<ฆ่าควรค่า, 3> - ช่างชั่ว

ตอนที่ 4 : ตอนที่๓ มันสมควรตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 มี.ค. 63

หนังแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ผุพอง เหวอะหวะ

“มึงรู้อะไรไหมว่ากูน่ะ โคตรชอบกินแกงเผ็ด สะบันงาเมียกู... ทำให้กูกิน อร่อยมาก กูชอบอะไร เมียกูก็ทำให้กูกิน กูไปที่ไหนก็ไม่มีร้านไหนทำอร่อยเหมือนเมียกู” พูดทั้งน้ำตา สองบ่าสั่นตามแรงอารมณ์ “นี่กูพยายามจะทำ แต่ทำเท่าไรมันก็ไม่อร่อย งั้นมึงช่วยกินให้กูหน่อยแล้วกัน”

“กูขอโทษ กูขอร้อง ปล่อยกูไปเถอะ”

แม้จะบอกว่าให้ กินแต่ด้วยสีหน้าท่าทางนั้นบ่งบอกว่าแค้นจัด คงไม่ใช่กินแบบปกติเป็นแน่ ชูชัยปรายตามองคนโฉดพวกนั้น สี่คนแรกนั่นที่มาซ่อมบันไดบ้านเขา ที่เหลือไม่ได้ซ่อมก็จริงแต่รุมกระทืบเสียยับ ชูชัยจึงลวงว่างานนี้เป็นงานใหญ่ ต้องการช่างหลายคนมาช่วยกันทำ ซึ่งมันก็มาครบทุกคน

จะได้จัดการทีเดียว... และใช้ชีวิตต่อเสียที

“กูชอบกินพริกเยอะๆ มันจะได้เผ็ดๆ”

ชูชัยเปิดฝาแกงที่วางบนโต๊ะ ราดน้ำสีแดงฉานไปด้วยความเผ็ดร้อนของพริกลงบนเนื้อหนังที่กำลังพองได้ที่ บางส่วนกระเด็นเข้าไปโดนตาจนแสบไปหมด พวกมันดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น ชูชัยเหยียบเป้ากางเกงมันพร้อมกับตบหน้าด้วยหม้อซ้ำไปซ้ำมาแบบไม่มีคำว่าเมตตาปรานี

“อ๊า!

“มึงรับเงินกูไปแต่ทำไมทำงานไม่ดี มึงเบิกเท่าไรกูก็ให้ แทนที่มึงจะไปซื้อของมีคุณภาพมึงเสือกซื้อของผิดสเปกแล้วโกงเงินกูไป บันไดกูถึงได้ผังแล้วผังอีก เมียกูเหยียบลงไปถึงต้องตาย มึงทำเมียกูตาย มึงทำลูกกูตาย มึงทำลายชีวิตกู แล้วมึงยังไม่สำนึกผิด โทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดกูอีกเหรอ?

“กู...”

ตบซ้าย ตบขวา ตบจนศีรษะถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก ล้มลงสิ้นใจตายเป็นศพแรก

ใช่... ชูชัยฆ่าคนตายเป็นศพแรก

มันนอนลงไปคอเอียงอยู่กับพื้น ตาเบิกโพลง เลือดไหลออกมาจากศีรษะพร้อมกับปากที่อ้ากว้าง ชูชัยมองอย่างตะลึงคราหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกับถือหม้อเข้าไปทุบกลางท้องช่างอีกคน ทุบจนมันขย้อนอาหารเก่าออกมาทางปาก แต่มีหรือคนที่เต็มไปด้วยความอาฆาตจะหยุด

“มึงตาย! มึงตามไปขอโทษสะบันงาเมียกู! มึงต้องไปขอโทษลูกกู!

ทุบลงไปอีกครั้ง เป็นเลือดสดๆ ทะลักออกจากปาก เขายืนขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับถืออาวุธด้วยมือขวา มือซ้ายเช็ดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาอาบใบหน้า การฆ่าคนที่ตนเกลียดมันมีความสุขขนาดนี้เชียวหรือ การได้เห็นพวกมันกรีดร้องเพราะความเจ็บปวดอันมีเขาเป็นต้นเหตุมันสนุกเหลือเกิน

ชายหนุ่มลากช่างคนที่สามสี่ห้าออกมาไว้กลางบ้าน

“สะบันงาชอบผู้ชายที่แข็งแรง เมื่อก่อนกูไม่เคยสนใจหมัดมวยอะไร แต่เธอชอบแบบนี้ กูก็ไปฝึกคาราเต้ กูสับหินไม่ได้ แต่เธอก็หัวเราะและไม่ว่าอะไร ช่วงเวลาที่กูอยู่กับเมียกู มึงรู้ไหม กูโคตรมีความสุขเลยว่ะ กูเคยคิดว่ากูดูแลเธอได้ แต่เธอกลับต้องมาตายในบ้านของกู บ้านที่เป็นความฝันของเรา”

“กูขอโทษ กูกลัวแล้วจริงๆ”

ใครกันจะไม่กลัว ชูชัยห่างไกลจากคำว่าปกติไปแล้ว แววตาของเขาเหม่อลอยยามคิดถึงภรรยา พวกช่างเห็นว่าบางครั้งเขาก็คุยกับลมฟ้าอากาศเป็นตุเป็นตะ ภาวนาอยากให้มีใครสักคนมาช่วยออกไปจากที่แห่งนี้ แต่ก็เป็นเรื่องยากเพราะบ้านชูชัยอยู่ลึกมาก ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยิน

“สะบันงา พี่อาจจะสับหินไม่ได้ แต่พี่สับคอคนได้นะ” พูดจบก็ลงน้ำหนักสับคอไป แต่กำลังของเขาแค่พอให้เจ็บแต่ยังไม่พอให้ตาย ชูชัยจึงสับลงไปซ้ำอีกครั้ง สับจนแน่ใจว่าความเจ็บมากพอจะทำให้ตาย แต่พอคนที่สี่เขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะทำอย่างนั้น เขาจึงใช้มีดในการลงมือแทน “ดูให้ดีนะ สะบันงา”

“อย่า...”

มีดสับลงไปที่คอ เลือดพุ่งกระฉูดออกมาตามแรง

อีกศพ... และอีกศพ

เลือดเปื้อนใบหน้า ลำคอ เสื้อผ้า ฝ่ามือ ชูชัยยังคอพูดกับภรรยาในจินตนาการ เดินกลับไปหาช่างอีกห้าชีวิตพร้อมคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี เขาบิดกายคลายปวดเมื่อย ในสมองก็ยังคิดถึงวันเวลาหวานชื่นระหว่างเขากับภรรยาที่ไม่มีวันเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะเธอได้จากไปไม่มีวันกลับ

ความทรงจำ ความประทับใจ เป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจอย่างหนัก ชูชัยนึกถึงวันที่เขาชวนเธอไปเล่นโบว์ลิงหลังจากดูหนัง สะบันงาเล่นไม่เก่ง เขาเองก็เล่นไม่เก่ง แต่เมื่อมีความรักเป็นทุน ทั้งคู่ก็เล่นอย่างสนุก ชูชัยฉวยโอกาสโอบกอดเธอ และเธอก็สะบัดออกด้วยความขวยเขิน

“มึงเคยเล่นโบว์ลิงไหม?

“ฮึก... ฮึก”

“มึงจะร้องไห้ทำสำออยหาพ่อแม่มึงหรือไง ยังไงมึงก็ตายอยู่แล้ว กูถามมึงก็ตอบดิวะ มึงก็ตอบกูสิ มึงตอบกูมา มึงอย่าทิ้งให้กูอยู่ในความเงียบแบบนี้” พูดไปโวยวายไป “เมื่อก่อนทะเลาะกัน สะบันงาก็เงียบใส่ กูก็ต้องไปง้อ แต่ตอนนี้กูไม่ได้ทะเลาะ สะบันงาก็เงียบ มึงก็เงียบ มึงตอบกู”

กว่าจะรู้ตัวว่าความโมโหนั้นทำให้ช่างคนที่หกตายคามือ ก็ตอนมองตรงไปเห็นมือตัวเองบีบคอมันแน่น

สายตาหันไปทางช่างที่เหลือ

“ไม่เคย กูไม่เคยเล่นโบว์ลิง”

“ดี งั้นกูจะพามึงไปเล่น”

“กูขอร้อง กูกลัวแล้ว พอได้แล้ว...” เสียงของช่างไม่เข้าไปในหูชูชัย เขาลากมันขึ้นมาทางบันไดทีละคน ปล่อยให้หลังมันกระแทกอย่างเจ็บปวด แต่กับคนแบบนี้ เจ็บปวดก็น่าจะสมควร ไม่มีอะไรให้สงสาร เขาต่างหากที่น่าสงสาร ต้องเสียคนที่รักไปพร้อมกันสองคนแล้วยังโดนเหยียดหยาม

“คนอย่างมึง ไม่เห็นความรักคนอื่นมีค่า ไม่มีจรรยาบรรณในอาชีพ กูจ้างมึงมา มึงเอาเงินกูไป แต่มึงไม่ทำงานให้ดี มึงทำลายชีวิตกู” ชูชัยมองช่างสี่ชีวิตที่นอนครวญครางพร้อมทอดสายตาลงไปด้านล่าง เขานำเทปมาแปะใบมีดโกนให้ตั้งอยู่ตรงพื้น ค่อนข้างไกล แต่ก็ไม่ไกลเกินไปนัก

“มึงฆ่ากูไป เมียมึงก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก”

“กูรู้ เมียกูไม่ฟื้น แต่มันไม่ได้หมายความว่ากูจะต้องอภัยมึง ปล่อยให้มึงอยู่ร่วมโลก” ชูชัยถีบมันลงจากบันได ร่างกระแทกลงไปคอหักตายเมื่อถึงพื้น เลือดไหลนองออกมาเป็นภาพเดียวกับที่เมียรักของเขาเคยโดน ชูชัยถลึงตามองแล้วก็ถีบช่างลงไปอีกคน ซึ่งก็น่าขัดใจ

ถึงตาย แต่ก็ไม่โดนใบมีดอีกแล้ว

ชูชัยคิดถึงภรรยา... ผู้หญิงที่ดีอย่างเธอควรได้นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยมีมือของทั้งคู่โอบอุ้มลูกในท้องอย่างอบอุ่น ทำไมกันนะ เธอต้องมาตายคาที่เพราะการกระทำของคนชั่ว ลูกกลายเป็นแค่ก้อนเนื้อเศษเลือดนองเต็มหน้าขา ไม่ใช่ลูกสาวตัวนุ่มนิ่มให้กอดอย่างหวัง

จะบอกว่าประมาทก็ไม่ใช่ เพราะขนาดรู้แล้วว่าทำคนตาย จะสำนึกสักนิดก็ไม่มีให้เห็น

การฆ่าเป็นเกม เป็นของแก้เครียด ชูชัยเตะอีกคนไกลหน่อยจนมันกระเด็นไปแต่ก็ไม่โดนใบมีดเสียบอยู่ดี ชูชัยถอนหายใจหงุดหงิด คำนวณทิศทางตั้งใจว่ารายที่เหลือตรงตรงเป้า แต่ก่อนจะฆ่ามันคงต้องกระทืบแก้เครียดอีกสักครั้งสองครั้ง ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องน่าเสียดายแย่

“ความประมาทของมึงทำให้เมียกูตาย มึงสมควรตาย ที่กูไม่ฟ้องว่ามึงทำอะไรลงไปเพราะถ้าฟ้อง มึงก็โดนโทษแค่นิดหน่อย ไม่สมกับความแค้นที่กูมี ไม่สมกับความเสียหายที่มึงทำ กูจะลงโทษมึงด้วยมือตีนกูเอง วันนั้นมึงกระทืบกู วันนี้กูกระทืบมึง วันนั้นเมียกูตาย วันนี้มึงตาย”

พูดจบก็ถีบช่างคนที่สิบลงไป

ตาย... พร้อมกับใบมีดกรีดลำคอ

“สะบันงา พี่ชนะ”

......................................................................................................................................................

ศพของพวกมันถูกโบกปิดอยู่ในบ่อปลา

ชูชัยทำความสะอาดบ้าน ไม่มีหลักฐานอะไรเหลืออยู่ แต่บันไดก็ยังเป็นสิ่งหลอกหลอนไม่รู้จบ ชูขัยไม่สามารถลืมภาพนั้นได้ สะบันงาของเขากลายเป็นศพ โดนหมอฉีดฟอร์มาลินเข้าไปในร่างกายจนแข็งเขียว เธอบวมขึ้นมา ของเหลวในกายไหลซึมออกมาตามทวร เหม็นฉุนผสมทั้งความเป็นคนตายและสารเคมี

“ทำไม... กูไปทำกรรมอะไรเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดขึ้นกับครอบครัวกู”

ชูชัยปาชามอาหารทิ้ง ไม่อยากกินอะไรที่ไม่ใช่รสมือเมีย

นึกไปแล้วก็แค้น พวกผู้ชายชั่วๆ ทำร้ายตบตี นอกใจไปเที่ยวผู้หญิง พวกนั้นกลับยังมีเมียนอนซมอ้อนวอนไม่ให้ออกจากบ้านไปหาชู้ เขาล่ะ เขาอุตส่าห์เป็นสามีที่ดี ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว แต่ช่างชั่วก็มาพรากเธอไป เงินทองที่เคยหามา เมื่อไม่มีสะบันงาก็ไม่รู้จะใช้ไปเพื่ออะไร

ตั้งแต่เด็ก ชูชัยเห็นพ่อตบตีแม่เสมอเมื่อแม่จับได้ว่าพ่อมีผู้หญิงอื่น แต่ที่ชูชัยไม่เข้าใจคือทำไมแม่ต้องเป็นฝ่ายอ้อนวอนไม่ให้พ่อจากไป ทั้งที่พ่อเองก็ไม่ได้มีอะไรดีและยังสร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน ชูชัยได้แต่หมายมั่นว่าถ้าสักวันเขามีเมีย เขาจะไม่เป็นผัวชั่วแบบที่เขาเกลียดเด็ดขาด

ชูชัยไม่ใช่คนหล่อ ไม่ใช่คนคุยสนุก การจีบสาวจึงเป็นเรื่องยาก ในวัยรุ่นอย่าพูดถึง สาวๆ พากันกรี๊ดพวกหนุ่มนักดนตรีกีฬา ไม่มีใครสนใจเด็กเรียนอย่างเขา ชอบใครก๊อกหักอยู่เสมอ มาวัยทำงานที่ผู้หญิงเริ่มสนใจความมั่นคงในชีวิต จึงเริ่มมีความหวังกับเขาบ้าง และก็ได้พบสะบันงา

ตุ๊กตาเจ้าหญิง... ที่เขาเคยซื้อไว้ให้ลูก

ไม่มีลูก ไม่มีเมีย มีแต่กระดูก

ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน คนเราควรใช้ชีวิตต่อ แต่ใครจะรู้ว่าการใช้ชีวิตต่ออย่างปกติเป็นเรื่องยากสำหรับคนผิดปกติ เพราะสำหรับ คนผิดปกติแค่ยืนให้กลมกลืนกับฝูงชนยังเป็นความน่าอึดอัดใจ การกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลทั้งที่ในใจเจ็บปวดมันทรมานขนาดไหน

ลองความอดทนเป็นหม้อ ความรู้สึกเป็นน้ำด้านในที่ถูกต้มจนเดือด ไม่ใช่ต้มแค่ไม่กี่นาที แต่ถูกต้มด้วยไฟให้ความโศกเศร้าเผาผลาญเป็นเวลายาวนานและไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ในไม่ใช่น้ำก็ต้องทะลักออกมา เช่นเดียวกับน้ำตาที่อย่างไรก็ต้องไหลหรืออาการผิดปกติที่ต้องแสดงออกจนได้

ให้ทำอย่างไร ตื่นมากินข้าวเช้าไปทำงาน กลับบ้านมานอน หมดไปอีกวัน อยู่อย่างนั้นจนกว่าจะตายหรือ ชูชัยทำไม่ได้ ชายหนุ่มเย็บผ้าไม่เก่ง เขาใช้มีดคมกริบกรีดท้องตุ๊กตา เทกระดูกสะบันงาลงไปและเย็บกลับไขว้ไปไขว้มา ชูชัยกอดตุ๊กตาไว้มั่น ปากก็พร่ำคำหวานที่เคยพูดคุยกับเธอ สายตาเลื่อนลอยไม่จับจ้องอะไรอีก

พวกมันพูดถูก... สะบันงาตายไปแล้ว

เมียเขามีแค่คนเดียว เธอตายไปแล้ว

แต่ช่างชั่วมีไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ถึงฆ่าไปแล้วก็ยังมีมาอีก

“สะบันงา พี่รู้แล้วว่าพี่จะใช้ชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #2 แฟนจ๋า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 00:04

    โหดมากๆๆ

    #2
    1
    • #2-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 4)
      29 มีนาคม 2563 / 06:24
      แค้นมากไงคะ ถูกกระทำจนเป็นโรคจิต
      #2-1