(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 9 : Chapter 4 Don’t decide when you’re hangry [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 ต.ค. 63

Chapter 4

Don’t decide when you’re hangry

(อย่าตัดสินใจตอนที่เธอกำลังโมโหหิว)

[2]

 

 

 

 

“เพลงสงสัยว่ามึงกับเคทเป็นอะไรกัน” เฟียสถือโอกาสเป็นคนกลางในการเคลียร์ข้อข้องใจนี้ให้เสียเลย เล่นเอาคนอยากรู้ตัวจริงได้แต่ยืนกัดฟันกรอด ถลึงตามองเพื่อนผู้หวังดีอย่างเหลืออด 

“อะไรนะ?!” หญิงสาวอีกคนที่ถูกอ้างชื่อถึงดูจะตกใจอยู่ไม่น้อย เคทรีบก้าวออกมาหน้าห้องอีกก้าวหนึ่งพร้อมโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน สีหน้าร้อนรนรีบแก้ไขความเข้าใจผิด “ไม่ใช่อย่างที่พี่เพลงคิดนะคะ”

เพลงมองหน้าคนอ่อนกว่าด้วยดวงตาสับสน แอบรู้สึกมีความหวังผุดขึ้นมาเล็ก ๆ เฟียสที่ยืนอยู่ข้างกันหัวเราะคิกคักเหมือนชอบใจ แต่ก็เม้มริมฝีปากเอาไว้เมื่อเห็นสายตาคาดโทษของฮาร์ตที่ส่งไปให้ นัยน์ตาคมคู่นั้นคล้ายมีคำก่นด่าแบบไม่มีเสียงปะปนมาด้วย

“นี่มึงยังไม่ได้บอกเพลงเหรอ” เฟียสไม่วายพยักพเยิดหน้าถาม สีหน้ากลั้นขำเต็มที่ ดูเหมือนว่าเพื่อนเขาคงอยากจะเห็นเพลงรับบทหึงแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นคงรีบบอกไปแล้ว

“นั่นสิพี่ฮาร์ต เคทนึกว่าพี่คุยกับพี่เพลงตอนอยู่ในครัวไปแล้ว”

เจ้าของบ้านส่ายหน้า ยังทำตาใส “ต้องบอกด้วยเหรอ”

คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวผู้ครองตำแหน่งแฟนเก่านึกฉุนขึ้นมา

“นั่นสิ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยนี่เนอะ” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่เธอก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้อยู่ดี พอนึกแล้วมันก็ชัดว่าฮาร์ตจงใจไม่บอกเธอให้ชัดเจนแต่แรกเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ ซึ่งที่จริงเขาก็ไม่ผิดเสียทีเดียว สถานะของเธอกับเขาตอนนี้คือแฟนเก่า หรือจะให้ใกล้เคียงสุดก็พอจะอนุโลมให้เป็นเพื่อนได้ละมั้ง เพราะแบบนั้นเขาจะบอกหรือไม่บอกเรื่องระหว่างเขากับเคทก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะไปเรียกร้องอะไรได้อยู่ดี ช่วยไม่ได้ที่เธอดันแสดงออกว่าหงุดหงิดเกินสถานะให้เขาเห็นไปแล้ว 

“พี่เพลงอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ เคทกับพี่ฮาร์ตไม่มีอะไรกันจริง ๆ เคทเป็นแค่รุ่นน้องที่บังเอิญเป็นลูกศิษย์ของแม่พี่ฮาร์ตที่โรงเรียนสอนดนตรีด้วย อีกอย่างเคทก็มีแฟนอยู่แล้วค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง สลัดภาพคนช่างยิ้มไปจนจดหมด แถมยังรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอัลบั้มรูปให้ดูเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เป็นรูปคู่ของเธอกับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก แถมยังมีหลายรูปด้วย “เพลงที่เคททำอยู่คือของขวัญที่เคทจะให้แฟนในวันครบรอบห้าปีที่คบกัน เราคบกันมาตั้งแต่มอปลายแล้ว ที่จริงเคทเคยได้ยินชื่อพี่เพลงมาก่อนนะคะ พี่ฮาร์ตเคยพูดถึงพี่ให้ฟังว่าพวกพี่ก็คบกันตั้งแต่มอปะ…”

“ฮึ่ม” เสียงกระแอมของฮาร์ตดังขัดขึ้นอย่างจงใจ เคทเหลือบมองรุ่นพี่ก็เข้าใจว่าเขาคงอยากให้เธอหยุดเล่าแล้ว เพราะแบบนั้นเธอเลยหันไปขอความช่วยเหลือจากเฟียสแทน

“พี่เฟียส เคทมีเรื่องเพลงที่ทำอยู่อยากถามอยู่พอดีเลยค่ะ” คนพูดมองไปยังรุ่นพี่อีกคนด้วยสีหน้าเจือรอยยิ้มขอความช่วยเหลือ เฟียสที่รู้งานจึงรีบปรี่เข้าไปดึงแขนรุ่นน้องแล้วพากันเดินเข้าไปในสตูดิโอ ปล่อยให้สองหนุ่มสาวเจ้าปัญหายืนเผชิญหน้ากันแค่สองคน 

“สนุกนักหรือไง” เพลงถามคนที่เอาแต่ยืนมองเธอเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา 

“อะไร”

“สนุกเหรอที่เห็นฉันหงุดหงิดใจเพราะนายน่ะ”

นัยน์ตาของคนตัวสูงกว่าปรากฏรอยยิ้มเล็ก ๆ ตอนที่เห็นใบหน้าบูดบึ้งของอีกฝ่าย ขยับปากตอบสิ่งที่ช่วยให้คนฟังหัวร้อนมากขึ้น “ก็ดี”

“ก็ดี” เพลงพึมพำทวนคำนั้นด้วยความเจ็บใจก่อนจะนึกบางเรื่องขึ้นมาได้ “แล้วใครให้นายเที่ยวไปเล่าให้คนอื่นฟังว่าเราคบกันตอนไหน”

“ทำไมล่ะ มีกฎห้ามเล่าความหลังด้วยเหรอ”

“ก็…!” พอโดนย้อนถามกลับมาแบบนั้น คนที่ไม่รู้จะหาเรื่องอะไรแล้วจึงยอมถอย เพลงกลับไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตามเดิม หยิบหูฟังสองข้างจากกระเป๋าสะพายขึ้นมาใส่ เปิดเพลงฟังเพื่อปิดการรับรู้อื่น ๆ แสร้งทำเป็นไม่สนใจเจ้าของบ้านที่ยืนมองทุกอากัปกิริยาของเธอด้วยสีหน้าขบขัน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหยิบไอแพดขึ้นมาเหมือนพยายามจะตั้งสมาธิเพื่อร่างภาพต่อ ฮาร์ตก็เลยหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องไปสมทบกับสองคนก่อนหน้านี้  

ตั้งแต่หางตาเห็นแวบ ๆ ว่าอีกฝ่ายขยับตัว เพลงก็เงยหน้าขึ้นแยกเขี้ยวยิงฟันมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความหมั่นไส้ ทว่าไม่ทันไรใบหน้ายุ่งเหยิงกลับอมยิ้มขึ้นมาเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ตรงนี้แล้ว เธอไม่ปฏิเสธตัวเองหรอกว่ากำลังยินดีที่ได้รู้ว่าระหว่างฮาร์ตกับรุ่นน้องคนนั้นไม่มีอะไรกัน

ยินดีและดีใจมากเลยล่ะ!

“นี่…” จู่ ๆ คนที่เพิ่งเดินเข้าห้องไปก็กลับออกมาอีกครั้ง เล่นเอาคนที่นั่งยิ้มอยู่รีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน เธอถอดหูฟังออกข้างหนึ่งเพื่อฟังเขา ฮาร์ตผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะเดินนำกล่องลูกอมมาวางไว้บนจอไอแพดที่แฟนเก่าถือไว้บนตัก “กินแล้วเผื่อหัวจะเย็นขึ้น แล้วจะได้คิดงานออก”

เพลงขมวดคิ้วมองกล่องลูกอมรสส้มของโปรดตรงหน้า ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่ “ทั้งหมดมันก็เพราะนายไม่ใช่หรือไง โรคจิตเหรอ”

“อืม สงสัย” คนถูกถามพยักหน้าหงึกหงัก ไร้แววปฏิเสธ ก่อนจะหลุบตามองภาพร่างบนหน้าจอที่มีกล่องลูกอมบังไปส่วนหนึ่ง ที่จริงเขามองเห็นภาพเต็มก่อนหน้านี้ไปแล้ว ดวงตาคมหรี่ลงเกือบครึ่ง พูดด้วยเสียงติดตลกว่า “ฉันก็แค่คิดว่างานใหม่เธออาจจะเป็นปกนิยายแฟนตาซีที่ต้องใช้จินตนาการเยอะ ๆ น่ะ แต่ฉันว่าพระเอกหน้าเหมือนฉันไปหน่อยนะ”

ชายหนุ่มแสร้งเอียงคอมองเหมือนกำลังพิจารณาให้ถ้วนถี่

เจ้าของภาพร่างเบิกตากว้างทันทีที่รู้ตัว รีบคว้ากล่องลูกอมออกมาแล้วคว่ำหน้าจอลงอย่างร้อนรน เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจ้องไปมากกว่านี้ เธอลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้แทบจะคิดงานไม่ออก วาดยังไงก็รู้สึกไม่พอใจจนรู้ตัวอีกทีก็มานั่งวาดผู้ชายตรงหน้าแทน แถมยังเติมเขาเติมเขี้ยวราวกับปีศาจให้ด้วย คนที่เห็นภาพวาดตัวเองจากฝีมือเธอมาค่อนชีวิตอย่างฮาร์ตน่ะมองปราดเดียวก็ดูออกไม่ยากหรอก

“นายจะไปไหนก็ไปเลย ฉันอุตส่าห์อยู่เงียบ ๆ วุ่นวายอยู่ได้” 

“เดี๋ยวก่อน ใครกันแน่ที่วุ่นวาย นี่มันบ้านฉัน เธอจะให้ฉันไปไหนเหรอ” 

“ก็…ฉันเองก็นั่งอยู่แค่ตรงนี้ที่เดียวอะ ถ้ามันขวางตาก็มองไปตรงอื่นสิ โน่นไง กลับเข้าสตูดิโอไป”

“เหรอ”

“เออ”

คนตัวสูงส่ายหน้ายิ้มขำ “ถ้าทำได้…” พูดเท่านั้นก็เงียบไป

“ถ้าทำได้อะไร” หญิงสาวนิ่วหน้าไม่เข้าใจที่เขาพูด แถมยังเหมือนว่าจะมีอะไรต่อจากนั้นแต่ไม่ยอมเอ่ยให้จบด้วย

“ช่างเถอะ” ฮาร์ตถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปอีกครั้ง ปล่อยให้ยายนักวาดตัวร้ายนั่งใช้จินตนาการของเธอต่อไป ‘เงียบ ๆ’ แล้วกัน เพราะถ้าทำได้…เขาก็อยากละสายตามองไปทางอื่น ไม่ต้องคอยมองหาแต่เธอเหมือนกัน 

ถ้าทำได้ที่แปลว่า ตอนนี้ ‘ยังทำไม่ได้’ น่ะ 

ผู้หญิงคนนั้นจะรู้ไหมว่าเขาอยากเกลียดเธอแทบตาย แต่เคยทำได้ที่ไหน 

 

 

กว่าหลายชั่วโมงผ่านไปจนอาทิตย์เกือบจะลับขอบฟ้าของวัน ฮาร์ตกำลังยืนมองคนที่ไม่รู้ว่าแอบงีบหลับไปตอนไหนอย่างชั่งใจว่าควรจะปลุกดีหรือเปล่า นึกแล้วก็พานจะขำ ตอนตื่นเหมือนแมวขี้หงุดหงิด แต่พอหลับแล้วกลายเป็นลูกแมวขึ้นมาทันที เหมือนเธอจะมีความสุขกับการหนุนหมอนอิงนอนคุดคู้อยู่บนโซฟามากทีเดียว

ตัดสินใจอยู่ไม่นานชายหนุ่มก็เดินเข้าไปตั้งใจจะดึงหูฟังออกให้เพื่อที่อีกคนจะได้พักผ่อนจริง ๆ ทว่าแค่เอื้อมมือไปขยับนิดเดียวเจ้าตัวก็ลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมาแล้ว 

“ทำอะไร” เธอถามเสียงห้วน

ลูกแมวคืนร่างเป็นแมวขี้หงุดหงิดแล้วสินะ

“ก็ปลุกไง มันจะมืดแล้ว” เขาตอบเสียงเรียบและตรงข้ามกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำตอนแรก ขยับถอยห่างจากโซฟามากขึ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้าขยับลุกขึ้นมานั่งยกมือนวดขมับเหมือนปวดหัว พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ 

“แล้วคนอื่นล่ะ” เธอถามด้วยเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนตื่นทีแรก

“เคทกลับไปแล้ว ส่วนไอ้เฟียส…”

“ตกลงคืนนี้มึงจะไปหรือเปล่า” เฟียสที่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดีเอ่ยถามขัดจังหวะขึ้น ฮาร์ตเลยเบนความสนใจหันไปตอบเพื่อนแทน 

“ไม่แน่ใจ กูอาจจะไม่ไป”

“มึงอย่าพูดว่าอาจจะ เนี่ยเฮียพิทช์แม่งไลน์มาเตือนยิก ๆ” เฟียสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไลน์จากรุ่นพี่มือกลองประจำวงให้เพื่อนดู “ไม่เห็นแก่เฮียก็เห็นแก่เส้นสายที่แม่งอุตส่าห์ใช้จองโต๊ะวีไอพีไว้หน่อย ขาดมึงคนเดียวโต๊ะก็โล่งแล้ว”

“เออ แต่ขาดกูเหล้าคงไม่จืดหรอกมั้ง”

“ไม่เอาน่า” เฟียสส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับการปฏิเสธ แค่เพื่อนขึ้นต้นมาว่าอาจจะในตอนแรกก็รู้ว่ามีเปอร์เซ็นต์จะไม่ไปมากกว่าไปแล้ว เห็นทีต้องจี้ให้ถูกจุด ว่าแล้วเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายไปยังเพลงที่กำลังนั่งฟังสองหนุ่มอยู่เงียบ ๆ “เธอว่างหรือเปล่าคืนนี้”

“จะไปดื่มกันเหรอ” 

“ใช่ เฮียพิทช์เปิดโต๊ะเลี้ยงเนื่องในโอกาสอยากใช้เงิน เธอก็ไปด้วยกันสิ” พูดจบก็แอบกลอกตามองปฏิกิริยาของเพื่อนสนิท ดูเหมือนวิธีของเฟียสจะได้ผลเกินคาด เป้าหมายแสดงอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นทุกที

“มึงก็รู้ว่าเพลงไม่ชอบเที่ยว” ฮาร์ตรีบบอก

“รู้ แต่ล่าสุดก็เจออยู่คลับไม่ใช่เหรอ”

“แต่วันนั้น…”

“ไปสิ! ฉันไปด้วยคน” คนถูกชวนโพล่งขึ้นเรียกให้ฮาร์ตหันขวับไปมองเธอแบบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง หญิงสาวเลยแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ฉันไม่ชอบเที่ยวก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปไม่ได้สักหน่อยนี่เนอะ ช่วงนี้เหงา ๆ ด้วย”

“ตกลงแล้วนะ ห้ามปฏิเสธ” เฟียสกำชับเสียงเข้มแล้วก็รีบไลน์ไปบอกเพื่อนร่วมวงทันที “ว่าแต่เธอใช้ไลน์เดิมหรือเปล่า เดี๋ยวส่งสถานที่กับเวลาไปให้” 

“อืม อันเดิม”

เฟียสตีหน้านิ่ง ละสายตาจากโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมาบอกลาเพื่อนสนิท “กูกลับก่อนดีกว่า มึงก็รีบตัดสินใจเข้านะ แต่ก็จริงแหละที่ขาดมึงเหล้าก็ไม่จืด เพราะตอนนี้กูมีเพลงแล้ว” 

พูดจบก็แกล้งเล่นหูเล่นตาทิ้งท้ายก่อนจะเดินตัวปลิวออกจากบ้านไป เขารู้ดีว่าถ้าเพลงรับปากจะไปด้วยกันแบบนี้ เพื่อนสนิทเขาคงต้องทบทวนคำตอบของตัวเองใหม่อย่างหนัก แบบนี้สิทางลัด คราวนี้แหละที่โอกาสในการที่ฮาร์ตจะไปด้วยก็มีมากถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แล้ว ที่เหลือหนึ่งเปอร์เซ็นต์เก็บไว้ให้ลังเลแบบพอเป็นพิธี

ส่วนเพลง เป็นเพราะเธอรับปากกับตัวเองแล้วว่าจะกลับมาคืนดีกับฮาร์ตให้ได้ แน่นอนว่าการที่เธอตอบตกลงแบบไม่ต้องคิดนานนั้นก็เป็นการกลับเข้ามาอยู่ในชีวิตของแฟนเก่าแบบเนียน ๆ เช่นกัน อีกอย่างเฟียสเป็นคนออกปากชวนเองด้วย เธอไม่ได้เสนอตัวขอไปด้วยก่อนสักหน่อย

“เธอจะไปกับไอ้พวกนั้นจริงเหรอ” ฮาร์ตถามเสียงเครียดเมื่อเฟียสเดินคล้อยหลังออกไปแล้ว

“ก็จริงน่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเป็นเพื่อนกับแกตเตอร์ไปแล้ว ไม่ได้สังสรรค์กับเพื่อนนาน ออกไปก็ดีเหมือนกันนะ” หญิงสาวตอบพลางเก็บข้าวของของตัวเองใส่กระเป๋า เพื่อจะกลับบ้านไปเตรียมตัวให้พร้อมออกไปคลับคืนนี้ หากแต่ก็นึกอีกเรื่องขึ้นมาได้ เธอต้องแสดงจุดยืนของตัวเองก่อนที่อีกฝ่ายจะทึกทักเอามาเล่นงานทีหลัง “อ้อ เป็นเพื่อนกับแกตเตอร์ที่รู้ใช่ไหมว่าไม่รวมนายน่ะ”

“เรื่องของเธอเถอะ แต่เธอลืมไปแล้วเหรอว่าคืนนั้นเจออะไรมา”

หญิงสาวชะงักไปนิดหน่อย เธอไม่มีทางลืมคืนที่เขาเข้าไปช่วยไว้หรอก และเธอจะไม่โง่เดินเตร่คนเดียวในที่แบบนั้นอีก 

เพลงถอนหายใจพรืดแล้วยิ้มกับตัวเอง “ไม่ลืมหรอก ก็แค่ต้องระวังตัวมากขึ้น” เธอลุกยืนเต็มความสูงหลังเก็บของเรียบร้อยแล้ว มองหน้าคนตัวสูงกว่าแล้วถามว่า “นายล่ะ จะไม่ไปจริง ๆ เหรอ” 

“…” ฮาร์ตไม่ตอบแต่ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มแล้วเบือนหน้าไปมองทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก ความกังวลใจที่เก็บซ่อนเอาไว้ไม่มิดนั้น ทำให้หญิงสาวที่จ้องมองเขาอยู่ยิ้มกริ่ม นึกอะไรดี ๆ ออก

“ยังมีเวลาตัดสินใจนะ นายไปหาข้าวเย็นกินก่อนก็ได้ เห็นว่าตัดสินใจตอนโมโหหิวน่ะ ไม่ดีหรอก” ครั้นพอสบโอกาสย้อนเขากลับได้เจ็บแสบแล้ว เธอก็รีบสาวเท้าเดินหนีออกมาจากตรงนั้นด้วยอีกคน ไม่ว่าคำตอบของเขาจะเป็นแบบนั้น เดี๋ยวคืนนี้ก็ได้รู้กันอยู่ดี 

 

 

___________________________

จุดประสงค์นางชัดเจน 555555

ไม้เบื่อไม้เมามากคู่นี้ XD

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น