<ฆ่าควรค่า, 3> - ช่างชั่ว

ตอนที่ 15 : ตอนที่๑๓ กูไม่ได้ตั้งใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 มี.ค. 63

“วันนี้ ผมขอเชิญชวนชาวบ้านทุกคนมาสนุกกันให้เต็มที่ไปเลย”

“กรี๊ดดดดด”

เสียงสาวน้อยสาวใหญ่ ดังขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มหล่อเข้มหุ่นล่ำขึ้นไปร้องเพลงกลางเวที เครื่องเสียงดังกระหึ่มดังออกมาจากลำโพง คนทั้งหมู่บ้านแห่กันมาร้องเพลงสุดมันไปกับนักร้องที่โยกหัวจนเส้นผมกระจายปรกใบหน้า บ่งบอกถึงความสนุกสาน โดยเฉพาะเมื่อยื่นไมโครโฟนลงไป

“ขอเสียงหน่อยครับ”

“เฮ!

“ขอกำลังใจหน่อยครับ” นักร้องหนุ่มจุดประเด็น ด้านชาวบ้านที่ล้วนเจ็บแค้นจากการถูกช่างเข้ามาย่ำยีถึงในบ้าน ก็พร้อมใจชูมือขึ้นสองนิ้ว และพูดประโยคอันแสนแนบเนียนเพื่อเป็นกำลังใจให้ชายหนุ่มปริศนาที่ยืนถือถุงอุปกรณ์อยู่ห่างๆ หน้าบ้านร้างที่เพิ่งแปรสภาพเป็นโรงเชือด

“สู้ๆ ครับบบบบ!

“สู้ๆ ค่าาาาา!

ชูชัยยิ้มละไม... เขาจะระบายความแค้นให้ผู้เสียหายทุกคนเอง

......................................................................................................................................................

“นี่มึงเป็นบ้าอะไร? จับกูมาเพราะว่ากูเป็นช่างเนี่ยนะ?

“กูไม่ได้จับมึงมาเพราะมึงเป็นช่าง แต่กูจับมึงมาเพราะมึงเป็นช่างชั่ว”

“กูชั่วไม่ชั่ว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมึง”

“งั้นมึงตายไม่ตาย มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับกู”

“มึงมันบ้า มึงใช่ไหมที่ฆ่าข่าง?” หนึ่งในพวกมันถามขึ้นเมื่อการมาเยือนของชูชัยชวนขนลุกเกินกว่าที่ใครจะสามารถรักษาจิตให้สงบนิ่งต่อไป ทั้งแววตาอาฆาต รอยยิ้มเหยียดหยาม และอาวุธครบมือนั่น “มึงเป็นอะไร ทำไมถึงต้องฆ่าช่าง เราไม่รู้จักกัน ช่างอย่างกูไปทำอะไรให้มึง?

“เออ มึงกับกูไม่รู้จักกันหรอก แต่กูรู้ว่า มึงเป็นช่างไร้จรรยาบรรณ ทำงานไม่ได้มาตรฐาน แล้วความห่วยแตกของมึงสร้างความฉิบหายให้กับเจ้าของบ้าน ยังไงกูก็ต้องอธิบายให้มึงฟังก่อนตายอยู่แล้ว ชาติหน้าเผื่อมึงเกิดมาเป็นช่าง มึงจะได้ไม่ต้องไปสร้างความเจ็บใจให้กับใครอีก”

“ไอ้บ้า”

“หุบปาก เริ่มที่มึง ทำทางลาดให้คนป่วย แต่ทางลาดของมึงมันพัง พวกช่างอย่างมึงเป็นอะไร ทำไมชอบใช้ของผิดสเปก เอาเงินเขาไปถลุงเล่นแล้วเขาต้องมาพบกับความหายนะเพราะมึงโกง เขาป่วยเป็นมะเร็ง ชีวิตก็น่าสงสารมากพออยู่แล้ว ทำไมเขาต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้เพราะมึง? 

ชายสองคนแรกฟังด้วยความหวาดหวั่น

ด้านช่างกับพวกอันธพาลประจำหมู่บ้านรวมกันเจ็ดคนนั่งกันตัวสั่น คดีฆ่าช่างโหดๆ ได้ยินมาหนาหู ไม่อยากเชื่อว่าฆาตกรมายืนอยู่ตรงหน้า ลำพังร่างใหญ่นั่นก็น่ากลัวอยู่แล้ว ยังไม่รวมความโรคจิตที่ออกมาทั้งน้ำเสียงคำพูดจา บ่งบอกว่าไม่สามารถเอาอะไรมาต่อรองขอชีวิตได้

“กูไม่เกี่ยวนะเว้ย ไอ้สี่คนนี้มันเป็นช่าง กูไม่ได้ช่าง กูแค่เป็นเพื่อนมัน”

“หึ เพื่อนช่างที่ปล่อยให้มีงานชั่วๆ แบบนี้ แล้วไปหาเรื่องเจ้าของบ้านน่ะ กูก็ฆ่ามาแล้ว” ชูชัยนึกถึงช่วงที่ถูกช่างกับพวกรุมกระทืบและเหยียบย่ำใบหน้าวันนั้น “มึงไปซ่อมฝ้าแต่ไม่ปิดฝ้ากลับให้เรียบร้อยจนมีหนูเข้าไปอยู่ คนในบ้านเป็นโรคฉี่หนู แล้วยังทำท่อน้ำรั่วจนเขาถูกไฟช็อตตายอนาถ ส่วนมึง...”

“มึงจับคนผิดแล้ว กูไม่ได้ทำนะเว้ย”

“ตอแหล” ชายหนุ่มตะคอกลั่นใส่ชายสองคนที่โกหก “มึงคิดว่ากูจับมึงมามั่วๆ หรือไง กูอาจจะบ้า แต่กูก็มีหลักการของกูโว๊ย กูฆ่าช่างชั่ว นั่นแปลว่าก่อนฆ่า กูตามสืบประวัติงานมึงมานานจนมั่นใจว่าไม่มีการฆ่าผิดตัวแล้ว มึงนั่นแหละที่ไปเดินสายไฟเปลือย ทำไฟไหม้บ้านเขายกหลัง ผัวหมดตัว เมียเสียโฉม”

“หลักการบ้าอะไรของมึง?

“หลักการบ้าไม่บ้า กูก็ยังมีหลักการ กูน่ะ ไม่ใช่พวกที่จะไร้หลักการทำงานสถุลแบบมึงหรอก” ชูชัยถลึงตาใส่ช่างต่างด้าวหกคน “พวกมึงน่ะ เข้ามาทำงานในประเทศกู แต่กลับเข้ามาโกง เบิกเงินแล้วเบิกเงินอีก ทำได้แค่เสาต้นหนึ่ง เบิกเงินงวดสุดท้ายแล้วหนี แต่เสียใจด้วยนะ มึงหนีกฎหมายได้ แต่หนีฆาตกรโรคจิตแบบกูไม่ได้”

“ถ้ามึงไม่ปล่อยกูล่ะก็... กูจะร้องให้คนช่วย”

“ฮ่าๆๆๆๆ เอาสิวะ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครเขาอยากจะช่วยคนเหี้ยอย่างมึง เอาสิ ร้องเลย มึงร้องให้เส้นเสียงมึงขาดลงไปตรงนี้ ก็ไม่มีใครได้ยินหรอก เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเขาคิดว่ามันเป็นเสียงผีเปรตไง” ชูชัยหัวเราะใส่หน้าช่าง ด้านนอกเล่นคอนเสิร์ตกันดังจนไม่มีใครแยแสบ้านร้างอีก

“ช่วยด้วย... มีคนบ้าจะฆ่ากู”

“โธ่เว๊ย! แน่จริงมึงก็แก้มัดพวกกูสิวะ!

“แก้มัดเหรอ หึ พวกมึงไม่ต้องทำมาเป็นสู้กันอย่างยุติธรรมหรอกนะ” ชูชัยบีบคอช่างให้ขึ้นมามอง “เพราะคนอย่างมึง มันก็ห่างไกลจากความยุติธรรม ตั้งแต่ไปโกงเงินชาวบ้านแล้ว คนธรรมดาๆ น่ะ เขาไม่อยากยุ่งกับมึงหรอก สู้คดีชนะมึงก็ไม่มีจ่ายเขาสักบาท จะเป็นจะตายก็ทำได้แค่ช้ำใจ แต่มันไม่ใช่สำหรับกู”

เตะช่างสองคนแรกล้มลงไปกับพื้น

“โอ๊ย”

“มึงพูดมาได้ยังไงว่ายังไงเขาก็ต้องตายอยู่แล้ว เขาเป็นมะเร็งก็จริง หมอบอกว่าต้องตายก็จริง แต่เขาก็ควรมีชีวิตอยู่อีกสองปี ไปงานรับปริญญาลูก ไปถ่ายรูปเก็บความทรงจำระหว่างพ่อลูก ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคนที่เรารัก ยาวนานขึ้นอีกหนึ่งนาทีก็มีค่า ความรักที่พ่อมีให้ลูก มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน มึงรู้บ้างไหม?

ชูชัยเริ่มเสียงสั่นเครือ

เวลาอีกหนึ่งนาที... ขอแค่ได้เข้าไปกอดเมียกับลูกนานขึ้นอีกหนึ่งนาที แต่มันทำอะไรได้หรือ ลูกไม่มีโอกาสได้ร้องสักแอะ สะบันงาขาดใจตายอย่างทรมานไม่ทันฟังคำขอโทษจากปากเขา ชูชัยนึกภาพที่ตัวเองสะบักสะบอมไปงานศพของภรรยา เขาร้องไห้เหมือนเด็กน้อยที่ไม่เหลืออะไรในชีวิตอีก

ทั้งที่ถึงเวลาต้องเผาแล้ว ชูชัยเข้าไปเปิดฝาโลง กอดศพแข็งทื่อที่เริ่มบวมอืดตามสภาพ ใบหน้าของเธอไม่สวยเหมือนเดิมทั้งยังมีของเหลวทะลักออกมาตามทวารต่างๆ ฟอร์มาลินฉุนปนความเหม็นไม่ทำให้ปวดร้าวจมูกแต่ร้าวลึกลงไปถึงใจ ชูชัยร้องไห้เป็นที่น่าเวทนาจนญาติของเธอต้องเข้ามาลากตัวออกและให้เผาตามกำหนด

“ในเมื่อมึงบอกว่า ยังไงเขาก็ต้องตาย งั้นยังไงมึงก็ต้องตายเหมือนกัน กูฆ่ามึงตอนนี้ มึงก็ห้ามโกรธเคืองอะไรกู” ชูชัยเหยียบท้องน้อยพร้อมขยี้ปลายเท้า “มะเร็งเขาขึ้นสมองก็เพราะมึง งั้นมึงก็อย่ามีสมองเลย เพราะสมองมึงก็ไม่เคยใช้เพื่อคิดทำงานก่อสร้างดีๆ อยู่แล้ว กูจะทุบให้บุบเดี๋ยวนี้แหละ”

ค้อนสับกลางหน้าผากหลายทีต่อกันจนเละ ชูชัยหันไปสับอีกคนจนมีสภาพน่ากลัวไม่ต่างกัน ศพช่างเลือดนองเต็มไปหมด เหม็นคาวไปทั้งห้อง ชูชัยสูดกลิ่นเลือดเข้าไปในปอด เลือดของพวกมันกลิ่นเหมือนของลูกสาวเขา ทั้งเค็มทั้งคาว ชวนคลื่นไส้จนช่างบางคนถึงกับอาเจียนออกมา

“มึงปล่อยกูไปเถอะ กูกลัวแล้ว กูจะไม่เป็นช่างแล้ว”

“กูไม่ได้ฆ่ามึงเพราะมึงเป็นช่าง กูต้องพูดอีกกี่ครั้ง ว่ากูฆ่ามึงเพราะว่ามึงเป็นช่างชั่ว” ชูชัยตะคอกจนเอ็นคอโปน “กับชาวบ้านทั่วไปที่จ้างมึงมา มึงก็ย่ำยีบ้านช่องเขาจนยับ วันนี้แหละที่มึงต้องโดนกระทำบ้าง ปกติ พวกมึงเก่งกันนักไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงกลัวขึ้นมาซะอย่างนั้นล่ะ?

“กูขอร้อง กูไม่เกี่ยว...” พูดเท่านั้น ชูชัยก็ของขึ้น เดินไปหยิบมีดมาแทงพวกมันสามคนสลับกันแบบไม่สนว่าแทงเข้าไปรอบนี้จะโดนอวัยวะสวนไหนของใคร เสียงกรีดร้องดังไปทั่วบริเวณ แต่ชูชัยก็ไม่มีเมตตาแม้แต่นิดเดียว กับคนพวกนี้ เขาพร้อมจะสับพวกมันให้เละเหมือนหมูที่ใส่ในข้าวต้ม

“เพราะมึงไม่ใช่ช่าง แต่มึงก็ช่วยมันหาเรื่องคนอื่น มึงก็ต้องตาย ส่วนพวกมึงสี่คนเป็นช่าง มึงต้องตายทรมานกว่า มึงไปทำให้คนแก่เป็นโรคฉี่หนู ผัวเขาต้องตรอมอกตรอมใจเพราะรักเมีย แล้วที่ทำให้คนเขาต้องโดนไฟดูดตาย จนลูกเมียเขาร้องห่มร้องไห้ มึงสร้างงานผิดมาตรฐานมากี่ครั้งแล้วยังไม่สำนึก”

“กูสำนึกแล้ว”

“มึงไม่ต้องมาหลอกกู คนอย่างมึงน่ะ ไม่มีวันสำนึกหรอก ถ้ามึงพอมีจิตใจที่จะสำนึกอยู่บ้าง มึงไม่มีทางทำตัวไร้จรรยาบรรณ ตอแหลทุกคำว่าทำได้ๆ หลอกให้เขาตายใจ ทิ้งความทุเรศไว้ต่อหน้า แล้วทิ้งความหายนะไว้ลับหลัง ไม่มีความซื่อสัตย์ หลอกเขาได้ เขาทำอะไรไม่ได้ มึงก็เอามาหัวเราะว่าเขาโง่เง่า”

ชูชัยแค้นจัดเมื่อนึกถึงอดีตที่โดนกระทำมา

เขาสวมถุงมือ หยิบหนูสกปรกออกมาหลายตัว วางลงบนร่างช่างสองคนที่พยายามดิ้นรนหนีแต่เพราะถูกมัดมือมัดเท้าจึงยากขัดขืน หนูเข้าไปกัดสร้างความเจ็บปนคัน ชูชัยไม่ยอมปล่อยไปโดยง่าย หยิบฝ้าที่เตรียมไว้ตบหน้าช่างคนแรกไปทางซ้าย ตบช่างอีกคนไปทางขวา ทำท่านั้นอยู่หลายทีจนช่างตายคาที่

“ส่วนมึง กูจะแก้แค้นให้คนที่เขาถูกไฟดูดตาย”

“มึงจะทำอะ... โอ๊ย!” ช่างร้องลั่นเมื่อโดนที่ช็อตไฟฟ้าจี้เข้าไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ร่างเริ่มกระตุกเกร็งทำให้ชูชัยสนุกกับการกระทำตามอวัยวะเหยื่อมากขึ้นไปอีกจนหมดแรงนอนซมอยู่กับพื้น ชูชัยจึงหันไปช็อตช่างอีกรายแทน จี้จนรู้สึกได้กลิ่นไหม้และแน่ใจว่ามันกลายเป็นศพแน่

ช่างที่โดนไปก่อนหน้าฟื้นขึ้นมา ชูชัยจึงเอาท่อน้ำทุบต้นคอตายอนาถ

“มึงสองคน เดินสายไฟเปลือยทำให้บ้านเขาโดนไฟไหม้ มึงทำให้เมียเจ้าของบ้านต้องเสียโฉม มึงรู้ไหมว่าผัวที่รักเมียมากน่ะ แค่เมียมีแผลนิดเดียวเขาก็เจ็บแล้ว แต่นี่หน้าเละไปทั้งหน้า มึงคิดว่ามึงจะชดใช้เขายังไงถ้าไม่ใช่ด้วยชีวิตของมึง” พูดพลางนำมีดกรีดใบหน้าเสียเหวอะหวะ

ภาพของหญิงสาวโชคร้ายปรากฏทับกับศพภรรยา ความน่าเกลียดที่เขาไม่เคยทำใจได้ ชูชัยระบายมันโดยการกรีดชายคนนั้น เห็นมันตายเมื่อโดนมีดปาดคอก็ดีเหมือนกัน ช่างที่เหลือหวาดกลัวแต่ร้องเท่าไร เสียงกรี๊ดคอนเสิร์ตด้านนอกก็ดังจนไม่มีเสียงในบ้านร้างดังออกไปแม้แต่นิดเดียว มันตะโกนร้องจนหน้าดำหน้าแดง

“มึงจะฆ่ากูทำไม กูบอกแล้วว่ากูไม่ได้ตั้งใจ”

“ที่กูฆ่าก็เพราะมึงไม่ตั้งใจไง ถ้ามึงตั้งใจทำงาน กูก็ไม่ฆ่ามึงหรอก”

จนป่านนี้ช่างก็ยังไม่เข้าใจความแค้นของฆาตกรโรคจิต ชูชัยรู้ว่าไม่มีช่างคนไหนอยากให้เจ้าของบ้านตายเพราะผลงานไร้คุณภาพ แต่ในทางกลับกัน ถ้าช่างเหล่านี้มีใจเห็นว่าชีวิตของเจ้าของบ้านสำคัญ คงไม่ทำงานไร้คุณภาพให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต ไฟถูกจุดขึ้นมาพร้อมโยนใส่หน้าด้านหนึ่งของช่าง

ชูชัยมองไฟลุกโชนด้วยรอยยิ้ม รอให้ไหม้สักครู่หนึ่งก็ปักมีดลงอกซ้ายให้มันตาย

“คราวนี้ก็มาถึงตรามึงแล้ว ไอ้ช่างต่างด้าว”

“มึงปล่อยกูไปเถอะ กูจะไม่มายุ่งกับประเทศมึงอีกแล้ว”

“กูปล่อยมึงไป มึงก็ไปทำงานเหี้ยๆ ในประเทศมึงอีก กูก็ไม่ปล่อยไว้เหมือนกัน ความแค้นของกูน่ะ มันข้ามผ่านเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง ความสูงต่ำดำขาวของมึง กูขอแค่มึงเป็นช่างที่ทำงานแย่ๆ เป็นสันดาน ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี โกงเงินเจ้าของบ้าน มึงชอบเบิกเงินแต่ทำงานไม่เสร็จสักทีแล้วหนีกลับประเทศ มึงก็ต้องตาย”

ชูชัยจับช่างต่างด้าวหกคนมามัดไว้กับเสาบ้าน พร้อมกับแสยะยิ้ม เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลงหวานซึ้งที่เคยเป็นเพลงงานแต่งงาน ความทรงจำยังคงเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เช่นเดียวกับความเจ็บช้ำที่คงเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ความตายของพวกมันเท่านั้นที่จะทำให้เขาเจ็บปวดน้อยลงได้

ความตายของมัน... ใช่ เขาต้องฆ่าพวกมันให้ตายทุกคน

“กูจะให้มึงมาเล่นเก้าอี้ดนตรีกับกู มึงนับเลขต่อกัน หนึ่งถึงหก เพลงหยุดที่ใครคนนั้นตายก่อน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น