(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 16 : Chapter 8 To heal a wound, you need to stop touching it [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 ม.ค. 64

 

Chapter 8

To heal a wound, you need to stop touching it

(เพื่อจะรักษาบาดแผลนั้น เธอจำเป็นต้องหยุดสัมผัสมัน)

[1]

 

_________________________

 

ในเมื่อเพลงยังไม่อยากกลับบ้าน ฮาร์ตเองก็ไม่ได้พาเธอกลับไปยังที่ที่เธอยังไม่พร้อมจะกลับ เขาพาเธอนั่งรถเล่นไกลจากตัวเมืองออกมาเรื่อย จนสุดท้ายก็มาถึงพัทยาที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก จะว่าไปแล้วเขากับเธอก็ไม่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้กันนานแล้วเหมือนกัน ก็ตั้งแต่แยกทางกันไปนั่นแหละ

“นายคงไม่ได้คิดว่าแค่พาฉันนั่งรถเล่นมาถึงนี่เพื่อที่จะกลับเลยหรอกใช่ไหม” หญิงสาวที่หลับมาเกือบตลอดทางเอ่ยถามขึ้นหลังจากงัวเงียตื่นขึ้นมา เธอเหลือบสายตาไปเห็นป้ายบอกทางเลยเดาได้ไม่ยากว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แม้ว่าตอนนี้รถจะยังวิ่งไม่ถึงถนนเลียบชายหาดก็ตาม 

“เธอรีบกลับหรือเปล่าล่ะ สองสามวันนี้พวกฉันไม่ได้รับงาน ถือว่าหยุดพักน่ะ” ฮาร์ตถามกลับด้วยท่าทีสบาย ๆ สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า อีกไม่ไกลก็จะเลี้ยวเข้าสู่ถนนเลียบชายหาดแล้ว เป้าหมายก่อนไปเช็กอินที่โรงแรมที่โทรมาจองระหว่างทางก่อนหน้านี้คือ พาคนที่มาด้วยกันไปทิ้งตัวที่ร้านอาหารอร่อย ๆ สักร้าน ดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะยังไม่ได้กินอะไรเลย ส่วนเขาได้เครื่องดื่มกับขนมอีกนิดหน่อยรองท้องแค่นั้น 

หญิงสาวเงียบไปก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดคิวนัดหมายส่งงานดูเพื่อความแน่ใจ เล่นเอาคนที่ขับรถอยู่แอบชำเลืองมองตามแล้วใจหายวาบ กลัวว่าสุดท้ายอาจจะต้องพาอีกคนกลับบ้านแทน

ทว่า…

“เปลี่ยนที่นอนบ้างก็ดีเหมือนกัน” เพลงพูดขึ้นก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไป 

เธอยังไม่มีคิวงานเร่งที่ต้องรีบส่งภายในสัปดาห์นี้ เพราะแบบนั้นตอนนี้จึงอยู่เที่ยวเล่นกับเขาได้สบาย หลังจากร้องไห้จนเพลียแล้วหลับไปก่อนหน้านี้ ตื่นมาแล้วก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาอีกนิดหน่อย หากจะให้เธอลืมเรื่องที่เจอมาเลยนั้นคงไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เธอก็คิดว่าจะพยายามนึกถึงให้น้อยที่สุด 

“อืม ฉันก็จองที่พักไว้แล้วเหมือนกัน” ฮาร์ตเฉลยแพลนออกมาหน้าตาย

“ทั้งที่ไม่รู้ว่าฉันอยู่ได้หรือเปล่าเนี่ยนะ”

“ทำไมล่ะ อยู่ไม่ได้ก็แค่ยกเลิก” เขาตอบขำ ๆ ราวกับนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร 

“เออ ก็จริงแหละ” เพลงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมา “นี่ถือว่าเป็นเดตแรกของเราหรือเปล่าเนี่ย”

“ฮะ?” เรียวคิ้วเข้มของฮาร์ตย่นเข้าหากันแทบจะทันที “เดตแรกของเรามันตอนมอสี่เทอมสองไม่ใช่เหรอ”

เธอลืมไปแล้ว

“ว้าววว” คนฟังอดทึ่งไม่ได้ “นายจำได้ด้วยเหรอ ฉันไม่เห็นจะจำได้”

“ก็เพราะเธอมัน…!” ชายหนุ่มแทบอยากจะจอดรถมันเสียตรงนี้ แล้วหันไปเขกหัวคนที่มาด้วยกันสักที เขาไม่ควรคาดหวังอะไรอยู่แล้ว เพราะปกติเพลงไม่ใช่คนที่จำอะไรแบบนั้นได้สักหน่อย เขาแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะพูดใหม่ว่า “เรื่องดี ๆ ก็จำไว้บ้างเถอะ”

“จำได้สิ อย่างน้อยฉันก็จำได้ว่ามีแต่นายที่ดีกับฉันเสมอ”

“แล้วถ้าวันหนึ่งฉันไม่ดี เธอจะเกลียดฉันหรือเปล่า”

“ไม่มีวันนั้นหรอก”

“…”

การนิ่งเงียบไปของอีกฝ่ายทำให้เพลงเริ่มลังเล “ใช่ไหมล่ะ”

“แน่นอน” ฮาร์ตยักไหล่นิดหน่อย “เธอก็รู้ว่าฉันดีกับเธอ แม้แต่ตอนเธอไม่ดีกับฉันเท่าไรก็ด้วย”

หญิงสาวย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้ในความภาคภูมิใจของเขา แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงที่เธอปฏิเสธไม่ได้ก็ตาม เขาดีกับเธอแม้ว่าตอนนั้นเธอจะไม่ดีเท่าไร และบางครั้งความจริงข้อนี้ก็ทำให้เธอทั้งหงุดหงิดทั้งรู้สึกผิดไปพร้อมกัน

“ตกลงว่าวันนี้เรามาเดตกันใช่ไหม”

“เธออยากคิดแบบนั้นก็ตามใจ” ฮาร์ตเหนื่อยจะเถียงด้วย “คิดว่าเป็นเดตครั้งแรกหลังจากกลับมาคบกันรอบที่…ห้าหรือเปล่านะ หรือว่าหก เอ๊ะ หรือ…” เขาแสร้งทำเป็นครุ่นคิด แม้ว่าจะรู้คำตอบที่แน่ชัดอยู่แล้ว

“ห้านั่นแหละพอ!” เพลงนึกหมั่นไส้เขาขึ้นมาอีก 

“ฉันว่ามันมีอยู่ครั้งหนึ่งที่…”

“นายอย่านับอันที่แกล้งเล่นสิ”

“อ้อ เหรอ เธอก็จำได้นี่” ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นกว่าครั้งไหนในรอบวัน แต่ก็มีอันต้องหุบยิ้มทันควันเพราะคนข้าง ๆ ทุบกำปั้นใส่ที่สีข้าง

“ฉันก็ไม่ได้จะลืมทุกเรื่องขนาดไหนไหมล่ะ”

เพลงจิ๊จ๊ะก่อนจะเบือนหน้าหนีเขาไปมองวิวด้านนอกรถแทน กลิ่นธรรมชาติของทะเลอบอวลเข้ามาในรถจนเธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตา เขาคงจำได้ว่าเธอชอบทะเลมากถึงได้พามาแบบนี้ การขับรถเล่นไปเรื่อยเหมือนไม่ได้ตั้งใจของอีกฝ่ายน่ะ มักจะมีความตั้งใจซ่อนอยู่ในนั้นเสมอนั่นแหละ

ไม่นานนักสองหนุ่มสาวก็มาถึงร้านอาหารบรรยากาศดีที่ฮาร์ตปักหมุดเลือกเอง ได้นั่งรับลมชมวิวติดทะเลแบบนี้แล้ว ยายตัวแสบของเขาน่าจะอารมณ์ดีขึ้น สำหรับเขาแล้ว ได้เห็นเพลงหงุดหงิดโวยวายยังดีเสียกว่าเห็นเธอร้องไห้ออกมาเป็นไหน ๆ 

ดูเหมือนวันนี้โชคจะเข้าข้างทั้งสองคน เพราะพอมาถึงร้านก็มีโต๊ะริมระเบียงด้านนอกสุดว่างพอดี ทำเอาหญิงสาวรู้สึกว่าในวันที่แย่ของเธอยังมีเรื่องดีปะปนอยู่บ้าง และเธอก็ไม่อาจมองข้ามคนที่มาด้วยกันไปได้ เพราะต้นเหตุของเรื่องดี ๆ มันก็เพราะมีผู้ชายคนนี้อยู่ด้วยกันนั่นแหละ เวลาที่เธอรู้สึกเศร้าแล้วได้มองเห็นคลื่น มองเห็นผืนน้ำที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาทีไร เธอจะรู้สึกเหมือนทะเลกำลังโอบกอดและปลอบโยนเธอ คลื่นที่สาดซัดเข้าฝั่งราวกับกำลังช่วยชะล้างความหม่นหมองออกไปจากใจด้วย 

“นายว่าวันนี้ฉันทำถูกหรือเปล่า” เพลงเอ่ยถามขึ้นหลังจากนั่งกินข้าวไปได้สักพัก

“เรื่องณิชาเหรอ”

“อืม”

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง หากถามความรู้สึกของเขาจริง ๆ ละก็ เขาไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรนัก แต่มันก็เป็นเรื่องในครอบครัวของเพลงที่เขาไม่อยากก้าวก่าย หรือเรียกว่าไม่ควรก็น่าจะถูก อีกอย่างคือสิทธิ์ในการตัดสินใจเด็ดขาดก็เป็นของเจ้าตัวเอง เขาคิดว่าเธอคงมีเหตุผลมากพอที่จะทำอย่างนั้น หรือถ้าไม่ ก็คงเป็นเพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงเลวร้าย และไม่เคยใช่ด้วย ซึ่งข้อนั้นเขารู้ดี หลายครั้งเธอแค่จำเป็นต้องปกป้องตัวเอง

ฮาร์ตถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะส่ายหน้าตอบ

“ไม่รู้สิ” 

นัยน์ตาของเพลงดูหม่นแสงลงไปนิดหนึ่ง เธอรู้ว่าเขาคงไม่อยากให้เธอตกลงรับปากไปแบบนั้น แม้จะมีเงื่อนไขค่าเช่าเข้ามาเกี่ยวก็ตาม แต่การเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีเลยสักนิด แวบแรกก็สะใจอยู่นิดหนึ่งที่ได้เรียกร้องเอาอะไรบ้าง และเธอรู้ดีตั้งแต่แรกว่ามันใช่ความรู้สึกที่จะอยู่ตลอดไป เพราะความจริงอันเปรียบเสมือนหนามแหลมคมที่คอยทิ่มแทงใจเธอยังคงอยู่ ที่แย่กว่าอะไรทั้งหมดก็คือ เธอเป็นคนยอมยื่นมือออกไปรับหนามเหล่านั้นเข้ามาหาตัวเอง

“ที่จริงฉันไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด ต่อให้เธอปฏิเสธไปฉันก็ไม่รู้อยู่ดี” ชายหนุ่มพูดเสริมขึ้นอีก “ฉันแค่คิดว่าถ้าเธอไม่ตกลง ผลลัพธ์มันน่าจะดีกับตัวเธอมากกว่า”

“นั่นสิ” เพลงพยักหน้าหงึกหงัก ฮาร์ตเองก็คงรู้สึกเหมือนกันกับเธอถึงได้พูดออกมาแบบนั้น 

“ไม่รู้หรือไงว่าเวลาที่เป็นแผลน่ะ ถ้าอยากหายเร็ว ๆ ก็อย่าไปจับมัน เราไม่รู้หรอกว่าเวลาที่ไปแตะโดนแผล มันมีเชื้อโรคอะไรติดไปบ้าง รู้อีกทีมันก็อักเสบแล้วล่ะ บางทีมันก็เจ็บกว่าตอนเป็นแผลครั้งแรกด้วยซ้ำ” 

“นายก็สำบัดสำนวนทุกที”

“แต่เธอก็เข้าใจนี่” อีกฝ่ายยักไหล่เล็กน้อย

หญิงสาวจำต้องพยักพเยิดหน้าอย่างช่วยไม่ได้เพราะเห็นว่าเป็นจริงดังที่เขาว่า เธอกำลังเป็นแผล แถมยังเป็นแผลที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เป็นการบาดเจ็บภายใน การตอบรับต่อคำขอของพ่อบังเกิดเกล้าวันนี้ไม่ใช่การใส่ยารักษาบาดแผลนั้น หากแต่เปรียบเหมือนกับเธอไปแตะโดนมัน และกำลังทำให้มันติดเชื้อจนอาจจะอักเสบมากยิ่งขึ้น 

“พูดก็พูดเถอะ ฉันไม่รู้ว่าจริง ๆ เธอคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงทำแบบนั้น แต่ถ้าเธอยอมเพราะความหวังริบหรี่ว่า มันจะทำให้คนที่เธอเกลียดเพราะเขาไม่เคยสนใจเธอหันกลับมาแคร์ละก็ ฉันว่าครั้งนี้เธอเสียมากกว่าได้นะ” ฮาร์ตพูดเสียงเรียบ สบตาคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะนิ่ง ๆ บ่งบอกว่าเขากำลังซีเรียส “ความรู้สึกที่เสียไป เธอก็น่าจะรู้ว่ามันเอาคืนยากแค่ไหน แล้วความรู้สึกของเธอน่ะ ฉันว่าไม่คุ้มที่จะเอามันไปเสี่ยงกับคนที่เธอรับรู้มาทั้งชีวิตว่าเขาเป็นยังไงหรอก”

เขาพูดถูก ถูกจนเธอพูดไม่ออกเลยล่ะ

“…”

“เธอจะโกรธฉันก็ได้นะที่พูดไปแบบนั้น”

เพลงแค่นยิ้ม “ฉันจะโกรธได้ยังไงล่ะ เรื่องจริงทั้งนั้นนี่”

“เรื่องครอบครัวมันละเอียดอ่อนแล้วก็ตัดสินใจยาก ฉันเข้าใจ” เขาพูดอีกครั้งด้วยสีหน้าท่าทางผ่อนคลายขึ้นกว่าเมื่อครู่ ด้วยเพิ่งรู้ตัวและเกรงว่าจะทำคนฟังจะรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม “ฉันก็แค่ไม่อยากเห็นเธอเสียใจกับเรื่องเดิมอีก ทั้งที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเลือกที่จะแยกออกมามีชีวิตใหม่ของตัวเองแล้วน่ะ”

เขาอยู่ข้างเธอและรับรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายมาตลอดถึงได้พูดออกไปแบบนั้น สำหรับเพลงแล้วบ้านหลังที่เธอเติบโตมานั้น ไม่ใช่สถานที่อบอุ่นและปลอดภัยต่อความรู้สึกของเธอสักเท่าไร แม้จะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม ใช่ว่าทุกครอบครัวจะดีต่อกันหมดทั้งโลกสักหน่อย ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านจะใจร้ายเหมือนกันทั้งหมดหรอก ข้อนั้นเขารู้

“เฮ้อ! ก็นะ” หญิงสาวฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะยืนยันอีกครั้งว่า “ฉันไม่มีทางโกรธนายเพราะพูดแบบนั้นแน่ ๆ บางทีฉันยังไม่เข้าใจตัวเองเท่าที่นายเข้าใจเลย” 

ฮาร์ตมองหน้าเธอแล้วนิ่งไปนิดหนึ่ง สีหน้าคล้ายอยากพูดอะไรอีกสักหน่อย เขาคิดว่าอาจจะเป็น ‘ผิดแล้วล่ะ ใครจะเข้าใจเธอเท่าที่เธอเข้าใจตัวเองได้ล่ะ เธอแค่ไม่รู้ตัว’ 

ทว่าสุดท้ายชายหนุ่มกลับตัดสินใจไม่พูดมันออกไป

ส่วนเพลงเองก็ก้มหน้ากินข้าวต่อเงียบ ๆ เธอรู้สึกสมเพชตัวเองอยู่ไม่น้อย และไม่โกรธเลยสักนิดกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เธอจะโกรธได้ยังไงในเมื่อมันจริงทุกอย่าง เธอรู้แต่ก็ยังเสี่ยงที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือ เพื่อแลกกับเศษเงินของพ่อที่เธอไม่ได้ต้องการมันจริง ๆ สิ่งหนึ่งที่เธอไม่อยากยอมรับมันเลยก็คือ การที่เธอตกลงเพราะมีเสี้ยวหนึ่งของความหวังว่า พ่ออาจจะหันมารักและสนใจเธอจากใจจริงบ้าง 

แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน

เธอก็ไม่ได้สัมผัสถึงมันเลยแม้สักน้อย

“เฮ้อ! ฉันนี่ชอบเลือกทางที่ต้องมานั่งเสียใจเองทีหลังตลอดเลย”

เพลงทอดถอนหายใจขณะวางช้อนเข้าคู่กับส้อม หลังจัดการมื้ออาหารตรงหน้าเสร็จเรียบร้อย ซึ่งระหว่างนั้นในหัวของหญิงสาวก็คิดเรื่องที่บ้านอยู่ตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้ซึมซับบรรยากาศรอบตัวได้เต็มที่นัก

“เสียใจที่กินข้าวเหรอ” ฮาร์ตถามขึ้นด้วยเสียงติดตลก

“จะบ้าหรือไง ฉันหมายถึงเรื่องพ่อต่างหากล่ะ”

“อ๋อ” ชายหนุ่มแกล้งทำหน้าเข้าใจ อันที่จริงเขาถามกวนประสาทไปอย่างนั้นแหละ เผื่อเธอจะลืมเรื่องกวนใจไปได้บ้างนิดหน่อยก็ยังดี ก่อนหน้านี้เขาลอบสังเกตสีหน้าของอีกคนตลอด มีเหรอจะไม่เห็นแววความกังวลที่มันชัดเจนขึ้นมาบนใบหน้านั้นน่ะ  

“ไม่ตกลงก็คงดีอย่างนายว่าจริง ๆ นี่ฉันเสียใจมากกว่าตอนสะใจอีกนะ”

“แต่ใครจะรู้ล่ะ อีกทางที่ไม่ได้เลือก มันอาจจะเป็นทางที่ทำให้เธอต้องมานั่งเสียใจเหมือนกันก็ได้ แบบเสียใจทุกทาง” 

หญิงสาวยิ้มขำออกมากับคำพูดตลกร้ายพร้อมใบหน้าเรียบนิ่งของเขา “อะไรของนายกัน นั่นคือคำปลอบใจเหรอ ไหนก่อนหน้านี้บอกว่าถ้าฉันไม่ตกลงมันดีกว่าไง”

“ดีแต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่เสียใจนี่ ใช่ไหมล่ะ” เจ้าตัวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ก็…มั้ง” หญิงสาวไหวไหล่อย่างช่วยไม่ได้

ฮาร์ตกระตุกยิ้มแล้วบอกว่า “คือต่อให้ตัวเลือกมันแย่พอ ๆ กัน มันก็ต้องมีสักทางที่ดีกว่าแหละ แต่คนเราไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็มักจะเสียใจที่ไม่ได้เลือกอีกทางไม่ใช่เหรอ”

“…”

“เอาเถอะ ฉันไม่ควรบอกว่าเธอไม่น่าตกลงเลย แต่ขอโทษก็คงไม่ทันแล้วแหละ” เขาคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอคิดไม่ตกอยู่ตอนนี้ก็ได้ 

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่า ต่อให้นายไม่พูดฉันก็คิดเหมือนกันอยู่ดี แต่ถึงยังไงก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ฉันคิดว่าไม่เสียใจนะ” เพลงมองสบลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นแล้วยิ้มกริ่ม

“เรื่อง?” ฮาร์ตเลิกคิ้วสงสัย

“ก็ที่กลับมาคบกับนายไงล่ะ” คนพูดทำหน้าเจ้าเล่ห์

“แปลว่าฉันอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่เท่าไร” เขายิ้มมุมปาก ก่อนที่เปลือกตาคู่นั้นจะหรี่ลงกึ่งหนึ่ง เหมือนชักเริ่มไม่เชื่อสิ่งที่อีกคนบอกเมื่อกี้ “แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่เสียใจ”

 

_________________________

to be continued

 

ฮาร์ตตตตตต (._.!!!)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #19 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 11:29

    เรื่อองครอบครัวอาจจะเสียใจที่เลือกทำแบบนั้น แต่เรื่องฮาร์ตมีแต่ดีกับดีแน่นอนน

    #19
    0
  2. #18 nan-sand (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 10:07
    มันดีมากเลยนะ เวลามีคนคอยซัพพอร์ตเวลาที่แย่อ่ะ ฮืออออ
    #18
    0