<ฆ่าควรค่า, 3> - ช่างชั่ว

ตอนที่ 12 : ตอนที่๑๐ โอกาสแก้ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 มี.ค. 63

“มันทำอะไรหลานกู เอ๊ย... หลานคุณ”

“คุณเห็นประตูคุณ เอ๊ย... ประตูผมไหม?” ชายชราชี้ไปทางประตู ชูชัยหันขวับตามทันที “หลายเดือนก่อน ประตูมันพัง ผมเรียกช่างมาทำประตูใหม่ ผมน่ะ ก็จ่ายเงินให้มันซื้อประตูใหม่ๆ มา แต่มันเสือกเอาประตูเก่าจากไหนไม่รู้มาทำสีใหม่แล้วใส่เข้าไปที่เดิม ประตูใหม่จริงๆ มันคงเอาไปใช้เอง”

“พวกสันดานขี้โกง”

“แล้วประตูนี่นะ มันสั้นเกินไง มันไม่ยอมวัดก่อนเอามาใส่ พอประตูสั้น มันก็มีรูโหว่ด้านล่าง วันนั้นผมไม่ค่อยสบาย หลานผมก็อุตส่าห์ไปต้มข้าวโจ๊กมาให้ผมกิน แต่ระหว่างนั้นเขาโดนงูกัดร้องลั่นบ้าน ผมรีบลุกไปจะช่วยหลาน แต่ภาพที่ผมเห็นคืองูกัดเขาแล้วกำลังเลื้อยหนีออกจากบ้าน แล้วคุณรู้ไหมว่างูมันออกไปทางไหน?

“อย่าบอกนะว่าช่องโหว่ล่างประตู”

“เออ ผมรู้เลยว่างูมันเข้ามาทางไหน ผมน่ะ...”

“หยุดก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว” ชูชัยตะคอกลั่น กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาพ่นลมหายใจช้า รับความเจ็บปวดของตาหลานตรงหน้ามาเป็นของตัวเอง “ขอโทษครับ ผมฟังแล้วเครียดมากไปหน่อย เล่าต่อได้ครับ งูมันกัดเสร็จ ออกไป แล้วยังไงต่อครับ”

“ผมก็จะช่วยหลานผมสิ พาหลานไปโรงพยาบาล แต่ประตูมันเสือกฝืด กว่าจะงัดจนเปิดได้ พาไปหาหมอก็ไปทัน หลานผมต้องมาตาย ทั้งที่อีกไม่กี่วันจะได้เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยอย่างที่เขาใฝ่ฝัน ผมแค้นมันมาก ไปเอาเรื่องมัน แต่มันก็หัวเราะเยาะบอกว่ามันไม่ผิด หลานผมซวยเอง แน่จริงก็ไปฟ้องศาลสิ”

“มันพูดขนาดนั้นเลยเหรอ?

“ไม่ใช่แค่พูดหรอกนะ มันทำท่าจะชกพร้อมด้วย ผมน่ะ แค้นก็แค้นอยู่ แต่ผมแก่ขนาดนี้จะเอาอะไรไปสู้คนที่ยังหนุ่มยังแน่นอย่างมัน ผมเลี้ยงของผมมา ผมรักหลานอย่างกับแก้วตาดวงใจ มันเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนที่ผมรักตาย แต่ผมทำอะไรไม่ได้ คุณคิดว่าผมต้องเจ็บปวดขนาดไหน”

“ตาแก่แล้ว ไปคนเดียว มันก็คงคิดว่ามันรุมได้แล้วตาสู้อะไรมันไม่ได้ ถึงหน้าด้านแถกวนตีนแบบนั้น เอาเถอะ ตาอยู่คนเดียวแบบนี้คงลำบาก ผมขอช่วยตาแทนหลานที่จากไปนะ” ชูชัยยืนธนบัตรปึกหนึ่งให้อีกฝ่ายโดยไม่เสียดาย “ส่วนเรื่องช่าง หึ... ประตูบ้านผมยังไม่พัง แต่ผมอยากจ้างมันจังครับ”

“นี่เบอร์มัน คุณเอาไปสิ”

......................................................................................................................................................

วันนี้บ้านของชูชัยก็มีช่างมาเยือนอีกครั้ง

ช่างเจ็ดชีวิตเข้ามาอยู่รวมกันในห้อง ชูชัยจัดแจงล็อกจากด้านนอก ยืนพิงกำแพงด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข และสุขมากขึ้นเมื่อได้ยินช่างด้านในร้องอาละวาดเพราะออกมาไม่ได้ เขาตัดสัญญาณโทรศัพท์พวกมันเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีเสียงโทรเข้าโทรออกให้รบกวนเพลงแต่งงานหวานชื่นแน่นอน

“ปล่อยกูไปนะเว้ย มึงขังกูไว้ทำไม?

“มึงเคยได้ยินข่าวฆาตกรโรคจิตฆ่าช่างไหม?

“มึงเองนะเหรอ? มึงจะฆ่ากูเหรอ?” ช่างด้านในเริ่มร้องอย่างหวาดกลัวเมื่อตัวเองไม่สามารถออกไปได้และอีกฝ่ายลวงมาฆ่า ซึ่งจากข่าวนั้น ฆาตกรลงมืออย่างโหดเหี้ยมมาก พวกช่างจึงลนลานพยายามกดโทรศัพท์และพังประตูแต่ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์ ซ้ำยังเจ็บตัวเปล่า

“กูจะขังมึงสองวัน เดี๋ยววันที่สามกูจะฆ่ามึงเอง ไม่ต้องห่วง”

ชูชัยปล่อยให้ช่างอดข้าวอดน้ำ ส่วนเขาก็ออกมารับประทานมื้อค่ำกับกระดูกภรรยา ชูชัยกินอาหารจืดชืดไร้รสชาติพร้อมมองตุ๊กตาผู้หญิงด้วยสายตาว่างเปล่า เขาถามตัวเองทุกครั้ง ทำไมตอนแม่ตาย พ่อถึงไม่มีน้ำตาสักหยด ต่างจากเขาที่ภรรยาตาย แทบอยู่ต่อไปไม่ได้

บ่อยที่ชูชัยอิจฉาเพื่อนตัวเอง พวกนั้นมีภรรยาอยู่แล้วแต่ยังทำตัวเจ้าชู้หรือไม่ก็ไม่รับผิดชอบครอบครัว แต่พวกนั้นกลับยังมีลูกเมียพร้อมหน้า เขาล่ะ ทำทุกอย่างเพื่อให้มีครอบครัว แต่เขากลับต้องกลายเป็นฆาตกรโรคจิตที่ไม่เหลือใคร แล้วเขาควรทำอย่างไรกับความอ้างว้างที่เหลือหรือ

ริมฝีปากแห้งแตกจูบลงไปที่ตุ๊กตาเจ้าหญิง แม้จะเผาจนไม่เหลืออะไรแล้วชูชัยยังรู้สึกฉุนฟอร์มาลินที่ปลายจมูก ลูกสาวของเขามีมือมีเท้าแล้วแท้ๆ กลับกลายเป็นชิ้นเนื้อแหลกเละ ชูชัยจำได้ว่าเขาปวดร้าวเพียงไหนตอนต้องโกยลูกตัวเองในสภาพนั้น และมือที่เปื้อนเลือดลูกมันคาวขนาดไหน

ในวัยเด็ก ชูชัยเคยถูกแม่ตีเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อ ตีจนเนื้อแตกก็เจ็บไม่น้อย เมื่อพ่อไม่กลับบ้าน แม่ก็ไม่ทำกับข้าวจนเขาอดข้าวสองวัน แต่นั่นก็เทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในวันแห่งความสูญเสีย ครอบครัวของสะบันงาที่ไม่ชอบเขาอยู่เป็นทุนก็พากันมาตำหนิว่าดูแลกันไม่ดี มันเป็นความผิดของช่างต่างหาก

......................................................................................................................................................

“พวกมึง ตายกันหรือยังน่ะ?

ช่างที่อดข้าวอดน้ำเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด เหมือนพวกมันจะเริ่มทะเลาะกันด้วย ซึ่งชูชัยก็พอใจกับสิ่งที่เห็นเพราะมันหมายความว่าช่างหมดแรงดิ้นรนขัดขืนรอการถูกฆาตกรรรมเท่านั้น กับอีแค่คนอิดโรยเจ็ดคน จะเอาอะไรมาสู้คนที่กินมาอิ่มท้องและเต็มไปด้วยความแค้น

นี่จะเป็นอีกวันที่เขาได้แก้แค้น

“มึง!” ช่างคนแรกวิ่งเข้าไปจะทำร้าย แต่ชูชัยก็ต่อยจนล้มคว่ำลงไปอยู่กับพื้น ลำพังอดข้าวยังพอว่า แต่อดน้ำถึงสองวัน ร่างกายย่อมเสียสมดุลอย่างมาก แม้เหยื่อจะดื่มปัสสาวะทดแทนก็ไม่ค่อยช่วยนัก ชูชัยเปิดเสียงที่อัดไว้ขณะคุยกับบรรดาผู้เคราะห์ร้ายให้ช่างฟังถึงความชั่วที่เคยก่อ

“มีอะไรจะแก้ตัว? หรือเถียงว่าไม่ได้ทำไหม?

“กูทำเอง แล้วมันทำไม?

“ก็เพราะมึงทำไง กูถึงต้องทำมึง”

“กูไม่เข้าใจ”

“คงต้องแนะนำตัวซ้ำสินะ กูน่ะ เป็นฆาตกรโรคจิต กูชอบฆ่าช่างที่ทำงานแย่ๆ แล้วพวกมึงทำงานแย่ไง กูถึงต้องฆ่ามึง เรื่องนี้น่ะ ตำรวจมันยังจับต้นชนปลายไม่ได้ มันไม่รู้หรอกว่ากูลงมือด้วยเหตุผลนี้ แต่กูรู้นะว่าทำไมมันไม่รู้ มันก็มีอยู่สองอย่าง ถ้าไอ้ตำรวจนั่นไม่เคยทำบ้าน ก็คือไอ้ตำรวจนั่นไม่เคยจ้างมึง”

“มึงพูดอะไรของมึง?

“ฟังนะ ความชั่วที่มึงทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นมึงสองคนที่ผสมปูนผิดสูตรจนพื้นยุบ มึงสามคนที่ไปทาสีบ้านแล้วขี้เรี่ยราด หรือมึงสองคนที่เอาประตูเก่าไปทำให้เขา มันเป็นการย่ำยีจิตใจเจ้าของบ้าน กูฟังแล้วกูรับไม่ได้ โลกนี้ไม่ควรมีงานช่างห่วยๆ แบบนี้ มึงต้องตายถึงจะสาสม”

“กูไปทำบ้านมัน ไม่ได้ทำบ้านมึง แล้วมึงจะเสือกอะไรด้วย”

“ความเจ็บใจของเจ้าของบ้านทุกคนก็คือความเจ็บใจของกู” ชูชัยตอบพร้อมกับเข้าไปถีบช่างเคสแรก “เริ่มที่มึงก่อน ในการเทคอนกรีตน่ะ เขาต้องผสมปูน ซีเมนต์ ทราย น้ำ หิน น้ำยา มึงก็เอาเงินเขาไป แต่ปูนมันแพงใช่ไหมมึงเลยใส่นิดเดียว มึงใส่ทรายเพิ่ม มันไม่ยึดไม่แข็งแรง โรงจอดรถเขาถึงพังจนไปทับคนพิการ”

“กูก็ใส่ทรายลงไปแบบนี้ทุกบ้าน แต่บ้านมันเสือกพังเอง”

“อ่อ มึงพูดแบบนี้แปลว่าเป็นความผิดเจ้าของบ้านสินะ แล้วมึงพูดมาได้ยังไงว่ารถเขาหนัก รถใครมันก็หนักทั้งนั้นแหละ มึงโกงมาทุกบ้าน แต่มึงโกงบ้านนี้จนเขาฉิบหาย เขาจ้างมึงมาทำงาน ไม่ได้จ้างมึงมาทำให้แม่เขากลายเป็นคนเดินไม่ได้ เขาอยู่ของเขาดีๆ มึงคงไม่รู้ว่าครอบครัวที่อบอุ่นมีค่าแค่ไหน”

“กูก็ไม่ได้คิดจะทำลายครอบครัวมัน”

“ใช่ มึงไม่คิด มึงไม่เจตนา แต่ไอ้ทุกคนที่พูดแต่คำว่าไม่เจตนา มันก็สื่อว่าไม่สนใจห่าเหวอะไร วันนี้มึงสองคนต้องตายที่โรงจอดรถ มึงตามกูมา” ชูชัยพูดจบก็ลากคอช่างที่อ่อนแรงเต็มทนออกไปนอกบ้าน พวกมันส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน และจะไม่มีใครได้ยินอีกตลอดกาล

ชูชัยวางช่างคนแรกไว้หน้ารถ อีกคนไว้หลังรถ

“มึงทำกับเขามาทุกบ้าน นี่แค่บ้านที่เขาฟ้องกู ยังไม่รวมบ้านที่เขาไม่ได้ฟ้องกู แต่กูขอรวมให้เสร็จคราวเดียวเลยแล้วกัน เขาฟ้องศาลไปมึงก็คงไม่มีอะไรชดใช้ แต่ฟ้องกูนี่ไงมึงต้องใช้ด้วยชีวิต” ชูชัยขับรถไปข้างหน้าและถอยกลับไปด้านหลัง จงใจให้ทับร่างช่างทุกจังหวะ เสียงร้องดังลั่นพร้อมเลือดนองพื้น

“โอ๊ย”

“กูจะทับมึงจนกว่ามึงจะยุบ”

เดินหน้า ถอยหลัง ไปกลับไม่รู้กี่ครั้งกว่าร่างของพวกมันจะยุบจนขาดออกจากกัน

ฆาตกรโรคจิตเดินกลับเข้าไปในบ้าน สติของเขาคงขาดไปก่อนนั้นแล้ว มือใหญ่เสยผมขึ้นสัมผัสเหงื่อเปียกชื้นที่หน้าผาก ช่างอีกห้าคนทั้งหิวทั้งกลัว ได้ยินเสียงช่างที่เพิ่งถูกฆ่าประกอบกับข่าวก็รู้ตัวว่าไม่มีทางรอดแน่ ฆาตกรคนนี้ไม่มีท่าทีว่าจะเจรจาต่อรองได้แม้แต่นิดเดียว

“คิวของมึงแล้ว แต่ก่อนฆ่า กูขอถามมึงหน่อย มึงคิดยังไงถึงทาสีบ้านโดยไม่ขูดของเก่าก่อน”

“กูขูดแล้วแต่ไม่หมด”

“ตอแหล สภาพบ้านที่กูเห็นน่ะ มึงไม่ได้ขูดเลยต่างหาก ผัวเมียเขาสร้างบ้านมาอยู่กินกัน กว่าจะจีบ กว่าจะคบ กว่าจะอยู่ด้วยกัน มึงคิดว่ามันง่ายเหรอ แล้วเขาจ้างมึงมา ไม่ได้ขอให้มึงทำฟรี มึงควรจะทำงานตามหน้าที่สิวะ ไม่ใช่เอาเงินเขามาแล้วทิ้งตราบาปในบ้านเขาแบบนั้น ไอ้นรกเอ๊ย”

ชูชัยกระชากคอช่างมาทุบเข้ากับกำแพง ทุบไปก็นึกถึงตอนที่ตัวเองโดนกระทืบไป ชายหนุ่มเริ่มหัวเราะแบบช่างพวกนั้นในตอนนั้นพร้อมไปกับร้องไห้อย่างที่โดนกระทำในตอนนั้น ทุบจนกะโหลกบุบและเลือดไหลออกมานอง ชูชัยใช้วิธีนั้นเค้นเลือดออกมาแม้จะต้องแลกกับลมหายใจของช่างก็ตาม

ตายไปอีกศพก็ไม่เสียหาย

“กูมีอะไรให้มึงสองคนเล่น”

“มึงจะให้กูทำอะไร?

“แก้ตัวไง มึงทาสีบ้านนั้นอุบาทว์ชาติชั่วมาก กูจะให้มึงสองคนช่วยกันแก้มือ ถ้าผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ กูอาจปล่อยมึงก็ได้นะ” ชูชัยหัวเราะในลำคอ ช่างทั้งสองกลืนน้ำลายข้นเหนียวลงไป สัมผัสได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายสั่งต้องไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาเป็นแน่ แต่ในเวลานี้ไม่มีทางเลือกอื่นอีก

“กูยอมทำ”

“ดี กูจะให้มึงทาสีใหม่ โดยใช้ลิ้นนะ” ชูชัยเลียริมฝีปาก “มึงอย่าเพิ่งคิดลึก กูไม่อยากเห็นพวกมึงทำอะไรลามกหรอก แต่กูจะใช้มึงเลียเลือดโสโครกบนกำแพงทิ้งก่อน แล้วมึงค่อยใช้ลิ้นแตะเลือดจากศพขึ้นไปทาใหม่ ทาให้แดง ถ้ากูเห็นว่าฝีมือของมึงมีพัฒนาการขึ้น กูถึงจะไว้ชีวิตมึง แต่ถ้ามันอุบาทว์เหมือนเดิม มึงคงรู้ว่าจะโดนอะไร”

ช่างทั้งสองรีบเข้าไปที่กำแพง แลบลิ้นเลียคราบเลือดด้วยความขยะแขยง ความเค็มคาวของโลหิตทำให้ลิ้นที่ไม่ได้รับรสชาติอะไรมาสองวันแข็งทื่อ เพราะเลือดสดๆ ทั้งเหม็นทั้งคาวและยังเป็นเลือดจากศพอีก ทำให้เมื่อเลียไปได้ไม่กี่คำก็ต้องอาเจียนออกมาเลอะเทอะพื้น

ชูชัยตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นทันที

“บ้านเขามึงไปขี้ บ้านกูมึงกล้าอ้วกเหรอ?

“ฮึก... กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ”

“กูจะเชื่อคนขี้โกงตอแหลอย่างมึงดีไหมนะ หรือกูต้องออกคำสั่งใหม่ดี?” ชูชัยยิ้มกว้างให้เหยื่อที่ไม่เหลือวี่เว่ากร่างใส่เจ้าของบ้านแม้แต่นิดเดียว “นอกจากมึงจะต้องทาสีด้วยลิ้นของมึงแล้ว ทาเสร็จมึงต้องกินอ้วกของมึงกลับไปด้วย มึงหิวไม่ใช่เหรอ ถ้ามึงหิว มึงก็กินลงไปให้หมด”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น