จีบคนเถื่อน 2 ภาคเป็นแฟนคนเถื่อน [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 9 : เป็นแฟนคนเถื่อน : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    18 เม.ย. 63



เป็นแฟนคนเถื่อน : 7



Rach Part :

ไหนใครบอกจะไปหาไอริสนะ?” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างหูปลุกให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล

รุต ไปตอนบ่ายนะผมฝืนลืมตาขึ้นมองหน้าของมารุตแล้วก็หลุดเบ้หน้าออกมาเมื่อขยับตัวแล้วช่องทางด้านหลังมันเสียดสีกันทำเอาเจ็บแปลบ

ครับ ผมซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหู้มาแอบแปลกใจนิดหน่อยที่อีกฝ่ายตื่นเช้าขนาดนี้

กินแค่น้ำเต้าหู้แล้วนอนต่อได้ไหม?” ถึงมื้อเช้าจะเป็นมื้อที่สำคัญ แต่ผมก็ง่วงเกินกว่าจะนั่งกินมื้อเช้า ให้ผมนอนเถอะนะ

ก็ได้ครับ แต่ต้องกินให้หมดนะมารุตยอมตามใจ ซึ่งเขาก็ไม่เคยขัดใจผมอยู่แล้ว และเหมือนมารุตจะเตรียมตัวมาอย่างดี เขาส่งแก้วน้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่องมาให้ผมถึงที่เตียงนอน

อื้อผมก้มมองปริมาณของน้ำเต้าหู้แล้วก็ถอนหายใจออกมา เยอะพอสมควรเลย ผมนั่งดื่มน้ำเต้าหู้โดยมีมารุตนั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ข้าง ๆ กลิ่นหมูปิ้งก็ลอยตลบอบอวลไปหมด พอกินเสร็จมารุตก็ลุกไปหยิบสเปรย์ปรับอากาศมาฉีดภายในห้อง แล้วเขาก็ทำท่าจะเดินออกไปจากห้องนอน

จะไปไหน?” ผมรีบคว้าแขนเรียวยาวเอาไว้แน่นจนอีกฝ่ายชะงักหันมามองด้วยสีหน้างุนงง

เอาขยะไปทิ้งเขาชูถุงข้าวเหนียวที่เพิ่งกินหมดไปเมื่อกี้ให้ผมดู

ค่อยทิ้ง มานอนก่อนผมมองถุงขยะในมือมารุตแล้วก็แอบขัดใจนิด ๆ ไม่เห็นต้องรีบไปทิ้งเลย ค่อยไปทิ้งก็ได้

แหน๊! อยากให้ผมนอนกอดล่ะสิเขาเอ่ยล้อเลียนออกมาด้วยท่าทางทะเล้น

อื้อ มากอดเร็ว ๆผมพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วกระตุกข้อมือหนาให้ขยับเดินเข้ามาหาผม พอมารุตเดินเข้ามาใกล้ผมก็ขยับไปกอดแขนแกร่งเอาไว้ทันที

คุณ! ใจบางว่ะมารุตที่เห็นท่าทางของผมก็ชะงักมองตาโต ผมล้มตัวนอนลงบนเตียงแล้วดึงให้เขานั่งลงข้างกัน มารุตยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขานั่งลงบนเตียงก่อนจะเอนตัวนอนลงมา

เด็กน้อย~” ผมนอนตะแคงหันไปทางเขา ยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู มารุตเวลาที่ว่านอนสอนง่ายแบบนี้น่ารักมาก ๆ เลยล่ะครับ

เดี๋ยวจะโดนเขาตีหน้าดุ แต่มันไม่ได้น่ากลัวในสายตาผมเลย มารุตในตอนนี้ไม่ใช่เจ้าหมาป่าตัวร้ายแบบเมื่อวานแล้ว ตอนนี้เขากลับมาเป็นเจ้าลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์เหมือนเดิมแล้ว แต่ขอแอบกระซิบหน่อยว่าผมก็ชอบมารุตที่เป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์เหมือนกันนะ

 





ที่รักครับ~” เสียงร้องเรียกที่ดังมาจากข้างนอกทำเอาผมที่กำลังจะหันไปหยิบเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ถึงกับชะงัก เหมือนเดจาวูเลย มารุตต้องร้องหาผมแบบนี้ทุกวัน

รุต เราอยู่ในห้องน้ำผมตะโกนตอบกลับไปพร้อมหยิบกางเกงขึ้นมาสวม

อาบน้ำเหรอ?” มารุตเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

แต่งตัวอยู่ผมตอบกลับไป มือก็รีบเร่งในการแต่งตัว ไม่นานผมก็จัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย

ทำไมไม่ออกมาแต่งข้างนอกเปิดประตูออกมาก็เจอมารุตยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ตกใจหมดเลย

จะแอบดูเหรอ?” ผมหรี่ตามองอย่างจับผิด

อือ อยากดูเขาพยักหน้ารับเบา ๆ ด้วยใบหน้าซื่อ ๆ

ดูอะไร? เห็นหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?” ผมขมวดคิ้วน้อย ๆ ด้วยความสงสัย เห็นกันมาหมดทุกซอกทุกมุมแล้วยังจะอยากดูอะไรอีก แล้วทำไมผมถึงได้มาพูดเรื่องน่าอายได้หน้าตาเฉยแบบนี้นะ

อยากดูอีก เซ็กซี่ดีเขาพูดพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปาก หน้าตาดูเจ้าเล่ห์แสนกล

ทะลึ่งผมยกมือตีไหล่หนาไปที พูดออกมาได้นะ

ตัวเองพูดเองแท้ ๆ ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอีกอีกฝ่ายว่ากลั้วเสียงหัวเราะ มือใหญ่ยกขึ้นมาบีบแก้มผมแรง ๆ คล้ายมันเขี้ยว

อยากไปหาไอริสแล้วผมเบ้หน้าเมื่อถูกแกล้ง พยายามจะเอนตัวหนีแต่ก็ถูกอีกฝ่ายรั้งไว้

เร็กซ์บอกให้ซื้อของเข้าไปกินที่สนามด้วยเดี๋ยวเบิกเงินกับมาวิน

น่าสงสารพี่มาวินอะไรที่ต้องเสียเงินนี่ต้องเป็นพี่มาวินตลอด คุณกลางไม่ยอมให้เงินตัวเองกระเด็นออกมาจากกระเป๋าสักบาท ถ้าวันไหนมีข่าวว่าพี่มาวินล้มละลายก็ไม่ต้องแปลกใจกันนะครับ

เหมาะกันจะตายมารุตยกยิ้มขำ

ก็จริงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าทั้งคู่เหมาะสมกันมาก ไม่มีใครเอาคุณกลางอยู่ได้เท่าพี่มาวินอีกแล้ว แล้วก็ไม่มีใครด่าพี่มาวินได้เก่งเท่าคุณกลางอีกเช่นกัน ไม่ต้องถามหาความเหมาะสมของคู่ผมกับมารุตหรอกนะครับ แค่มองผ่าน ๆ ก็รู้แล้วว่าเราน่ะเหมาะกันมาก

การเดินทางจากคอนโดฯ ของมารุตมาที่สนามแข่งรถ LW ใช้เวลาไม่มากนัก แต่วันนี้เราใช้เวลาเดินทางไปมากกว่าทุกทีเพราะเสียเวลาหาของกินกันอยู่ ตกลงกันไม่ได้ว่าจะเอาอะไร โทรไปถามพี่มาวินก็ได้คำตอบที่ว่า ซื้ออะไรมาก็ได้ผมกับมารุตนี่มองหน้ากันแล้วยิ้มแห้งเลย สุดท้ายก็เลยซื้อของปน ๆ กันมาหลายอย่างมีตั้งแต่ไก่ทอด เป็ดย่าง หมูกรอบ ส้มตำ คอหมูย่าง ลาบ น้ำตก และของกินเล่นอีกมากมาย พี่มาวินบอกให้ซื้อไปเผื่อพวกลูกน้องที่สนามด้วย จากตอนแรกที่มารุตคิดว่าจะจ่ายมื้อนี้เองก็ต้องเปลี่ยนใจเอาบิลไปเก็บกับพี่มาวินแทน

คุณเล็ก~” ทันทีที่เท้าแตะพื้นเพียงข้างเดียวก็ได้ยินเสียงร้องเรียกของคุณกลางมาแต่ไกล

คุณกลางผมหันไปหาพี่ชายของตัวเองแล้วก็ยกยิ้มกว้าง เห็นอีกฝ่ายวิ่งเข้ามาหาผมเลยเดินไปหาเขา พอถึงตัวผมคุณกลางก็กอดผมไว้แน่นทันที

เหมือนกูดูฉากในหนังอินเดียที่ตัวเอกชอบวิ่งมากอดกันเสียงพี่มาวินดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของคุณกลาง เมื่อหันไปมองก็เห็นพี่มาวินกำลังเดินตรงมาทางพวกเรา

มึงพูดอะไรดูหน้าเมียมึงด้วยมารุตพยักพเยิดหน้าไปทางคุณกลางก่อนจะเดินไปหยิบข้าวของที่เพิ่งซื้อมา ลูกน้องของพี่มาวินรีบเข้ามาช่วยถือของทันทีโดยที่ไม่ต้องให้ใครสั่ง ถ้าจำไม่ผิดสองคนนี้น่าจะชื่อกราฟกับวิคนะ แล้วก็มีอีกคนที่ชื่อโช ตามที่ได้ยินมาคือสามคนนี้เป็นลูกน้องคนสนิทของพี่มาวิน คุณกลางและมาร์โลว์

เฮ้ย! พวกมึงน่ะ! จัดโต๊ะกินข้าวสิวะพี่มาวินที่หันไปเห็นคุณกลางยืนจ้องหน้าเท้าเอวอยู่ก็รีบหันหลังกลับไปตะโกนสั่งลูกน้องที่กำลังจัดพื้นที่สำหรับกินข้าวกันอยู่ที่หน้าสำนักงาน

ไหลลื่นเป็นไส้เดือนเลยคุณกลางส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจก่อนจะจูงมือผมให้เดินเข้ามานั่งในสำนักงานโดยมีมารุตเดินตามมาติด ๆ

ไอริสอยู่ไหนครับ?” เข้ามาในสำนักงานแล้วไม่เจอคนที่ตั้งใจมาหาเลยต้องเอ่ยถาม

นอนอยู่ในห้องมาร์โลว์พี่มาวินเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ คุณกลาง

สำนักงานนี้มีชั้นเดียว แบ่งเป็นหลายห้อง มีห้องประชุม ห้องทำงานส่วนตัวของสองพี่น้องมาร์โลว์และมาวิน ด้านหลังสำนักงานถัดออกไปอีกนิดเป็นบ้านพักของเจ้าของสนาม เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ รอบ ๆ บ้านมีห้องพักของพวกลูกน้องที่ทำงานอยู่ในสนามล้อมรอบอยู่ และนอกจากกิจการสนามแข่งรถเถื่อนแล้วก็ยังมีอู่ซ่อมรถที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าซอย ทำตั้งแต่ซ่อมรถ แต่งสี แต่งเครื่อง ทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ เพราะอย่างนี้สองพี่น้องถึงได้รวยกันมาก

ยังไม่ตื่นเหรอ?” มารุตถามอย่างแปลกใจ เพราะนี่มันก็บ่ายสองแล้ว

ไม่สบาย เป็นไข้

มาร์โลว์อยู่ไหน?” มาถึงได้สักพักแล้วแต่ก็ยังไม่เจอเจ้าของสนามอีกคนเลย

น่าจะอยู่กับไอริสที่ห้องนั่นแหละคำบอกเล่าของพี่มาวินทำเอาทั้งผมและมารุตหันมองหน้ากันทันที ตกลงแล้วความสัมพันธ์ของคู่นี้เป็นยังไงกันแน่?

ขอคุยกับมาร์โลว์หน่อยมารุตที่พอจะเดาความคิดของผมออกหันไปบอกกับพี่มาวิน

เดี๋ยวให้คนไปตามให้พี่มาวินพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะหันไปเรียกลูกน้องให้ไปตามมาร์โลว์มาหาพวกเรา

มีอะไร?” รอไม่นานมาร์โลว์ก็เดินหน้านิ่งเข้ามาในห้องทำงานของพี่มาวินที่เรานั่งกันอยู่

ไอริสเป็นยังไงบ้าง?” พอเจอหน้ามาร์โลว์ผมก็ถามหาไอริสก่อนเลย

เป็นไข้ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากเขาตอบกลับมานิ่ง ๆ ทำท่าทางเหมือนไม่อยากคุยกับผม

จะยอมเล่าเรื่องของไอริสได้หรือยัง?” มารุตเอ่ยถามอย่างใจเย็น พวกเราหวังเป็นอย่างมากว่ามาร์โลว์จะยอมเปิดปากบอกอะไรให้พวกเรารับรู้บ้าง

ไอริสน่าจะอยากบอกพวกนายเองมาร์โลว์นิ่งไปนิด

ถ้าอย่างนั้นก็เล่าเรื่องระหว่างนายกับไอริสมาสิมันคาใจนะครับ ถ้าไม่รู้ต้องนอนไม่หลับแน่ ๆ เลย

ฉันเจอไอริสที่ผับ เขาถูกวางยา และฉันเป็นคนช่วยเขามาร์โลว์มองสบตากับผม เขาเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วเล่าให้พวกเราฟัง

ใครวางยาไอริส?” พวกเราหันมองหน้ากันอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นที่มาร์โลว์บอกว่าไอริสเป็นเมียเขา ต้นเหตุก็มาจากเรื่องนี้สินะ

เจ้าหนี้ของลุงไอริส ฉันพูดได้แค่นี้ ที่เหลือให้ไอริสเป็นคนพูดเองเถอะลึก ๆ แล้วมาร์โลว์ก็คงเป็นห่วงความรู้สึกของไอริสนั่นแหละ เพราะเขาไม่ยอมพูดอะไรที่มันจะส่งผลกระทบต่อตัวไอริสเลย เขาแคร์ไอริสมากกว่าที่ผมคิด

คุณเล่าให้พวกเขาฟังเลยก็ได้ระหว่างที่พวกเรากำลังนั่งหน้าเครียดกันอยู่เสียงทุ้มหวานก็ดังขึ้นจากทางหน้าประตูห้อง

ไอริสพวกเราทั้งห้าหันไปมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าไอริสจะมาอยู่ตรงนี้

เป็นยังไงบ้าง?” ผมเอ่ยถามเมื่อแอบมองสำรวจสภาพของอีกฝ่าย หน้าตาไอริสดูสดใสขึ้นกว่าก่อนหน้านี้แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นไข้อยู่ก็เถอะ สภาพจิตใจของไอริสคงต้องให้เวลาเป็นตัวช่วยเยียวยาและรักษา

ผมโอเคเขายกยิ้มบางแล้วเดินเข้ามาหาพวกเรา

ออกมาทำไม?” ทันทีที่ไอริสเดินมาถึงโซฟาที่พวกเรานั่งกันอยู่มาร์โลว์ก็หันไปดุคนตัวเล็ก

ผมอยากเจอทุกคนดวงตาคู่กลมหลุบตาลงต่ำก่อนจะช้อนตาขึ้นมองคนตัวสูง

ดื้อ!” มาร์โลว์ว่าออกมาหน้าดุ

อ๊ะ!” ไอริสร้องเสียงหลงตกใจเมื่อมาร์โลว์ฉุดข้อมือบางให้เข้าไปหาเขา ร่างเล็ก ๆ ถูกดึงให้นั่งลงบนตักแกร่งและแขนยาว ๆ นั่นก็โอบกระชับรอบเอวบางให้แนบไปกับลำตัวของตัวเอง

วีดวิ้ว~ ร้ายว่ะพี่มาวินผิวปากแซวออกมา ทำเอาไอริสนั่งก้มหน้าคางชิดอกไม่เงยหน้ามองใครเลย ไม่รู้ว่าเขินหรืออาย แต่ถ้าเป็นผมก็คงจะอายมากกว่าเขิน

มึงเงียบไปเลยคุณกลางปรามเสียงดุ

ไปหาหมอไหม?” ได้ยินว่าเป็นไข้ ไม่รู้ว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน

มาร์โลว์ให้หมอมาดูอาการผมแล้วครับเสียงทุ้มหวานพึมพำตอบผมกลับมา นั่นทำเอาผมต้องเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าหล่อเหลาของมาร์โลว์ทันที

ดูแลดีกว่าที่คิด

ผัวที่ดี

รุต!” ผมหันไปเอ็ดคนตัวสูงที่พูดโพล่งขึ้นมากลางวง ไอริสที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งก้มหน้างุดแก้มขาวซีดขึ้นสีแดงจาง ๆ ให้ได้เห็น

เพี๊ยะ!

ตีปากตัวเองแล้วมารุตยกมือขึ้นตีปากตัวเองเสียงดังเพี๊ยะ การลงโทษตัวเอง นี่คือวิธีการหาทางเอาตัวรอดอย่างหนึ่งของมารุต

ถ้ายังไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่าผมหันไปบอกไอริสที่ดูท่าจะคิดมากกับเรื่องของตัวเอง ผมไม่อยากทำให้ไอริสต้องรู้สึกลำบากใจ

ไม่ ผมจะเล่า ผมอยากบอกทุกคนด้วยตัวของผมเองเขาส่ายหน้าเบา ๆ เงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะระบายยิ้มบางออกมา

อืมผมพยักหน้ารับรู้ ไอริสหันไปมองหน้ามาร์โลว์คล้ายกับต้องการกำลังใจ และมาร์โลว์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาพยักหน้าเบา ๆ พร้อมเลื่อนมือไปกุมมือเล็กเอาไว้

ไอริสดูผ่อนคลายขึ้น

ผมทำเรื่องดรอปเรียนเอาไว้ แล้วผมก็ไปอยู่บ้านลุงกับป้า ป้าของผมเสียกะทันหันเพราะโรคมะเร็ง ผมเลยต้องอยู่กับลุงเขย เขาติดหนี้พนันแล้วเขาก็เอาผมไปขายให้กับเจ้าหนี้ ผมถูกพาตัวไปที่ผับและเขาวางยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเหล้าของผม กว่าจะรู้ตัวยาก็เริ่มออกฤทธิ์แล้ว ผมพยายามหนีจนมาเจอกับมาร์โลว์และเขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นออกมาให้ฟัง

“…” ผมหันมองสบตากับมารุต อีกฝ่ายก็ดูตกใจไม่น้อยเหมือนกัน

เขาช่วยผมไว้ แต่ผมก็หนีเขา จนไปเจอกับพวกมันที่ตามหาตัวผมอยู่ ผมพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ก็เหมือนกับจะไปไม่รอด ความจริงผมอยากวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากใครสักคน แต่ผมก็หมดแรงเสียก่อนผมพอจะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วล่ะ ที่ไอริสวิ่งตัดหน้ารถผมก็เป็นเพราะวิ่งหนีคนพวกนั้นสินะ

ดีนะที่มึงมาเจอคุณเล็กคุณกลางถอนหายใจแรง

ครับ รู้สึกโชคดีมาก ๆ โดนพี่รัชช์ช่วยชีวิตมาสองครั้งแล้วไอริสยกยิ้มมองผมด้วยสายตาที่รู้สึกขอบคุณและชื่นชม ผมที่ถูกมองแบบนั้นก็ส่งยิ้มให้กลับไป

ไม่ต้องมองแบบนั้นก็ได้มั้งมารุตตีหน้าดุ จ้องมองไอริสด้วยสายตาที่คล้ายกับจะไม่พอใจ

ขี้หวงจังเลยไอริสยู่หน้าใส่ ท่าทางดูดื้อไม่น้อยเลย

ก็นี่แฟนเรามารุตพูดพร้อมโอบกอดผมเอาไว้แน่น ขี้หวงอย่างที่ไอริสบอกจริง ๆ นั่นแหละ

อยากมองก็หันมามองหน้าผัวตัวเองนี่ ไม่ใช่มองหน้าแฟนชาวบ้านแบบนี้มาร์โลว์ว่าเสียงดุ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น

คุณน่ะ เงียบ ๆ ไปเลยไอริสตวัดสายตาไปมองมาร์โลว์อย่างเอาเรื่อง ใบหน้าหวานบึ้งตึงขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ

เด็กมันเอาว่ะพี่มาวินว่าขำ ๆ

ฟาดมากมึงคุณกลางหัวเราะร่วนเมื่อเห็นสีหน้าเหวอ ๆ ของมาร์โลว์ ใครจะคิดว่าคนตัวเล็กจะดุขนาดนี้ ผมเองก็ยังนึกว่าไอริสจะกลัวมาร์โลว์เสียอีก แต่ที่ไหนได้ ดุเอาเรื่องเหมือนกันนะ

น่าตีปากจริง ๆ เลยมาร์โลว์จ้องหน้าคนบนตักด้วยสายตาที่ดุ ๆ

คุณจะตีผมเหรอ!?” ไอริสที่ได้ยินแบบนั้นก็ร้องถามเสียงหลงหน้าตาดูตกอกตกใจไม่น้อย ผมยังรู้สึกแปลกใจเลยที่ได้ยินมาร์โลว์พูดอย่างนั้น ผมนึกว่าเขาจะไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับไอริสเสียอีก

ตีด้วยปาก

อ่า น่ากลัวเหมือนมารุตเลย

อี๋!” ไอริสร้องออกมาเสียงดังหน้าตาดูไม่สบอารมณ์ทำเอามาร์โลว์มองค้อนตาคว่ำใส่ทันที

รังเกียจแค่ไหนถามใจดูคุณกลางหัวเราะร่วนท่าทางดูชอบอกชอบใจมาก

วิน ไปลองรถใหม่กันแล้วมาร์โลว์ก็พาเปลี่ยนเรื่อง เขาอุ้มไอริสให้นั่งลงบนโซฟาส่วนตัวเองก็ทำเป็นลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ

เออ ไปไหมมารุต?” พี่มาวินพยักหน้ารับให้กับพี่ชายตัวเองก่อนจะหันมาถามมารุตที่นั่งอยู่ข้างผม สองพี่น้องมองหน้ามารุตแล้วส่งซิกอะไรบางอย่าง

ไปมารุตตอบรับแล้วลุกเดินตามมาร์โลว์กับพี่มาวินออกไป

ไม่เนียนเลยผมส่ายหัวเบา ๆ ทำอะไรของเขากันก็ไม่รู้

มีแต่พวกสมองกลวงคุณกลางกลอกตาไปมาด้วยท่าทางเซ็ง ๆ

ขอบคุณพี่รัชช์มาก ๆ เลยนะครับเมื่อทั้งห้องเหลือเพียงพวกเราสามคน ไอริสก็หันมายกมือไหว้ผม สีหน้าและแววตาบ่งบอกว่ารู้สึกขอบคุณจริง ๆ

ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ถือว่าพี่ชายทำให้น้องชายก็แล้วกันเนอะผมระบายยิ้มบาง นึกเอ็นดูอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ไอริสเป็นคนน่ารัก ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่นิสัยก็น่าเอ็นดู ผมจะไม่พูดถึงสิ่งที่ไอริสเคยทำไม่ดีกับผม เพราะใคร ๆ ต่างก็สามารถทำผิดพลาดกันได้ เอาเป็นว่าเราโฟกัสแค่ปัจจุบันดีกว่านะครับ ตอนนี้ไอริสก็เหมือนน้องชายของผมคนหนึ่ง ดีเสียอีก ผมไม่เคยมีน้อง ถ้าได้ไอริสมาเป็นน้องชาย ผมจะต้องรู้สึกดีมากแน่ ๆ

ครับ ขอบคุณพี่เร็กซ์ด้วยนะครับไอริสยิ้มไม่หุบ เขาหันไปยกมือไหว้คุณกลาง เห็นว่าตั้งแต่ที่เข้ามาอยู่ที่นี่ก็ได้คุณกลางนี่แหละคอยช่วยดูแลและอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่มาร์โลว์ออกไปทำงาน ไอริสต้องปรับตัวอีกเยอะกับการที่จะอยู่ที่นี่ แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้

เอาเถอะ ยังไงมึงก็เป็นพี่สะใภ้กู อะไรช่วยได้ก็ช่วยคุณกลางว่าอย่างไม่คิดอะไร

“…” แต่ดูท่าแล้วไอริสน่าจะคิดหนักไม่น้อยเลย อีกฝ่ายนั่งเม้มปากตัวเองแน่นไม่พูดไม่จาอะไรเลย

เฮียมาร์โลว์ก็ดีนะไอริส มึงลองเปิดใจให้เขาดู กูเชื่อว่ามึงจะไม่ผิดหวังคุณกลางที่เห็นท่าทีของไอริสเปลี่ยนไปก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดออกมา ผมไม่แน่ใจว่าคุณกลางพูดจากใจจริงหรือพูดแบบแอบเชียร์มาร์โลว์อยู่กันแน่

ผมไม่รู้สิครับ บางทีก็ใจเต้นแรงกับเขา แต่บางครั้งเขาก็ดูน่ากลัวจนผมไม่กล้าเข้าใกล้ไอริสนั่งจับมือตัวเองพูดออกมาเสียงเบา ท่าทางดูประหม่าไม่น้อยเลย แต่คำพูดของไอริสกลับทำให้คุณกลางยกยิ้มกว้างออกมาได้

ลองอ้อนเฮียมันบ่อย ๆ สิ มันแพ้แน่นอนคุณกลางแนะนำ

จะ จริงเหรอครับ?” ไอริสดูไม่มั่นใจสักเท่าไหร่

ลองทำดูคุณกลางนี่จะเชียร์มาร์โลว์ออกนอกหน้าเกินไปไหมครับ?

ครับลูกกระต่ายตัวน้อยตกหลุมพรางจิ้งจอกแสนเจ้าเล่ห์แล้ว

พี่ทำบลูเบอร์รี่ชีสเค้กมาให้ จะกินเลยไหม?” ผมที่เพิ่งนึกขึ้นได้ก็หันมาหยิบขนมที่ตัวเองเอามาด้วยส่งให้กับคนตัวเล็ก

พี่รัชช์ทำเองเหรอครับ?” ไอริสมองขนมตรงหน้าอย่างแปลกใจ

ใช่ ลองชิมดูนะผมยกยิ้มบาง ๆ ท่าทางไอริสดูตื่นเต้นมาก เขาพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วรับขนมจากมือผมไปเปิดชิม แน่นอนว่าผมทำมาเผื่อพี่ชายของตัวเองด้วย

หืม! อร่อยมาก!” ไอริสที่ชิมเข้าไปคำแรกก็ตาโตออกมาทันที

ถ้าชอบ วันหลังจะทำมาให้กินอีกนะผมยกยิ้มเอ็นดู การได้ทำอะไรให้คนอื่นนี่มันรู้สึกดีจริง ๆ นะครับ

ขอบคุณครับไอริสยกยิ้มกว้างจนตาหยี ทำเอาผมอดที่จะยกยิ้มตามไม่ได้ เพราะแบบนี้สินะมาร์โลว์ถึงได้หวงไอริสนัก ไม่รู้ว่าทางนั้นจะหลงเด็กคนนี้ขนาดไหน แต่ดูท่าแล้วมาร์โลว์น่าจะติดไอริสมาก ๆ เลยล่ะครับ

แล้วมึงจะเอายังไงกับชีวิต?” หลังจากที่นั่งกินขนมกันเสร็จคุณกลางก็หันมาถามคนตัวเล็ก สามหนุ่มยังไม่เดินกลับเข้ามา พวกเขาคงอยากให้ไอริสได้ใช้เวลาอยู่กับผมและคุณกลางอย่างสบายใจนั่นแหละ คงคิดว่าถ้าได้อยู่กันตามลำพังแล้วไอริสน่าจะยอมพูดหรือระบายอะไรออกมาบ้าง

ผมไม่มีที่ไป ตอนนี้ลุงผมเป็นหนี้เกือบสิบล้าน เขาขายผมให้กับเจ้าหนี้ แต่ผมหนีมา พวกนั้นคงต้องมาตามตัวผมกลับไปอีกแน่ไอริสเอ่ยออกมาหน้าเศร้า น่าสงสารจังเลย ทำไมชีวิตคนคนหนึ่งจะต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย ใจร้ายเกินไปแล้ว

ถ้าอย่างนั้นมึงก็อยู่ที่นี่ไปก่อนคุณกลางถอนหายใจอีกครั้ง แววตาฉายชัดออกมาถึงความไม่พอใจ คงจะขัดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับไอริสนั่นแหละ ผมฟังแล้วยังโมโหเลย

ครับ มาร์โลว์บอกให้อยู่ที่นี่กับเขา ส่วนเรื่องหนี้กับคนพวกนั้น เขาจะจัดการให้เองครับไอริสพยักหน้าเบา ๆ พอพูดถึงมาร์โลว์ท่าทีของคนตัวเล็กก็เปลี่ยนไป

เฮียมันรวยมากเลยนะเว้ย มึงเกาะมันไว้ให้แน่น ๆ นะคุณกลางหัวเราะร่วน

เดี๋ยวเขาก็เบื่อผมไอริสพึมพำเสียงเบา

คิดมากเหรอ?” ผมอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ ไอริสเองก็คงจะยังไม่มั่นใจในตัวมาร์โลว์ ก็ไม่แปลกหรอก พวกเขาเพิ่งรู้จักกันนี่

กับความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืน ใครเขาจะมาจริงจังล่ะครับ?” มือเล็กจับกันแน่น สีหน้าและแววตาดูเป็นกังวลไม่น้อยเลย ลึก ๆ แล้วก็คงมีความกลัวปะปนอยู่นั่นแหละ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็พอจะเข้าใจนะ

ถ้าวันข้างหน้ามันไม่เป็นอย่างที่คิด พวกกูนี่แหละที่จะช่วยมึงเองคุณกลางยื่นมือไปจับไหล่ไอริสแล้วบีบเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ

ไอริสไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกพี่หรือคุณกลางได้เลยผมขยับไปจับมือเล็กมากุมเอาไว้ ผมพร้อมที่จะช่วยไอริส และผมก็คิดว่าคุณกลางเองก็จะยินดีช่วยไอริสเช่นกัน พี่ชายผมน่ะใจดีจะตาย แต่ผมก็มีรางสังหรณ์บางอย่าง ผมรู้สึกว่ามาร์โลว์จะไม่มีทางทำให้ไอริสเสียใจแน่ ๆ ไม่รู้สิ อาจเพราะอีกฝ่ายมีบางอย่างที่คล้ายกับผม เลยทำให้ผมเข้าใจและพอจะมองเขาออก อย่างที่คุณกลางบอกนั่นแหละว่ามาร์โลว์เองก็ดี เขาไม่ใช่คนเลวร้าย อันนี้ผมสังเกตจากการกระทำของเขานะ มาร์โลว์ดูห่วงและแคร์ไอริสมาก ผมว่าเขาจะต้องดูแลไอริสได้เป็นอย่างดีแน่

ขอบคุณนะครับ ขอบคุณมากจริง ๆไอริสยกมือขึ้นไหว้ผมกับคุณกลางไม่หยุด

คุยอะไรกันน่ะ!” ระหว่างที่กำลังนั่งคุยกันเพลิน ๆ พี่มาวินก็เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมพูดเสียงดัง ทำเอาพวกเราสามคนสะดุ้งตกใจไปตาม ๆ กัน

เสือก!” คุณกลางหันกลับไปตวาดใส่แฟนตัวเองทันที

กูโดนอีกแล้วเหรอ?” พี่มาวินว่าขำ ๆ

หิวข้าว ไปกินข้าวกันมารุตเดินเข้ามาหาผมพร้อมยื่นมือมาให้ผมจับ ผมพยักหน้าเบา ๆ แล้ววางมือลงบนฝ่ามือใหญ่ มารุตออกแรงดึงให้ผมลุกขึ้นยืน

ลุกไหวไหม?” มาร์โลว์เข้าประชิดตัวไอริสพร้อมเอ่ยถามเสียงนุ่ม

ไหว

พรึบ!

อ๊ะ!” ไอริสร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อมาร์โลว์ก้มตัวลงไปอุ้มเขาขึ้นมา แล้วเดินนำออกไปข้างนอกก่อนใครเพื่อน

เอ๊ะ พี่กูมันสับสนอะไรในชีวิตหรือเปล่า?” พี่มาวินทำหน้างง ๆ ผมเองก็มีอาการไม่ต่างกัน ไอริสบอกลุกไหวแต่มาร์โลว์ดันอุ้มไอริสไปหน้าตาเฉย คิดจะอุ้มเขาอยู่แล้ว แล้วยังจะมาถามทำไมก็ไม่รู้ แปลกคน

ผัวที่ดีคุณกลางว่ายิ้ม ๆ

แล้วกูล่ะ?” พี่มาวินหันไปถามคุณกลางด้วยสีหน้าที่ดูคาดหวัง

ขี้ข้าแล้วก็โดนคุณกลางพูดใส่หน้ากลับมา

มีใครน่าสงสารได้เท่ากูอีกไหม?” พี่มาวินหันมามองหน้าผมกับมารุตด้วยหน้าตาที่น่าสงสาร

เพ้ออะไรของมึง? ไปกินข้าว!” คุณกลางตวัดสายตามองอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินนำออกจากห้องไป

เออ!” พี่มาวินรับคำเสียงเซ็ง ๆ แล้วเดินตามหลังคุณกลางออกไป ผมกับมารุตหันมองหน้ากันก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ การโต้เถียงของทั้งคู่เป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเจอได้ในทุกวัน พวกผมเองก็เจอจนชินแล้วล่ะครับ

เราพากันออกมากินข้าวตรงด้านหน้าสำนักงาน พูดคุยกันสลับกินข้าวไปด้วย ไอริสดูผ่อนคลายขึ้นเยอะเมื่อมีผมอยู่ด้วย มาร์โลว์เองก็คอยเอาอกเอาใจไอริสไม่หยุด แต่ที่จะเกินหน้าเกินตาก็ตรงที่เขาจับไอริสนั่งตักนี่แหละ แม้จะมีสายตาหลายคู่จับจ้องมองมาแต่มาร์โลว์ก็ยังคงทำเฉย คนที่อายที่สุดก็ไม่พ้นไอริส นั่งก้มหน้าคางชิดอกไม่ยอมเงยหน้ามองใคร เดือดร้อนผมต้องชวนคุยให้คลายอาการเกร็งลง พอผ่านไปสักพักไอริสก็ดูจะลืมอายหรือไม่ก็ชินกับสายตาที่จ้องมองมา คู่นี้ว่าหวานแล้ว ขยับไปที่คู่ข้าง ๆ ก็แอบหวานไม่ต่างกัน แม้จะไม่ได้นั่งตักแต่ก็นั่งป้อนข้าวกันนะครับ เห็นเถียงกันบ่อย ๆ แต่จริง ๆ ก็รักกันมาก เช็ดปากเช็ดแก้มให้กันไม่หยุด บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าพี่มาวินน่ะรักคุณกลางมาก ไม่ต้องถามหาคู่ผมกับมารุต เราขอนั่งกินข้าวเงียบ ๆ ดีกว่าครับ มากสุดก็ตักอาหารให้กัน ขอไม่แสดงความหวานเชื่อมต่อหน้าคนอื่นนะครับ เก็บไว้ทำตอนอยู่กันตามลำพังดีกว่าครับ

เอ๊ะ! ทำอะไร?

ผมเปล่าคิดลึกนะ หรือพวกคุณคิดเหรอครับ?








------------------------------







ไม่ได้หายนะคะ ตอนนี้เร่งปั่นงานอยู่

เดี๋ยวจะมีเรื่องแยกของคู่มาร์โลว์xไอริส ริคx(?) กราฟxวิค แล้วก็กริชxบริน

ตอนนี้ทุกเรื่องจบในจินตนาการของเราแล้วค่ะ รอแค่พิมพ์ออกมาให้ทุกคนอ่านเท่านั้น

ก็จะพยายามปั่นงานออกมาให้ได้เร็ว ๆ (เหรอ?)

ด้วยความที่เป็นคนยิ่งใหญ่ทำใหญ่ปัญหาเลยตกมาอยู่ที่การทำงานไม่ทันนะคะ

เอาเป็นว่าอ่านวนกันไปก่อนเนอะ แหะ ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #46 ips. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 02:08
    แงงง อยากอ่านเรื่องมาร์โลวไอริสเลยค่ะ
    #46
    0
  2. #45 kmmmmmm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 06:14
    หวานนนน
    #45
    0
  3. #44 Nee1150 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 06:15
    มาต่อเร็วๆน้า
    #44
    0
  4. #43 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 22:28
    สามคู่หวานกันไปคนละแบบเลย 55555
    #43
    0