(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 8 : Chapter 4 Don't decide when you're hangry [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

Chapter 4

Don’t decide when you’re hangry

(อย่าตัดสินใจตอนที่เธอกำลังโมโหหิว)

[1]

 

 

สิ้นประโยคนั้นก็เกิดความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณห้องครัวอีกครั้ง ทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่งราวกับต่างคนต่างก็กำลังทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่แค่คนได้ฟัง แต่เป็นตัวคนพูดด้วยเหมือนกัน 

สงครามเงียบขนาดย่อมก่อตัวขึ้นได้ไม่นานนัก ประโยคที่ใช้ทำลายบรรยากาศอึมครึมดูราวกับเป็นจุดสิ้นสุดของความอดทน 

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง” อีกครั้งที่เพลงเป็นฝ่ายหมดความอดทนก่อนเป็นคนแรก เธอยกมือขึ้นเสยปอยผมที่ปรกกรอบหน้าขึ้น พ่นลมหายใจกรุ่นร้อนออกมา “ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันหันไปทางไหนก็เห็นแต่นาย แล้วไม่ว่าจะมองกลับมากี่ครั้ง มันเป็นนายเองไม่ใช่เหรอที่ยังอยู่ที่เดิมไม่ยอมไปไหน แล้วฉันผิดอะไรนัก ผิดที่บอกเลิกนายแล้วก็เป็นฝ่ายอยากกลับมาเหรอ”

“ฉันไม่เคยบอกว่าเธอผิด”

“แต่สายตานายมันฟ้องออกมาหมดแล้วฮาร์ต”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าประหลาดใจ เขาไม่เห็นรู้ตัวเลยว่าไปทำสายตาแบบนั้นใส่เธอตอนไหน แล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยโทษว่ามันเป็นความผิดของเธอเลยสักครั้ง ถ้าจะมีคนผิดน่าจะเป็นความผิดร่วมกันมากกว่า หรือไม่บางที “นั่นเพราะเธอรู้สึกผิดเองหรือเปล่า”

“ฉัน…!” หญิงสาวชะงักไป ที่เขาพูดมันก็ถูก ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ตัวว่ามักจะเป็นฝ่ายชวนทะเลาะก่อน เธอไม่ได้อยากทำอย่างนี้สักหน่อย หากแต่รู้ตัวอีกทีก็เกิดเรื่องวุ่นวายแล้ว “ถ้าฉันรู้สึกผิดแล้วยังไง นายควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ รู้อะไรไหม แม้แต่ตอนที่นายทำเหมือนเรื่องของเราจะไม่เป็นเหมือนเดิม นายก็ยังรั้งฉันไว้ด้วยการกระทำย้อนแย้งที่ทำให้ฉันอึดอัดแทบบ้า”

ทั้งแววตาตัดพ้อกับเสียงหอบหายใจหนักหลังจากร่ายยาวจนเกือบลืมหายใจของหญิงสาวทำให้อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเบา ๆ จะเถียงก็เถียงไม่ได้เพราะเขารู้ตัวว่าทำแบบนั้นจริง ๆ บางอย่างก็ตั้งใจ บางอย่างก็เป็นไปเองโดยไม่ทันรู้ตัว เรียกว่าเขาเองยังจัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ก็น่าจะใช่ คนตัวสูงได้แต่ยืนขบริมฝีปากอย่างใช้ความคิด ดูเหมือนว่าตอนนี้ยิ่งเขาพูดอะไรออกไป เรื่องราวก็ยิ่งดูจะแย่ลง เขาควรเงียบไปน่ะดีแล้ว เงียบแล้วปล่อยให้คนตรงหน้าพูดในสิ่งที่เธออยากพูดต่อไป เหนื่อยเมื่อไรคงจะเงียบเอง

“หนึ่งปีที่ฉันลืมนายไม่ได้ คบคนใหม่ก็ไปไม่รอดนี่มันยังไม่ชัดพออีกเหรอวะฮาร์ต นายยังคิดว่าฉันอยากเอาชนะอยู่อีกเหรอ ปกติแล้วฉันเคยง้อนายหรือไง” 

ไม่เคย นั่นแหละที่เขาประหลาดใจ

“…”

“มันก็ใช่ที่ฉันอยากเอาชนะ ใช่ บางทีฉันก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ…” 

“พี่ฮาร์ต!” ประโยคพูดของเพลงถูกตัดหายไปเพราะเสียงของเคท พร้อมกับการปรากฏตัวของรุ่นน้องตรงหน้าห้องครัว ทว่าคนมาใหม่ถึงกับยิ้มเก้อทำหน้าไม่ถูก มือข้างที่ถือโทรศัพท์ชะงักค้าง เมื่อมองผ่านกรอบประตูเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดด้านใน อันชวนคิดได้ว่าเธออาจจะมาผิดจังหวะไปหน่อย 

“วันนี้ก็ด้วย” เพลงพูดต่อเสียงเบา ถอนหายใจพรืดแล้วเบือนหน้ามองไปทางอื่นคล้ายไม่อยากจะรู้สึกอารมณ์ไม่ดีไปมากกว่านี้ กลัวว่าตัวเองพานจะโกรธคนมาใหม่ที่ไม่ได้มีส่วนผิดอะไรในเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่ ส่วนฮาร์ตเดินออกไปหารุ่นน้องพร้อมกับเอ่ยถาม

“มีอะไรหรือเปล่า” 

“ฮะ? อ๋อ คือพี่เฟียสโทรมาบอกว่าจะแวะเข้ามาช่วยอะ เขาใกล้เสร็จธุระแล้ว เห็นว่าพี่ฮาร์ตไม่รับโทรศัพท์” เคทโชว์เครื่องมือสื่อสารในมือให้รุ่นพี่ดู มีสายของคนที่เธอเอ่ยถึงค้างอยู่

คำบอกเล่านั้นทำให้คนตัวสูงกว่าล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงลำลองของตัวเองทั้งสองข้าง หากแต่พบกับความว่างเปล่า “สงสัยพี่ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้อง”

“อ้อ” รุ่นน้องพยักหน้ารับก่อนจะเหลือบมองไปยังหญิงสาวอีกคน ดูออกเลยว่าสีหน้าของสาวเจ้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก เคทพอจะเดาเรื่องได้คร่าว ๆ แล้วละว่าคงมีการปะทะอารมณ์เกิดขึ้นแน่นอน เพราะแบบนั้นเธอเลยรีบหมุนตัวหลบฉากออกไปพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู “ฮัลโหล พี่เฟียสได้ยินแล้วใช่ไหม พี่ฮาร์ตลืมโทรศัพท์…”

“เธอไม่หิวแล้วเหรอ” ฮาร์ตหันกลับมาถามคนที่ทำท่าเหมือนพยายามสงบสติอารมณ์อยู่ 

คนถูกถามหันไปมองอีกคนตาขวาง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะดึงกลับไปเรื่องของกินทั้งที่เธอกำลังซีเรียสอยู่แบบนี้ แต่ก็นี่แหละ ผู้ชายที่ชื่อฮาร์ต

“ใช่เวลากินหรือไง”

ฮาร์ตพยักหน้าลงง่าย ๆ “ใช่สิ จะคิดจะตัดสินใจอะไรตอนโมโหหิวน่ะ ไม่ดีหรอก” เขายิ้มขำก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้คนกำลังอารมณ์ร้อนยืนฟึดฟัดอยู่คนเดียว เธอกำลังโกรธเขาอยู่ต่างหาก ไม่ใช่…!

…หรือจะหิวจริง ๆ นะ

เสียงค้านในหัวของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อรู้สึกว่าท้องเริ่มร้องโครกครากขึ้นมาเล็กน้อย และนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกนิด ไม่นานเพลงก็จำต้องตามฮาร์ตออกมาจากห้องครัวจนได้ เธอเดินมาร่วมวงอาหารเงียบ ๆ ไม่ได้คุยอะไรกับใครทั้งนั้น ฮาร์ตขยับกล่องสปาเกตตีที่ดูเหมือนจะยกให้เธอคนเดียวทั้งหมดมาให้ เธอไม่ได้ขอบคุณหากก็ยอมกินแต่โดยดี พลางเงี่ยหูฟังไปอีกคนสองคุยกันไปด้วย ไม่รู้ว่าหิวหรือหึงกันแน่ ทีแรกเธอไม่ได้หิวอะไรนัก แต่ยิ่งกินยิ่งรู้สึกหิว ฮาร์ตกับรุ่นน้องของเขาคุยกันเรื่องเพลงอะไรสักอย่างที่เธอไม่เข้าใจนัก แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าเคทกำลังทำเพลงโดยได้รับความช่วยเหลือจากฮาร์ต และดูเหมือนเฟียสมือกีตาร์ประจำวงแกตเตอร์จะมาช่วยด้วย  

ยายนี่สนิทกับแก๊งนี้แค่ไหนกัน…

เพลงคิดไม่ตกระหว่างที่ม้วนเส้นสปาเกตตีเข้าปาก สายตาหลุบมองโต๊ะสลับลอบมองสองคนตรงหน้าเป็นระยะ สมองคิดไปคิดมาระหว่างเหตุการณ์ตรงหน้ากับบรีฟงานของลูกค้าที่ตั้งใจว่าจะเริ่มร่างวันนี้

หลังจบมื้ออาหารแล้วฮาร์ตก็ไปเปิดประตูรั้วทิ้งไว้ให้เพื่อน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในสตูดิโอทำเพลงส่วนตัวพร้อมกับรุ่นน้อง ปกติแล้วถ้าเขาไม่ได้ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนในวงที่สตูดิโอใหญ่ของเฮียพิทช์ รุ่นพี่และมือกลองประจำวง เขาก็มักจะขลุกตัวอยู่ในห้องนั้นแทบทั้งวัน แม้วันนี้เขาจะเปิดประตูห้องทิ้งไว้พอให้ได้ยินเสียงพูดคุยดังลอดออกมาบ้าง หรือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจอะไรก็ตามแต่ ทว่ามันก็ไม่ได้ช่วยให้แฟนเก่าที่นั่งหน้าบูดอยู่ที่โซฟาตรงพื้นที่ห้องนั่งเล่นรู้สึกดีเท่าไร

มือกีตาร์ที่โทรมาก่อนหน้านี้มาถึงตอนที่ทุกคนเสร็จจากมื้อกลางวันไม่นานนัก เขารู้จากเคทตอนที่โทรมาอยู่แล้วว่าเพลงอยู่ที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นคนมาใหม่ก็อดทักทายอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกแปลกใจไม่ได้อยู่ดี 

“ว่าไง ไม่เจอกันตั้งนาน” 

คนถูกทักแบบไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งก่อนเงยหน้าจากจอไอแพดขึ้นมาด้วยความตกใจ “อ้าว มาแล้วเหรอ”

เฟียสกลอกตามองไปทางสตูดิโอที่เปิดประตูค้างเอาไว้เกือบครึ่งแล้วก็พอจะเดาเรื่องได้ไม่ยาก ไม่ใช่แค่เขาแต่หากเป็นคนอื่นในวงก็คงรู้ดีเหมือนกัน คู่ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอย่างฮาร์ตกับเพลงน่ะ พวกเขารู้จักดีกว่าใครเลยล่ะ

“คืนดีกับไอ้ฮาร์ตแล้วหรือแค่มาเปลี่ยนที่วาดรูป” คนตัวสูงพยักพเยิดหน้าไปยังอุปกรณ์ในมือของอีกฝ่าย 

“ช่างเรื่องฉันก่อนเถอะ นายมาก็ดีเลย ฉันมีเรื่องสงสัย” เห็นท่าว่าถ้าคุยกับฮาร์ตคงอีกนานกว่าจะรู้เรื่อง เพลงเลยเปลี่ยนเป้าหมายทันทีที่เห็นหน้าเฟียส เธอวางไอแพดลงบนโซฟาก่อนจะลุกเดินเข้าไปหาคนมาใหม่ “คือสองคนนั้นน่ะ…”

“เป็นอะไรกัน” เฟียสถามต่อให้ทั้งที่อีกฝ่ายยังพูดไม่ทันจบ

หญิงสาวพยักหน้ารัว “นายก็รู้จักเคทด้วยเหรอ พวกนายไปรู้จักกันตอนไหนทำไมฉันไม่เห็นรู้จักเลย”

“ที่จริงก็เพิ่งสนิทกันไม่นานนี้เอง หลังจากที่เธอทะเลาะกับไอ้ฮาร์ตเรื่องแฟนคลับ ‘คนนั้น’ ไง”

“อย่าเรียกว่าแฟนคลับ” เพลงรีบแก้ “เรียกว่าอยากเป็นแฟนมากกว่า”

เธอแทบจะไม่ต้องนึกเลย เพราะพออีกคนจงใจเน้นคำว่า คนนั้น เธอก็เข้าใจในทันที แน่นอนว่าเธอไม่ลืมคนที่เป็นต้นเหตุให้เธอกับฮาร์ตทะเลาะกันจนถึงกับต้องเลิกกันไปครั้งล่าสุดหรอก ถึงตอนนั้นเธอจะไม่อยากเข้าใจอะไรเท่าไร แต่การแสดงออกของผู้หญิงคนนั้นก็ชัดมากกว่าไม่ได้อยากเป็นแค่แฟนคลับของฮาร์ตเฉย ๆ ขนาดกลุ่มแฟนคลับด้วยกันยังดูออก แล้วมีเหรอที่เธอจะรู้ไม่ทัน! 

“เออนั่นแหละ” เฟียสยิ้มขำ 

“แล้วเคทนี่ยังไงเหรอ”

“สองคนนั้นไม่ได้บอกหรือไง”

“ก็…บอกว่าเป็นรุ่นน้อง”

“นั่นแหละ”

“แค่รุ่นน้องที่มอเฉย ๆ เหรอ ไม่ได้แบบว่าคบกันหรือ…!”

“ไอ้เฟียส” เสียงหนึ่งดังขัดบทสนทนาขึ้นเรียกความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปมองทางสตูดิโอ ฮาร์ตเปิดประตูออกกว้างขึ้นแล้วยืนมองมาจากตรงนั้น “ถึงตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อกี้”

 “แล้วมีอะไรกันหรือเปล่า” เจ้าของบ้านมองเพื่อนตัวเองสลับกับแฟนเก่า อันที่จริงเขาออกมาดูเพราะได้ยินเสียงบทสนทนาดังเข้าไปแต่ฟังไม่ถนัด

“ไม่มี/มี” เพลงรีบปฏิเสธ เป็นจังหวะเดียวกับที่เฟียสพยักหน้าพร้อมคำตอบ เล่นเอาทั้งคู่รีบหันขวับมองหน้ากันเพราะไม่มีใครเตี๊ยมใคร ตอนนั้นเองที่เคทเดินตามมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูด้วยอีกคน

“เพลงสงสัยว่ามึงกับเคทเป็นอะไรกัน” 

 

 

 

___________________________

มาถึงก็เปิดประเด็นเลยนะเฟียส 55555555555

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น