(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 17 : Chapter 8 To heal a wound, you need to stop touching it [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 ม.ค. 64

 

Chapter 8

To heal a wound, you need to stop touching it

(เพื่อจะรักษาบาดแผลนั้น เธอจำเป็นต้องหยุดสัมผัสมัน)

[2]

 

_________________________

 

“แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่เสียใจ”

“ถ้าเสียใจคงไม่กลับมาคบกับนายอีกไง”

“ก็แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจะเลิกกันไปตั้งหลายครั้งทำไม” อีกฝ่ายตั้งข้อสงสัย เล่นเอาคนถูกย้อนถามนั่งเกือบไม่ติดเก้าอี้ เหมือนเขากำลังย้ำว่า ทุกครั้งที่เลิกกันเป็นเพราะเพลงปล่อยมือเขาไปก่อนตลอด 

“ก็…” หญิงสาวเลิ่กลั่กแทบจะไปต่อไม่ถูก เธอยอมรับว่ามันก็มีหลายช่วงที่เสียใจเพราะการคบกับเขา แต่ก็ไม่วายแก้ตัวว่า “คนเรามันก็มีผิดใจกันบ้างเป็นธรรมดา ใครจะไปรักกันหวานชื่นได้ทุกวัน บางวันฉันก็เกลียดนาย บางวันนายก็เกลียดฉันบ้าง ใช้ชีวิตแบบมีสมดุลไง ดีจะตายไป” 

แต่ดูเหมือนเธอจะแถจนสีข้างถลอกแล้วล่ะ

“อืม ก็จริงที่ฉันเกลียดเธอเป็นบางครั้ง” ฮาร์ตพยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย 

“เห็นไหมล่ะ!” แม้จะรู้สึกทะแม่งจนหางคิ้วกระตุก แต่เพลงก็ยังเลือกไกล่เกลี่ยสถานการณ์ตรงหน้าต่อ “ฉันก็แค่อารมณ์เสียง่ายไปหน่อยเท่านั้นเอง แล้วก็เพราะนายนั่นแหละชอบทำให้ฉันหงุดหงิด”

“เหรอ ก็ดูสมดุลอย่างเธอว่านะ แบบนี้คราวหน้าฉันรีบบอกเลิกก่อนบ้างดีกว่า” 

“เอ๊ะ นายนี่มัน!” เพลงชักเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมากับการประชดประชันแบบตาใสนั่น “ทำไมถึงชอบทำลายบรรยากาศอยู่เรื่อย ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคนแบบนายมีอารมณ์แต่งเพลงดี ๆ ออกมาได้ไง”

“ชมฉันอยู่ใช่ไหม”

“คิดแบบนั้นก็ตามใจ”

“อืม ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ตัวเองทนคนที่ชอบทำลายความสัมพันธ์แบบเธอมาได้ยังไง”

“ฮาร์ต” คนถูกย้อนร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเข้ม ทว่าเจ้าของชื่อกลับแสร้งทำเป็นไม่สนใจแล้วเบือนหน้ามองไปทางท้องทะเลยามเย็นแทน เพราะแบบนี้หลายครั้งพวกเขาเลยทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนหนึ่งก็ชอบกวนประสาท อีกคนก็ของขึ้นง่าย ทว่าไม่มีใครสลัดความสัมพันธ์แบบนั้นออกไปได้อย่างจริงจังเลยสักครั้ง

ถ้ามันเข้าใจง่าย และอธิบายไม่ยาก คงไม่ใช่ความรักละมั้ง… ชายหนุ่มคิดตอนที่มองเห็นเกลียวคลื่นซัดเข้าฝั่งลูกแล้วลูกเล่า ไกลออกไปคือผืนน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตา ดูสงบและน่าชม ทว่าแม้แต่ธรรมชาติที่สวยงามนั้นก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าหลายครั้งมันก็น่ากลัว

“ดูสิ บรรยากาศกำลังดีเลยนะเนี่ย สมองโลดแล่นจนอยากเขียนเพลงอะไรสักเพลง” ชายหนุ่มยังยอกย้อนไม่จบหลังเงียบไปพักหนึ่ง แกล้งมองไม่เห็นคนที่มาด้วยกันกำลังมองเขาตาเขียวปั๊ด “เพลงเกี่ยวกับความรักที่ขื่นขมจนอยากทิ้งตัวจมทะเล”

หญิงสาวที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะกัดฟันกรอด เห็นทีว่าอีกคนคงอยากจะจมทะเลลงไปจริง ๆ ละมั้งงานนี้ เธอควรจะช่วยสงเคราะห์เขาดีหรือเปล่าล่ะ

“อยากตายหรือไง” เพลงถามขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางกระฟัดกระเฟียด ถึงรู้ว่าเขาแกล้งเล่น แต่ก็อดฉุนไม่ได้อยู่ดี

“ถ้าจะตาย…” ชายหนุ่มพูดค้างไว้เหมือนกำลังคิดหาหนทางตายแบบดี ๆ ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาราวกับท้องทะเลต้องแสงอาทิตย์ ไหนจะรอยยิ้มทรงเสน่ห์นั่นอีก เหมือนเขาจงใจแกล้งให้อีกคนตกหลุมรักหลุมเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนั้นแหละ “ขอตายข้าง ๆ เธอก็พอ”

เพลงชะงักไปเล็กน้อย แล้วก็ไม่วายบ่นพึมพำเสียงเบาว่า “ทำเป็นพูดดีนะ” 

หญิงสาวหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะดันเสียอาการขึ้นมาเสียอย่างนั้น เธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า คำพูดและสีหน้าท่าทางทีเล่นทีจริงของอีกคน กำลังทำให้เธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

และเธอก็โคตรแพ้ทางเขาเลยล่ะ!

ไอ้บ้าเอ๊ย

 

หลังออกจากร้านอาหารแล้วทั้งสองคนก็แวะซื้อเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน และของใช้จำเป็นอีกนิดหน่อยที่คาดว่าโรงแรมไม่มีให้จากร้านค้าละแวกนั้น จากนั้นก็เข้าเช็กอินที่โรงแรมซึ่งฮาร์ตแอบจองไว้ก่อนหน้านี้

“นี่เหรอโรงแรมเพื่อนเฮีย” เพลงถามขึ้นหลังลงจากรถเรียบร้อย 

ก่อนมาถึงฮาร์ตเล่าให้เธอฟังว่า เจ้าของโรงแรมนี้รู้จักกันกับเฮียพิทช์มือกลองประจำวงแกตเตอร์อยู่แล้ว และเคยพามาแนะนำให้รู้จักตอนช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ที่นี่เป็นโรงแรมเพิ่งเปิดใหม่ไม่นาน อันที่จริงเป็นการเข้าซื้อกิจการโรงแรมเดิมแล้วรีโนเวตใหม่แทบจะทั้งหมด

“น่าพักดีใช่ไหมล่ะ วิวดีมากด้วย” ฮาร์ตเดินอ้อมรถมาคว้าถุงข้าวของในมือแฟนสาวไปถือไว้เองทั้งหมด “เสียดายที่ช่วงนี้พี่เขาไปบ้านแฟนเลยไม่ได้เจอ แต่เขาให้คนเลือกห้องที่วิวเจ๋ง ๆ ไว้แล้วล่ะ”

“ฮ้า ดีจังเลยแฮะ ดูท่าว่าเฮียพิทช์นี่จะเส้นสายเยอะพอ ๆ กับพ่อฉันเลยละมั้ง”

“ก็ไม่แน่ ไม่รู้ว่าเป็นนักดนตรีหรือนักกิจกรรมเพื่อสังคมกันแน่” ฮาร์ตยิ้มขำ 

“แต่น่าตลกตรงที่ฉันมีโอกาสได้ใช้เส้นของเฮียมากกว่าของพ่อเสียอีก” เพลงพูดติดตลกแม้ว่าสิ่งที่พูดจะเป็นเรื่องตลกร้ายสำหรับเธอก็ตามที แต่ถึงอย่างนั้นการมีเส้นสายของพ่อมันก็ไม่ช่วยให้เธอรู้สึกดีอะไรหรอก ออกจะรู้สึกอึดอัดด้วยซ้ำไป 

ฮาร์ตเหลือบมองคนที่เดินเข้าโรงแรมมาข้างกันแล้วบอกว่า “เพราะแบบนั้นเธอเลยต้องภูมิใจในตัวเองให้มาก ๆ ไงล่ะ” 

ประโยคนั้นทำให้คนฟังอมยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังเข้ามาเช็กอินเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็ขึ้นลิฟต์มายังห้องพักที่อยู่เกือบชั้นบนสุด ห้องกว้างขวางและทำเลดีสมกับที่ฮาร์ตคุยไว้ตอนมาถึง เพลงเดินเข้าไปวางกระเป๋าไว้บนเคาน์เตอร์อเนกประสงค์ ก่อนจะปรี่ไปเปิดประตูระเบียงเพื่อออกไปยืนรับลมยามโพล้เพล้ สูดเอากลิ่นอายของทะเลเข้าไปเต็มปอด แต่เพียงไม่นานก็เดินกลับเข้ามาทิ้งตัวลงนอนบนฟูกหนานุ่ม

ตุ้บ!

“ให้ตายสิ นี่มันเตียงดูดวิญญาณชัด ๆ เลยนายว่าไหม” หญิงสาวยกแขนยกขาแล้วพลิกตัวไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะหันไปมองคนที่กำลังยืนเช็กของในถุงว่าเอาออกมาจากรถครบหรือเปล่า “นายนี่โคตรรู้ใจฉันเลยว่ะ”

“แน่นอน” คนตัวสูงตอบด้วยน้ำเสียงติดตลกอยู่ในที ก่อนจะหมุนตัวเดินมานั่งลงตรงปลายเตียง เอี้ยวตัวหันไปพูดกับคนที่นอนเล่นอยู่ว่า “เธอหาคนแบบฉันไม่ได้แล้วล่ะ”

นั่นสิ แล้วแบบนี้เธอจะหนีไปไหนรอด

“รู้ได้ไง ฉันว่าหาได้เยอะแยะ” 

เพลงรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งพร้อมยื่นหน้าเข้าไปเถียง สีหน้าของเธอเหมือนไม่เห็นด้วยสุด ๆ ตรงข้ามกับข้างในที่รู้สึกเห็นด้วยกับอีกฝ่าย ส่วนที่พูดไปแบบนั้นก็เพราะเธอไม่อยากให้เขาได้ใจจนเกินไปน่ะสิ บางครั้งเขาก็มักจะหลงตัวเองเกินหน้าเกินตาไปนิด ชนิดที่เห็นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้เกินจริงสักเท่าไรก็เถอะ  

“จริงเหรอ” เปลือกตาของชายหนุ่มหรี่ลงนิดหนึ่ง มองสบเข้าไปในดวงตาคู่สวยของอีกคน ยังคงมีร่องรอยของการร้องไห้มาหนักก่อนหน้านี้เป็นอาการบวมให้เห็นอยู่บ้าง

ฮาร์ตเอี้ยวตัวหันไปทางเพลงมากขึ้น ก่อนจะยกมือขึ้นประคองกรอบหน้าของเธอไว้โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว กว่าคนตัวเล็กกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ริมฝีปากหยักลึกของเขาก็บดเคล้าลงมากับริมฝีปากของเธอเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวขยับตัวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด พร้อมยกแขนทั้งสองขึ้นคล้องคอของเขาเอาไว้ ตอบรับจูบแบบกะทันหันนั้นด้วยการส่งเรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดไล่กันไปมาด้วยความรู้สึกคุ้นเคย  

ชายหนุ่มผละออกมาแค่ไม่กี่วินาทีเพื่อถอดเสื้อยืดของตัวเองออกให้พ้นตัว ก่อนจะกลับเข้าไปดันให้หญิงสาวนอนราบลงไปกับฟูกที่นอนนุ่ม พร้อมตามลงไปประกบปากจูบเธออีกครั้งด้วยความปรารถนาที่มากขึ้นกว่าเก่า

ทว่าก่อนคนทั้งคู่จะดำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านนั้น…

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

…เสียงเคาะประตูห้องที่ไม่มีใครอยากได้ยินก็ดังขัดจังหวะขึ้น สองร่างที่กำลังนัวเนียอยู่ใกล้ชิดพร้อมใจกันชะงักนิ่ง คนด้านบนผละใบหน้าห่างออกไปเล็กน้อยแล้วถามหญิงสาวใต้อาณัติว่า “เมื่อกี้เธอลืมของไว้ที่เคาน์เตอร์เช็กอินหรือเปล่า”

เพลงกะพริบตาปริบ ๆ คิดอยู่ไม่นานก็ส่ายหน้ารัว “คิดว่าไม่นะ นายล่ะ”

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะเรียกดังขึ้นอีกครั้งโดยที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตอบคำถามของคนที่มาด้วยกัน ฮาร์ตทำหน้ายุ่งก่อนจะพลิกตัวลงไปนั่งด้านข้าง ยกมือขึ้นยีผมด้วยความหงุดหงิดเล็ก ๆ 

“นายลืมอะไรเหรอ”

เพลงเดาเอาว่าเขาอาจจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ทว่าชายหนุ่มกลับส่ายหัวปฏิเสธ ก่อนจะพรวดพราดลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปที่ประตูห้อง ร่างสูงส่องดูที่ตาแมวและพบแต่ความว่างเปล่า 

“ไม่เห็นมีใคร”

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะดังขึ้นอีกชุดโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันจะได้หมุนตัวเดินกลับเข้ามาด้านในด้วยซ้ำ

“ไม่ใช่พนักงานโรงแรมเหรอ”

ฮาร์ตหันกลับมาสบตากับแฟนสาวที่ลุกขึ้นมานั่งทำหน้างงอยู่บนเตียง เขาส่ายหน้าให้เธออีกครั้ง ก่อนจะหันกลับไปแล้วตัดสินใจเปิดประตูออก พลางปากก็พึมพำไปด้วยว่า “รู้สึกแบบนี้ไม่น่าจะ…” 

“เซอร์ไพรส์!!!”

“เหี้ย!” 

คนเปิดประตูอุทานลั่นเพราะเสียงทุ้มสามเสียงดังขึ้นทันทีที่บานประตูเปิดออก พร้อมกับผู้ชายสามคนสไลด์ตัวเข้ามายืนอยู่ในระยะสายตาของฮาร์ต คนหนึ่งคือพิทช์ ที่คอของเขาแขวนกลองของเล่นขนาดย่อมเอาไว้ และในมือคู่นั้นก็มีไม้กลองของเล่นเข้าชุดกันอยู่ด้วย สายตาของฮาร์ตเลื่อนไปยังอีกคนซึ่งเป็นน้องเล็กของวงแกตเตอร์ ทว่าตอนนี้ในมือทั้งสองของปกป้องมีมาราคัสสีสันสดใสแทนที่เบส และคนสุดท้ายที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือเฟียส เขามากับกีตาร์โปร่งของจริงพร้อมสายสะพาย 

ทางด้านเพลงที่มองด้านนอกแทบไม่เห็นต้องพยายามเอียงตัว สอดส่องสายตามองผ่านช่องว่างระหว่างตัวของแฟนหนุ่มกับกรอบประตูออกไปเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าเธอพอจะรู้แล้วก็ตาม

ฮาร์ตกลอกตาเซ็ง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนดึงสายตากลับไปมองพิทช์และปกป้อง ขยับปากถามว่า “ไม่เอากลองจริงกับเบสมาด้วยล่ะ”

“เอามานะแต่อยู่ในรถ ยกคีย์บอร์ดมาเผื่อมึงด้วย” พิทช์ยิ้มกว้างจนตาหยี เอื้อมมือข้างหนึ่งมาตบบ่าของคนที่สวมเพียงเครื่องแต่งกายท่อนล่างอย่างกางเกงยีนเอาไว้ “อึ้งล่ะสิที่กูใส่ใจมึงขนาดนี้” 

“คือพวกมึงเนี่ย มาทำไมก่อน” มือคีย์บอร์ดขมวดคิ้ว 

“ก็บอกว่าเซอร์ไพรส์ไง” เฟียสตอบ

“เออ มาเซอร์ไพรส์ที่ตีนกูนี่มา” 

 

_________________________

to be continued

 

มาแล้วค่าาาา แกตเตอร์ก็มาาาา

แต่มาผิดคิว XD

Animated GIF

 

วันนี้มายมาฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยน้าาา

เริ่มอัปไปบ้างแล้วค่ะ จิ้มลิ้งก์ที่ชื่อเรื่องได้เลยย

Shut up and kiss me

คำโปรย

การแข่งรถเพราะอยากหาอะไรทำแก้เบื่อคืนนั้น
ทำให้ฉันได้รู้จักกับกลุ่มผู้ชายที่เขาบอกกันว่า 'อันตราย'
และท่ามกลางข่าวลือแย่ ๆ มากมายเกี่ยวกับฉัน
'ผู้ชายคนนั้น' กลับเลือกก้าวเข้ามาในชีวิตอย่างเงียบ ๆ

 

> คลิก! <

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #21 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 07:43

    55555555555

    #21
    0
  2. #20 _darinn_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 21:32
    ได้ข่าวว่าเพิ่งโทรจองที่พักระหว่างทาง พวกป่วนทั้งหลายก็ได้ข่าวกันเร็วจังนะ เซอร์ไพรส์จิง5555555555555
    #20
    1
    • #20-1 CHERMADA(จากตอนที่ 17)
      21 มกราคม 2564 / 12:01
      หน่วยข่าวกรองเขาดีจีงงงงง XD
      #20-1