(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 4 : Chapter 2 Can I borrow a kiss? I promise I'll give it back [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 ส.ค. 63

 

 

Chapter 2

Can I borrow a kiss? I promise I'll give it back

(ฉันขอยืมจูบหน่อยได้ไหม สัญญาว่าจะคืนให้)

 

“ทำไมอิ่มเร็วจังล่ะ ต้มไปตั้งเยอะ”

นั่นเป็นประโยคคำถามกึ่งทักทายที่ฮาร์ตเอ่ยถามเจ้าของบ้านที่หนีเข้ามายืนหายใจทิ้งอยู่ในครัวสักพักแล้ว ตั้งแต่ที่บทสนทนาของทั้งคู่ถูกตัดจบลงก่อนหน้านี้ เขาก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยระหว่างจัดการกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้หมดถ้วย ใช่เวลาไม่นานนัก แต่ก็น่าจะนานพอให้เพลงกลับออกมาจากครัวอีกครั้ง ทว่าเธอกลับไม่ออกมาจนเขาเดินถือชามเปื้อนตามเข้ามาในนี้นั่นแหละถึงเห็นว่าเธอยืนกอดอกทำหน้าบูดพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ และคิดว่าน่าจะอยู่ท่านี้มานานแล้วด้วย 

หญิงสาวไม่ตอบคำถามของเขาแต่ทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแทน นึกก่นด่าเขาอยู่ในใจเพราะอีกฝ่ายทำเหมือนไม่รู้คำตอบ ทั้งที่จริงสาเหตุก็มาจากเขานั่นแหละ เธอคิดว่าเขาคงรู้อยู่แล้ว ดูจากสีหน้าอมยิ้มนิด ๆ ตอนเดินเข้ามานั่นน่ะ คิดว่าเธอไม่ทันเห็นหรือไง

“เดี๋ยวฉันล้างให้ หลบไป” คนตัวสูงกว่าใช้มือข้างที่ว่างอยู่ดันเจ้าของบ้านที่ขวางทางอยู่ให้พ้นไปจากหน้าอ่างล้างจาน ชามของเธอยังวางทิ้งไว้ในอ่างเหมือนรอให้เขามาล้างให้ หรือไม่เธอก็แค่ยังไม่มีอารมณ์ล้างเพราะหงุดหงิดมาจากหัวข้อสนทนาก่อนหน้านี้

เพลงส่งเสียงจิ๊จ๊ะอยู่ในลำคอ หากแต่เธอก็ยอมขยับเปิดทางให้ฮาร์ตมายืนประจำตรงหน้าอ่างแล้วเริ่มลงมือล้างชามอย่างใจเย็น เธอเกลียดที่เขาชอบทำเป็นใจเย็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เธอกำลังหัวเสีย และต้นเหตุก็มักจะเป็นเขา ทั้งที่ไม่ได้ใกล้ชิดกันแบบนี้มาปีกว่า แต่เขาก็ทำให้เธอคิดถึงจนถึงขั้นหงุดหงิด และไม่สามารถทนคบผู้ชายคนใหม่ได้นานพอที่จะกล้าเย้ยเขาว่า เธอน่ะไม่ได้คิดถึงเขาสักหน่อย 

แม้จะรู้สึกเสียหน้าที่เป็นฝ่ายออกปากขอคืนดีก่อนเหมือนคนกลืนน้ำลายตัวเอง ทั้งที่เธอขอเลิกก่อนแท้ ๆ แต่ถ้ารอให้เขาเป็นฝ่ายพูดก่อนก็ไม่รู้ว่าชาติไหน เขาเก่งในเรื่องสงครามประสาท ชอบทำให้เธอปั่นป่วนเหมือนลมพายุ แต่ตัวเองกลับทำนิ่งเหมือนตาพายุแกล้งให้เธอทนไม่ไหวเล่น ๆ ราวกับตัวเองไม่ได้ทำอะไร เธอกล้าสาบานได้เลยว่าที่คลับก่อนหน้านี้ เขาเป็นฝ่ายเอาแต่จ้องเธอก่อนจนไม่เป็นอันทำอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเธออยู่ในสายตาของเขาตลอด คืนนี้อาจจะเกิดเรื่องร้ายยิ่งกว่านั้นกับเธอไปแล้วก็ได้…

แล้วอย่างนี้เขายังกล้าปฏิเสธว่าเรื่องทั้งหมดมันแค่ความผูกพันได้ยังไง

ในเมื่อเขานั่นแหละที่เริ่มก่อน!

ฮาร์ตล้างจานเสร็จเรียบร้อยก็เดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำเปล่าออกมารินใส่แก้วเพื่อดื่มแก้กระหาย แก้วแรกถูกเจ้าของบ้านเดินมาคว้ามันไปเป็นของตัวเอง เขาทำได้แค่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะหยิบแก้วใบใหม่มา ชายหนุ่มรู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านนี้ดีราวกับเป็นบ้านของตัวเอง แม้จะไม่ได้เข้ามาเหยียบในนี้ปีกว่า แต่มันก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไรนัก 

เพลงขยับเดินเข้าไปใกล้คนตัวสูงกว่า “คือเรื่องเมื่อกี้น่ะ…”

ทว่าเสียงของเธอกลับเงียบหายไปเพียงเพราะอีกฝ่ายหันมาจ้องเธอด้วยใบหน้านิ่ง ๆ อย่างรอฟัง และนั่นก็ทำให้คนที่กำลังจะบอกว่า ‘คิดว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน’ กลืนคำพูดที่เหลือในตอนท้ายนั้นลงคอไปทั้งหมด ทั้งประหม่า ทั้งไม่อยากปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองที่อยากคืนดีกับเขา ถ้าอีกฝ่ายคิดว่าเป็นแค่ความผูกพันจริง ๆ คงไม่ยอมตามเธอเข้ามาในบ้านหรอก ทั้งที่หูฟังนั่นน่ะ เขาจะทิ้งมันแล้วไปซื้อใหม่ก็ยังได้ ทำไมเธอจะไม่รู้ 

“ฉันก็ไม่ได้อยากคืนดีกับนายขนาดนั้นหรอกนะ เพราะที่จริงก็ไม่ใช่ความผิดของฉันเสียทีเดียว” เพลงเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้เชิง แต่ก็ไม่วายแอบเสียอาการเล็ก ๆ เพราะรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของฮาร์ต เขาทำเหมือนอ่านเธอได้ทะลุปรุโปร่งและรู้ว่า นั่นเป็นประโยคกู้หน้าเฉย ๆ เพราะเธอที่เป็นคนบอกเลิกก่อนกำลังแสดงออกชัดเจนจนใครมาเห็นก็คงดูออกด้วยกันทั้งนั้นว่าเธออยากคืนดีกับเขาขนาดไหน

แต่ก็จริงอย่างที่เธอบอก มันไม่ใช่ความผิดของเธอคนเดียวหรอกที่ทั้งคู่ต้องเลิกกัน ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเขาด้วย เรียกว่าความผิดร่วมกันก็ไม่เกินจากความจริงเท่าไร เป็นความรู้สึกผิดติดค้างอยู่ในใจคนทั้งคู่ที่ตอนนั้นไม่ฟังเสียงกันให้มากพอ

“ก็ดีแล้ว” ชายหนุ่มตอบทั้งที่รอยยิ้มยังไม่หายไปจากใบหน้า แม้แต่เพลงที่คิดว่าตัวเองรู้จักผู้ชายคนนี้ดีก็ยังเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

“ก็ดีแล้ว? ดีแล้วนี่มันดียังไง” เพลงถามพลางจ้องคนที่หันไปล้างแก้วต่อแล้วคว่ำมันไว้บนชั้นตามลำดับราวกับเจ้าตัวไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรในเรื่องนี้ ทั้งที่เธอคิดว่าเขาเองก็น่าจะรู้สึกแบบเดียวกันอยู่

รู้สึกอยากกลับมาเป็นเหมือนเดิมน่ะ

ร่างสูงเช็ดมือกับผ้าที่แขวนอยู่ไม่ไกลจากอ่างล้างจานก่อนหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็กกว่าให้ดี ๆ เธอยังสวมเสื้อของเขาอยู่เหมือนเดิมตั้งแต่ออกมาจากคลับ และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกพอใจพอสมควร ยังนึกโล่งใจไม่หายที่เขาตามไปเจอและช่วยเธอเอาไว้ทัน เพราะหากช้ากว่านั้นอีกสักนิด ไม่แน่ว่าตอนนี้เขาอาจจะกลายเป็นฆาตกรไปแล้วก็ได้

“ดีแล้วที่เธอไม่อยากคืนดีกับฉันไง” เขาตอบ

“ทำไมล่ะ”

ฮาร์ตยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะตอบว่า “เธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลา หรือฉันก็ไม่ต้องกลัวว่าเรื่องมันจะจบแบบเดิมไง”

“…”

“เพราะฉันรู้ว่าเธอจะเป็นเหมือนเดิม และฉันก็จะเป็นเหมือนเดิม เราคาดหวังผลลัพธ์ที่ต่างจากเดิมด้วยการทำแบบเดิมไม่ได้หรอกนะเพลง” 

“ถ้านายรู้แบบนี้ ทำไมเราไม่ทำให้มันต่างจากเดิมล่ะ ง่าย ๆ” เธอเอียงคอถาม

“นั่นสิ” เขายิ้มอีกครั้ง แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่มากทีเดียว “เรื่องของเราสำหรับเธอมันคงเป็นเรื่อง ‘ง่าย ๆ’ ตลอดเลยอย่างนั้นสิ เหมือนตอนเลิกกัน”

 

‘ถ้าเธอเป็นแบบนี้ เราห่างกันก่อนดีไหม’

‘เราจะห่างกันไปทำไมฮาร์ต เลิกกันไปไม่ดีกว่าเหรอ ง่าย ๆ แค่นั้นเอง’

 

…ง่าย ๆ แค่นั้นเอง

น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมสายตาตัดพ้อของเธอยังติดค้างอยู่ในความทรงจำของเขาอยู่เลย มันทำให้เขากลัวว่า ความที่เขาเป็นเขา และความที่เธอเป็นเธอ มันจะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลงอีกครั้ง หากต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพยายามรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ แต่ถ้าพยายามอยู่ฝ่ายเดียวในขณะที่อีกฝ่ายทำท่าจะปล่อยมือกันไปง่าย ๆ มันก็เหนื่อยเปล่า หลายครั้งเขาเผลอก็คิดไปว่า เขากับเธออาจจะถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้แต่แรกอยู่แล้วก็ได้ แค่รักกันแต่ไม่มีวันอยู่ด้วยกันได้

“นายยังโกรธฉันอยู่จริง ๆ สินะ”

“ฉันจะโกรธเธอทำไม ไม่มีใครความเห็นตรงกันทุกเรื่องหรอก อย่างที่เขาเรียกว่าทัศนคติไม่ตรงกันไง เราก็เป็นแบบนั้นมาตลอดนี่” 

เรื่องความสัมพันธ์สำหรับคนที่ไม่ค่อยเชื่อใจใครอย่างเพลงมันอาจเป็นเรื่องง่ายที่จะตัดใครสักคนไปจากชีวิต ผิดกับฮาร์ตที่เรื่องนี้มันยากพอ ๆ กับค้นหาว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไรเลยล่ะ สำหรับเขาแล้วไม่เคยมีคำว่า ‘ง่าย ๆ’ เลย และนี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เขาไม่ได้สนใจจะคบกับใครคนอื่นอีก ต่อให้จะตัดใจได้หรือไม่ได้จากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้หญิงตรงหน้าตอนนี้ก็ตาม

“แปลว่าต่อให้ฉันจะทำยังไง เราก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างนั้นสินะ”

“ไม่รู้สิ” เขายักไหล่นิดหน่อย 

“ฮาร์ต…”

“เธออยากฟังเพลงหรือเปล่า ฉันมีเพลงใหม่อยากเล่นให้ฟัง” จู่ ๆ คนตัวสูงก็ตัดไปอีกเรื่องแบบดื้อ ๆ ราวกับไม่อยากพูดเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาอีกแล้ว แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะเขารู้ดีว่าหากพูดต่อคงไม่จบง่าย ๆ และมีแต่จะทำให้เขากับเธอต้องทะเลาะกันอีกทั้งที่ยังไม่ได้คืนดีกันด้วยซ้ำ เหมือนเช่นทุกครั้งที่เริ่มถกเถียงกัน หญิงสาวตรงหน้าเขามักจะเป็นฝ่ายอารมณ์เสียก่อนเสมอ

“…?”

“ไหน ๆ เธอก็ไม่คิดจะคืนของให้ฉันตอนนี้อยู่แล้วนี่ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าเธอจะหลับแล้วกัน” นั่นอาจจะเป็นประโยครูปแบบยาว ๆ ของคำว่า ‘เป็นห่วง’ ที่เขาต้องการจะสื่อออกไป ไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจหรือเปล่า แต่อย่างน้อยแววตาที่เริ่มแข็งกร้าวก่อนหน้านี้ก็เริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“นายจะเล่นเปียโนกล่อมฉันอย่างที่เคยทำหรือไง” จากที่เริ่มโมโหตอนแรกกลับเป็นตื่นเต้นดีใจขึ้นมานิดหน่อยที่เขาเป็นคนเอ่ยปากว่าจะอยู่กับเธอเอง แม้จะแอบหวาดระแวงว่าเขาอาจจะแกล้งทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิดที่บอกเลิกเขาไปก็ได้ เพราะยิ่งเขายังดีกับเธอเท่าไร มันยิ่งตอกย้ำว่าเป็นเธอเองที่ชอบงี่เง่าเอาแต่ใจใส่เขาอยู่เรื่อย 

“ถ้ามันจะทำให้เธอหลับแล้วลืมเรื่องแย่ ๆ วันนี้ได้ ฉันก็…”

“เรื่องแย่ที่พูดน่ะ รวมตัวเองที่เพิ่งปฏิเสธฉันแล้วอยากจะมาทำนั่นนี่เหมือนให้ความหวังกันแล้วหรือยัง” หญิงสาวโพล่งถามออกไปทั้งที่คนตรงหน้ายังไม่ทันได้พูดจบประโยค ความย้อนแย้งสด ๆ ร้อน ๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนปั่นประสาทอยู่ และนี่ก็อาจจะเป็นงานถนัดอีกอย่างของเขารองจากการเล่นดนตรี…

“รวมหรือไม่รวม ก็คงต้องแล้วแต่เธอพิจารณานั่นแหละ :)”

…ถนัดก่อสงครามประสาทกับผู้หญิงคนนี้

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #6 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 07:02

    ย้อนแย้งนะ

    #6
    0