(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 7 : Chapter 3 Don’t look back unless you still love me [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

Chapter 3

Don’t look back unless you still love me

(อย่าหันกลับมา เว้นเสียแต่ว่าเธอยังรักฉันอยู่)

 

[2/2]

 

 

 

“นี่เธอ…ตั้งใจจะนอนบ้านฉันด้วยหรือเปล่า” 

ฮาร์ตถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจเท่าไรเมื่อเห็นว่าอดีตแฟนเดินไปหยิบไอแพดมาจากในรถพร้อมบอกทำนองว่า ไหน ๆ เธอก็จะมาฝากท้องไว้ที่นี่แล้ว ถือโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศทำงานด้วยเสียเลย

“ถ้าวันนี้คิดร่างงานใหม่ไม่ออก ก็อาจจะไม่กลับ” หญิงสาวไหวไหล่เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหากเธอจะนอนที่นี่ ทว่าเหมือนตอนแรกเธอจะลืมอะไรไปชั่วขณะ ลืมนึกถึงใครบางคนที่กลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับบรรดาของกินก่อนแล้ว ครั้นพอนึกขึ้นมาได้ก็อึกอักไป “เอ่อ…”

ทั้งสองคนชะงักเท้าหยุดเดินแทบจะพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างหันมองหน้าเหมือนเพิ่งจะนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้ เผลอทีไร ความเคยชินแต่ก่อนก็ทำให้เพลงลืมมองความจริงไป เธอไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังทำแบบนั้นได้อยู่หรือเปล่า ต่อให้เป็นสถานะ ‘เพื่อน’ ก็ตาม และหากจะว่ากันตามตรงแล้ว ไม่เคยมีความคิดที่ว่า เธอจะเป็นเพื่อนกับฮาร์ตได้อยู่ในหัวของหญิงสาวเลย หลังจากที่ทั้งคู่ก้าวข้ามเขตนั้นมาแล้ว 

“มีอะไรหรือเปล่า” คนตัวสูงกว่าถามขึ้นหลังจากเห็นว่าคนข้างตัวเงียบไปนาน

“ช่างเถอะ นายก็รู้ว่าฉันชอบพูดเล่น ใครจะไปอยู่ที่นี่นาน ๆ ล่ะ” อีกฝ่ายปฏิเสธแล้วเริ่มเดินต่อ

“ทำไมล่ะ ที่เธอบอกว่าจะกินพิซซาด้วยกันน่ะ ไม่ใช่เพราะว่าอยากอยู่นาน ๆ หรือไง” ชายหนุ่มเดินตามมาติด ๆ เขายิ้มขำอย่างคนรู้ทัน อยากเห็นกับตานักว่าคนปากเก่งจะกินได้สักเท่าไรกัน 

“น่ารักดีนะ”

“…?” เรียวคิ้วเข้มของฮาร์ตขมวดเข้าหากันเมื่ออยู่ดีไม่ว่าดีอีกคนก็เปลี่ยนเรื่องไปเสียดื้อ ๆ และคิดว่าตอนนี้เธอคงไม่ได้นึกอยากชมเขาแน่นอน 

“ฉันหมายถึงเคท” เพลงเฉลย พยักพเยิดหน้าไปทางประตูบ้านที่ห่างออกไปอีกไม่กี่ก้าว “ผู้หญิงคนนั้นน่ะ กำลังจะคบกันหรือไง”

ฮาร์ตชะงักเท้าแล้วนิ่งไป ความเงียบของเขาเล่นเอาคนรอฟังใจหล่นหายลงไปอยู่ตาตุ่ม ซึ่งคำตอบกึ่งคำถามต่อมาของเขาก็ไม่ได้ช่วยให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้นเท่าไร

“เธอคิดว่าไงล่ะ”

“เฮอะ ถามฉันเนี่ยนะ”

ชายหนุ่มมองคนเริ่มหาเรื่องแค่นหัวเราะแล้วเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น ไม่รู้ว่าเธอถามเพื่อจะตอกย้ำตัวเองหรือยังไง เขายิ้มโดยที่เธอไม่เห็นก่อนจะพูดว่า “ฉันก็คิดว่าน่ารักเหมือนกัน” 

เมื่อเพลงหันกลับมาอีกที เจ้าของบ้านก็เดินลิ่ว ๆ หนีเข้าบ้านไปอีกคนแล้ว เธอไม่อยากจะคาดเดาไปเองเท่าไรนักจากคำตอบที่เหมือนจะไม่ใช่คำตอบของอีกฝ่าย เพราะหากให้เธอเดาเองละก็ อดคิดไม่ได้หรอกว่าทั้งคู่คงกำลังดูใจกันอยู่ หรืออยู่ในช่วงเดตอะไรทำนองนั้น ขนาดเธอไม่อยากจะคิดไปเองเท่าไรก็อึดอัดใจแทบแย่อยู่แล้ว เพลงถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนจะเดินตามเข้ามาด้านในด้วยความรู้สึกหลากหลาย ภาวนาอยู่ในใจว่าที่ที่เคยเป็นของเธอจะยังคงว่างรอเธออยู่ตลอด แม้รู้ดีว่ามันเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวและเข้าข้างตัวเองเกินไปสักหน่อยก็ตาม

ภายในบ้านของฮาร์ตไม่ได้แปลกตาไปจากเดิมที่เพลงเคยมาครั้งสุดท้ายเมื่อปีก่อนเลย เฟอร์นิเจอร์หลักชิ้นใหญ่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ที่เปลี่ยนก็น่าจะของใช้จุกจิกอย่างอื่น เธอยังคงจำแผนผังของบ้านหลังนี้ได้ดีเช่นเดียวกับที่เขาจำของบ้านเธอได้

“มากินด้วยกันสิคะพี่…” เคทเอ่ยเรียกคนที่ตามเข้ามาในบ้านเป็นคนสุดท้าย ในมือเธอมีพิซซ่าอยู่ชิ้นหนึ่งที่เตรียมจะนำเข้าปาก เธอหันไปถามคนข้าง ๆ เสียงเบาว่า “พี่ฮาร์ตจะไม่แนะนำให้เคทรู้จักหน่อยเหรอ”

“เพลง” ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ เหมือนเป็นการเรียกเจ้าของชื่อนั้นไปในตัว

“อ้อ พี่เพลงนี่เอง ก็ว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหน” เจ้าของผมบ๊อบพยักหน้าหงึกหงักแล้วแนะนำตัวเอง “เคทนะคะ เป็นรุ่นน้องพี่ฮาร์ต แล้วก็…” 

“นี่เคทได้สั่งไก่มาด้วยหรือเปล่า” จู่ ๆ ฮาร์ตก็ถามขัดขึ้น 

“สั่ง ๆ หิวไปหน่อยลืมเอาออกมา” เคททำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ก่อนจะหันไปรื้อถุงที่ดูเหมือนจะมีของกินอย่างอื่นอีกสองสามกล่อง เธอหยิบไก่อบออกมาส่งให้ฮาร์ตเป็นคนแกะกล่อง มองแล้วยิ้มพลางพูดว่า “ไม่ได้กินพิซซ่าตั้งนาน ลืมสนใจอย่างอื่นเลย”

เสียงพูดคุยและท่าทางสนิทสนมของทั้งสองคนทำให้เพลงนึกอยากจะเปลี่ยนใจขอตัวกลับไปเสียตอนนี้ แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าเธออาจจะยังมีหวังอยู่บ้าง มาถึงขนาดนี้แล้วจะมายอมแพ้ง่าย ๆ คงไม่ได้หรอก เพราะเธอเองก็สัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วเหมือนกันว่าจะกลับไปคืนดีกับผู้ชายคนนี้ให้ได้ แม้ว่าการวางหน้าให้สนิทในสถานการณ์ตอนนี้มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน

เพลงพยายามจะไม่สนใจคนที่ทำให้เธอวุ่นวายใจอยู่ตอนนี้แล้วโฟกัสไปที่ของกินในกล่องกระดาษตรงหน้าแทน พิซซ่าที่อยู่ในนั้นทำให้เธอลังเลใจอยู่นิดหน่อย ‘สักชิ้นก็ได้แหละมั้ง พูดไปแล้วนี่ว่าจะกิน’ เธอคิดแบบนั้นขณะเอื้อมมือไปหยิบอาหารอิตาเลียนตรงหน้าขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

“นี่ซอสค่ะ” เคทเห็นเข้าพอดีก็เลยช่วยหยิบซองซอสส่งให้ 

“ขอบใจนะ แต่พี่ไม่ชอบใส่” เพลงรับมาแต่ก็วางไว้บนโต๊ะเฉย ๆ พูดจบแล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทั้งที่เพิ่งจะนั่งไม่ได้นาน ท่ามกลางสีหน้างุนงงของรุ่นน้อง เธอหันไปบอกฮาร์ตเหมือนขออนุญาตกลาย ๆ “ขอเข้าไปหยิบจานในครัวก่อนนะ”

เจ้าของบ้านพยักหน้ารับ ทอดสายตามองตามคนที่หาเรื่องชิ่งออกจากวงไปจนเธอเดินเลี้ยวเข้าไปในครัว เห็นแบบนั้นเขาก็ลุกขึ้นบ้าง 

“ไปไหนอะ” เคทที่กำลังจะกัดพิซซ่าอดถามไม่ได้

“ในครัว”

“พี่กับพี่เขาทะเลาะอะไรหรือเปล่า บรรยากาศดูตึงเครียดยังไงชอบกล” คนอ่อนกว่าถามเรื่องที่สงสัยตั้งแต่หน้าบ้าน ตอนนี้อยู่กันสองคนแล้วจึงสบโอกาสพอดี

“เหรอ ก็ปกตินะ” ฮาร์ตตอบขำ ๆ ก่อนจะกำชับอีกว่า “เดี๋ยวพี่มา” 

ร่างสูงเดินเร็ว ๆ ตามใครอีกคนเข้ามาในครัว เพราะเธอหันหลังให้เขาอยู่และอาจจะกำลังคิดเรื่องอื่นเลยไม่ทันรู้ตัวว่ามีคนตามเข้ามา เพลงกำลังใช้เท้ากดเปิดถังขยะซึ่งเป็นจังหวะที่คนตามมาเร่งฝีเท้ารีบขยับเข้าไปคว้ามือข้างที่เธอกำลังจะหย่อนพิซซ่าลงไปในถังได้เสียก่อน

“เอ๊ะ…” หญิงสาวชะงักไป นัยน์ตาเบิกกว้างตอนที่คนตัวสูงกว่าออกแรงคว้าข้อมือเธอจนต้องหันไปอีกทาง ฮาร์ตดึงมือของเพลงเข้าไปหาตัวพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมากัดพิซซ่าชิ้นนั้นเข้าปากไปอย่างถือวิสาสะ เหมือนเขาบังคับให้เธอป้อนเขาอยู่ในที

คนตัวสูงกว่ารีบเคี้ยวแล้วกลืนลงคอไป ทั้งที่ยังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของอีกคน สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกทำให้คนตรงหน้าเขาคาดเดาได้ยากว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาดึงมือเธอเข้าไปใกล้แล้วกัดพิซซ่าไปอีกคำ 

“อะไรของนายเนี่ย” คนตัวเล็กกว่านิ่วหน้าไม่เข้าใจ พยายามจะชักมือกลับแต่อีกคนก็ออกแรงรั้งไว้ไม่ให้เธอดึงกลับได้ “จะกินจนหมดเลยหรือไง” เธอถามอีก

“แล้วเธอจะหยิบมาทิ้งทั้งที่ตัวเองไม่ชอบกินพิซซ่าน่ะเหรอ” ฮาร์ตเลิกคิ้วถามกลับด้วยความข้องใจไม่ต่างกัน เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบเมนูนี้ ยิ่งเจ้าตัวเองยิ่งรู้ดีกว่าใครเพื่อนเลย เขาถึงได้แปลกใจตอนที่เธอบอกว่าจะอยู่กินด้วย และทั้งที่กำลังจะหยิบไก่กับเมนูอื่นมาให้กินแทนแท้ ๆ แม่ตัวดีก็ดันคว้าพิซซ่าแล้วเดินหนีเข้าครัวมาหน้าตาเฉย “เธอใจร้ายฉันไม่เคยว่าหรอกนะ แต่จะทิ้งของกินที่เพิ่งซื้อมาแล้วยังกินไม่ทันอิ่มเนี่ย เธอนี่มัน…”

“มันทำไม นิสัยไม่ดี?” คนผิดเลิกคิ้วเชิดหน้าถามกลับ รู้อยู่เต็มอกแหละว่าที่ตัวเองทำมันไม่ถูก

“เธอพูดเองนะ” เขายิ้มยียวนแล้วดึงมือเธอให้ป้อนพิซซ่าอีกครั้งจนได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะดังมาจากคนไม่เต็มใจทำ  

“จะกินก็เอาไปกินเองดี ๆ สิ” เธอบ่นอุบ แต่ก็ไม่ได้พยายามฝืนมือตัวเองไว้เหมือนทีแรก 

“แล้วเธอป้อนไม่ดีตรงไหน”

หญิงสาวค้านทันควัน “ฉันไม่ได้ป้อน”

“ไม่ได้ป้อนแล้วเรียกว่าอะไรล่ะ”

“นาย-จับ-มือ-ฉัน-อยู่” เธอพูดเสียงแข็ง หลุบตามองมือตัวเองที่กำลังตกอยู่ใต้พันธนาการจากมือของคนตรงหน้า ก่อนจะลากสายตากลับขึ้นไปจ้องเจ้าของมือนั้น เขากำลังยิ้มกวนประสาทจนเธอเห็นแล้วนึกรำคาญใจขึ้นมา แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด ซ้ำยังโน้มลงมากัดของกินในมือเธอเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย “ปล่อยฉันสักที ถ้ารุ่นน้องนายเข้ามาเห็นจะทำยังไง”

“ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย ฉันก็แค่กินพิซซ่าเอง” เขาพูดแล้วก็งับดึงของกินส่วนที่เหลือซึ่งชิ้นใหญ่พอประมาณเข้าปากไปจนหมดถึงได้ปล่อยมืออีกคนให้เป็นอิสระ เพลงรีบกำหมัดคล้ายอยากจะชกหน้าเขาแต่ก็จำต้องลดมือลง 

“ไม่กลัวน้องเขาจะเข้าใจผิดหรือไง”

“มีเรื่องอะไรให้เข้าใจผิดเหรอ ฉันกับเธอไม่ได้ทำอะไรกันสักหน่อย” อีกฝ่ายแสร้งทำหน้าไม่รู้เรื่อง ราวกับว่าก่อนหน้านี้ตัวเองไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้คิดไม่ดีเลยสักอย่าง 

“หวังว่านายคงไม่ได้กำลังให้ความหวังคนนั้นทีคนนี้ทีอยู่หรอกนะ” เพลงแค่นยิ้มแล้วว่า “ใครกันแน่ที่ใจร้าย”

“อืม นั่นสิ” ฮาร์ตคิดตามแล้วพยักหน้าลงราวกับจะเห็นด้วย ทว่า… “ไม่ใช่คนที่จะเอาของกินมาทิ้งเล่นหรอกเหรอ” 

“…!” คนฟังถึงกับกัดปากตัวเองเพราะเถียงไม่ออก เห็นชัดอยู่ว่าเรื่องที่เธอทำมันก็ไม่น่ารักนั่นแหละ แต่การที่เขากำลังล้อเลียนเธอด้วยสีหน้าและสายตาแบบนั้นมันชวนให้หงุดหงิดจริง ๆ  

“ไม่ชอบกินก็ไม่เห็นต้องฝืนว่ากินได้เลยนี่ คิดอะไรของเธอ” ร่างสูงยิ้มขำก่อนจะพยักพเยิดหน้าออกไปทางนอกห้อง “มีทั้งไก่อบทั้งสปาเกตตีอยู่ด้วย ไปกินสิ”

“อยากให้ฉันอยู่ต่อก็พูดมาตรง ๆ เถอะ” หญิงสาวหรี่ตาลงกึ่งหนึ่ง แสร้งทำสีหน้าเหมือนอ่านใจเขาออก ถึงความจริงจะไม่แน่ใจเท่าไรว่าอีกฝ่ายคิดตรงกับที่เธอเพิ่งพูดออกไปหรือเปล่า

“เธอต่างหากที่อยากอยู่ต่อ” เขาพยักพเยิดหน้าโยนกลับไปให้คนตรงหน้า “รีบออกไปกินเถอะ เดี๋ยวเย็นแล้วมันจะไม่อร่อย” พูดจบแล้วคนตัวสูงก็เตรียมจะเดินออกไปจากตรงนี้เหมือนไม่รู้ตัวว่ากำลังทิ้งความหนักใจบางอย่างไว้ให้คู่สนทนา

“ฮาร์ต” น้ำเสียงห้วน ๆ แสดงความจริงจังของคนเรียกทำให้เจ้าของชื่อชะงักเท้า หันกลับไปเลิกคิ้วมอง “นายต้องการอะไรกันแน่”

“หมายความว่าไง”

“ก็นายทำเหมือนใส่ใจฉันนักหนา ที่นายทำอยู่ตอนนี้น่ะเพื่ออะไร”

“ฉันผิดตรงไหน หรือเธออยากให้ฉันไล่เธอกละ…”

“ใช่” เพลงโพล่งคำตอบออกไปทันทีโดยที่ฮาร์ตยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีด้วยซ้ำ “ทั้ง ๆ ที่นายไล่ฉันกลับบ้านก็ได้แต่นายก็ไม่ทำ บอกตามตรงว่าฉันสับสน เรื่องระหว่างเราน่ะ ฉันยังมีโอกาสอยู่เปล่า” เธอถามออกไปตามตรง แม้จะค่อนข้างมั่นใจว่ายังมีโอกาส แต่เธอก็ไม่สามารถก้าวข้ามความคับข้องใจที่เขาทำเหมือนให้ความหวังกันโดยที่ปากพูดเหมือนไม่มีอะไรไปได้เลย

บรรยากาศคุกรุ่นตรงหน้าทำให้ทั้งสองรู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องครัวตอนนี้ร้อนกว่าตอนเปิดเตาแก๊สปรุงอาหารเสียอีก คนตัวสูงกว่าได้แต่กะพริบตามองหญิงสาวตรงหน้าแล้วนิ่งเงียบ เสียงถอนหายใจหงุดหงิดจากเพลงคงเป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่ตอนนี้ ฮาร์ตรู้ดีว่าความเงียบของตัวเองยิ่งทำให้อีกฝ่ายร้อนใจมากขึ้น แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีเหมือนกัน อันที่จริงเขาก็แค่กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นฝ่ายเลือกทิ้งโอกาสที่เธอมีไปอีกครั้ง  

“ฮาร์ต”

“ฉันก็แค่อยากให้เธอทบทวนความรู้สึกตัวเองให้ดี ๆ น่ะ ฉันเองก็สับสนว่าเธอรักฉันหรือแค่อยากเอาชนะกันแน่” ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมเอ่ยปากจนได้ และคำพูดพวกนั้นก็ทำให้คนตรงหน้าเป็นฝ่ายชะงักเงียบไปบ้าง ร่างกายของคนฟังชาหนึบไปทุกส่วนไม่ต่างอะไรกับหัวใจของคนพูด “อย่าหันกลับมา เว้นเสียแต่ว่าเธอยังรักฉันอยู่”

 

 

___________________________

ขอโทษที่มาอัปต่อช้านะคะ

ฝากติดตามกันต่อด้วยน้าาา

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกการติดตามเลยค่า 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #7 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 11:01

    คิดดีดีนะ

    #7
    0