะไร?" เพื่อนของเขาเงยหน้าขึ้น แล้วสบตากับผู้มาใหม่—เพื่อนที่เขาไว้ใจที่สุดนั่นล่ะ ถึงเวลาปกติออกจะดูไร้สาระไปหน่อย แต่เขายืนยันได้เลย ว่าเวลาแบบนี้แหละ สึบาสะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการปลอบใจเขาแล้ว

หลังจากพูดเล่าระบายเรื่องราวต่าง ๆ จบแล้ว สึบาสะที่เลือกที่จะเงียบเพื่อฟังอีกฝ่ายมานานก็เริ่มพูดขึ้นมาบ้าง

"...ก็ไม่เห็นแปลกเลยนี่นา นายคิดว่าคนเราจะสามารถยิ้มได้ตลอดเวลาจริง ๆ น่ะเหรอ—ไม่จริงหรอก เดิมทีแล้วมนุษย์ก็ย่อมมีช่วงเวลาที่อ่อนแอกันทุกคนอยู่แล้ว นายบอกว่าเธอหาว่านายทำตัวไม่สดใสเหมือนเดิมใช่ไหม... อืม แบบนั้นฉันว่าก็ดูจะเกินไปหน่อยนะ..." เขาหลุบตาต่ำลง "คือ...ฉันก็ไม่มีสิทธิ์จะตัดสินหรอกว่าเธอดีหรือแย่กันแน่ที่ทำแบบนี้ แต่นายก็ต้องนึกให้ออกนะ ว่าการที่นายนั่งเสียใจอยู่แบบนี้ ไม่ไปเรียน ไม่กินข้าวไปเรื่อย ๆ มันส่งผลดีหรือแย่กันแน่"

"..."

"การบอกให้ลืมอะไรมันเป็นเรื่องยากใช่ไหมล่ะ งั้นนายก็จำไว้ก็ได้...แต่จำไว้เป็นบทเรียน จำไว้เป็นหนึ่งในความทรงจำ บทหนึ่งของเรื่องราวชีวิต หรือจะอีกหนึ่งประสบการณ์ความรักก็ได้... ถ้ายิ่งพยายามลืม ก็แปลว่านายกำลังหนีอยู่นี่นา งั้นหันไปเผชิญหน้ากับมันดีกว่า เสียใจให้พอ แล้วลุกขึ้นมาใหม่ สู้จนล้มได้ ก็ต้องลุกได้เหมือนกัน ฉันอยู่กับนายเสมอนะ" ชายหนุ่มยิ้ม แล้วดึงเพื่อนมากอดไว้หลวม ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่เห็นอีกฝ่ายร้องไห้ ไม่ได้รังเกียจ แล้วก็ไม่ได้คิดว่ามันน่าอายด้วย คิดแค่ว่ามันก็ปกตินี่นา...ที่คนเราจะมีช่วงเวลาที่อ่อนแอ

เวลาผ่านไปอีกสองชั่วโมงกว่าเพื่อนของเขาจะพูดคุย และปรับอารมณ์ได้ ถึงตอนนั้น สึบาสะก็กลับมาเป็นแบบเดิมแล้ว...

"ซีโร่ กอดฉันไม่ปล่อยแบบนี้นี่นายแอบปิ๊งฉันเหรอ ถ้าชอบฉันก็บอกตรง ๆ ได้นะ ไม่ต้องอยู่แบบเฟรนด์โซนหรอก โอ๋ ๆ ฉันเข้าใจนะ เข้าใจ..."

"สึบาสะ"

"จ๋าจ๊ะ?"

"ไปตายซะไป"

"ไม่ไปหรอกจ้า ถ้าจะให้ไปเราก็ไปด้วยกันสิ รักเราจะได้อยู่ยงคงกระพันไง"

"สึบาสะ!!"

example 5 ;

อากาศเริ่มเย็นแล้ว ดูเหมือนหิมะกำลังจะตก ช่วงปลายปีที่สึบาสะกำลังจะขึ้นปีสองมาถึง เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สึบาราชิ พี่ชายของเขากลับมาเยี่ยมที่บ้านหลังจากหายหน้าหายตาไปทำงานเสียนาน

"สึบาสะ ทำอะไรอยู่เหรอ" ว่าแล้วเสียงของคนที่เขากำลังนึกถึงอยู่ก็ดังขึ้น สึบาสะละมือจากการหั่นผักแล้วหันไปมองคนเป็นพี่ชายก่อนจะส่งยิ้มให้

"ทำอาหารน่ะสิครับ คืนนี้มีหม้อไฟนะ ผมว่าจะทำไว้เผื่อพ่อแม่กับพี่ด้วย เลยซื้อของมาเยอะเลย ก็เลยต้องหั่นของเยอะอีก" เขาตอบ ทำทีเหมือนจะบ่น แต่จริง ๆ แล้วก็สนุกอยู่ลึก ๆ นั่นแหละ

"งั้น...ให้พี่ช่วยอะไรไหม พี่อาจจะพอทำได้นะ" ชายหนุ่มเสนอ แต่แล้วสึบาสะกลับส่ายหน้ายิ้ม ๆ 

"ล้างผักกับเนื้อก็พอครับ พี่น่ะ จับแต่มีดหมอนี่ มาจับมีดทำครัวทีไรก็ทำบาดมือตัวเองทุกที พิลึกคน"

สึบาราชิเบ้ปากเล็กน้อย "นายนี่ก็ชอบล้อคนอื่นเขาซะจริงนะ ขอให้มีดบาดมือจริง ๆ เถอะ..."

"โอ๊ย!"

"อะอ๊ะ! มีดบาดเหรอสึบาสะ!?" คนเป็นพี่มีสีหน้าร้อนรนทันที รียวิ่งถลาเข้าไปหาน้องชายด้วยความเป็นห่วง ทว่าผลตอบกลับมาก็คือ...

"เปล่าครับ ผมแกล้งพี่เล่นน่ะ เวลาพี่ทำหน้าเหวอนี่ก็น่ารักดีนะ" ร่างสูงหัวเราะลั่น ในขณะที่คนพี่หน้าแดงไปหมดแล้ว

"สึบาสะ เด็กบ้า!!" เสียงแว้ดดังขึ้น พร้อม ๆ กับฝ่ามือของสึบาราชิที่ฟาดป้าบเข้าที่แขนของสึบาสะจัง ๆ

example 6 ;

"สึบาสะ เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ?" คำถามจากเพื่อนคนสนิทของเขาดังขึ้น ขณะที่กลุ่มเพื่อนร่วมคลาสคนอื่น ๆ เดินออกไปแล้ว...ซึ่งนั่นก็ถือว่าดีแล้วล่ะ เพราะพวกนั้นเข้ามาหาเรื่องชัด ๆ แกล้งลบไฟล์งานของคนทั้งสาขาไม่พอ ยังมีหน้าจะมาด่าเขาอีก

"เปล่า เปล่า สบายดี" สึบาสะยังคงยกยิ้มให้กับซีไร่ แม้ในใจจะเริ่มร้อนไปด้วยเปลวเพลิงของความโกรธเคืองแล้วก็ตาม ทว่าเขาก็เลือกที่จะปกปิดมันเอาไว้ แสดงสีหน้าและท่าทางให้ดูปกติที่สุด "เอ้อ ได้ยินว่ามีร้านไดฟุกุเปิดใหม่แถว ๆ นี้ด้วยนี่นา ไปด้วยกันหน่อยไหม คลายเครียดเรื่องงานที่ถูกลบออกไปไง"

"ไม่เป็นไรแน่นะ" ซีโร่หรี่ตา แต่แล้วก็โดนสึบาสะจับไหล่ บังคับให้หันหลัง ก่อนจะถูกดันให้เดินออกไป

"น่า ๆ บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ อ๊ะ!...แต่ว่าก่อนหน้านั้นฉันขอไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มก่อนนะ พอดีวันนี้พกเงินสดมาน้อยน่ะ อาจจะไม่พอจ่ายก็ได้ แล้วฉันก็ลืมเอามือถือมาด้วย คงจ่ายผ่านแอพไม่ได้แน่ ๆ" สึบาสะว่า ก่อนจะดันหลังเพื่อนไปจนถึงป้ายรถเมล์ จากนั้นก็แยกตัวออกมา

และใช่...ตอนนี้เขากำลังโกรธ แต่ก็พยายามสงบจิตสงบใจตัวเองอยู่เงียบ ๆ คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาช้า ๆ เขาเดินมาหลับมุมตรงสวนสาธารณะใกล้ ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยายามที่จะสลายอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองให้หายไป

...ถ้ามีหลักฐานไปฟ้องอาจารย์แบบนั้นทุกคนก็คงไม่เดือดร้อนอะไร ในมหาวิทยาลัยก็มีกล้องวงจรปิดเยอะแยะเสียด้วย แบบนั้นก็คงแก้ไขอะไรได้บ้างล่ะ—หลังจากใช้เวลาอยู่หลายนาที สึบาสะก็ทำสำเร็จ เขาผ่อนคลายลง แล้วกลับไปหาเพื่อนได้อีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่ได้ยกโทษให้กับพวกบ้านั่น แต่เขาก็ไม่คิดจะปรี๊ดแตกให้เป็นเรื่องใหญ่อยู่ดี อย่างน้อย ๆ ถ้าจะเอาคืน...ก็ต้องเอาคืนอย่างมีสมองและใจเย็นที่สุดสิ


อุปนิสัย :

_____star

กล่าวได้เต็มปากเลย ว่าคนแบบสึบาสะน่ะ ออกจะเฉิดฉายไม่แพ้ใคร เป็นดาวเด่นได้อย่างไม่ยากอะไรด้วย แม้จะไม่ได้โดดเด่นไปหมดซะทุกด้าน แต่ในด้านที่เขาถนัดเห็นชอบจริง ๆ สิ่งนั้นก็ยิ่งผลักดันให้เขาดูราวกับเป็นเด่นที่เปล่งประกายเลยทีเดียว ในสมัยที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียน ตัวเขาก็มักจะเป็นที่พูดถึงบ่อย ๆ เสียด้วย เรียกได้ว่าเป็นคนดัง เป็นหนุ่มป๊อปที่คนทั้งโรงเรียนจะต้องได้ยินชื่อผ่านหูมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ไม่ใช่ว่าสึบาสะเก่งไปหมดทุกด้านหรอก... แต่ด้านที่ไม่ถนัด ก็ยังถือว่าทำได้บ้างอย่างไม่ได้ห่วยแตกบัดซบอะไร หลาย ๆ คนต่างก็ชื่นชมเขาเสมือนกับว่าเป็นไอดอลประจำโรงเรียน เรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ฟังดูเว่อร์เกินจริงไปเลย สึบาสะเป็นแบบนั้นจริง ๆ แล้วเขาก็ภูมิใจในตัวเองมาก ๆ เสียด้วย ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัย แม้จะเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง เขาก็ยังคงป๊อปปูล่าไม่เปลี่ยน ส่งชื่อเสียงสะท้อนกลับเข้ามาในโณงเรียนเสียอีกต่างหาก เล่นเอารุ่นน้องที่คอยติดตามเขาผ่านโซเชียลพูดถึงกันไม่ขาด เรียกได้ว่าเป็นคนที่เป็นที่รู้จักไปทั่ว เป็นที่พูดถึงแม้ตัวจะไม่ได้อยู่ทุกที่เลยล่ะ

โอ้ และถ้าพูดถึงโซเชียลแล้ว สึบาสะเองก็มีหลากหลายช่องทางเสียด้วย ทั้งไอจี เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ฯลฯ และอีกหลาย ๆ ช่องทาง ส่วนมากแล้วเขาก็จะอัพเดทชีวิตประจำวันไปเรื่อย บ้างก็ติดตามกีฬา บ้างก็ติดตามข่าวบันเทิงหรือกิจกรรมของคณะต่าง ๆ นา ๆ ดูเป็นอะไรที่แสนจะธรรมดา แต่ผู้ติดตามของเขาก็เยอะแยะอยู่พอสมควรเลยล่ะ... ก็นะ เขาน่ะ เป็นพวกหน้าตาดี แถมมีความสามารถ คงไม่แปลกอะไรเลยหากจะถูกจับตามองเสียหน่อย ทว่าต้องขอบอกก่อนเลยว่าเห็นแบบนี้แล้วสึบาสะไม่ค่อยมีคนคุยหรอกนะ ใช่—เกือบจะไม่มีเลยสักคนเดียว... น้อยจนน่าแปลก เป็นหนุ่มฮอตไฟแรง นิสัยดี โปรไฟล์ดี แต่ไม่มีทั้งแฟนทั้งคนคุยจริง ๆ จัง ๆ เลยสักคน อาจจะมีก็แค่ไม่กี่คนที่มีความกล้าพอจะคุยกับเขา ฟังดูตลกนะ แต่จะตลกยิ่งกว่านี้อีกเมื่อเหตุผลที่เขาไม่ค่อยมีคนคุยนั้นเป็นเพราะว่าใคร ๆ ต่างก็คิดว่าเขาอาจจะเจ้าชู้ หรือไม่ก็มีคนคุยเยอะเป็นกองพะเนินอยู่แล้วนั่นแหละ ทำให้ใครต่อใครต่างก็ตามเขาในฐานะแฟนคลับหรือเพราะความปลื้มเฉย ๆ มากกว่า เห็นเป็นดาวเด่นแต่ก็ชื่นชมเหมือนกับดาราหรือไอดอลเท่านั้น ไม่จับต้องให้เกินตัว ไม่เข้าหาเกินไป ...สรุปแล้วสึบาสะก็โสดสนิทนั่นแหละ คนคุยก็น้อยเพราะส่วนมากไม่กล้าทักเข้ามา แล้วเขาก็ไม่อยากทักไปก่อนด้วย น่าสงสารเขาออกนะ?

____prince?

ในเหตุผลของการที่สึบาสะถูกปลื้มและถูกชื่นชมนั้นย่อมมีค่อนข้างมากอยู่แล้ว เชื่อไหมว่าตอนที่เขาเรียนอยู่ในโรงเรียน ฉายาของเขามันน่าหมั่นไส้นัก เจ้าชายเดินดิน... แค่ฟังใคร ๆ ก็คงจะเบะปากอย่างหมั่นไส้แล้ว ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าได้เห็นหรือทำความรู้จักเขาจริง ๆ คุณก็อาจจะเปลี่ยนความคิดไปก็ได้ ที่บ้านของสึบาสะจัดว่ามีฐานะดีมาก นามสกุลของเขาเป็นที่รู้จักกว้างขวาง เรียกได้ว่าร่ำรวย หน้าตาดี แล้วนิสัยก็เข้าถึงง่าย ไม่หยิ่งยโสอะไรอีก ใครเล่าจะไม่มองว่าเขาดูเหมือนเจ้าชายน่ะ สึบาสะเป็นพวกที่ไม่ถือตัว ยินดีกับคนที่ได้ดีกว่า ยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ และเห็นชอบในการแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีกับคนอื่น ๆ เสมอ ซึ่งนั่นก็นับเป็นข้อดีที่ใครต่อใครต่างก็เห็นได้ชัดทีเดียว รอยยิ้มของเขามักเห็นได้บ่อยหรืออาจจะตลอดเวลา สึบาสะเป็นคนที่เป็นมิตร เข้าหาง่าย และเปิดกว้างมาก ๆ แม้จะแอบเสียเรื่องที่ชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่วในรูปแบบที่แอบดูน่าหมั่นไส้แต่ก็ต้องยอมรับนะว่ามันก็ดูมีเสน่ห์จริง ๆ นั่นแหละ ด้านคำพูดก็มีบ้างที่หยอกล้อและปล่อยคำหวานใส่ เขาเป็นคนพูดเก่ง เพราะงั้นจึงมีหลายคนเลยล่ะที่อยากจะคุยกับเขา สึบาสะไม่ได้ถึงกับคุกคามใครขนาดนั้น ในการหว่านเสน่ห์ของเขาอาจจะมีแค่ยิ้มให้ เข้าหาด้วยรอยยิ้มและแอบมีขนมติดไม้ติดมือไปนิดหน่อย ดูเหมือนจะจีบแต่จริง ๆ ก็ไม่ เพราะเขาทำแบบนี้กับทุกคน ซึ่งมันก็มีบ้างนะที่บางคนคิดว่าเขาชอบเลยเข้าหาแบบนี้น่ะ ซึ่งสึบาสะก็ไม่ค่อยทราบเรื่องนี้หรอก เขามักไม่คิดมากอะไรแล้วเล่นหว่านเสน่ห์ไม่ก็เทคแคร์อีกฝ่ายเหมือนจะจีบต่อไปเรื่อย ๆ เสียมากกว่า เพราะถ้ารู้ ตัวเขาก็คงจะค่อย ๆ ห่างออกมาจากคนคนนั้นน่ะสิ ด้วยความที่เขาน่ะอบเล่นแบบนี้กับทุกคน แต่ก็ไม่ได้อยากให้ใครมองว่าเขากำลังให้ความหวังแล้วกำลังจะตัดเยื่อใยอย่างใจร้ายน่ะ

สึบาสะเป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างเจ้าสำราญ รักสนุก ร่าเริง ยิ้มง่ายและสดใสราวกับดอกทานตะวัน จึงไม่แปลกเลยหากว่าใครต่อใครจะหลงเสน่ห์เขาเอาได้ง่าย ๆ มองว่าเหมือนกับเจ้าชายตัวน้อย ๆ ที่น่ารัก แต่ก็อย่างที่บอก ว่าเขาน่ะรักสนุกจะตาย การจะเข้าไปหว่านเสน่ห์คนนั้นคนนี้แล้วสร้างความประทับใจให้หลาย ๆ อย่างนั่นน่ะเกิดขึ้นได้กับทุกคนอยู่แล้ว คนอย่างเขา จะบอกว่าเจ้าชู้ก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก ในเมื่อเขายังไม่เคยคบใครเลยนี่นา ไม่ค่อยมีคนคุยเสียด้วย เพียงแต่มีคนแอบชอบเขาเยอะอยู่พอสมควร เขาทำเพียงแค่ทำท่าทีเหมือนจะจีบคนนั้นคนนี้ตลอดเวลาเท่านั้น ดูแล้วเหมือนคนที่ไม่ได้ชอบใครจริงจัง ไม่ได้มีใครในหัวใจแต่ก็ชอบเล่นหว่านเสน่ห์หยอดคำหวานใส่คนนั้นคนนี้จนน่าตบให้คว่ำ แล้วเขาก็ถนัดนัก เรื่องการคุยต่อหน้าเนี่ย สึบาสะเป็นพวกที่แปลกแยกออกไปตรงที่ไม่ถนัดพิมพ์แชท แต่จะชอบใช้ปากพูด ใช้เสียงสื่อสารนี่แหละ แม้แต่ในห้องแชทของเขากับเพื่อนก็จะไม่ค่อยเห็นสึบาสะพิมพ์อะไรกลับมานักหรอก มีแต่อัดเสียง อัดเสียง แล้วก็อัดเสียง ซึ่ง...อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลย เขาขี้เกียจพิมพ์น่ะ แล้วก็เรียบเรียงประโยคได้ไม่ดีเท่ากับคำพูดจากปากด้วย

_____gregarious

สึบาสะเป็นคนที่เข้าสังคมเก่งมาก นอกจากนั้นเขายังกล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำกล้าถาม กล้าไปหมดจนเกือบจะ...ดูหน้าด้าน แต่หน้าด้านในทางที่ดีนะ? ด้วยความที่เป็นคนร่าเริงสดใส เฟรนด์ลี่และชอบเข้าหาคนอื่นก่อนเสมอ ๆ อยู่แล้วก็ยิ่งตีความได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ ว่าสึบาสะน่ะคงจะเป็นศูนย์กลางของเพื่อน ๆ หรือคนรอบตัวได้อย่างไม่ได้ยากเลย อย่างที่บอกว่าเขาเป็นพวกรักสนุกจึงไม่เป็นปัญหาอะไรกับการใช้ชีวิตอยู่แล้วออกจะดีด้วยซ้ำที่เขาเข้าสังคมบ่อย ๆ ได้ทำความรู้จักกับผู้คนมากมาย สึบาสะชอบที่จะทำความรู้จักกับผู้คนหลากหลาย ชอบที่จะค่อย ๆ สนิทสนมและพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อย ๆ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้ชอบคุกคามใคร... เขาเพียงแต่อยากทำความรู้จักเอาไว้เท่านั้น ในการทำความรู้จักของเขา ก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายแอบแฝงเสียด้วย บางคนอาจจะมองว่าการที่สึบาสะทำความรู้จักกับผู้คนมากมายรวมถึงสาว ๆ มากหน้าหลายตาอาจจะเป็นเพราะว่าเขาต้องการที่จะจับพวกเธอให้อยู่หมัด หรือไม่ก็สยบพวกเธอเอาไว้อะไรแบบนั้น แต่ความจริงแล้วเปล่าหรอก... สึบาสะไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย เขาเพียงแค่ชอบที่จะรู้จักผู้คนมากมายอาจรู้จักไว้ในฐานะพี่น้อง เพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนร่วมคณะ เพื่อนร่วมเดินทาง บลา ๆๆ อีกหลาย ๆ อย่าง ในมุมมองของสึบาสะนั้นไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อน พี่น้อง หรือจะอะไรก็ตามเขาก็มองว่ามันสำคัญทั้งนั้น และในเมื่อสำคัญ ในอนาคตก็อาจจะได้ช่วยเหลือกันนั่นแหละ รักกันไว้ดีกว่าน่ะ เคยได้ยินไหม? อีกอย่าง เขาก็คิดเอาว่าการทำความรู้จักกันเอาไว้ เป็นมิตรกันและกัน ดีกว่ามองหน้าหาเรื่องแล้วพุ่งเข้าไปต่อยนี่นา

เป็นที่แน่นอนว่าคนรู้จักของสึบาสะจะต้องมีมากอยู่แล้ว เขาอาจดูเหมือนคนดังสักคนที่ไปทางไหนก็มีแต่คนเอ่ยปากทักทาย แล้วเจ้าตัวก็ตอบรับ แถมพูดคุยด้วยเป็นปกติไป แม้แต่ระหว่างทางที่สึบาสะจะเดินออกไปซื้อขนมปากซอยก็ยังมีคนโบกมือทักทาย มีคนเรียกชื่อแล้วเอาขนมที่ทำไว้มาให้ มีคนเอาของขวัญที่ได้มาจากการเที่ยวต่างประเทศมาให้ หรืออีกหลาย ๆ อย่างที่กำลังบ่งชี้ว่าเขามันพวกศูนย์กลางของสังคมรอบ ๆ ตัวคนหนึ่งนี่เอง เรียกได้ว่าเขาก็คงเปรียบเสมือนกับดาราที่ไม่ได้เข้าวงการบริษัทล่ะมั้ง คนรู้จักเยอะซะขนาดนี้น่ะ อ้อ—แล้วระดับของคนที่สึบาสะรู้จักมักเชื้อก็มีตั้งแต่คนธรรมดาไปจนถึงบุคคลระดับประเทศเลยเชียว เพราะครอบครัวของเขาก็เรียกได้ว่ามีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคมอยู่พอสมควร บวกกับความที่เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ด้วยแล้วก็ยิ่งไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ไปกันใหญ่ ทั้งดารานักแสดงนักร้องหรือแม้แต่นักธุรกิจคนอื่น ๆ เขาก็สนิทเยอะอยู่นะ

_____reliable

เขาเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี พูดเก่ง คารมดี ปากหวานแต่บางครั้งก็กวนประสาทจนน่ายิงทิ้ง... อ่า มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ สมองของสึบาสะนั้นจัดได้ว่ามีกระบวนการคิดที่ดีในหลาย ๆ ด้าน แต่น่าหงุดหงิดนักที่มามีดีด้านการคิดคำพูดได้รวดเร็ว ปากไวฉับ ๆ พูดไม่หยุด พูดมากน้ำไหลไฟดับจนแทบไม่ได้สนใจเลยว่าฝ่ายตรงข้ามได้ฟังรึเปล่า—อ้อ แต่ความจริงแล้วเขาสนใจนะ แบบว่า...พอพูด ๆ ไปแล้วถึงจุดจุดหนึ่งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ฟังก็จะบ่นโอดครวญสะดีดสะดิ้งจนน่าต่อยหน้าแหกสักเปรี้ยงอะไรแบบนั้นน่ะ สึบาสะเป็นพวกที่ว่าทำตัวเล่น ๆ ไปวัน ๆ ดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยสนใจเรียนเท่าไหร่ แต่ก็ต้องขอบอกก่อนเลย ว่าพื้นฐานเดิมทีแล้วเขาเป็นคนฉลาดมากเลยล่ะ ผลการเรียนของเขาก็สูงเสียด้วย ทำเอาหลาย ๆ คนอิจฉาเขาที่เกิดมาแล้วมีพร้อมทั้งหน้าตา เงินทองและสมอง แต่พอสึบาสะได้ยิน เขาก็ทำแค่ยักไหล่ แล้วบอกว่าไม่ใช่สักหน่อย เพราะความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องหรอก ทว่าเรื่องที่เขาไม่ถนัดเขาก็แค่ไม่ได้แสดงออกมาให้ใครเห็นนักก็เท่านั้นเอง สึบาสะเป็นพวกที่เหมือนจะทำตัวไร้สาระไปวัน ๆ อย่างจีบสาว เดินเล่น กินขนม แอบมาเล่นกีฬา โอดครวญลงโซเชียล และอีกหลาย ๆ สีรกรรมอันไร้สาระมากมายที่ทุกคนมักจะเห็นจนชินตา ซึ่งนั่นไม่ใช่ตัวการันตีว่าคนแบบเขามันไร้อนาคตหรอก (ถึงจะดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ) สึบาสะน่ะ พึ่งพาได้มากกว่าภาพลักษณ์ที่ทุกคนเห็นซะอีกนะ

ในเวลางานหรือมีเรื่องจริงจังเข้ามา สึบาสะก็จะเป็นบุคคลที่พึ่งพาได้มากจริง ๆ เขาอาจดูเหมือนพวกที่เล่น ๆ ไปหมดทุกเรื่อง แต่นั่นน่ะ ไม่จริงหรอก กับเรื่องที่ต้องซีเรียสจริงจัง เขาก็วางตัวถูกเสมอ ไม่ทำตัวไร้สาระจนดูเหมือนไม่สนใจเกินไป และไม่เคร่งเครียดจนทำให้อีกฝ่ายกดดันไปด้วย มันอาจจะหายากหน่อยที่เขาจะสลัดคราบเดิมออกแล้วหันมาจริงจังกับใครเขาเสียบ้างทว่ามันก็มีอยู่จริง ๆ นะ... ยกตัวอย่างเช่นเวลาใครมีปัญหาจริงจังเขาก็จะให้คำปรึกษาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ หรือมีงานใหญ่ ๆ เข้ามา สึบาสะก็สามารถเป็นผู้นำและคอยจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ดีมากจนน่าทึ่ง มีทั้งความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ตรงเวลาและรักษาสัญญาที่ให้ได้ สุดท้ายคือเรื่องความรัก...อืม หมายถึงว่า ถ้าเขาเข้าไปเล่นกับใครมาก ๆ แล้วอีกฝ่ายดันชอบเขาเข้าจริง ๆ แต่เขาไม่ได้ชอบเธอกลับ เขาก็จะทำตัวจริงใจด้วยการพูดความจริงออกไปตรง ๆ แต่ใช้คำพูดที่นุ่มนวล เขาจะค่อย ๆ ห่างออกมาเพื่อให้เธอทำใจได้เอง แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดถีบหัวส่งออกไป ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าการที่เขาทำตัวเฟรนด์เข้าหาคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยมันดูเหมือนคนไม่จริงใจ ไม่นึกถึงความรู้สึกใคร แบบนั้นน่ะ ไม่จริงหรอก... ความจริงแล้วสึบาสะใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น ๆ มากกว่าที่คิดเยอะ เขาจับสังเกตได้ไวเสมอว่าใครรู้สึกยังไง เครียด หรือกำลังดีใจ แล้วเขาก็ใส่ใจฝ่ายตรงข้ามเอามาก ๆ ด้วยทั้งการดูแลเทคแคร์ เพียงแต่เขาไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนนักเท่านั้นเอง

โดยสรุปแล้วผู้ชายคนนี้ก็ได้เรื่องอยู่นะ แค่เปลือกนอกดูปัญญาอ่อนไปหน่อยเท่านั้นเอง อาจจะหลงตัวเองบ้างบางเวลา อาจจะกวนประสาทคนนั้นคนนี้ แหย่เขาไปเรื่อย หว่านเสน่ห์และจีบคนอื่นทุกพื้นที่ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็เปนผู้ชายที่พึ่งพาได้คนหนึ่งเลย มีจิตใจที่มั่นคงและเข้มแข็งในแบบที่ให้คนอื่นเข้ามาพักพิงและคอยแชร์เรื่องราวต่าง ๆ ให้ได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ความมั่นคงอบอุ่นอ่อนโยนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ทำให้ใครหลาย ๆ คนปลาบปลื้ม แม้แต่เพื่อน ๆ ของเขาก็ยังเอ่บปากชม... แต่พอสึบาสะเห็นว่าอีกฝ่ายดีขึ้นแล้ว เขาก็กลับมาทำตัวปัญญาอ่อนแบบเดิม...เอ่อ หมายถึงว่า กลับมากวนประสาท ช่างแกล้งช่างแหย่เหมือนเป็นโรคจิตที่ชอบให้คนเขาหงุดหงิดใส่น่ะ แล้วก็กลับมาชื่นชมหนังหน้าตัวเอง หรือจะทำอะไรก็ตาม คำนิยามโดยสรุปก็คือทำตัวน่าถีบให้คว่ำแบบเดิม ลุคเจ้าชายเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหายไปเสียแล้ว...แต่ก็นะ มันยากที่จะลืมเลยล่ะ สึบาสะในช่วงเวลานั้นน่ะ—ใครจะลืมได้ลงล่ะ จริงไหม?

____outspoken

หลายคนชอบบอกว่าสึบาสะเป็นพวกที่ไม่มีความชัดเจนหรือไม่มีความสนใจกับอะไรมากมายนัก... แต่ก็นั่นแหละ หลาย ๆ อย่างผู้คนมักจะมองสึบาสะผิดไปเยอะ ความจริงแล้วมันก็แค่เพราะว่าถ้ายังไม่มีอะไรที่สึบาสะสนใจจริง ๆ เขาก็จะยังไม่ออกอาการอะไรต่างหาก แต่บอกเลยว่าเมื่อไหร่ที่เขาชอบหรือสนใจอะไรขึ้นมา เขาก็จะชัดเจน ถึงขั้นชัดเจนมาก ๆ ถึงมากที่สุดทีเดียว ไม่ว่าจะเรื่องคณะที่อยากเรียน ผู้หญิงที่ชอบ วิชาเรียนที่ชอบ กีฬาที่ชอบ อาหารที่ชอบหรือจะอะไรก็ตาม เพื่อน ๆ ของเขามักจะรู้ได้เองโดยที่สึบาสะไม่จำเป็นจะต้องเอ่ยปากบอกตรง ๆ หรอก เพราะการแสดงออกของเขามันก็เรียกได้ว่าชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดอยู่แล้วนี่นะ ตัวอย่างเช่น...ชอบวิชาวิทยาศาสตร์ ปากของเขาก็เถียงกลับกับเพื่อน ๆ เสมอว่ามันสนุกมาก สนุกมาก และสนุกมาก!! รวมทั้งคะแนนของเขาก็สูงมากเสียด้วย เพื่อน ๆ ของเขาก็ถึงบางอ้อกันทันที...ว่าไอ้หมอนี่น่าจะชอบวิชานี้ที่สุดนั่นล่ะ อีกอย่างก็คือเรื่องของกิน... สึบาสะชอบไวท์ช็อกโกแลตมาก เพื่อน ๆ ของเขามักจะเห็นเขาซื้อติดตัวมาบ่อย ๆ แอบกินแม้กระทั่งเวลาเรียน เวลาทำรายงาน ก่อนนอน ตื่นเช้า พักกลางวัน หรือแม้แต่ก่อนจะอาบน้ำ (?) กินเยอะกินแยะจนเพื่อนของเขาก็รู้กันหมดแล้วล่ะ ว่าชอบน่ะ... อีกอย่าง สึบาสะก็ไม่คิดจะปกปิดด้วย ในเมื่อเขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรนี่ ถ้าจะเปิดเผยตัวตนของตัวเองให้ใครต่อใครได้รู้น่ะ

สิ่งที่สึบาสะโผงผางตรงไปตรงมาก็มีแค่เรื่องเกี่ยวกับความเป็นตัวเองในแบบที่ไม่ได้เสียมารยาทหรือไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอย่างแพชชั่นส่วนตัวหรือพวกความชอบกระจุกกระจิกเล็ก ๆ น้อย ๆ กับคนที่ชอบก็เหมือนกัน... ถ้าเขาชอบใครจริง ๆ เขาก็จะพุ่งตรงไปหาคนคนนั้น และจริงจังเป็นพิเศษ แบบว่า...พิเศษมากกว่าที่ทำทีเล่นทีกับทุกคนจริง ๆ นะ (ทว่าก็น่าเศร้าที่คนคนนั้นอาจจะมองว่าเขามาจีบเธอเล่น ๆ น่ะสิ เล่นเอาเวรกรรมติดจรวดกลับมาตอกหน้าเขาแล้วไหมล่ะ) แต่ว่านะ ถึงสึบาสะจะจริงจังกับคนที่ชอบจริง ๆ แล้ว ถ้ามีคนอื่นเข้ามาชอบคนคนเดียวกับคนที่เขาชอบอีก...เขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก ในเมื่อคนเรามีสิทธิ์ที่ชอบคนคนเดียวกันได้นี่นะ ขาไม่ได้งี่เง่าพอจะตะโกนว่า "คนนี้ฉันจองแล้ว ใครห้ามยุ่ง!" แน่ ๆ เพราะถ้าอะไรที่มันดูเหมือนเด็กงี่เง่าเกินไป...เขาก็ไม่ทำหรอก อย่างน้อยเขาก็โตแล้วนี่นะ ยังไงก็ต้องมีความเป็นผู้ใญ่อยู่ในตัวบ้างล่ะ อีกอย่าง ต่อให้ชอบมากแค่ไหน แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยเขาก็จะยอมถอยออกมาดี ๆ เอง (พูดเหมือนพระเอกนะ แต่ในใจร้องเอ๋งเป็นหมาหงอยแล้วล่ะ น้ำหยดลงหินทุกวัน แต่ทำไมหินบอกว่าเป็นได้แค่พี่น้องล่ะ ทำไมนะ ทำไม ทำไม ทั้งที่ผมก็หน้าตาน่ารักแถมหล่อขนาดนี้แล้ว)

_____patient

หลายคนอาจไม่รู้ ว่าความจริงแล้วเขาก็เป็นคนตลกนะ ทั้งตลกแบบปกติ และประสาทแดกเลยล่ะ ความน่าปวดหัวของเขาอยู่ที่ความกวนประสาทนี่ล่ะ บางครั้งก็ออกท่าทีสะดีดสะดิ้งเง้างอนจนน่าตบ บีบเสียงให้เล็กเพราะอยากออดอ้อนบ้างล่ะ เอาหัวถูกแขนคนอื่นเพราะคิดว่าตัวเองน่ารักบ้างล่ะ แล้วก็อีกหลาย ๆ วีรกรรม...โอย ถึงจะบอกว่าเขาไม่ได้ทำตัวปัญญาอ่อนแบบนี้เสมอไปก็เถอะ แต่ถ้าเห็นแล้วมันก็แอบหงุดหงิดไม่ได้เลยนี่นา กระนั้นสึบาสะก็ไม่ได้มุ่งร้ายกับใครหรอก ต่อให้กวนประสาท แต่มันก็ไม่ได้ล้ำเส้น...หมายถึง เขาไม่ได้คุกคาม ไม่ได้ดูถูกใคร เขาให้เกียรติ แต่ก็แหย่เล่นในแบบที่พอเหมาะ ไม่รุนแรงจนทำให้อีกฝ่ายเสียสุขภาพจิต (แต่อาจจะเสียสุขภาพจิตตรงที่เห็นเขาปัญญาอ่อนได้ทุกวันนี่แหละ) และแน่นอน... เขาอาจจะโดนด่า ไม่ก็โดนตีโดนทุบเพราะอีกฝ่ายคงจะทนไม่ไหวบ่อยอยู่ เป็นที่แน่นอนว่าเขามีความมั่นคงทางอารมณ์สูงมาก ควบคุมอารมณ์ได้ดี โกรธยาก แต่ถ้าโกรธแล้วก็น่ากลัวแถมหายยากอยู่ เขาไม่ได้อาละวาดก็จริง แต่ก็ทั้งเงียบขรึม ทั้งทำหน้านิ่งเป็นปลาตายซาก และไม่พูดไม่จาจนน่ากลัวยังไงไม่รู้ ไม่ค่อยมีใครเห็นเขาโกรธหรอก เพราะสึบาสะเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก...มาก ๆ เลยล่ะ อาจจะเพราะความที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาก็เลยมีความมั่นคงทางอารมณ์มากเป็นพิเศษ รวมทั้งรู้วิธีจัดการอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การเก็บกดแล้วไปลงกับอย่างอื่นด้วยล่ะนะ

ทุกคนมักจะเห็นสึบาสะร่าเริงอยู่เสมอ และไม่เคยมีใครเห็นเขาโกรธจัดสักครั้ง นั่นเพราะทุก ๆ ครั้งที่เขาต้องการจะสงบอารมณ์ เขาก็จะแยกตัวออกไปอยู่ที่เงียบ ๆ หาเพลงฟังหรือไม่ก็หาของอร่อย ๆ กิน จัดการกับความคิดและจิตใจตัวเองเงียบ ๆ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนัก เขาก็หายแล้ว ทั้งยังสามารถลับมาพูดเรื่องเดิมได้เสียอีก เขามีความเป็นผู้ใหญ่อยู่สูงอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ ทั้งความอดทน วุฒิภาวะ ความคิด และทัศนคติก็จัดว่าดีมาก ถ้าตัดนิสัยติ๊งต๊องออกไปเขาก็เป็นผู้ชายที่โคตรจะมีเสน่ห็เลยจริง ๆ นะ ติดที่ว่าเขาค่อนข้างจะปัญญาอ่อนนิดหน่อย การจะเป็นแฟนก็ต้องคิดดี ๆ นะ ว่าคุณจะไม่เส้นประสาทแตกตายซะก่อนน่ะ อีกอย่างก็คือว่า สึบาสะในเวลาที่หุดหงิดเพราะเป็นห่วงใครแล้วล่ะก็ จะทั้งบ่นทั้งเทศน์เป็นพระเลยนะจะบอกให้ เพราะเหตุลที่เขาหยิบยกมาพูดนั้นล้วนแล้วแต่ยาวเหยียด ติดหัวโบราณจนคนฟังแทบจะตามยุคสมัยไม่ทันอะไรแบบนั้นเลย... แต่เอาเถอะ ถือซะว่าเขาแค่มีความเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในตัวมากจริง ๆ อย่าไปว่าเขาแก่เลยนะ...น่าสงสาร

_____resourceful

สึบาสะเป็นคนมีความสามารถ ฉลาด และจัดการกับชีวิตได้ดีมาก ไม่ว่าจะเรื่อวเรียนหรือเรื่องส่วนตัว ครอบครัวของเขาก็คอยให้กำลังใจเสมอ ๆ เพราะงั้นในชีวิตของเขาจึงเป็นไปได้อย่างราบรื่นเสมอ ในช่วงชีวิตของเขาไม่ได้หวังอะไรสูงขนาดนั้น แต่ก็ไม่ใช่คนเหลวแหลก เขามีเป้าหมายและแพชชั่นที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็มีบ้างที่จะใช้ชีวิตสนุกไปกับปาร์ตี้ ผับ บาร์ หรืออะไรแบบนั้น แค่ไม่ได้ทิ้งการเรียนไปไหน เขานึกถึงครอบครัวและคนสำคัญเสมอ เท่านั้นก็ถือว่าเป็นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว ...อ่า แล้วก็นะ สึบสะเป็นพวกที่อัพโซเชียลบ่อยพอสมควร เกือบจะทุกเวลาเลยด้วย บ้างก็อัพรูป บ้างก็บ่นความรู้สึกในช่วงเวลานั้น เพราะงั้นไม่ว่าจะทุกข์ สุข เศร้า ดีใจ ดี๊ด๊า กระดีดกระดิ๊ง (?) แค่ไหน ยังไงคนในโซเชียลก็ทราบการเคลื่อนไหวของสึยาสะเป็นอย่างดี... นั่นก็คงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ใครต่อใครมองว่าสึบาสะนั้นเปิดกว้างมาก ไม่มีอะไรปิดบัง เรื่องส่วนตัวก็ไม่มีอะไรมืดหมอง ถ้าถามก็สามารถตอบได้หน้าตาเฉย แม้กระทั่งสีของกางเกงชั้นใน (ถ้ากล้าถาม...เขาก็กล้าตอบน่ะนะ...) อะไรที่ตอบไม่ได้ก็บอกไปว่าบอกไม่ได้ (ซึ่งตามปกติแล้วมันก็ต้องมีบ้างแน่ ๆ แต่ก็มีน้อยล่ะนะ) อะไรที่ตอบได้เขาก็ตอบไปแบบไม่หวงแหนอะไรเลย

ถึงอย่างนั้น... อย่างที่บอกว่ามันก็มีบางเรื่องที่สึบาสะจะต้องเก็บเป็นความลับ ถึงแม้ว่าส่วนมากจะเป็นคนเปิดกว้างไปหมดทุกเรื่อง แต่สำหรับมนุษย์แล้ว ยังไงก็ต้องมีความลับกันบ้างนี่นะ สึบาสะเองก็เหมือนกัน กับเรื่องที่ต้องปิดเป็นความลับเขาก็ทำได้ดีเสียด้วย อีกเรื่องก็คือเรื่องของความรู้สึก บางอย่างถ้าเขาไม่อยากให้ใครทราบว่ารู้สึกยังไงเขาก็จะไม่แตะโซเชียลแล้วบ่นลงไปแบบที่ทำเด็ดขาด สิ่งที่ทำก็คือการสงบสติอารมณ์ตัวเองเงียบ ๆ บางวันเวลาก็มีบ้างที่เขาเหนื่อย แต่เขาก็รู้วิธีฮีลตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปหาความสุขให้ตัวเอง หาสิ่งบันเทิงเข้าตัว หรือไม่ก็ยิ้มเยอะ ๆ ยิ้มสู้เข้าไว้อะไรแบบนั้น ...เกือบจะเรียกได้ว่าเขาอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใครเพราะจัดการตัวเองได้ทุกอย่าง แต่ถ้ามองดูดี ๆ แล้วสังคมกับคนรอบตัวนั้นสำคัญกับเขามากจริง ๆ นะ สำคัญในแบบที่ถ้าขาดไปกะทันหันเขาก็ทำใจยากอยู่ล่ะ ถึงจะเข้มแข็งแต่เขาก็ยังเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่อ่อนแอเป็นเหมือนกันนี่นา


ประวัติ :

happening ; dolphin ]


ชอบ :

- ไวท์ช็อกโกแลต ; วัน ๆ หนึ่งสึบาสะกินไวท์ช็อกโกแลตเยอะมากแล้วก็ซื้อติดกระเป๋าไว้ทุกวันด้วย เขาไม่แน่ใจว่าทำไมถึงชอบมันขนาดนี้ แต่ก็ติดมันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วล่ะ รสชาติหวาน ๆ หอม ๆ ติดปาก ครั้งแรกที่กินก็คือตอนอายุแปดขวบ แม่ของเขาเป็นคนทำให้ แล้วเขาก็ติดมาตั้งแต่นั้นเลย

กีฬา ; ถือว่าเป็นสิ่งที่เล่นแก้เครียดได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ แล้วเขาก็ชอบมันเพราะมันส่งเสริมให้สุขภาพดีด้วยล่ะนะ แต่หักโหมมากไปก็ไม่ดีหรอก

ทะเล ; เขาชอบทุกอย่างที่เป็นทะเละ ทั้งบรรยากาศ กลิ่นของทะเลหรือความเย็นฉ่ำของน้ำ แต่ถ้าทะเลสกปรกแบบนั้นก็ชอบไม่ลงเหมือนกัน ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบว่ายน้ำ ก็เลยชอบสถานที่ที่มีน้ำสวย ๆ หาดทรายดี ๆ ให้นอนเล่น แล้วก็ใต้น้ำอุดมสมบูรณ์เอามาก ๆ เลยล่ะ

ภาพถ่าย ; ไม่ว่าจะเป็นภาพของตัวเองหรือของคนอื่น เขามองว่าอย่างน้อยมันก็มีเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ แฝงอยู่ ณ ช่วงเวลานั้น ๆ แน่ ๆ ซึ่งมันก็ทั้งตลก เศร้า น่ารัก หลากหลายความรู้สึกปนเปกันเต็มไปหมด กระนั้นเขาก็ยังชื่นชอบมันมากอยู่ดี

- วิชาต่าง ๆ ในหมวดวิทยาศาสตร์ ; ด้วยความที่เป็นคนถนัดด้านนี้เอามาก ๆ เรียนแล้วเขาก็เลยคิดว่ามันสนุกดี อย่างฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หรือจะอะไรก็ตาม เขาทำมันได้ดี แล้วก็ชื่นชอบที่จะเรียน อ่าน เขียน หรือทำงานที่เกี่ยวกับวิชานี้ด้วย ให้นั่งเรียนติดกันสี่ชั่วโมงยังทำได้เลย


ไม่ชอบ : 

ฝน ; จริง ๆ แล้วมันก็ให้บรรยากาศโรแมนติกได้อยู่หรอก แต่เขาไม่ค่อยชอบพกร่มด้วยเพราะลืมบ้าง หนักบ้าง เลยทำให้เดือดร้อนทุกทีสิน่า

รถติด ; นั่งแช่จนสะโพกบานแล้วยังจะมาติดแหงกกับการจารขรแสนทรหดแบบนี้จิตใจของเขาห่อเหี่ยวหมดแล้ว ถึงจะเปิดเพลงฟัง แต่จนแล้วจนรอดหูเขาก็ชาไปหมด ...ถือว่าเป็นนรกได้อย่างนึงเลยนะเนี่ย

คราบสกปรก ; เห็นแบบนี้เป็นคนรักสะอาดเอามาก ๆ เลยนะเขาน่ะ คงเพราะอยากจะเป็นเชฟชื่อดังด้วยล่ะมั้ง หลาย ๆ อย่างในตัวของเขาก็เลยต้องเป๊ะเสียหน่อย เรื่องการรักษาความสะอาดก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ผักชี ; ก็แค่ไม่อร่อยเท่านั้นแหละ ถึงสึบาสะจะกินผักได้หมด แต่ก็มีผักบางชนิดที่เป็นข้อยกเว้นเหมือนกันนะ

รองเท้าส้นสูง ; ต้องขอเท้าความก่อนว่า ก่อนที่สึบาสะจะเรียนจบออกมา ในงานโรงเรียนปีสุดท้าย ห้องของเขามีการจัดคาเฟ่ โดยให้ผู้ชายแต่ชุดเมดของผู้หญิง และผู้หญิงแต่งทักซิโด้ของผู้ชาย เขาจำเป็นจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมนั่น และสุดท้าย...เขาเป็นคนเดียวที่ยืนอยู่บนส้นสูงอยู่ดี ๆ แล้วมันหักดังปั้ก เล่นเอาเขาหงายหลังกลางห้องเลยล่ะ อับอายไม่พอ ยังเจ็บตัวอีก แค้นนี้ยังอยู่ในใจเสมอ แต่ถ้าเห็นผู้หญิงหรือคนอื่น ๆ ใส่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ...แค่เห็นแล้วแอบนึกถึงเหตุการณ์นั้นเท่านั้นเอง


เกลียด :

คนอายุมากที่นิสัยงี่เง่าเกินไป ; พูดตรง ๆ ก็คือ มนุษย์ป้า หรือมนุษย์ลุงอะไรแบบนั้น ...จริง ๆ แล้วสึบาสะไม่ได้รังเกียจคนแก่หรอก แต่มันก็มีบ้างที่เขาจะรู้สึกไม่พอใจ แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองก็ตาม แต่ถ้าเกิด...แน่นอนว่าเขาจะทำเป็นสงบนิ่งไว้ ยิ้มตอบ แล้วกวนประสาทกลับเอาให้พวกเขาเส้นสมองแตกตายเลยเอ้า (ล้อเล่นน่ะ เขาไม่เอาถึงตายหรอก อย่างน้อยถ้าได้กวนตี_มนุษย์ป้าให้สาแก่ใจบ้างก็มีความสุขแล้ว...)

- คนที่มาว่าร้ายครอบครัว/คนที่เขารัก ; ทั้งนี้รวมทั้งเพื่อนหรือนสำคัญอะไรทำนองนั้นด้วย เห็นแบบนี้แล้วสึบาสะรักพวกพ้องและครอบครัวมากนะ เขาค่อนข้างเคืองทีเดียว แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมากมายนักหรอก แค่เก็บงำไว้ในใจ แล้วจะไม่ค่อยช่วยเหลือคนคนนี้ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนเข้ามาน่ะ...


กลัว :

การอยู่คนเดียว ; ถึงจะดูเป็นคนร่าเริงสดใสเปิ่น ๆ เหมือนสู้ชีวิตได้หมดทุกเรื่อง ทว่ามนุษย์ก็คือมนุษย์อยู่ดี... ในการกลัวการอยู่คนเดียวของสึบาสะนั้นเป็นเพราะว่าเขาเป็นพวก เอ็กโทรเวิร์ด (Extrovert) การได้อยู่กับผู้คนทำให้เขามีพลัง เกิดการไหลเวียนของพลังงานจากคนอื่นมาสู่ตัวเขา และจากตัวเขาไปสู่คนอื่น นี่คือสิ่งที่เขาสนุก กลับถึงบ้านก็ยังมีความสุขมาก เพราะได้ไปรับพลังมาอย่างเต็มเปี่ยม นั่นคือวิธีการชาร์จพลังของเขา ขณะเดียวกัน ถ้าไม่ได้เข้าสังคมนาน ๆ หรืออยู่คนเดียวคล่ำเครียดกับอะไรมาก ๆ เข้าก็เป็นซึมเศร้าได้นะ เพราะมันก็ทำให้เขาค่อนข้างที่จะคิดมาก แล้วก็หมดพลังงานอีกด้วย และถ้าเป็นซึมเศร้า แบบนั้นผลเสียต่าง ๆ ก็ตามมาอีกเยอะเลยล่ะ ทว่าเหตุผลที่จะทำให้สึบาสะไม่ออกไปไหนแล้วอยู่คนเดียวนั้นมีไม่มากนักหรอก อาจด้วยเพราะทะเลาะกับคนนั้นคนนี้ ไม่อยากเจอหน้ากัน หรือปัญหาอื่น ๆ อีกนิดหน่อย ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีอะไรร้ายแรงจนทำให้เขาเป็นซึมเศร้าได้เลย (ทว่ามันก็มีบ้างนะที่เขารับอะไร ๆ เข้ามามากเกินไปแล้วก็เครียด แต่กรณีแบบนั้นเรียกว่ากลัวไม่ได้หรอก ในเมื่อเขาหาทางจัดการได้ง่ายกว่านี่นะ)


แพ้ : 

เกสรดอกไม้ ; อาการมีแค่จามนิดหน่อย แต่นานเข้าก็เริ่มมีน้ำมูกและจมูกแดงแจ๋ เขาไม่ได้แพ้รุนแรงอะไร แต่ก็มีอาการฉุน ๆ อยู่บ้างบางเวลา เป็นเหตุให้ต่อให้ขี้หลีขี้เต๊าะแค่ไหนก็ไม่ค่อยถือดอกมไม้ไปด้วยหรอก แค่อดทนอดกลั้นตอนต้องจัดจานอาหารหรือถ่ายภาพได้ก็หรูแล้วล่ะ แต่ถ้าหมดธุระที่จะต้องเข้าใกล้ดอกไม้แล้ว สิ่งที่จะต้องทำหลังจากนั้นก็คือเอาดอกไม้ไปห่าง ๆ เขา แค่นั้นไม่กี่นาทีเขาก็หายแล้ว


งานอดิเรก :

เล่นกีฬา ; ได้ออกกำลังกายรักษาน้ำหนักและรูปร่าง แถมได้สุขภาพด้วย ใครจะไม่ชอบกันล่ะ? อ้อ และกีฬาที่สึบาสะเล่นบ่อยมาก ๆ ก็คือว่ายน้ำกับบาส เนื่องจากไม่ได้ซ้อมหรือแข่งอะไรจริงจังก็เล่นไปเรื่อย แล้วสองอย่างนี้เขาก็ทำบ่อยที่สุด บ้างก็เตะตาผู้คนเพราะเขามีฝีมือพอสมควรเลยด้วยล่ะ

เล่นกีตาร์/ร้องเพลง ; เล่นคนเดียวร้องคนเดียวก็ทำได้... แต่ถ้ามีคนมานั่งฟังด้วยจะดีกว่า จะได้ไม่เหงาน่ะนะ...

ถ่ายภาพ ; เขามักจะถ่ายเป็นภาพวิวหรือสัตว์เป็นส่วนใหญ่ เขามีกล้องขนาดพกพาที่ซื้อไว้ติดกระเป๋าอยู่ด้วย และถ้าจะขอถ่ายใครสักคนมากเป็นนางแบบ เขาก็จะขออนุญาตก่อนเสมอ ไม่มีการแอบถ่ายโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอมแน่นอน

อ่านการ์ตูน ; ฟนังสือเรียนน่ะอ่าน แต่ไม่ได้อ่านบ่อยเท่ากับการ์ตูนหรอก... ก็นะ แรงดึงดูดมันต่างกันจะตายไปนี่ แล้วเขาก็อ่านได้ทุกแนวเลยด้วย เว้นแต่แนวเรื่องที่ดูไม่เหมาะสมเกินไปทางด้านเนื้อหาที่ส่งเสริมความรุนแรงน่ะ

กวนประสาทคนอื่น ; จริง ๆ จะเรียกว่าเป็นงานอดิเรกก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก... แต่เขาก็ชอบทำแบบนี้บ่อยจริง ๆ นะ หนำซ้ำยังชอบหลี เต๊าะคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยอีก ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายด้วยกันหรือเพศที่สามเลย สึบาสะไม่ใช่คนเหยียดเพศ ออกจะเปิดกว้างด้วยซ้ำ แต่ก็กวนประสาทได้กว้างเหมือนกัน...


ความสามารถพิเศษ :

วิชาวิทยาศาสตร์ ; นับเป็นความสามารถที่อาจจะน่าทึ่งไปเสียหน่อยสำหรับใครหลาย ๆ คน... เพราะใคร ๆ ต่างก็นึกว่าคนอย่างสึบาสะจะเน้นไปทางด้านกีฬามากกว่า แต่เปล่าเลย เขาเองก็เป็นคนหัวดีคนหนึ่ง แถมวิชาที่ถนัดที่สุดก็คือวิทยาศาสตร์นี่ล่ะ เขาเก่งทุกแขนงอีกต่างหากทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หรือจะอะไรก็ตาม เพราะเป็นพวกความจำดีคำนวณอะไรได้แม่นยำ เข้าใจอะไรก็ง่ายก็เลยถนัดเป็นพิเศษเลยทีเดียว คะแนนวิชานี้ของเขาสูงติดท็อปตลอดด้วยล่ะ

กีฬา ; เขาเล่นกีฬาได้หลายอย่าง แต่ที่ถนัดที่สุดก็มีบาส บอล เบสบอลและว่ายน้ำ ปกติแล้วในสมัยเรียนเขาก็ไม่ค่อยได้ลงแข่งกีฬาอะไรเยอะแยะนัก ถึงบางอย่างเขาจะเล่นเก่งมาก ๆ แต่เขาก็มุ่งเน้นไปที่ว่ายน้ำมากที่สุด ส่วนอื่น ๆ ก็มักจะเล่นเอาสนุกไม่ก็ลงแข่งภายในโรงเรียนเท่านั้น ไม่ได้ไปแข่งด้านนอกแบบหวือหวาอะไร ทว่านั่นก็ทำให้รุ่นน้องหลาย ๆ คนของเขาปลาบปลื้มล่ะนะ

ทักษะการต่อสู้ ; เดิมทีก็เป็นคนร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงอยู่แล้ว สึบาสะจึงใช้ประโยชน์จากด้านนี้ให้ได้เป็นประโยชน์สูงสุดด้วยการเข้าเรียนทักษะการต่อสู้ป้องกันตัวถึงสองอย่างด้วยกัน ซึ่งก็คือบราซิลเลียนยิวยิตสูและเทควันโด แล้วสึบาสะก็ทำมันออกมาได้ดีด้วยนะ

ทำอาหาร/ขนม ; สึบาสะทำอาหารเก่งมาก ขนมยิบย่อยก็ทำได้ อาหารที่ไม่เคยทำก็แค่ฟังสูตรแล้วก็ทำได้เลยเช่นกัน เขาทำออกมาอร่อยมากเสียด้วย นอกจากนั้นยังรู้วิธีการจัดจานออกมาให้ดูหรูหราน่าทานด้วยนะ

ทักษะด้านการเจรจา/พูดคุย ; เขามีทักษะด้านนี้ดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ เขารู้จักวิธีการพูดที่หลากหลาย โน้มน้าวคนเก่ง สามารถหยิบยกเหตุผลหลาย ๆ อย่างมาอ้างได้ อีกทั้งยังเป็นพวกอัธยาศัยดีพูดคุยเก่งอีก

ถ่ายภาพ ; สึบาสะรู้วิธีการถ่ายภาพที่หลากหลาย รู้แม้กระทั่งวิธีการจัดมุมแสงกับเงาของกล้อง และองค์ประกอบทัศนียภาพอื่น ๆ อย่างเพอร์เฟค ทั้งนี้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองจากการศึกษาทางอินเทอร์เน็ต แล้วมั่นก็รุ่งซะด้วย เขาสามารถเป็นช่างภาพได้สบาย ๆ เลย แต่เขาไม่ค่อยได้แสดงความสามารถนี้ให้ใครเห็นเท่าไหร่ มีแค่เพื่อน ๆ ของเขาที่รู้ว่าเขาถ่ายรูปเก่ง แล้วก็ขอให้เขาถ่ายให้เป็นประจำเลย

การใช้โปรแกรมต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์/การตัดต่อภาพ : สึบาสะเป็นพวกที่ตามทันเทคโนโลยีมาก ๆ และไม่ว่าจะเป็นแอพ หรือโปรแกรมอะไร แค่เขาได้ลองใช้และเรียนรู้แป๊ปเดียวก็คล่องแล้ว เผลอ ๆ ผ่านไปอีกไม่กี่วันก็ชำนาญเสียอีก เพื่อน ๆ ของเขามักจะฝากทำงานหรือไม่ก็ฝากให้ช่วยตัดต่อภาพ หรือวีดีโอเสมอ ๆ เลยล่ะ แม้แต่แฮคข้อมูลเขาก็ทำได้นะ เพียงแต่ด้านนี้ไม่ได้ชำนาญเท่ากับโปรแกรมเมอร์ตัวจริงเท่านั้นเองแต่คาดว่าถ้าเขาเรียนสายนี้โดยตรงก็คงไม่ยากเลยล่ะถ้าจะไต่เต้าไปเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศน่ะ

เล่นดนตรี ; สึบาสะเล่นดนตรีได้สี่อย่าง คือ กีตาร์ เบส เปียโนและไวโอลิน ทั้งนี้เขาไม่ได้ชำนวญไปเสียหมด ที่ถนัดมากที่สุดก็เห็นจะเป็นกีตาร์และเบสเท่านั้น เพราะเขาฝึกเอาเองทั้งหมด ไม่ได้ลงคอร์สเรียนที่ไหนมาเลย ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมาก ๆ แล้วล่ะ อีกอย่าง มันก็ดูมีเสน่ห์ดีด้วยสิ

ร้องเพลง ; เขาร้องเพลงเพราะมาก เส้นเสียงชวนฝันเลยทีเดียว นั่นจึงทำให้การเล่นดนตรีของเขาสามารถใช้ควบคู่ไปกับการร้องเพลงได้ล่ะ


สเปคคนที่ชอบ :

บุคคลในโชคชะตา - สิ่งนั้นเป็นคำตอบเดียวของสึบาสะ...ซึ่งแน่นอน มันออกจะเป็นคำตอบที่น่าตบไปหน่อย แต่เอาเข้าริง ๆ แล้วเรื่องสเปคน่ะ เขายังไม่ได้คิดหรอก แต่ถ้าให้พูดถึงคนที่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้เป็นส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นคนนิ่ง ๆ ท่าทางสุขุมล่ะมั้ง... ไม่รู้สิ ก็ถ้าแกล้งให้หล่อนเกิดอารมณ์แบบอื่นได้ก็คงน่ารักดีเหมือนกัน หรือไม่ก็คนตัวเล็ก ๆ ท่าทางแก่นสารอะไรแบบนั้น สึบาสะเป็นพวกที่อยากดูแลคนอื่น แต่ก็กวนประสาทในระดับหนึ่ง เพราะงั้นคงต้องเป็นคนที่อายุน้อยกว่าด้วยล่ะนะ


สถานที่ ๆ อยากจะไปในเดทแรก : 

อควาเรียม หรือ ทะเล - หลาย ๆ คนชอบบอกนักว่าเขาเหมือนปลาโลมา...อืม เอาให้สุดเลยสิ แล้วเขาก็เป็นพวกว่ายน้ำเก่งมาก ๆ จนได้รับฉายาว่าปลาโลมาด้วยนะ ด้วยเหตุผลยิบย่อยเลยทำให้เขาคิดจะไป อีกอย่าง มันก็โรแมนติกดีออก อุโมงค์ใต้น้ำ ปลาสวยงาม ปะการัง ถ้าเขาได้ไปอควาเรียมก็คงพาเธอเดินชมให้ทั่วเสียทีเดียว พูดคุยเกี่ยวกับพันธุ์ปลาให้หมด แต่ถ้าไปทะเล เขาก็จะพาเธอดำน้ำ และใช้ความสามารถทั้งการกลั้นหายใจ การว่ายน้ำรวมทั้งความชำนาญต่าง ๆ พาเธอไปใกล้ชิดกับความสวยงามในทะเลเอง


เพิ่มเติม : 

- จริง ๆ แล้วสึบาสะมีผมสีน้ำตาลช็อกโกแลต แต่เขาก็ย้อมเปลี่ยนสีตอนเข้ามหาวิทยาลัยเพราะคิดว่ามันเท่ดี (?)

- เพราะเป็นคนที่ขี้แกล้งหน่อย ๆ เวลาโดนด่ากลับเลยหน้าด้านเป็นพิเศษ ถ้าสายตามันพูดได้ มันก็คงพูดไปแล้วว่า "ไม่เป็นไรครับ ด่าเถอะ ผมไม่ค่อยสำนึกหรอก เดี๋ยวก็แกล้งอีกอยู่ดี"

- เขาสูบบุหรี่ก็จริง แต่ไม่ได้สูบบ่อยนัก เพราะต้องการจะเซฟกลิ่นตัวและเซฟสุขภาพทั้งของตัวเองและคนอื่น ๆ ใกล้ตัวด้วย

- เขาว่ายน้ำเก่งมาก และมาก ๆ แต่แทนที่จะได้รับฉายาว่าเจ้าชายเงือกอย่างที่ตัวเองหวังเอาไว้กลับกลายเป็นได้ฉายาว่า "โลมา" มาแทนน่ะสิ น่าสงสารเขานะ...

- สึบาสะยังคงเล่นกีฬาอยู่ แม้จะอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว เพียงแค่เขาเล่นเพื่อออกกำลังกาย ไม่ได้คิดจะลงแข่งอะไรจริงจัง สมัยเรียนมัธยมเองเขาก็เล่นกีฬาเยอะเหมือนกัน แต่ที่เป็นตัวแทนไปแข่งแล้วได้เหรียญกลับมาก็มีแค่ว่ายน้ำเท่านั้น ด้านอื่น ๆ เขาก็เล่นเก่งจนเป็นที่พูดถึงอยู่หรอก ทว่าสึบาสะกลับไม่ได้นึกอยากจริงจังด้านนั้น ๆ เท่าไหร่ เขาจริงอยู่อยู่กับการว่ายน้ำซะส่วนใหญ่นี่สิ

- ตอนที่จบออกไป สึบาสะก็ทิ้งชื่อเสียงไว้เยอะพพอตัวเลยล่ะ จึงไม่แปลกอะไรหากว่ารุ่นน้องจะรู้จักเขาเยอะ อีกอย่าง ตัวเขาที่เคยเป็นเดือนโรงเรียนก็ยังไปเป็นเดือนคณะในตอนที่เรียนมหาลัยอีกด้วยนะ

- ตอนที่เขาเข้ามหาลัย เขาก็ย้ายจากบ้านมาอยู่คอนโดแทน ด้วยความที่อยากอยู่คนเดียวแบบเป็นส่วนตัวบ้าง แล้วก็ให้ใกล้กับมหาวิทยาลัยที่ตัวเองเรียนด้วยล่ะนะ

- เขามาเยี่ยมโรงเรียนบ่อยมาก และพักหลัง ๆ ยิ่งบ่อยเพราะต้องการจะมาเจอกับสุมิเระ... บางทีเธออาจจะคิดในใจแล้วก็ได้ว่าไอ้หมอนี่มันไม่มีเรียนบ้างเลยหรือไงนะ แม้แต่ตอนที่เธอนั่งเรียนอยู่ในห้องยังอุตส่าห์ฝากครูเอาขนมมาให้ได้เลย

- เรียกได้ว่าสึบาสะตามจีบสุมิเระอยู่ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในเชิงคุกคามหรือก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวเกินไป แบบนั้นมันจะทำให้เธอเกลียดมากกว่าชอบเอาได้น่ะสิ เห็นแบบนี้สึบาสะก็มีความเกรงใจอยู่นะ

- แม่ของเขาเป็นแพทย์หญิงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเธอก็เป็นเจ้าของโรงพยาบาลนั้น ส่วนพ่อของเขาเป็นนักธุรกิจด้านการส่งออกขายช็อกโกแลตกับคุกกี้อยู่หลายประเทศ รวมถึงในญี่ปุ่นด้วย

- สึบาสะคิดว่าตัวเองจะสืบทอดธุรกิจต่อจากพ่อ แต่อีกใจก็อยากเป็นเชฟเหมือนกัน จึงเลือกเรียนสายอาหารไปพร้อม ๆ กับลงคอร์สเรียนทำขนมด้วย เขาหาความรู้เพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับวางแผนในอนคต ว่าถ้าเขามีเวลาและมีเงินเก็บมากพอ ในอนาคตเขาจะเปิดร้านทำอาหารต่อด้วยล่ะ

- สึบาสะเป็นลูกครึ่ง ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น แต่เขาไม่เก่งภาษาเท่าไหร่ อยู่ในระดับครึ่ง ๆ กลาง ๆ พอไปวัดไปวาได้ และถึงแม้จะเป็นลูกครึ่ง ก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่าเขาไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้เลย ต่างจากพี่ชายของเขาที่เก่งเรื่องภาษากว่าหลายเท่า และถ้าจะให้สึบาสะฝืนสื่อสารภาษาอังกฤษจริง ๆ คุณก็อาจจะคิดว่าตัวเองกำลังคุยกับเอเลี่ยนอยู่ก็ได้เพราะสำเนียงของเขามันเบี้ยว ๆ เพี้ยน ๆ แถมบางทีสึบาสะก็มั่วศัพท์ด้วยนะ...

- เขามีพี่ชายอยู่หนึ่งคน มีชื่อว่า มาซารุ สึบาราชิ อายุต่างกัน 5 ปี พี่ชายของเขาเรียนจบคณะแพทย์ และกำลังทำงานอยู่ ซึ่งชื่อเสียงของเขาก็เป็นที่น่ายอมรับมากเลยทีเดียว



มาซารุ สึบาราชิ | Masaru Subarashi
สึบาราชิ แปลว่า ยิ่งใหญ่, ยอดเยี่ยม มาซารุ แปลว่า ชัยชนะ
ดังนั้น มาซารุ สึบาราชิ จึงแปลรวม ๆ ได้ว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และยอดเยี่ยม ]
อายุ 27 ปี ( 172cm./61kg. )
พี่ชายแท้ ๆ ของสึบาสะ เขาเรียนจบคณะแพทย์ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ปัจจุบันทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่มีแม่เป็นเจ้าของ 
สึบาราชิเรียนเก่งมาก แต่ก็ขาดความสามารถด้านกีฬาอยู่สูง เขามีนิสัยที่ค่อนข้างนิ่งเงียบเรียบร้อย แต่ก็มีมุมยิ้มแย้มเฮฮากับคนสนิทบ้าง
นอกจากนี้เขายังช่วยเหลือธุรกิจในบ้านเท่าที่จะทำได้อีกด้วย แต่นั่นก็ทำให้เขายุ่งจนแทบไม่มีเวลากลับบ้านเลยทีเดียว


มิกิ ฮารุนะ | 
Miki Haruna
อายุ 20 ปี (165cm./48kg.)
แฟนคนเก่าของสึบาสะ เลิกรากันไปแล้ว และติดต่อหากันในฐานะของเพื่อน สึบาสะไม่ได้คิดอะไรกับเธอแล้ว แต่ก็ยังแอบเป็นห่วงเธออยู่หน่อย ๆ
ในอดีตเธออาจจะสร้างวีรกรรมที่ไม่ดีเท่าไหร่กับสึบาสะไว้ ทว่าเขาก็ไม่ได้โกรธอะไรทั้งคู่จึงกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด
แต่เพราะเธออยู่เมืองอื่น พวกเขาจึงไม่ค่อยได้เจอกันนัก จะมีก็แค่ติดต่อกัน คุยกันตามประสาเพื่อนเท่านั้น


ทาคาชิ ซีโร่ 
| Takachi Zero
อายุ 20 ปี (180cm./72kg.)
เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กของสึบาสะ เรียกได้ว่ารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล เขาเป็นลูกครึ่งบราซิล ฐานะทางบ้านจัดว่าค่อนข้างดี
ถึงจะดูหน้าหวาน ๆ แต่เอาจริง ๆ แล้วปากเสียและใจร้อนกว่าที่เห็นเสียอีก เก่งในเรื่องของความจำและภาษาทั้งหมดหกภาษาด้วยกัน
อีกอย่างเขาก็เป็นพวกที่ไม่ค่อยสมหวังในเรื่องความรักอีกด้วย อกหักเป็นว่าเล่นเลยล่ะ


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 


Role Play


สวัสดีค่ะ ฉันชื่อสุมิเระ มาอิ หรือจะเรียกว่า 'ไวโอเล็ต' ก็ได้ เป็นผู้ก่อตั้งชมรมนี้ขึ้นมาค่ะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรเหรอคะ? 

"อา..." ร่างสูงที่เพิ่งจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อมยิ้ม พร้อมกับโน้มตัวไปด้านหน้า ตั้งข้อศอกลงกับโต๊ะ ก่อนจะเอามือเท้าคาง ขณะยิ้มทักทายอีกฝ่าย "สวัสดีครับ ผม มาซารุ สึบาสะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ " ท่าทีที่ดูกวนเบื้องล่างผสมปนเปกับการยกยิ้มขิยบตาให้ ราวกับอยากจะหว่านเสน่ห์ใส่ หรือในทางกลับกัน บางทีเขาอาจจะอยากกวนประสาทให้โมโหเล่นก็ได้

เป็นชื่อที่น่ารักดีนะคะ ฉันคิดอย่างนั้นนะ (หัวเราะ) ก่อนที่จะกรอกใบสมัคร ฉันขอถามคำถามเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนนะคะ คำถามแรก ทำไมคุณถึงตัดสินใจที่จะเข้าชมรมนี้คะ?

"อันที่จริง..." ชายหนุ่มลากเสียงเล็กน้อย พร้อม ๆ กับทอดสายตาจ้องมองเข้ามา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา ขณะที่เขาเอ่ยออกมาอีกครั้ง "ผมสนใจคุณมากกว่านะ คุณหัวหน้าชมรม รายละเอียดของชมรมนี้ผมไม่ได้รู้อะไรมากมายเท่าไหร่ แต่สำหรับคุณ..." เขาเว้นช่วง แล้วโน้มตัวเข้ามาด้านหน้าเล็กน้อย "ผมอยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ศึกษาเรียนรู้ไปอีกเยอะ ๆ เลยล่ะ อยากใช้เวลาอยู่กับคุณนั่นแหละครับ:)"

คำถามข้อที่สอง คุณได้คาดหวังอะไรจากการเข้าชมรมในครั้งนี้รึเปล่าคะ? 

"ความคาดหวังเหรอ" ดวงตาสีชาดกลอกขึ้นเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด เรียวคิ้วของเขาขมวดเป็นปมอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานนัก มันก็คลายออกในตอนที่สึบาสะคิดอะไรออกแล้ว "อา... อันนั้นดูเหมือนผมจะบอกไปแล้วนะ ว่าผมอยากจะอยู่กับคุณมากกว่าทำอย่างอื่นเสียอีก" เขาหัวเราะเสียงแผ่ว "เป็นไปได้ก็ช่วยเมตตากับผม และหันมามองผมให้มากกว่านี้จะยินดีมาก ๆ เลยล่ะครับ"

คำถามข้อที่สาม คุณคิดว่าคู่เดทที่คุณจะได้เจอ จะตรงกับที่คุณวาดฝันไว้มั้ยคะ? และคุณหวังว่าจะได้เจอกับคนแบบไหนเหรอ?

"ง่าย ๆ เลย" สึบาสะกระแอม ก่อนจะยืดตัวตรง แต่ก็ยังไม่วายส่งยิ้มมีเลสนัยมาให้ฝ่ายตรงข้าม "สำหรับคู่เดท ผมคงคาดเดาอะไรไม่ได้ทั้งนั้น แต่สำหรับคนที่ผมวาดฝันไว้ นั่นก็คงเป็นคุณล่ะมั้งครับ... ซึ่งคุณก็ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือนคุณ ผมคงหวังว่าจะได้เจอกับคุณมากกว่าหวังว่าจะเจอกับคนที่แค่คล้าย ๆ กับคุณนะ" ...อา ฟังดูเลี่ยนขนขะอ้วก แต่สึบาสะแค่อยากจะพูดประมาณว่า คนตรงหน้าไม่เหมือนใคร เพราะงั้นถ้าอยากจะเจอเธอ ก็ต้องเป็นเธอเท่านั้นต่างหาก 

คำถามข้อที่สี่ คุณคาดหวังไว้ว่าอยากจะให้ความสัมพันธ์ของตัวเองกับคู่เดทลงเอยยังไงคะ?

"เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้สิ" เขาไหวไหล่ช้า ๆ "อาจจะเป็นพี่น้อง หรือแค่คนรู้จัก อาจไม่ลงเอยแบบคนรักเสมอไป" ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ วางแขนลงบนพนัก ก่อนจะเอ่ยต่อ "จริงอยู่ที่ผมอยากจะเป็นคนรัก แต่ถ้าเข้าไปยัดเยียดมันก็คงดูไม่ดีเท่าไหร่ เพราะงั้นคงต้องดูความต้องการของอีกฝ่ายด้วยนั่นแหละครับ ว่าเต็มใจจะให้ผมคอยอยู่ช้าง ๆ หรือเปล่า และอยากให้อยู่ในสถานะไหนกันแน่ ผมยินดีรับฟังเสมอเลยล่ะ"

คำถามข้อที่ห้า ถ้าหากว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณลงเอยด้วยดี คุณอยากจะบอกอีกฝ่ายว่ายังไงคะ หรือถ้ามันไม่ใช่อย่างที่คุณหวัง คุณอยากจะบอกอะไรกับเขา โอ๊ะ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ อย่างหลังฉันแค่ถามเพราะอยากรู้เท่านั้นเอง

"ไม่ทันแล้วล่ะ ตะกี้นี้หัวใจผมหล่นตุ้บไปแล้วแหน่ะ เป็นไปได้ผมก็อยากให้ใครสักคนเมตตาเก็บมั้นไปนะ" ชายหนุ่มทาบมือลงบนอก ทำสีหน้าน่าสงสาร แต่กลับทำให้ฝ่ายคู่สนทนาตีหน้านิ่งใส่ เป็นเชิงให้เขาพูดต่อได้แล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาหัวเราะอย่างไม่มีทางเลือก เขายกมือขึ้นแล้วยิ้ม "โอเค๊ ยอมแล้วครับ จะตอบเดี๋ยวนี้ล่ะ" จากนั้นเขาก็ลดมือลง

"สำหรับผมนะ... ถ้าสมหวังล่ะก็ ผมจะรักษาเธอเอาไว้ดีที่สุดเลยล่ะ แล้วก็จะบอกขอบคุณเธอด้วย ขอบคุณ...ตามด้วยบอกรัก แต่ถ้าไม่สมหวัง ผมก็จะขอบคุณเธอเหมือนกัน ในฐานะที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมแล้วครั้งหนึ่ง จะแบบไหนก็ดีทั้งนั้น ต่อให้ไม่มีเธอข้างกาย แต่ถ้าแคีครั้งหนึ่งผมเคยได้รู้สึก 'รัก' แบบนั้นมันก็วิเศษมาก ๆ แล้ว...อืม สรุปว่าผมจะบอกแบบเดียวกันนะครับ ซึ่งก็คือ 'ขอบคุณ' นั่นแหละ แค่ความหมายอาจจะต่างกันนิดหน่อย... ขอบคุณที่จะอยู่เคียงข้างกัน ไว้ใจกัน กับขอบคุณที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้ได้เรียนรู้...อะไรแบบนั้นน่ะครับ" 

สึบาสะสบตากับคู่สนทนา รอยยิ้มปรากฏขึ้น ตอนที่เขาเอ่ยต่อ "อีกอย่างก็คือ ผมจะอวยพรเธอด้วย ถ้าเธอคนนั้นจะเดินออกไปจริง ๆ ผมจะยิ้มให้เธออีกต่างหาก เพราะเธอจะได้สบายใจที่หันหลังไปที่สุด จากกันไปได้ด้วยดี ไม่รู้นะ สำหรับผม ผมคิดจะทำแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ"

คำถามข้อสุดท้าย คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหนคะ? อ้อ แล้วคิดว่าฉันเป็นคนยังไงเหรอ? (ฮา)

"ขอเริ่มที่ตอบว่าคุณเป็นคนที่น่าสนใจมาก แล้วก็น่ารักอย่างไม่น่าเชื่อเลยก่อนนะครับ" สึบาสะหัวเราะเสียงแผ่ว ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา และไม่นานนักเขาก็พูดต่อ "คุณดูเป็นคนมีเสน่ห์ดึงดูดดีนะ ออกจะทำตัวลึกลับนิดหน่อย แต่นั่นแหละที่ผมชอบ ผมถูกชะตากับคุณตั้งแต่แรกเจอเลย โชคดีจริง ๆ ที่ผมกลับมาเยี่ยมโรงเรียนนอีกครั้ง นั่นทำให้ผมได้เจอคุณ ...เฮ้ แต่คุณอ่อนกว่าผมแค่ไม่กี่ปี ทำไมตอนที่ผมเรียนอยู่เราไม่เคยเจอกันเลยนะ น่าเสียดายเวลาเลยนะนั่นน่ะ ทั้ง ๆ ที่ผมอยากจะเก็บแต้มเรื่องระยะเวลาที่รู้จักกันมาแท้ ๆ"

สึบาสะย่นปาก ก่อนจะถอนหายใจ แล้วตอบคำถามต่อไป "โอเค... ทีนี้ย้อนไปคำถามข้อแรกนะผมว่าผมเองก็เป็นคนน่ารักคนหนึ่งเลยนะครับ โปรไฟล์จัดว่าดี รูปร่างจัดว่าเท่ ผมว่าหลาย ๆ คนอาจจะชอบผมก็ได้นะ ...อาจจะเว้นคุณไว้หน่อย เพราะดูท่าคุณจะหมั่นไส้ผมมากกว่า แต่ช่างเถอะ" เขาหัวเราะ "เอาจริง ๆ แล้ว...สำหรับผมแล้ว ผมก็มองว่าตัวเองออกจะทำตัวไร้สาระมากไปหน่อย แต่เอาเข้าจริง ๆ ผมก็จริงจังได้นะ คุณสามารถพึ่งพาผมได้ตลอดเวลาเลย แต่หลังจากงานเสร็จแล้ว หรือหลังจากปลอบใจเสร็จแล้ว สัญญากับผมสิว่าจะหัวเราะกับมุกตลกผมน่ะ ไม่ร้องไห้อีกแล้วนะ?"

ขอบคุณสำหรับการตอบคำถามนะคะ กรอกใบสมัครตรงนั้นให้เรียบร้อยคุณก็จะได้เป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ชมรมนี้นะคะ!


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


Talk with Vrissa


สวัสดีค่ะ ไรต์มีนามปากกาว่าวริสซ่านะคะ จะเรียกวริสก็ได้ค่ะ คุณผู้ปกครองชื่ออะไรกันบ้างคะ?

:สวัสดีค่ะคุณวริสสส สโนว์หรือโนคนเดิมเองค่า

ก่อนอื่นเลย ทำไมถึงมาสมัครเรื่องนี้คะ แล้วทำไมถึงเลือกที่จะส่งลูก ๆ มาในบทนี้เอ่ย?

: จริง ๆ แล้วแอบไปศึกษาด้วยการดูอนิเมะมาด้วยค่ะ ด้วยความที่ตัวเองไม่ได้ตามอนิเมะก่อน แต่ก็สนใจเพราะตอนที่เข้ามาส่งคือจัดหน้าสวย พล้อตดี บรรยากาศได้ เลยต้องขยันสักหน่อยค่ะ เรื่องเรียนไม่ได้แบบนี้หรอก 555555555 แล้วก็ด้วยความที่ไม่ถนัดบทผู้หญิงเท่าไหร่ด้วย เลยลงบทผู้ชายไปซะเลยค่ะ อาจได้คู่หรือไม่ได้คู่กับนุ้งสุมิเระมั้ยอันนี้ตามแต่กำลังศรัทธาเลยค่ะ 555555

ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ลูกของตัวเองกับคู่เดทลงเอยด้วยความสัมพันธ์แบบไหนคะ?

: จริง ๆ มาขนาดนี้แล้วจบลงแค่พี่น้องตาสึบาสะก็ร้องเอ๋งแย่เลยค่ะ ชัดเจนขนาดนี้ เธอบอกพี่น้อง จิตใจทำด้วยอะไรฮึ! อ่ะ ว่าแต่พี่น้องเขียนยังไงนะ พั้นัอว พี้นร้อง พัีย้อว พรนิง พะน่ิง อ่า เขียนไม่ถูกเลย งั้นขอเป็นแฟนนะค้าบ เฮ้อ ท่าจะเหงานะคะ หมายถึงเราเองแหละ เราเหงาอง สึบาสะไม่น่าจะเหงาแล้วแหละ 555555555555555555555555 แต่ก็นั่นแหละค่ะ ใจจริงก็คิดว่าจบแบบคู่รักน่าจะทำเอาขยุกขยิกหัวใจมากกว่าด้วย แต่จบแบบพี่น้องก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน แบบไหนก็เอาที่คุณวริสสะดวกเลยก็ได้ค่ะะ

ถ้าน้องไม่ติดบทที่ต้องการ จะให้ยัดบทให้หรือจะรับกลับดีคะ? (แต่โอกาสที่จะไม่ติดก็น้อยนะ .___.)

: ขั้นนี้แล้วยัดก็ได้ค่ะ ยอมรับว่าแอบขี้เกียจด้วย คาร์เลยออกมาไม่ดีเท่าไหร่ เท่าที่เห็นก็เลยดูเผา ๆ 5555  หรือจะเปลี่ยนคู่ก็ได้นะคะ เราไม่เคยปั่นคาร์นี้ด้วยค่ะ มันแลงง ๆ คือพี่แกเป็นดูเบลอ ๆ เพราะคนเขียนเบลอหรือนิสัยนางเบลออยู่แล้วก็ไม่รู้ 5555555 อารมณ์เหมือน ๆ กับหนุ่มฮอตในการ์ตูนญี่ปุ่นน่ะค่ะ แต่นังไม่มีแฟน ;;w;; แต่ถ้ายัดยากก็เอากลับก็ได้นะคะ!

อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นในเนื้อเรื่อง (ที่เกี่ยวข้องกับน้อง) เป็นพิเศษมั้ยคะ? 

: เริ่มรู้สึกว่าตอบยากแล้วค่ะ แง 5555555 ฉากที่อยากให้มีนิด ๆ ก็อาจจะเป็นฉากเวอร์ชั่นสีหน้าจริงจังของสึบาสะมั้งคะ แบบ เวลาปกติก็เล่นทีกวนทีบ่อยจนน่ายิงทิ้ง(?)เหลือเกิน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วพอเขาจริงจัง หรือทำเสียงดุ ๆ เพราะเป็นห่วงเข้าหน่อยมันก็ชวนให้หวั่นไหวได้เหมือนกันอะไรแบบนั้นมั้งคะ ไม่รู้อวยมากไปมั้ย แต่เอายังไงก็แล้วแต่ทางนั้นสะดวกเลยค่ะ!

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณที่ให้ความสนใจในฟิคเรื่องนี้นะคะ! ขอให้ติดบทที่ต้องการกันทั่วทุกคน ไว้เจอกันในคอมเมนต์นะคะ ♡

____________________

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น