<ฆ่าควรค่า, 3> - ช่างชั่ว

ตอนที่ 8 : ตอนที่๗ สารภาพบาป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 มี.ค. 63

“กูติดราวไม่แน่นเพราะกูขี้เกียจ”

“ไงต่อ?

“กูทำลวกๆ ไม่ตั้งใจทำ เพราะกูว่าไอ้สองคนนั้นมันแก่แล้ว ผัวมันก็เดินมือตีนสั่นๆ เมียมันก็หูตึงตาฟาง จะทำอะไรกูได้ จะมีปัญญามาทำอะไรกูได้ ถึงกูจะทำงานมันระยำตำบอนแค่ไหน มันสองคนก็สู้กูไม่ได้อยู่ดี อีกอย่าง คนแก่อย่างมันต่อให้ไม่มีเรื่องกู มันก็ใกล้ตายเองอยู่แล้ว”

“แล้วมึงไม่คิดสงสารคนแก่ผัวเมียเขาเลยเหรอ?

“ทำไมกูต้องสงสาร ไร้สาระ ก็แค่ไอ้แก่อีแก่ไร้ค่าสองคน ปล่อยไว้ก็ตายอยู่ดี โธ่ อายุปาไปเท่าไร อีกไม่นานก็ถึงร้อย มันจะอยู่ได้อีกสักกี่ปีกัน ต่อให้ราวนั่นแข็งแรง มันอาจจะเป็นความดันล้มหัวทิ่มเป็นอัมพาตหนักกว่าเดิมก็ได้ พวกมันไม่ใช่พ่อใช่แม่ ที่กูต้องห่วงสักหน่อย”

“ดี” ชูชัยเหลือเชื่อในความไร้จิตสำนึก คนพวกนี้ก็เป็นอย่างนี้ ยากจะรู้ว่าตัวเองผิดและพฤติกรรมแสนน่ารังเกียจ “เคสต่อไป มึงสาธยายความชั่วของมึงมา เพราะอย่างที่กูบอก ใครเล่าได้ชั่วที่สุดรอด ใครชั่วน้อยลงมาตาย ไม่จำเป็นต้องตอแหลเสแสร้ง สภาพอย่างมึงตอแหลยังไงก็ไม่ขึ้น”

“กูก็โกงมาหลายบ้านแล้ว ช่างที่ทิ้งงานไม่ได้มีกูคนแรกสักหน่อย”

“มึงรับเงินเขามา แล้วมึงทิ้งงานเนี่ยนะที่มันธรรมดา?

“ใช่ มันโง่จ้างกูทำไมล่ะ กูได้เงินแล้วกูก็ทิ้งแม่งสิ แล้วยังไง ทำไม กูก็ไม่ได้ไม่รับผิดชอบที่ไหน กูก็บอกมันนะ ว่าถ้าแค้นมากก็ไปฟ้องเอา กูจะรอให้มันจ้างทนายเก่งๆ มาสู้คดี เอาให้มันเชิดหน้าชูคอเป็นผู้ชนะอยู่หน้าศาล แบบที่เสียเงินเสียทองเสียเวลาเสียใจ แต่มันจะไม่ได้อะไรสักบาท เพราะกูไม่มีให้”

“นี่ช่างที่ทิ้งงาน มันคิดกันอย่างนี้เหรอ?

“ก็ใช่นะสิ พวกเจ้าของบ้านน่ะ กระอักเลือดหน้าศาลมากี่รายแล้ว อยากฟ้องกูเหรอ กูก็ไม่ว่าอะไร แต่มึงรู้อะไรไหม พวกมันสู้คดีไปก็เหนื่อยเอง มันเหนื่อยจะเถียงกับกู แล้วมันก็คงรู้ว่าต่อให้มันชนะกูมันก็ไม่ได้อะไร มึงจะเอาอะไรกับกู เงินเก็บเหรอ ไม่มี เงินในบัญชีเหรอ หลักร้อย”

“มึงเลยเอาความไม่รู้ของเขา มาทำร้ายเขาด้วยการโกงเงิน”

“แล้วไง มีใครทำอะไรกูได้ ชูชัย มึงรู้อะไรไหม กูจะบอกให้เอาบุญนะ ที่ช่างมันทิ้งงานกันแบบนี้ มันมักจะไปตัวเปล่า ทิ้งข้าวของไว้เกะกะด้วย แล้วที่เจ้าของบ้านมันไม่มีเวลามาวิ่งเต้นฟ้อง เพราะมันก็ต้องหาช่างคนใหม่มาซ่อมแซมบ้านที่กำลังรอวันพังที่กูทิ้งให้มันแก้ไขเอง เป็นไงวะชั่วไหม?

“ชั่วสิ”

“ถ้ามึงไม่เชื่อ มึงไปตามช่าวคนอื่นยังได้ ว่ามีใครที่ไปฟ้องมันแล้วได้เงินตราค่าเสียหายกลับมาไม้ แต่กูเอาหัวเป็นประกั้นว่าไม่ คนอย่างพวกมันไม่มีทางรู้ทันกูหรอก ไม่งั้นจะมีคนโง่จ้างกูมาซ่อมบ้านอีกเหรอ แต่กูไม่อายนะที่ทำแบบนี้ ตรงข้ามรู้สึกดีที่ได้เห็นมันช้ำใจกันแบบนั้น”

“เออ เคสถัดไป”

“ไอ้บ้านนั่นจ้างกูไปติดกระเบื้อง กูติดเอียงนิดเอียงหน่อยจะเป็นอะไรไป บ้านมันไม่ใช่วังวิมานที่ไหน ไม่ใช่บ้านกูด้วย กูก็ติดแบบขอไปที กูขี้เกียจไง แต่กูก็ไม่ได้คิดว่าลูกสาวเจ้าของบ้านจะถึงขั้นเหยียบกระเบื้องกูติดเชื้อจนต้องตัดขา แล้วยังไงวะ มึงจะให้กูไปออกค่ารักษาให้เหรอ กูไม่มีเงิน”

“มึงสามารถพูดเรื่องเด็กผู้หญิงถูกตัดขาได้เฉยๆ แบบนี้เหรอ?

“ไม่ใช่ลูกสาวกูสักหน่อย แล้วความจริงจะโทษกูหมดก็ไม่ได้ ถ้ามันมีปัญหาขนาดนั้น มันเดินมันก็ต้องมอง พ่อแม่ถ้ารักลูกห่วงลูกก็คงเรียกช่างใหม่มาแก้แล้ว ในเมื่อพวกมันไม่สนใจมันจะเป็นยังไงก็เรื่องของมัน ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ กูก็จะติดกระเบื้องแบบเดิม ให้กูติดตรงๆ เหรอ เสียเวลาฉิบหาย”

“การทำงานให้ลูกสาวคนอื่น มันเสียเวลาเหรอ?

“ใช่ เสียเวลา ถ้ามันติดเก่งก็ไปตติดเอบ

“อีกเคส”

“กูหลอกมันตั้งแต่แรกว่ากูทำได้ แต่ความจริงกูทำไม่ได้หรอก แต่ถ้ากูบอกแบบนั้นกูก็ไม่ได้ฟันเงินมันสิ ปั๊มน้ำมันพังแล้วไง กูซ่อมไม่ได้แค่ไปเดินไปเดินมา หยิบนั่นเข้านี่ออก ถึงเวลาก็ได้เงิน แหม กูมากันตั้งหลายคน บ้านมันมีใคร ผู้หญิง เด็ก ผัวมันตัวไม่ถึงหูกู ต่อยทีเดียวก็คว่ำแล้ว”

“แปลว่ามึงคิดว่าเขาสู้มึงไม่ได้ มึงก็กวนตีนเลยว่างั้นสิ”

“เออ แล้วกูพูดผิดตรงไหน มันทำอะไรกูได้ไหม มันก็ต้องจ่ายเงินให้กู แล้วไอ้ผัวอ่อนแอนั่นก็แบกน้ำไปให้ลูกให้เมียจนล้มลงมาเป็นผัก แต่มันความผิดกูที่ไหน มันล้มของมันเอง กูไปผลักมันเหรอ มึงจะให้กูไปร้องไห้เสียใจ ไปขอให้มันอโหสิให้แล้วบวชตลอดชีวิต หรือหาเงินมาชดใช้เหรอ ไม่มีหรอก”

“กูชอบคำตอบพวกมึงว่ะ”

“หมายความว่ามึงจะปล่อยกูใช่ไหม?

“ใช่ แต่มึงอยากรู้ไหมว่าใครจะโดนคนแรก” ชูชัยมองพวกไร้จรรยาบรรณอย่างไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอยากลงมือกับใครก่อน เพราะทุกคนชั่วเหมือนกันหมด แค่คนละโอกาสเท่านั้น “ก่อนอื่น กูจะเปิดคลิปกูไปอัดเสียงผู้เคราะห์ร้ายมาให้มึงฟัง ว่าเขาต้องรัองได้กี่ครั้งจากการกระทำของมึง

เสียงร้องไห้จากคลิปดังไปทั่วบริเวณ

บรรดาผู้เสียหายที่โดนช่างกระทำย่ำยีต่างเจ็บแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องทนกับความสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไข แต่ก็อย่างที่รู้ๆ ช่างไม่มีอะไรให้ฟ้อง ชนะไปก็คือจ่ายค่าทนายให้ทนายที่คอยวิ่งเต้นส่วนตัวเองก็ไม่ได้อะไรเพิ่ม ต้องเสียแม้แต่หยดน้ำตาที่ได้มาเพราะเป็นศึกแห่งความว่างเปล่า  

“พวกมึงเห็นสภาพเขาแล้วรู้สึกยังไง?

“ไม่รู้สึก ทำไมกูต้องรับผิดชอบ”

“เขาเป็นอัมพาต โรคซึมเศร้า โดนตัดขา เป็นเจ้าชายนิทรา”

“กูก็เฉยๆ มึงสงสารมันมึงก็ไปดูแลมัน ไปป้อนข้าวมันสิวะ ไอ้ชูชัย  อย่ามายุ่งกับกู” ช่างบอกอย่างไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ขนาดได้ยินเสียงผู้เสียหายคร่ำครวญ ก็หาได้กระตุ้นต่อมสำนึกผิดชอบชั่วดีไม่ “กูว่ากูตอบชั่วแล้วนะ เพราะงั้นมึงต้องปล่อยคนชั่วแบบกูไปใช้ชีวิตต่อไป”

“งั้นคำถามสุดท้าย มึงเคยคิดอยากไปขอโทษเขาไม่”

“ขอโทษทำไมวะ?

“ขอโทษที่ทำชีวิตเขาพัง”

“กูก็ตอบคำเดิมว่าไม่”

“ดี กูชอบพวกมึงจริงๆ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีอะไรทำให้มึงสำนึกได้ ขนาดมึงสารภาพมึงยังไม่มีท่าทีรู้สึกผิดสักนิด เพราะงั้นกูก็จะทำให้มึงรับผลให้แบบที่มันทำ เริ่มด้วยคนแพ้คนแรกก่อน มึงทำราวไม่แน่น ทำให้คนแก่ล้มลงมา มึงรู้ไหมว่าคนแก่น่ะ ร่างกายเขาไม่แข็งแรงแล้ว พอล้มไปแล้วทรุดทุกคน”

“แล้วไงล่ะ... โอ๊ย!

“มึงรอกูก่อน”

ชูชัยต่อยเข้าไปหมัดหนึ่งก่อนหายเข้าไปในห้องเก็บของ พวกช่างมองหน้ากัน เริ่มไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือไม่ที่สารภาพความจริงออกไป แต่ชีวิตตอนนี้ก็มีทางเลือกไม่มากนักนอกจากวิงวอนต่อโชคชะตาให้ตัวเองถูกเลือกให้รอดออกไป หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขาอธิษฐานไม่มีวันเป็นจริง

ไม่สิ ถ้าจะออกไปก็คือเป็นแค่ ศพเท่านั้น

“มึงบอกว่า คนแก่ยังไงเขาก็ต้องตายใช่ไหม งั้นสักวันหนึ่งมึงก็ต้องแก่ต้องตายเหมือนกัน กูฆ่ามึงวันนี้ กูคงไม่ผิดอะไร แล้วมึงก็ต้องรับได้เหมือนกันใช่ไหม?” ชูชัยพูดจบก็เอาราวเข้ามาตบกลางหน้าของช่าง ไม่ใช่ตบครั้งเดียวแต่เป็นสี่ครั้งรวด ตบซ้ายตบขวา แล้วตบขวาก่อนค่อยกลับไปตบซ้าย

“โอ๊ย”

“ผัวมือสั่น เมียตาฟาง แล้วยังไง เขาก็อยู่ด้วยกันได้ เขาอยู่กินกันมากี่สิบปี อยากดูแลกันจนกว่าความตายจะมาพรากจาก แต่ก็ถูกมึงกระทำจนผัวกลายเป็นอัมพาต มึงไม่มีความเห็นใจเมียเขาสักนิด หนำซ้ำมึงยังเหยียดหยามเขาเพราะคิดว่าเขาแก่ ร่างกายไม่แข็งแรง สู้อะไรมึงไม่ได้”

จบประโยคทีก็ตบไปอีกหนึ่งที หน้าของช่างเริ่มขึ้นรอยราวเหล็ก

“กูเจ็บ”

“เออ กูก็ตบให้มึงเจ็บนี่ไง แล้วกูจะบอกให้เอาบุญนะ ว่าราวที่กูใช้ตบมึงน่ะ เป็นราวเดียวกับที่คุณตาเขาจับแล้วลื่นล้มลงมา ขนาดล้มมากระแทกพื้น มือเขายังจับราวคาไว้ มึงคิดเอาเองแล้วกันว่าเขาล้มเพราะอะไร และในเมื่อตายายคู่นี้ไม่มีแรงลุกมาแก้แค้นมึง มันก็ต้องเป็นหน้าที่กู”

ชูชัยแทงราวเข้าไปในท้องแล้วดึงออกมาในคราวเดียว

ร่างของช่างติดราวตายคาที่ ชูชัยโยนราวทิ้งไป

......................................................................................................................................................

นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว มีคนตายจริงๆ และชูชัยก็ไม่มีวี่แววหวาดกลัวที่ฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยม ตรงข้ามยังมีรอยยิ้มโรคจิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนเลือด ชายหนุ่มแต่ละคนเริ่มหวาดกลัว ไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดจากคนใจคอวิปริตอย่างไร และพอมีหนทางไหนสามารถขอความเมตตาได้บ้าง

“ต่อไป ช่างทิ้งงาน”

“มึงปล่อยกูไปเถอะนะ”

“กูสัญญา กูจะไม่แจ้งความ”

“กูจะไม่ทิ้งงานอีกแล้ว”

ช่างทั้งสามอ้อนวอนทั้งน้ำตา แต่ชูชัยกลับหัวเราะให้กับสัญญาจอมปลอมอย่างนั้น เป็นที่รู้กันว่าช่างทิ้งงานมีมากในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เจ้าของบ้านก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกล้ำกลืน มีบ้างที่ฟ้องร้อง แต่ก็อย่างว่า เสียเงินเสียเวลา ช่างจึงได้ใจและแพร่เชื้อทิ้งงานให้ช่างคนอื่นเอาเยี่ยงอย่าง

“ทำไมกูควรเชื่อใจคนขี้โลภที่หลอกกันเป็นสันดานอย่างมึงล่ะ?

“เมื่อก่อนกูอาจจะโกหก แต่ตอนนี้กูพูดจริง”

“กูสำนึกผิดแล้วจริงๆ นะ กูไม่น่าไปโกงเงินลูกค้า ไม่น่าไปพูดจาไม่ดีกับเขา กูสัญญา ถ้ากูออกไปได้ กูจะไปทำมาหากินอย่างสุจริต หาเงินไปคืนเจ้าของบ้านทุกคนที่กูไปโกงเขามา แล้วกูจะทำงานให้ดี กูจะไม่โกงใครให้ช้ำใจอีกแล้ว มึงปล่อยกูเถอะ มึงจะให้กูกราบมึงก็ได้ อย่าฆ่าพวกกูนะ กูขอร้อง”

“มึงสัญญาจริงๆ เหรอ?

“เออ กูสัญญา กูจะไม่ทำ ปล่อยกูเถอะชูชัย”

“ได้ กูจะปล่อย”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น