(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 6 : Chapter 3 Don't look back unless you still love me [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

Chapter 3

Don’t look back unless you still love me

(อย่าหันกลับมา เว้นเสียแต่ว่าเธอยังรักฉันอยู่)

 

[1/2]

 

 

 

แสงแดดยามเที่ยงของวันส่องลอดช่องผ้าม่านที่แง้มอยู่นิดหน่อยเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ของบ้าน หญิงสาวที่สะลึมสะลือได้สติขึ้นมาแต่ยังไม่อยากลุกจากที่นอนพลิกตัวไปอีกด้าน รับรู้ถึงอุณหภูมิห้องที่อุ่นขึ้นกว่าตอนกลางคืนแม้ว่าจะเปิดแอร์อยู่ก็ตาม 

การอยู่คนเดียวทำให้คนอย่างเพลงชินกับอิสระ และไม่ค่อยสนใจวันเวลาเท่าไรนัก ยกเว้นแต่นั่นจะเป็นเรื่องงาน ที่สำคัญ เธอชินกับความเหงาที่ก่อตัวปกคลุมบ้านหลังนี้ตลอดมาตั้งแต่ตอนที่เธอสูญเสียทั้งปู่และย่าซึ่งเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตไปภายในปีเดียวกัน

อาการปวดหัวเล็ก ๆ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อัดเข้าร่างกายเมื่อคืนนี้ทั้งที่ปกติไม่ค่อยชอบมันเท่าไรทำให้หญิงสาวเลือกที่จะซุกใบหน้ากับหมอนให้แนบแน่นขึ้น เธอตั้งใจจะนอนต่ออีกสักหน่อย พลันสมองกลับนึกเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ตอนที่เห็นว่าบางสิ่งที่ทำให้รู้สึกร้อนกว่าทุกทีคือเสื้อของผู้ชายคนนั้น

“ฮาร์ต!”

เร็วเท่าความคิด ปากเรียกชื่อใครอีกคนดังลั่นห้องพร้อมกับกระเด้งตัวลุกขึ้นมา กวาดสายตามองจนทั่วบริเวณแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่มาส่งเธอแล้วอยู่ด้วยกันเมื่อคืนนี้เลย ครั้นพอเหลือบไปเห็นนาฬิกาแขวนผนังเรือนใหญ่บอกว่าเวลาอีกไม่ถึงสิบห้านาทีจะบ่ายโมงแล้ว เธอก็เข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายคงจะตื่นแล้วรีบหนีกลับไปก่อน หรือไม่ก็คงไปตั้งแต่ตอนที่เห็นว่าเธอหลับแล้วนั่นแหละ เธอไม่อาจรู้ได้ เขาได้ของของตัวเองคืนแล้วจะกลับไปก็ไม่เห็นแปลก แต่แปลกที่หัวใจดวงน้อยดันรู้สึกห่อเหี่ยวกว่าทุกที

รอเจอกันตอนตื่นก็ไม่ได้

แม้จะมั่นใจว่าฮาร์ตยังมีเยื่อใยให้เธออยู่ไม่มากก็น้อย แต่ก็มีบางแวบที่อดคิดไม่ได้ว่าหรือที่เขาทำไปก็แค่สงสารและเห็นใจเธอกันแน่ พอคิดจนวุ่นวายใจไปเองแบบนี้ก็ยิ่งทำให้อุณหภูมิกลับร้อนกว่าเดิม คราวนี้ไม่ใช่รอบตัว แต่มาจากข้างในตัวของหญิงสาวเองนี่แหละ 

เธอไม่ชอบให้ใครมาสงสาร ยิ่งเป็นเขาแล้ว ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่ 

เพราะเอาแต่คิดเรื่องของคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกมาก เพลงก็ตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะนอนต่อ เปลี่ยนเป็นลงจากเตียง ถอดเสื้อของแฟนเก่าที่สวมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนออกมาพาดบ่า คว้าโทรศัพท์มือถือมากดโทรออกไปหาเจ้าของเสื้อ ถึงจะลบเบอร์เขาไปตั้งนานแล้วแต่ช่วยไม่ได้ที่มันดันเป็นหนึ่งในสองเบอร์นอกจากของตัวเองที่เธอจำได้ขึ้นใจ

[ฮัลโหล] เสียงทุ้มดังมาตามสายหลังจากที่ปล่อยให้เธอรออยู่ไม่นาน 

“กลับไปแล้วเหรอ”

[ฉันอยู่ข้างหลังเธอนี่ไง]

“ฮะ?!”

คำตอบนั้นทำให้เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากัน หญิงสาวรีบหมุนตัวกลับไปมองอีกฝั่ง เห็นเจ้าของสายคล้ายเพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาพอดี เธอมัวแต่จดจ่ออยู่กับการโทรจนไม่ทันรู้ตัวว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาในห้องแบบนี้ 

“ฉันนึกว่านายกลับไปแล้ว” เธอบอกคนตัวสูงกว่าที่ยังไม่ขยับไปจากหน้าประตูห้อง เผยรอยยิ้มจากความดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

ฮาร์ตกดตัดสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง นัยน์ตาคมเหลือบไปเห็นเสื้อเจ้ากรรมที่พาดอยู่บนไหล่ของเพลงก็พยักพเยิดหน้าบอก

“จะคืนใช่ไหม”

“นายไปไหนมา” นอกจากจะไม่คุยเรื่องเดียวกับเขาแล้ว หญิงสาวยังดึงเสื้อตัวนั้นไปหลบไว้ด้านหลังเหมือนกลัวว่าเจ้าของจะมาดึงมันคืนไปเอง

“ไม่ได้ไปไหน แค่กำลังจะกลับ” ร่างสูงไหวไหล่เล็กน้อยเหมือนว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ จับจ้องไปยังเสื้อของตัวเองที่คนตรงหน้าพยายามซ่อนไว้ข้างหลัง อดพยักพเยิดหน้าถามไม่ได้ “ทำอะไรของเธอ”

“เอ่อ…” คนทำตัวไม่ถูกพูดเสียงตะกุกตะกักก่อนจะหันไปโยนเสื้อเจ้ากรรมใส่ตะกร้าผ้าใส่แล้วซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปหลายเมตร “ฉันก็จะเอามันไปซักก่อนคืนให้นายไง”

เธอยิ้มเฝื่อน

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมา ลึก ๆ แล้วก็รู้ดีว่าคนตรงหน้าพยายามหาเรื่องจะเจอเขาอีกก็เท่านั้น เรื่องเสื้อก็แค่ข้ออ้าง เธอเคยซักเสื้อผ้าของเขาก่อนคืนที่ไหน เห็นทีว่านี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เขามองหน้าเธอแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง คิดไปคิดมาแล้วก็น่าสนุกดีเหมือนกัน 

“งั้นถ้าเรียบร้อยแล้วก็ส่งไปรษณีย์ไปแล้วกัน” เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกมาจากตรงนั้น คงได้เวลากลับบ้านจริง ๆ แล้วล่ะ 

“ฉันเอาไปคืนเองไม่ได้เหรอ”

คำถามนั้นรั้งให้ชายหนุ่มชะงักก่อนหันกลับมา

“เธอไม่ค่อยว่างไม่ใช่เหรอ” ฮาร์ตเลิกคิ้วแปลกใจ (เรียกว่าแกล้งแปลกใจก็ได้) “ไม่ต้องลำบากหรอก” พูดไปทั้งที่รู้ว่าแม้อีกคนจะถามออกมาแบบนั้น แต่ก็คงตัดสินใจไปแล้วละว่าจะเอามันไปคืนเขาเองกับมือ

“…!”

สายตาแสร้งเห็นใจจนน่าหมั่นไส้ของฮาร์ตทำให้คนฟังรู้สึกหัวร้อนขึ้นมากะทันหัน หัวใจราวกับมีไฟสุม แต่กว่าจะคิดประโยคตอบโต้คำพูดประชดประชันของแฟนเก่าออก อีกฝ่ายก็เดินลิ่ว ๆ ลงไปชั้นล่างเสียแล้ว เจ้าของบ้านอย่างเธอตามมาทันก็แค่ยืนพ่นลมหายใจกรุ่นร้อน ลากสายตาตามอีกคนไป และรอกดสวิตช์ปิดประตูรั้วเท่านั้น 

“ดูก็รู้ว่าอยากเจอฉันเหมือนกัน แต่ทำเป็นท่าเยอะ” 

เพลงบ่นอุบไล่หลังท้ายรถของอดีตแฟนที่เลี้ยวออกไปลับตาแล้ว ต้องยอมรับว่าครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายพลาดเองที่เผยความในใจออกไปก่อน ไม่แปลกเลยถ้าหลังจากนี้เขาจะอ่านเกมเธอออกทั้งหมด แต่ทำยังไงได้ล่ะ คราวนี้ถ้าเธอไม่รีบทำอะไรสักอย่าง อาจจะไม่มีการรีเทิร์นครั้งต่อไปแล้วก็ได้ ถึงจะมั่นใจว่าเขายังรู้สึกอะไรบ้าง แต่เธอก็อดหวั่นใจไม่ได้อยู่ดี 

เลือกหน้าด้านเอาไว้ก่อนแล้วกัน!

เธอคิดในใจก่อนจะพาตัวเองมายังห้องครัวหวังจะหาน้ำดื่มแก้กระหาย แล้วก็ได้พบกับสิ่งที่สร้างความประหลาดใจ บนโต๊ะอเนกประสงค์ในครัวมีถุงบรรจุอาหารวางอยู่สองสามอย่าง ดูจากไอร้อนที่เกาะอยู่แล้วน่าเพิ่งซื้อเข้ามาไม่นานนี้เอง ยังไม่ทันที่เจ้าของบ้านจะขยับเข้าไปดูว่ามีอะไรให้กินบ้าง เสียงดีดของหม้อหุงข้าวที่บ่งบอกว่าข้าวหุงเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ดังขึ้นเรียกให้เธอหันไปมอง เรียวคิ้วสวยเคลื่อนเข้าหากัน จุดไฟแจ้งสถานะทำให้นึกไปถึงดวงตาของใครอีกคนที่เพิ่งจะขับรถกลับออกไปเมื่อครู่

แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นฮาร์ตที่ออกไปซื้อกับข้าวมาให้ แถมยังหุงข้าวไว้อีก นี่ถ้าตู้เย็นบ้านเธอมีของสดมากพอละก็ ไม่แน่ว่ารายนั้นอาจจะลงมือทำกับข้าวเองก็ได้ ชัดอยู่ว่าคนที่ใส่ใจเธอมีแต่ผู้ชายคนนั้น แล้วอย่างนี้จะให้เธอปล่อยเขาไปได้ยังไงล่ะ เธอจะทำให้เขารู้ว่าเธอจะไม่เสียเวลากับเรื่องของเขา และเรื่องมันจะไม่จบแบบเดิมอย่างที่อีกฝ่ายกลัวแน่นอน

 

 

สองอาทิตย์หลังจากนั้นดูไม่ต่างจากที่หญิงสาวคิดนัก ฮาร์ตขาดการติดต่อไปราวกับทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน และเขาก็ไม่ได้สนใจว่าแฟนเก่าอย่างเธอจะคืนเสื้อหรือเปล่า ดูเหมือนว่าการลองใจกันไปมาครั้งนี้คนที่แพ้จะเป็นเพลงอีกครั้ง เธอตัดสินใจมาหาเขาที่บ้านจนได้ ที่จริงเจ้าตัวก็อยากจะมาอยู่หลายวันแล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมาต้องร่างงานใหม่ที่ทำยังไงก็คิดไม่ออกสักที บวกกับแก้งานเก่าให้ลูกค้าหลายรอบจนเธอไม่มีแก่ใจจะออกจากบ้านสักเท่าไร 

ส่วนที่ออกมาวันนี้ก็ใช่ว่างานใหม่จะเสร็จแล้วเสียเมื่อไหร่ หากแต่ทนรอให้เขาทวงเสื้อก่อนไม่ได้ก็เลยจำต้องมาอย่างที่เห็น 

ติ๊งต่อง!

เพลงยืนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยระหว่างที่รอให้เจ้าของบ้านออกมาเปิดประตูให้ เธอไม่ได้นัดเขามาก่อนเลยไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายอยู่บ้านหรือเปล่า แต่อย่างน้อยแม่ของเขาก็น่าจะ…

“มาแล้วค่า~ พิซซ่า…อ้าว ไม่ใช่” 

น้ำเสียงสดใสของคนที่วิ่งรี่มายังประตูรั้วแผ่วลงไปตอนที่เห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่คนส่งพิซซ่าอย่างที่คิด

หญิงสาวที่ออกมาต้อนรับแทนเจ้าของบ้านตัวจริงทำให้เพลงชะงักไป ผมบ๊อบสั้นของเธอมีสีน้ำตาลเข้มรับกับกรอบหน้า ผิวขาวเนียนใส แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบบอ่อน ๆ ดูเข้ากับเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี ไหนจะรอยยิ้มต้อนรับสดใสที่ยังไม่หายไปจากใบหน้าแม้จะรู้ว่าคนที่มากดกริ่งไม่ใช่คนส่งพิซซ่าอย่างที่เจ้าตัวกำลังรออยู่ก็ตาม

“มาหาใครเหรอคะ” เธอเอ่ยทักด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เรียกสติของเพลงให้กลับคืนมา

เพลงเอียงหน้ามองเข้าไปข้างในก่อนถามว่า “ฮาร์ตอยู่หรือเปล่า”

ความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจของเธอทำให้เจ้าตัวเปล่งเสียงแข็งห้วนถามออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ บวกกับสีหน้าเรียบนิ่งแล้วดูเผิน ๆ ก็เหมือนเธอกำลังไม่พอใจอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวจะยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้รู้สึกยังไงอยู่ก็ตาม ไม่แปลกเลยที่รอยยิ้มสดใสของหญิงสาวอีกคนจะเจื่อนไปจากตอนแรก 

“อ๋อ เพื่อนพี่ฮาร์ตนี่เอง รอแป๊บนะคะ”

“เพื่อน…?” 

เพลงทวนคำนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหูขณะทอดสายตามองตามผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นวิ่งกลับเข้าบ้านไปโดยไม่ถามชื่อเธอด้วยซ้ำ เจ้าตัวเรียกฮาร์ตว่าพี่ เพราะฉะนั้นก็คงจะเด็กกว่าเธอด้วยแน่นอน แต่สิ่งที่เธออยากรู้มากกว่าอะไรก็คือผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร และมาอยู่ในบ้านของฮาร์ตได้ยังไง

วุ่นวายใจอยู่ไม่นาน คนที่เธออยากเจอก็เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับผู้หญิงคนเดิม แถมคนส่งพิซซ่าก็ดันมาถึงในเวลาเดียวกันนี้อีก หญิงสาวปริศนาเบี่ยงตัวออกมาจัดการกับพิซซ่าที่ดูเหมือนว่าเธอจะตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ ส่วนเพลงก็ได้แต่ยืนมองเธอสลับกับมองเจ้าของบ้านที่อยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ 

“นึกว่าใคร” เขาเอ่ยทักด้วยใบหน้าปกติ ไม่บ่งบอกว่ายินดีหรือยินร้าย “ไม่เห็นบอกว่าจะมา”

“ฉัน เอ่อ...” เพลงอึกอักแล้วเงียบไป เกือบจะลืมเหตุผลที่ใช้เป็นข้ออ้างมาที่นี่ไปเพราะมัวแต่สงสัยเรื่องของฮาร์ตกับผู้หญิงอีกคน

ชายหนุ่มเหลือบสายตาไปเห็นถุงกระดาษสีน้ำตาลในมือของแฟนเก่าเข้าพอดีก็เลยนึกขึ้นมาได้ “เอาเสื้อมาคืนเหรอ”

คนถูกถามกำมือข้างที่ถือถุงอยู่จนแน่นแต่เพียงอึดใจเดียวก็คลายออกแล้วตัดสินใจส่งมันให้คนตัวสูงกว่า

“นึกว่านายจะลืมไปแล้ว” แม้จะพูดกับฮาร์ตแต่เจ้าตัวกลับห้ามสายตาของตัวเองที่เอาแต่คอยมองไปที่ผู้หญิงผมสั้นเจ้าของรอยยิ้มสดใสไม่ได้เลย เธอกำลังผงกศีรษะพร้อมเอ่ยขอบคุณคนส่ง

“ฉันนี่สินึกว่าเธอลืมไปแล้ว” ฮาร์ตเอ่ยขำ ๆ หลังจากรับถุงมาแล้วเปิดดูนิดหน่อยก่อนจะลดมือลงถือไว้ข้างตัว ดึงสายตากลับมามองคนนำมาคืนอีกครั้ง มองตามเธอไปแล้วก็แอบยิ้มขำ ทุกอากัปกิริยาของเธออยู่ในสายตาเขาทั้งหมด ดูออกเลยว่าตอนนี้ในหัวของเธอคงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย บางทีอาจถึงขั้นอยากกระชากเขาเข้าไปถามให้มันจบไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด “อะแฮ่ม”

คนตัวสูงแกล้งกระแอม ทำให้เพลงรีบหันกลับมา

“แม่นายอยู่หรือเปล่า” เธอชวนเปลี่ยนเรื่องโดยอัตโนมัติพลางสอดส่องสายตามองเข้าไปด้านใน ธรรมดาแล้วถ้าเธอมาที่บ้าน มักจะเป็นแม่เขาเสมอที่ออกมาเปิดประตูให้

เจ้าของบ้านส่ายหน้า “ไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะ อีกสองสามวันถึงจะกลับ”

“อ๋อ ถ้างั้นฉัน...”

“ถ้าเธอไม่มีอะไรแล้ว...”

ทั้งสองคนชะงักไปหลังจากที่จะพูดอะไรสักอย่างพร้อมกัน แล้วต่างคนต่างก็มองหน้าเพื่อรอให้อีกฝ่ายพูดให้จบก่อน ทว่าในสถานการณ์ชวนให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้กลับไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อสักคำ

เว้นแต่...

“พี่ฮาร์ต! ทำไมไม่ชวนเพื่อนอยู่กินพิซซ่าด้วยกันก่อนล่ะ” หญิงสาวปริศนาที่แยกตัวกับคนส่งพิซซ่าแล้วเดินกลับมารวมตัวกับทั้งสองคนเป็นคนเสนอไอเดียขึ้น

เกิดช่องว่างในอากาศไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนที่ใครสักคนจะพูดขึ้นเชิงเห็นด้วย 

“นั่นสิ ถ้านายชวนก็ดีเหมือนกันนะ ฉันกำลังหิวเลย” เพลงโพล่งออกไปแบบนั้นเพราะอยากอยู่ต่อเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างเท่านั้นจริง ๆ แม้พูดไปแล้วเธอจะอยากตบปากตัวเองก็ตาม ช่วยไม่ได้ ใจหนึ่งก็อยากหนีกลับไปตอนนี้เลย แต่อีกใจดันอยากรู้ว่าเธอคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับฮาร์ต แถมไอ้ความอยากรู้ดันมีน้ำหนักมากกว่าอีกข้างเนี่ยสิ

“แต่เธอ...” ฮาร์ตมองหน้าเพลงเหมือนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง 

“ฉันทำไมเหรอ หรือว่าฉันมาผิดเวลา” คนมาเยือนแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วก็ไม่วายหันไปทางคนต้นคิด เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับรีบส่ายหน้าพรืด

คนอายุน้อยสุดปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่เลยค่ะพี่ เคทว่ากินด้วยกันหลายคนน่าอร่อยจะตาย ใช่ไหมพี่ฮาร์ต” พลางกระทุ้งข้อศอกใส่คนตัวสูงกว่าที่เอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการชวนเพื่อนสักที

ชื่อ ‘เคท’ เหรอ

เพลงคิดขณะมองเธอด้วยสายตาหลากอารมณ์ ไม่รู้ว่าไอเดียที่ผู้หญิงคนนี้พูดมามันช่วยหาทางออกจากบรรยากาศมาคุ หรือกลับยิ่งทำให้มาคุยิ่งกว่าเดิมกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ความใจดี ความหวังดี และท่าทีสนิทสนมกับคำเรียกอย่าง ‘พี่ฮาร์ต’ ของอีกฝ่ายนั้นกำลังทำให้แฟนเก่าอย่างเธอหงุดหงิดใจมากขึ้นทุกขณะ และต้องพยายามปิดมันไว้ด้วยการปั้นหน้ายิ้มสู้ แม้ว่าคนต้นเรื่องจะดูไม่รู้ตัวเลยสักนิด ใจเธอน่าจะโฟกัสไปที่ของกินในมือมากกว่า 

“เข้าไปข้างในก่อนสิ”

สุดท้ายฮาร์ตก็ยอมเอ่ยปากชวนคนมาใหม่จนได้ ความจริงเขาก็พอจะรู้อยู่ว่าเพลงแกล้งบอกว่าหิวไปอย่างนั้น เธอไม่ได้อยากกินพิซซ่ากับเขาแน่นอนและไม่มีทางอยากกินด้วย หิวอะไรกันล่ะ สีหน้าของเธอฟ้องออกชัดเจนขนาดนั้นว่ากำลัง ‘หึง’ 

และเพราะรู้ว่าเธอกำลังหึงนั่นแหละ เขาเลยยอมเล่นไปตามน้ำ ในเมื่อเธอกล้าอยู่ต่อ มีหรือที่เขาจะไม่กล้าชวน ก็เขาน่ะอยากรู้แทบตายว่ายายตัวแสบจะรับมือกับความหิวการเมืองของเธอยังไง

 

 

___________________________

รถไฟชนกันหรือว่าอะไรน้าาา

 

ปล.

ขออัปเดตชีวิตกันหน่อยค่ะ 555555 (ถ้าใครตามเพจอยู่ น่าจะเห็นอัปเดตในเพจแล้ว)

ช่วงที่ผ่านมาจิตตกเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพเลยกระทบกับงานไปด้วยเลย

สำหรับเรื่องนี้เพิ่งปิดพรีไป รู้สึกแทบไม่ค่อยได้อัปเดตและโปรโมตเท่าที่ควร ขอโทษจริง ๆ ค่ะ

แต่ช่วงกลางเดือนหน้า มายกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดใหญ่แล้วค่ะ ><

หลังจากนั้นคิดว่าคงรู้สึกดีกว่าช่วงที่ผ่านมาแน่ ๆ

ที่จริงช่วงนี้สภาพจิตใจเลยเริ่มคงที่มากขึ้นแล้ว เพราะผลตรวจเนื้องอกที่เป็นไม่ใช่เนื้อร้ายค่ะ เย้!

หลังจากนี้จะมาอัปให้บ่อยขึ้นนะคะ ขอบคุณทุกการติดตามเลยค่า

แล้วเจอกัน :)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น