(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 13 : Chapter 6 They can't break me, I'm already broken [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    9 พ.ย. 63

Chapter 6

They can't break me, I'm already broken

(พวกเขาทำลายฉันไม่ได้หรอก ฉันน่ะแตกสลายอยู่แล้ว)

[2]

 

 

ฮาร์ตเอื้อมไปซ้อนมือของคนตรงหน้าที่ถือโทรศัพท์อยู่แล้วบีบเบา ๆ คล้ายเรียกสติของเธอ อีกนัยหนึ่งก็คือให้เธอปล่อยให้เขาเป็นคนรับสายที่เธอไม่อยากรับแทน เพลงเหลือบมองหน้าเขานิดหน่อย สีหน้าเหมือนชั่งใจ ก่อนที่สุดท้ายชักมือตัวเองออกไปแล้วตัดสินใจกดรับในวินาทีสุดท้ายพอดี

“ฮัลโหล”

[น้องเพลงอยู่บ้านหรือเปล่าลูก] เสียงทุ้มจากชายวัยกลางคนที่ไม่ได้ยินบ่อยนักดังมาตามสาย ถึงจะห่างเหินกันแต่อีกฝ่ายก็ยังพูดคุยกับเธอเหมือนเดิม เหมือนเดิมจนเธอนึกสงสัยมาตลอดว่าผู้ชายคนนี้เคยรู้สึกผิดอะไรบ้างหรือเปล่า

“ค่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”

[ว่าแล้วว่าอยู่ พ่อกำลังจะไปรับหนูที่บ้านนะ วันหยุดทั้งทีออกไปกินข้าวด้วยกันดีไหม]

ไม่ปกติ

ประโยคนั้นผุดขึ้นในหัวของหญิงสาวทันทีที่ได้ยินแบบนั้น แค่พ่อของเธอโทรมาก็ไม่ค่อยปกติเท่าไรแล้ว นี่บอกว่ากำลังจะมารับไปกินข้าวอย่างนั้นเหรอ จะให้เธอมองว่าเขาไม่มีเรื่องอะไรแอบแฝงอยู่ได้ยังไง

“ถ้าพ่อมีธุระอะไรก็พูดมาเลยก็ได้นะคะ ไหน ๆ ก็โทรมาแล้วไม่เห็นต้องมาเจอกันเลย”

[พ่อขับรถอีกไม่ถึงกิโลก็จะถึงอยู่แล้ว จะให้กลับได้ยังไงล่ะ] ปลายสายพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

“จะถึงแล้ว?!” คนฟังรีบกระวีกระวาดลงจากเตียงทันทีด้วยความตกใจ แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว หญิงสาวหันขวับไปทางฮาร์ตที่กำลังดึงผ้าห่มขึ้นไปคลุมตัวเองเอาไว้พร้อมส่งสายตามองเธอแบบงุนงง เธอเลยบอกเขาไปว่า “รีบแต่งตัวก่อน”

[โอเค ถ้าอย่างนั้นพ่อจะวางสายแล้วให้หนูอาบน้ำแต่งตัวให้พร้อมนะ] บิดาบังเกิดเกล้าเข้าใจผิดคิดว่าเธอพูดด้วย ทว่าก่อนที่เขาจะวางสายไป ลูกสาวก็ร้องขัดขึ้นมาเสียก่อน

“เดี๋ยวค่ะ!”

[ว่าไง]

“ถ้าพ่ออยากกินข้าวก็ขับรถเลยไปเลยก็ได้นะคะ ถึงแล้วโทรมาบอกแล้วกัน เดี๋ยวหนูขับรถตามไปเอง”

[แต่ไหน ๆ ก็…]

“พอดีตอนนี้หนูยุ่ง ๆ นิดหน่อยค่ะไม่สะดวกต้อนรับ ถ้าพ่อไม่โอเคก็ยังไม่ต้องเจอกันก็ได้นะคะ” ถึงจะมีคำลงท้าย หากแต่เสียงกลับห้วนจนคนปลายสายถึงกับลอบถอนหายใจออกมา

[อ่า ๆ ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่ห้างฯ S แล้วกันนะ ไม่ไกลจากบ้านเท่าไร พ่อจะไปรอ]

ได้ยินแบบนั้นแล้วหญิงสาวก็รีบตัดสายไปก่อนโดยไร้คำเอ่ยลา เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ เพราะนี่มันไม่ปกติเอามาก ๆ อย่าว่าแต่กินข้าวด้วยกันเลย แค่เจอหน้าเฉย ๆ เธอยังไม่อยากจะเจอด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ใช่ว่าพ่อของเธอจะไม่รู้ เธอเกลียดเขา ข้อนี้เขารู้ดี

“พ่อชวนไปกินข้าวเหรอ ทำไมไม่ปฏิเสธไปล่ะ” ฮาร์ตที่ลงไปยืนแต่งตัวอยู่ข้างเตียงเอ่ยถามเมื่อเห็นใบหน้ายุ่ง ๆ ไม่สดใสของอีกคน หากเป็นแต่ก่อนเธอจะหลีกเลี่ยงและปฏิเสธตลอด แม้ว่าความถี่จะไม่บ่อยครั้งนักที่ทางนั้นจะโทรมาก็ตาม ทว่าคราวนี้ดันตกลงเสียง่าย ๆ ทั้งที่ดูแล้วเธอไม่ได้ยินดีจะไปเจอเขาเลยสักนิด

“ฉันว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ” เพลงโยนโทรศัพท์ลงไปบนเตียงก่อนยกมือขึ้นไปยีผมของตัวเองจนยุ่งเหยิง “นายไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ”

“แปลก” คนตัวสูงพยักหน้ารับ “แปลกที่เธอตกลงนั่นแหละ”

หญิงสาวส่ายหน้าพรืด “ฉันไม่ได้อยากตกลง แค่อยากรู้ว่ามีเรื่องสำคัญอะไรกันแน่พ่อถึงอยากเจอฉันให้ได้ ถ้าฉันไม่ตกลงเขาก็คงจะมาจอดรถอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ใกล้จะถึงแล้วด้วย รู้สึกไม่ดีเลย”

“อ่อ” นัยน์ตาคู่คมเหลือบมองไปทางหน้าต่างนิดหน่อย หากพอหันกลับมาอีกทีก็เห็นเจ้าของบ้านยืนเท้าสะเอวหลุบตามองพื้นด้วยสีหน้าเครียดขึง ฟังจากที่อีกฝ่ายเล่าแล้วเขาว่ามันก็แปลกในแง่ที่อีกฝ่ายพูดนั่นแหละ พ่อของผู้หญิงคนนี้ไม่เคยออกมาก่อนเลยหากเธอยังไม่ตกลง แต่ครั้งนี้เหมือนจะมัดมือชกอยู่กลาย ๆ คิดแล้วเขาก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ ครอบครัวของเธอเป็นยังไงที่ผ่านมาเขาเองก็รับรู้มาตลอด “เธอ…อยากให้ฉันไปด้วยหรือเปล่า”

คนถูกถามนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามกลับ “นายจะไปในฐานะอะไรไม่ทราบ”

คนตัวสูงกะพริบตาปริบ ๆ การที่เขาเป็นห่วงเธอต้องมีฐานะอะไรด้วยเหรอ แค่เป็นห่วงธรรมดาไม่ได้หรือไง ถ้าจะให้มีฐานะจริง ๆ ก็ไม่พ้นแฟนเก่านั่นแหละ เขาคิดไม่ตกระหว่างที่ก้มลงติดกระดุมเสื้อต่อ 
 

ทว่า…
 

“ในฐานะแฟนเธอไง”

“เหอะ” เพลงแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกแล้วเบือนหน้ามองไปทางอื่น หากแต่สมองที่เพิ่งประมวลผลได้ก็ทำให้เธอเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองคนที่เพิ่งจะติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายเสร็จพอดี “เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ”

ฮาร์ตขยับเข้าไปสลัดผ้าห่มใส่หน้าคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียงแล้วจัดการพับให้เรียบร้อย พลางพูดตอบไปด้วยท่าทีสบาย ๆ ว่า “ไม่ได้ยินก็ช่างมันเถอะ”

“เดี๋ยว” คนที่ได้ยินว่าเขาพูดอะไรหากแต่ไม่แน่ใจเท่าไรรีบเดินอ้อมเตียงมาใกล้อีกคนทันที “นายบอกว่าเป็นแฟนอย่างนั้นเหรอ”

“หูก็ไม่ได้ตึงนี่” เขาหันมาเลิกคิ้วใส่เธอ

“อย่างนี้ก็แปลว่านายยอมคืนดีกับฉันแล้วใช่ไหม!” เพลงถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเพื่อความแน่ใจ สีหน้าที่เก็บซ่อนความดีใจเอาไว้ไม่มิด ทีแรกเธอคิดว่าเขาจะเปลี่ยนใจไม่อยากไปกับเธอแล้วด้วยซ้ำ คิดแล้วก็อดทวนความจำให้เขาไม่ได้ “ไหนว่าเพิ่งตื่นแล้วคิดอะไรไม่ออกไง”

“หรือเธอไม่อยาก…”

“ไม่!” คนดีใจรีบส่ายหน้าปฏิเสธเพราะรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร “หมายถึงไม่ใช่แบบนั้น ฉันอยากคืนดีกับนายจน…ดีใจเกินไปหน่อยน่ะ”

 

 

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็แยกย้ายกันไปจัดการตัวเอง ฮาร์ตขอตัวกลับบ้านไปก่อนแล้วจะไปเจอกับเพลงตามสถานที่นัด เพราะแบบนั้นหญิงสาวเลยขับรถออกจากบ้านมาคนเดียว ระหว่างทางนั้นเธอไม่ได้คิดถึงผู้ชายที่บอกว่าจะตามไปเจอกันเท่าไร เพราะยิ่งระยะทางจากบ้านไปห้างฯ S เหลือน้อยลงเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกตงิดใจมากขึ้น

ลืมอะไรไปหรือเปล่านะ

เธอคิดแบบนั้นวนเวียนอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้น เธอหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบไว้ข้างหนึ่งแล้วรับสาย เป็นฮาร์ตนั่นเองที่โทรเข้ามา

[ถึงหรือยัง] ปลายสายถามขึ้นทันทีที่เธอกดรับสายและยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไปด้วยซ้ำ

“ยัง ขับรถอยู่”

[ฉันถึงแล้ว]

“ฮะ?! นายหายตัวไปหรือไง ที่นั่นมันใกล้บ้านฉันมากกว่าบ้านนายอีกนะ” ที่จริงก่อนหน้านี้เธอให้เขาอาบน้ำแล้วใส่ชุดเดิมก็ได้ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมแล้วบอกว่าจะกลับบ้านก่อน เหตุผลหนึ่งก็คือแวะไปดูความเรียบร้อยเพราะแม่ไม่อยู่บ้านหลายวัน นั่นแหละ

[ฉันมารถไฟฟ้าน่ะ ขี้เกียจขับรถ]

“อ๋อ” เธอเกือบลืมเรื่องนี้ไปสนิท อันที่จริงเธอเองก็ขึ้นจากสถานีใกล้บ้านไปได้เหมือนกัน แต่เธอไม่ค่อยชอบมันเท่าไร “แล้วนี่นายอยู่ตรงไหนล่ะ”

[ก็ร้านนั้น…] ปลายสายพูดแล้วเงียบไปชั่วอึดใจ [พ่อเธอบอกว่ามาคนเดียวเหรอ]

หัวคิ้วของคนฟังเคลื่อนเข้าหากันทันที “ไม่นะ แต่… เดี๋ยว นายอย่าบอกนะว่า…”

[ดูเหมือนน้องสาวเธอจะมาด้วยนะ] คนที่ไปถึงสถานที่นัดหมายก่อนแล้วเอ่ยขึ้นขณะที่สายตาจับจ้องผ่านกระจกหน้าร้านเข้าไปยังโต๊ะหนึ่ง พ่อของเพลงนั่งอยู่กับผู้หญิงวัยยังไม่บรรลุนิติภาวะอีกคนหนึ่งซึ่งเขาจำได้ดีว่าเป็น ‘น้องสาวต่างแม่’ ที่ผู้หญิงของเขาไม่อยากจะนับญาติด้วยเท่าไรนัก

“ว่าไงนะ” เพลงแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเท่าไรนัก นี่สินะความตงิดใจแปลก ๆ ที่เธอรู้สึกมาตลอดทาง

[เขาไม่ได้บอกจริง ๆ เหรอ]

“อืม” มือเรียวกำพวงมาลัยรถด้วยความเจ็บใจ พ้นแยกข้างหน้านี้ไปก็จะถึงที่นัดหมายอยู่แล้ว ทว่าตอนนี้ใจเธอกลับวนรถกลับบ้านเสียตอนนี้ อาจจะเป็นความผิดของเธอเองที่ลืมถาม “คนแบบนั้นจะมาสนใจความรู้สึกลูกเมียเก่าอย่างฉันได้ยังไง”

[แล้วเธอยังจะมาหรือเปล่า]

หญิงสาวเงียบไปนิดหนึ่ง เธอเกลียดการเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นก็จริง แต่การนัดที่ผิดปกติวันนี้ก็ดูน่าสงสัยจนเธอไม่สามารถสลัดความคิดพวกนี้ออกไปจากหัวได้เลย เพราะแบบนั้นเธอเลยเดาว่าต่อให้เปลี่ยนใจกลับไปตอนนี้ พ่อของเธอก็ต้องหาทางมาเจอให้ได้อยู่ดีนั่นแหละ

“ไปสิ” เธอตอบพร้อมกับเพิ่มความเร็วรถขึ้นอีกนิด นัยน์ตาสวยที่จับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความสับสนและไม่มั่นใจ ต่างกับคำตอบและน้ำเสียงของเธอโดยสิ้นเชิง

[จะไม่เป็นไรใช่ไหม]

เป็นอีกครั้งที่เพลงเงียบไป แต่ก่อนเธอยังมีปู่กับย่าคอยกอดปลอบเวลาโศกเศร้า คอยอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยวและไม่เหลือใคร รับมาอยู่ด้วยในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และปิดเทอม จนเธอเคยคิดว่า เธอจะไม่ถูกผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อแท้ ๆ ทำให้เสียความรู้สึกอีกต่อไปแล้วแค่ได้ย้ายออกมาอยู่กับปู่ย่า ทว่าความจริงไม่เป็นเช่นนั้น ดูเหมือนเรื่องวุ่นวายอันหนักอึ้งที่เธอต้องคอยแบกรับจะยังไม่หมดไปง่าย ๆ อย่างที่ต้องการ

[เพลง] ปลายสายเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าคู่สนทนาเงียบไปนาน

“ฮะ”

[ถ้าเธอไม่โอเคก็กลับดีกว่า]

“บ้า จะถึงอยู่แล้ว มีนายอยู่ด้วยทั้งคน ฉันจะเป็นอะไรได้ยังไง” ครั้งนี้เธอตอบเขาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงเท่าไรนัก พยายามสะกดใจตัวเองว่า คงไม่เป็นไรหรอก ซ้ำ ๆ เผื่อจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง นับว่าเป็นโชคดีของเธอที่เขาอยู่ด้วยตอนนี้ ถึงจะไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดที่เกิดขึ้นจากคนในครอบครัวเท่าไร แต่ก็ยังอุ่นใจที่มีใครอีกคนเข้าใจเธอ “นายก็รู้ว่า คนพวกนั้นทำได้มากสุดก็แค่ทำร้ายความรู้สึกฉันเท่านั้นแหละ”

แต่พวกเขาทำลายฉันไม่ได้หรอก ฉันน่ะแตกสลายอยู่แล้ว

…หญิงสาวย้ำกับตัวเองแบบนั้นต่อในใจ ทุกวันนี้เธอไม่ต่างอะไรกับแก้วที่ถูกขว้างทิ้งจนแตกกระจาย หากใครคิดจะทำร้ายอะไรอีก ก็คงเหมือนถูกกระทืบซ้ำลงมาเท่านั้นเอง ซึ่งเธอจะไม่ยอมให้คนทำเดินกลับไปโดยไม่มีบาดแผลหรอก

[จะทำอะไรก็ไม่ดีกับเธอทั้งนั้นแหละ] ฟังจากน้ำเสียงแล้วเจ้าของสายเรียกเข้าคงจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ซึ่งก็ใช่แหละ เขาหงุดหงิดที่เป็นแค่คนนอก และทำได้แค่อยู่ข้างเธอเท่านั้น ต่อให้อยากจะก้าวก่ายมากกว่านี้ก็คงไม่ได้อยู่ดี

“ต่อให้หนียังไงก็คงไม่พ้นอยู่ดีนั่นแหละ นอกจากจะตายจากกัน” กับความสัมพันธ์ที่เรียกว่าพ่อลูกนั่นน่ะ

ชายหนุ่มปลายสายถอนหายใจออกมาเล็กน้อย [อืม ขับรถดี ๆ แล้วกัน ฉันอยู่หน้าร้านนี่แหละ]

“ฮาร์ต”

[ฮึ?]

“ต่อให้ฉันไม่พูดอะไรกับนาย อย่าเพิ่งวางสายจนกว่าจะจบเรื่องวันนี้ได้ไหม”

[หมายความว่าไง เธอจะมาแล้วเข้าไปคนเดียวเหรอ]

“ฉันว่ามันควรจะเป็นแบบนั้น ฉันอยากรู้ว่าพ่อมีเรื่องอะไรกันแน่ถึงนึกอยากกินข้าวกับฉันขนาดนี้”

เจ้าของสายเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบว่า

[เอางั้นก็ได้]

 

 

___________________________

Animated GIF

ครอบครัวนี้มีอะไรรึเปล่าน้าาา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #14 nan-sand (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 17:09
    พ่อคนดีของน้องงงง
    #14
    0