(E-Book) [Quatre] HEART ตัดใจให้เหลือรัก

ตอนที่ 11 : Chapter 5 I hate the space between us [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    30 ต.ค. 63

Animated GIF

Chapter 5

I hate the space between us

(ฉันเกลียดช่องว่างระหว่างเรา)

[2]

 

 

 

 

“นาย…”

คนมาใหม่ไม่พูดไม่จาสักคำ หลังทิ้งสายตาข่มขู่ไว้ให้เจ้าของมือปลาหมึกแล้วก็เตรียมจะพาแฟนเก่าออกมาจากตรงนั้น ทว่าคนถูกแย่งผู้หญิงไปต่อหน้าต่อตาไม่ยอมให้เขาออกไปง่ายดายอย่างใจคิด 

“เฮ้ย!” ผู้ชายที่เข้าหาเพลงก่อนหน้านี้กระชากไหล่ฮาร์ตด้วยแรงอารมณ์จนคนใกล้เคียงพากันตกใจไปตาม ๆ กัน เป็นช่วงเดียวกับที่สองหนุ่มที่เผลอไปแป๊บเดียวก่อนหน้านี้หันมาเห็นเข้าพอดีจึงพยายามฝ่าวงล้อมเข้ามาหาเพื่อน

ฮาร์ตหันกลับไปยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบท้ายทอยไปมา พลางเอียงคอมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เขาไม่ได้อยากจะมาหาเรื่องหรือมีปัญหากับใคร แต่หากจะปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปคงต้องข้ามศพเขาไปก่อน แน่นอนว่าต่อให้ไม่อยากก่อเรื่องก็คงต้องก่อสักหน่อย ถ้าคู่กรณีไม่ยอมวางมือ 

“มาตอนไหนวะ” เสียงเฟียสถามฟังแว่วมาพร้อมกับที่เจ้าตัวคนพูดขยับเข้ามากันเพื่อนตัวเองไว้ ด้วยไม่อยากจะให้เป็นเรื่องใหญ่โต ตอนนี้คนเริ่มหันมาสนใจตรงนี้แล้ว แน่นอนว่าพนักงานในร้านเริ่มฉายไฟแหวกฝูงคนเพื่อจะเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นครับ” เสียงพนักงานคนแรกที่เข้ามาถึงก่อนดังขึ้น

“มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ” ปกป้องที่ยืนใกล้พนักงานคนนั้นที่สุดช่วยตอบให้ ก่อนหันไปพูดกับผู้ชายที่พยายามฉวยโอกาสในตอนแรกว่า “ผู้หญิงคนนั้นมากับพวกเรา!”

เสียงนั้นเรียกให้สายตาของคนอื่นพากันมองกดดันไปที่ชายแปลกหน้าอย่างพร้อมใจ เขาจึงยอมล่าถอยออกไปจากตรงนี้ก่อนจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น และดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีพวกด้วย ฮาร์ตเองก็ดึงให้เพลงเดินมาด้วยกันอีกทาง หญิงสาวที่ยังมึนงงและตีกับความคิดตัวเองอยู่จำต้องยอมตามเขามาอย่างว่าง่าย

ทั้งสี่คนเดินกลับมาถึงโต๊ะวีไอพีเกือบจะพร้อม ๆ กัน โต๊ะเดิมที่ตอนนี้เหลือแค่พิทช์นั่งจิบเหล้าพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศอยู่คนเดียว นาทีนี้เองที่เพลงเริ่มรู้แน่ชัดแล้วว่าคนที่ช่วยเธอออกมาเป็นฮาร์ตตัวจริงไม่ใช่ภาพลวงตา เขาดันให้เธอนั่งลงบนโซฟาด้านหนึ่ง ดึงแก้วในมือไปวางบนโต๊ะให้ จากนั้นจึงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งข้างพิทช์ที่อยู่ตรงกลาง ปล่อยให้เฟียสกับปกป้องนั่งอีกฝั่งที่ว่างอยู่ 

“ไหนว่าจะระวังตัวให้มากขึ้นไง” ใบหน้าเคร่งขรึมกับประโยคที่ถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเอ็ดของฮาร์ตนั้นเล่นเอาเพลงอ้ำอึ้ง เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ร่างกายตอนนี้ทำให้เธอรู้สึกหัวตื้อไปหมด กว่าจะนึกสิ่งที่ตัวเองบอกกับเขาเมื่อตอนเย็นออกก็เล่นเอาช้าไปหลายวินาที 

“นี่ ฟังนะ” หญิงสาวพยายามเรียบเรียงคำพูด “มันเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้…” พูดได้แค่นั้นเธอก็เงียบไปอีกครั้งเหมือนลืมไปชั่วขณะว่าควรจะพูดอะไร

“ทำไมวะ มีอะไรกัน” พิทช์เอียงคอถามเพราะไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ก็ไม่วายรินน้ำเปล่าใส่แก้วใบใหม่ส่งให้เพลงดื่มเผื่อจะได้รู้สึกดีขึ้น  

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ” ฮาร์ตตอบก่อนจะถอนหายใจหนัก ๆ แล้วเบือนหน้ามองไปทางอื่นด้วยความหงุดหงิดใจ เขาไม่ชอบเลยที่เห็นผู้หญิงคนนี้ไปใกล้ชิดกับใครก็ไม่รู้แบบนั้น หากว่าเขาเข้าไปไม่ทันละก็ เธออาจจะโดนลากไปไหนต่อไหนแล้วก็ได้ 

เพลงดื่มน้ำที่พิทช์ส่งให้จนหมดแก้ว พอกลืนอึกสุดท้ายลงคอไปก็หันไปทางคนที่เพิ่งมาตอนกลางดึกแล้วบอกว่า “นายมาช้า” 

ราวกับว่าเธอจะไม่รับรู้ความโกรธของเขาตอนนี้เลยสักนิด

ฮาร์ตเพียงปรายตามองคนที่บ่นให้เขาเหมือนยังไม่รู้ตัวว่าเมื่อกี้เกือบจะเกิดอะไรขึ้น พิทช์ลอบสบตากับเฟียสอย่างขอความเห็นเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น 

“เฮ้ย! ไอ้ป้อง มึงโอเคหรือเปล่าเนี่ย” พี่ใหญ่ของวงพยายามจะทำลายบรรยากาศอึมครึมด้วยการพุ่งความสนใจไปยังน้องเล็กที่เอนพิงโซฟาแล้วหลับตาเหมือนอ่อนล้าเต็มที

“ยังโอเคอยู่แค่มึนนิดหน่อย เมื่อกี้ดื่มแก้วใครไปไม่รู้ หลายมือมาก” คนถูกถามยกมือขึ้นมาทำสัญลักษณ์ว่าโอเคตอบกลับไปก่อนจะขยับตัวนั่งให้ดี ๆ ที่จริงเขาแอบตกใจจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่รุ่นพี่ในวงเกือบมีเรื่องกับคนอื่น “ดีที่พี่เฟียสลากออกมาก่อน ไม่งั้นคงโดนมอมเหล้า”

“มึงจะโดนมอมให้เสียชื่อพวกกูไม่ได้นะ อุตส่าห์ช่วยซ้อมสั่งสมประสบการณ์มาตั้งนาน” พิทช์บ่นอุบก่อนจะเหลือบสายตาไปทางฮาร์ตที่ยังนั่งทำหน้าเครียดไม่หาย ส่วนเพลงกลายเป็นคนที่เอนพิงโซฟาท่าเดียวกับปกป้องก่อนหน้านี้ เหมือนว่าเธอกำลังจะนอนที่นี่อย่างนั้นแหละ พี่ใหญ่กระทุ้งศอกใส่คนข้าง ๆ แล้วถาม “ไอ้ฮาร์ต ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นวะ”

“เกือบโดนใครลากไปก็ไม่รู้” ฮาร์ตพยักพเยิดหน้าไปทางคนที่เหมือนจะกึ่งหลับกึ่งตื่น 

“เมื่อกี้มันชุลมุนนิดหน่อยอะ กูก็ไม่ทันเห็นเหมือนกัน โดนล้อม” เฟียสพูดขึ้นบ้าง 

ฮาร์ตเพียงพยักพเยิดหน้าอย่างเข้าใจ เขาไม่ได้คิดจะโทษเพื่อนหรือน้องเลย เพราะระหว่างที่เขาเดินเข้าไปก็พอจะมองเห็นอยู่ว่าตรงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วตอนท้ายถ้าไม่ได้เฟียสกับปกป้องเข้ามาคั่นกลาง อาจจะได้เกิดเรื่องไปแล้ว ที่จริงตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า โกรธที่เพลงไปอยู่ตรงนั้น หรือโกรธตัวเองมากกว่าที่เกือบจะมาช้าไป 

“เอาน่า ยังไงก็ไม่มีใครเป็นอะไรแล้ว สุขกันเถอะเรา ดื่มคลายเครียดดีกว่า” มือกลองประจำวงว่าพลางลงมือหยิบแก้วเปล่ามาชงเหล้าให้คนมาทีหลังเสร็จสรรพ ฮาร์ตเพิ่งมาถึงก่อนหน้านี้แป๊บเดียว ยังไม่ทันนั่งก็เดินไปตรงโซนแดนซ์ทันทีที่รู้ว่าเพลงอยู่ในนั้น “กูนึกว่ามึงจะเทพวกกูจริง ๆ แล้วนะเนี่ย”

“สามสี่ทุ่มคงไม่ค่อยสนุกเท่าไรหรอกมั้ง” ฮาร์ตตอบขำ ๆ ก่อนจะรับแก้วที่พิทช์ส่งให้มาถือไว้ รอสมาชิกคนอื่นเติมแก้วตัวเองเสร็จก็ชนกันแบบครบวง

“หมดแก้ว!” ปกป้องตะโกนลั่นทั้งที่ตัวเองดูท่าจะไปก่อนใครในวง

“หน็อย สภาพเกือบโดนมอมเหล้ายังกล้าสั่งให้พวกกูหมดแก้ว” พิทช์แค่นหัวเราะก่อนจะดื่มหมดแก้วจริง ๆ เช่นเดียวกับทุกคนในวง ว่าแล้วตาก็เหลือบไปทางเพลงที่ตอนนี้ไถลลงไปนอนฟุบกับโซฟาแล้วดูท่าจะหลับจริง เลยอดหันไปถามมือคีย์บอร์ดไม่ได้ “มึงกับเพลงนี่รีเทิร์นกันแล้วยัง กูพยายามเสือกหลายฝั่งจนงงไปหมดแล้ว”

“ยัง” คนถูกถามตอบสั้น ๆ 

เฟียสที่สนใจประเด็นนี้ด้วยหรี่ตาลงกึ่งหนึ่งแล้วพูดติดตลกอย่างคนรู้ทัน “แต่ก็ใกล้แล้วหรือเปล่า มึงเล่นตัวใช่ไหมล่ะ”

“เล่นตัวอะไรของมึง” ฮาร์ตเติมเครื่องดื่มในแก้วตัวเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย แกล้งทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่คนในวงกำลังพุ่งประเด็นมา 

“ก็ถ้าเพลงไม่ตกลงจะมาด้วยคืนนี้ มึงจะโผล่หัวมาไหมล่ะ”

“ไม่เกี่ยว ตอนแรกกูแค่ขี้เกียจนิดหน่อย แต่เห็นว่านาน ๆ จะออกมาข้างนอกครบวงแบบไม่มีงานเล่นดนตรีไง กูเลยมา” คำแก้ตัวยาวเหยียดจนผิดวิสัยนั้นไม่อาจทำให้เพื่อนร่วมวงเชื่อได้เลยสักนิด ใคร ๆ เขาก็ดูออกทั้งนั้นว่าสาเหตุหลักที่ผู้ชายคนนี้มาเป็นเพราะอะไร ต่อให้ไม่ยอมพูดออกมาจนถึงที่สุด ทว่าอาการฟึดฟัดก่อนหน้านี้มันฟ้องชัดเจนหมดแล้ว 

“ถ้าไม่เกี่ยวมึงจะตรงรี่ไปพายายนี่ออกมาจากคนอื่นหรือไง คิดจะแถกับพวกกูเหรอ ก็รู้อยู่ว่าพวกกูฉลาด” พิทช์แค่นหัวเราะให้กับการแถจนสีข้างถลอกของรุ่นน้อง แต่ไหนแต่ไรมาฮาร์ตก็เป็นแบบนี้ตลอด ตอนโดนบอกเลิกก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่เสียใจ แต่ดันมูฟออนเป็นเขาวงกตในวงกลม แอบรู้แทบทุกความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย จนกระทั่งรู้ว่าเขามีแฟนใหม่นั่นแหละถึงได้ห่างออกมาหน่อย เฮิร์ตหนักถึงขนาดที่เซื่องซึมเป็นหมาหัวเน่าอยู่นาน เพลงที่เขียนได้ก็มีแต่เพลงอกหักช้ำใจ แต่ข่าวอัปเดตล่าสุดคือเพลงโสดแล้ว นี่คงทำให้คนปากไม่ตรงกับใจมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อยละมั้ง

“ก็มันไม่น่าไว้ใจ” 

“หมายความว่าถ้าเป็นใครสักคนในคลับที่น่าไว้ใจก็อาจจะปล่อยผ่านเหรอ” พิทช์กลั้นขำ ดูแล้วก็ไม่มีใครน่าไว้ใจสักคนไม่เว้นแม้แต่พวกเขาเอง 

“ไม่ดิ!” 

คำตอบพร้อมด้วยท่าทางฉุนเฉียวนั้นทำเอาคนนั่งฟังอีกสามคนพากันหัวเราะร่วนโดยไม่ได้นัดหมาย

“แหม ยายนี่ก็โตแล้ว แล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรกับมึง กูได้ยินนะวันนี้อะ” เฟียสแทรกขึ้นเตือนความจำให้จากประสบการณ์ตรง ที่ได้เป็นผู้ร่วมรู้เห็นการปะทะอารมณ์กันเล็ก ๆ ตอนอยู่บ้านฮาร์ต 

“โว้ว! จริงด้วย เมื่อกี้มึงบอกเองว่ายังไม่รีเทิร์น” พิทช์เสริมทัพ เล่นเอาคนที่ถูกต้อนจนมุมได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างเซ็งอารมณ์ กระดกแอลกอฮอล์เข้าปากเพราะไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งแก้ตัวนั่นแหละ จะมีสักวันไหมที่คนพวกนี้จะปล่อยเบลอเขาไปเนี่ย เขาก็แค่กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเพลงเท่านั้นเอง 

“เดี๋ยวนี้พวก ‘แฟนเก่า’ เขาหึงหวงแรงจังเลยว่ะพี่ น้องกลัวแล้ววว” ปกป้องแกล้งกอดตัวเองด้วยใบหน้าเหยเก

“เฮียมึงต้องเห็นสายตามันตอนอยู่ตรงโน้น ขนลุก! เกือบมีเวทีมวยย่อม ๆ อะ” เฟียสช่วยปั่นต่ออีกนิด นอกจากจะร่วมวงดนตรีกันแล้ว การพร้อมใจปั่นเพื่อนร่วมวงก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถของพวกเขานั่นแหละ ถึงจะเหมือนแกล้งแหย่เล่น แต่ที่จริงทุกคนต่างก็อยากเห็นคู่นี้คืนดีกันในเร็ววัน 

“อุบ๊ะ!” คนโตสุดตบตักตัวเองเต็มแรง “กูล่ะอยากรู้อยากเห็น”

“เฮีย ๆ อันนี้ ‘เพลง’ อะไรวะ กูคุ้นหูจัง” เฟียสแกล้งจงใจเน้นคำว่าเพลง ชี้นิ้วขึ้นให้พิทช์ลองฟังเพลงที่คลับเปิดอยู่ตอนนี้

“อ๋า ‘เพลง’ นี้เหรอ กูก็คุ้นนะ” พิทช์รับช่วงต่ออย่างคนรู้งาน แสร้งนิ่วหน้าครุ่นคิดอยู่แป๊บหนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้าหันไปหาคนข้าง ๆ แทน “นึกไม่ออกว่ะ ไอ้ฮาร์ตมึงล่ะรู้ไหมว่า ‘เพลง’ อะไร คือชื่อ ‘เพลง’ มันติดอยู่ตรงปากแต่นึกไม่ออก”

ฮาร์ตมองไปทางเฟียสด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนพึมพำออกมาว่า “สะใจพวกมึงแล้วสินะ” แล้วก็กระดกเหล้าดื่มเข้าไปจนหมดแก้วอีกครั้ง อดเหลือบมองไปยังคนที่หลับไม่รู้เรื่องไปแล้วไม่ได้ ผู้หญิงที่ทำให้เขาโดนล้อไม่จบไม่สิ้น หากแต่เขากลับโล่งใจที่เธอมาหลับอยู่ตรงนี้

ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า เขาไม่สามารถละสายตาจากเธอได้เลย

 

 

สมาชิกวงแกตเตอร์นั่งสังสรรค์กันจนเกือบถึงเวลาคลับปิด ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน พิทช์กลับพร้อมปกป้องเพราะน้องเล็กขอไปค้างด้วย เฟียสแยกกลับไปคนเดียว แน่นอนว่าฮาร์ตกำลังพาเพลงกลับไปส่งบ้านเหมือนเป็นหน้าที่ แต่ถึงไม่ใช่มันก็เป็นสิ่งที่เขาเต็มใจทำอยู่ดี ตอนนี้เธอตื่นแล้ว และก็พอจะมีสติมากกว่าตอนแรกนิดหน่อย

“นึกว่าคืนนี้นายจะไม่ออกมาแล้ว” หญิงสาวพูดขึ้นทำลายความเงียบภายในรถแท็กซี่ 

หลังจากที่เธอโดนปลุกให้กลับบ้าน ฮาร์ตก็มัดมือชกว่าจะมาส่งเธอ แต่เขากลับไม่ยอมพูดอะไรกับเธอเลยตั้งแต่ขึ้นรถมาจนถึงกลางทาง ซึ่งเธอไม่ใช่คนที่จะทนกับความเงียบของเขาได้นานเท่าไร มาด้วยกันแล้วไม่พูดกันมันทำให้เธออึดอัดมากกว่าต้องนั่งอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่รู้จักเสียอีก

“อืม” เขาตอบรับสั้น ๆ ยังไม่ละสายตาจากวิวด้านนอกรถ เขาไม่ยอมหันมามองเธอเลยสักนิด 

“แถมเกือบจะมีเรื่องกับคนอื่น”

“อือ” 

“เป็นห่วงฉันมากใช่ไหมล่ะ” หญิงสาวยิ้มจนแก้มแทบปริ เบียดตัวเข้าไปใกล้เขาแล้วพยายามยื่นหน้าเข้าไปวอแวอีกคนใกล้ ๆ เล่นเอาชายหนุ่มตกใจหันขวับมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกับใบหน้าของเธอ คงเพราะเขาเอาแต่ตอบ อืม กับ อือ อยู่สองคำนั่นแหละ เธอถึงต้องเรียกร้องความสนใจให้มากขึ้น และดูเหมือนจะได้ผลอยู่มากทีเดียว ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งจะรู้สึกตัวว่ากลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นแอลกอฮอล์บนตัวของคนข้าง ๆ มันดึงดูดเขาเหลือเกิน จนเผลอตัวกลืนน้ำลายลงคอไป 

“…” ฮาร์ตชะงักเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ที่จริงเขาลืมว่าต้องตอบเพราะมัวแต่กวาดสายตามองสำรวจใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยดวงตาเปล่งประกาย แต่คงไม่เท่ากับของคนตรงหน้าหรอก เธอกำลังทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนจนแทบจะหายใจไม่ออก

“ปากแข็งเหรอ” เพลงพึมพำพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมากดที่ริมฝีปากของเขาเพื่อทดสอบ แล้วก็มีอันต้องนิ่วหน้างง “ก็ไม่แข็งนี่”

ฮาร์ตไม่พูดอะไร เขาเพียงเม้มริมฝีปากแล้วรวบมือของอีกคนพร้อมดึงลง

“เป็นห่วงฉันล่ะสิ”

“…”

“ถ้าไม่ห่วงจะมาทำไมเนอะ” เธอยังพูดไม่หยุดปาก

“นั่งดี ๆ ได้ไหม” ชายหนุ่มจับให้อีกคนขยับไปนั่งแบบเดิม แต่สาวเจ้าก็ดื้อด้านเกินทน

“นายยังไม่ตอบเลย ว่าเป็น…”

“เออ เป็นห่วง” เขาตัดสินโพล่งออกไปเพื่อจบความวุ่นวายก่อนที่เธอจะทวนคำถามอีกรอบ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้นับว่าเธอพูดมากี่ครั้งแล้ว ทำไมเธอเมาแล้วกวนใจเขาเก่งขึ้นแบบนี้นะ ถึงจะเป็นห่วงจริง ๆ แต่เขาก็ไม่ได้อยากพูดมันสักหน่อย 

“นั่นไง!”

“คราวนี้จะนั่งดี ๆ ได้หรือยัง” เขาส่งสายตาดุ ๆ ไปให้ 

“อือ” เพลงพยักหน้ายิ้ม ๆ พอได้คำตอบที่พอใจแล้วถึงได้ยอมขยับไปนั่งเหมือนเดิมตามที่เขาบอก อันที่จริงเธอก็รู้ตัวอยู่นั่นแหละว่าพูดหรือทำอะไรอยู่ หากแต่นาทีนี้เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้เลย ไม่นานนักคนที่ตอนแรกพูดไม่หยุดก็นั่งสัปหงกจนคนข้างกายต้องจับให้เอนมาพิงไหล่เขาก่อนที่คอจะหักไปเสียก่อน

หลายนาทีต่อมาแท็กซี่ก็พาทั้งคู่มาถึงที่หมายปลายทางคือบ้านของเพลงจนได้ ครั้งล่าสุดที่เจอกันเขาก็มาส่งเธอแบบนี้ หากเป็นตอนคบกันเมื่อก่อนมันก็ออกจะเป็นเรื่องปกติ ทว่าตอนนี้ชายหนุ่มกลับสับสนนิดหน่อยกับความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นมา เขานั่งนิ่งพยายามไม่ฟุ้งซ่านระหว่างรอให้คนข้าง ๆ ที่รู้สึกตัวแล้วเปิดประตูลงไป แต่เธอดันนั่งเงียบเหมือนกำลังประมวลผลอะไรอยู่

“ถึงแล้ว ไม่ลงเหรอ” ฮาร์ตตัดสินใจถามออกไป 

“แล้วนายไม่ลงหรือไง” เธอหันมาถามกลับ นึกเกลียดช่องว่างระหว่างกันที่ถูกกั้นไว้ด้วยคำว่า ‘แฟนเก่า’ และเพราะเธออยากจะทำลายช่องว่างนั้นทิ้ง จึงเอื้อมมือไปจับกับมือหนาไว้แล้วบีบแน่น “อยู่ด้วยกันก่อนสิ”

แฟนเก่าอะไรกัน ช่างมันเสียเถอะ ในเมื่อความรู้สึกของเขากับเธอมันแข่งกันชัดเจนขนาดนี้

จนแล้วจนรอดทั้งคู่ก็ลงมายืนมองแท็กซี่ที่ขับออกไปตรงหน้าบ้าน เพลงสะบัดหัวนิดหน่อยพยายามไล่ความมึนออกไปจากหัว หมุนตัวเตรียมจะเดินไปเปิดประตูรั้ว หากแต่ดันนึกบางเรื่องขึ้นมาได้เสียก่อน 

“ฮาร์ต” เธอหันไปเรียกคนที่กำลังหันมาทางนี้พอดี “ฉันรู้ว่านายไม่ได้เมา”

“แล้ว?” เขาเลิกคิ้วขึ้นไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดเรื่องอะไร ใช่ที่ว่าเขาไม่ได้เมา แล้วมันยังไงล่ะ 

“นายพกถุงยางมาหรือเปล่า”

โธ่ ก็นึกว่าเรื่องอะไร

คนตัวสูงยิ้มขำ เบือนหน้าไปมองร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดเวลาตรงหัวมุมถนนห่างออกไปไม่เกินยี่สิบเมตรอย่างมีเลศนัย พลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมเปิดแอปพลิเคชันสำหรับสแกนจ่ายเงิน ก่อนเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกคนแล้วถามว่า 

“เธออยากให้ใช้เยอะแค่ไหนล่ะ” 

ช่างเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังหน้าร้อนผ่าวเสียยิ่งกว่าตอนที่กำลังกลืนแอลกอฮอล์ลงไปตามลำคอเสียอีก!

 

 

 

___________________________

เหมือนจะมีใครยอมใคร XD

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #13 nan-sand (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 16:59
    แรง แรงมากกกก ไม่ไหวววว
    #13
    0
  2. #10 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 14:36

    โอ้ฌห ไม่ยอมกันเลย

    #10
    0