จีบคนเถื่อน 2 ภาคเป็นแฟนคนเถื่อน [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 8 : เป็นแฟนคนเถื่อน : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    29 มี.ค. 63



เป็นแฟนคนเถื่อน : 6



Rach Part :

หน้ายุ่งเชียวมือใหญ่ยื่นมาบีบแก้มผมทำให้ผมที่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่สะดุ้งด้วยความตกใจ

เป็นห่วงไอริสผมหันไปมองหน้ามารุตที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเอนหัวไปซบไหล่เขา

วันนี้ไอริสออกจากโรงพยาบาลแล้ว ผมกับมารุตไม่ได้ไปหาเพราะอยากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมาร์โลว์ ฝ่ายนั้นเขาก็ดูเต็มใจที่จะดูแลไอริส ผมคิดว่าควรปล่อยให้มาร์โลว์ได้มีโอกาสดูแลไอริสอย่างเต็มที่ แต่ใจก็อดห่วงไม่ได้ ก็ห่วงทั้งคู่นั่นแหละ เห็นมาร์โลว์กับไอริสแล้วคล้ายกับเห็นภาพของตัวเองกับมารุตเมื่อก่อนเลย มาร์โลว์ตีมึนเก่งมาก ไม่ว่าไอริสจะบ่นอะไรมาร์โลว์ก็นิ่งและไม่สนใจ เขาจะทำทุกอย่างตามใจตัวเอง โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะหงุดหงิดและหัวร้อนแค่ไหน

เหมือนผมตอนตามจีบมารุตเลย

ไม่เป็นไรหรอก มาร์โลว์ดูแลไอริสได้มารุตบอกเสียงนุ่มพร้อมยกมือขึ้นโอบไหล่ผมไว้

อือที่ห่วงคงเป็นสภาพจิตใจมากกว่า ผมไม่รู้ว่าไอริสเจอเรื่องอะไรมา ไม่รู้เลยว่าหัวใจของคนตัวเล็กจะบอบช้ำมากน้อยแค่ไหน ถ้ามาร์โลว์รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับไอริส ผมก็หวังว่าเขาจะดูแลไอริสได้อย่างดีที่สุด

ยิ้มให้ผมดูหน่อยเขาก้มหน้าลงมาหา ใบหน้าของเราห่างกันเพียงแค่คืบ ขยับนิดหน่อยปากก็จะชนกันแล้ว

รุตผมเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา

ยิ้มเร็วเขาบอกพร้อมยกยิ้มให้ผมดู

????แล้วผมก็หลุดยิ้มตามเขาออกมา  

ผู้ชายคนนี้จะทำให้ผมยิ้มได้เพราะเขาอีกกี่ครั้งกัน ผมจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองยิ้มเพราะมารุตไปมากเท่าไหร่แล้ว ผมรู้แค่ว่าเขาเป็นทั้งรอยยิ้มและความสุขของผม

น่ารักอีกฝ่ายขยับเข้ามากดจูบที่ริมฝีปากผมเบา ๆ ก่อนจะผละออกไปเล็กน้อยแล้วจ้องหน้าผมด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

เราไปโทรหาคุณกลางก่อนนะผมที่จู่ ๆ ก็รู้สึกเขินอายเพราะสายตาของมารุตก็ผละตัวถอยหนีแล้วขยับไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาด้วยท่าทางเงอะงะ

ทำอะไรไม่ถูกเลย

เดี๋ยวผมไปร้านสะดวกซื้อนะมารุตที่เห็นท่าทางของผมก็หลุดเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเบา ๆ

อือ เขาดูออกว่าผมเขิน

ตอนแกล้งให้อีกฝ่ายเขินมันก็สนุกดีอยู่หรอก แต่พอมาโดนทำให้เขินเองกลับทำอะไรไม่ถูก ทั้งที่ไม่ควรจะเขินเลยแท้ ๆ แต่ผมดันเสียอาการซะได้ น่าอายจริง ๆ เลย

ซื้อไอศกรีมมาให้เราด้วยผมรีบบอกทันทีที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายจะไปไหน ผมอยากกินของหวาน ปกติก็ไม่ค่อยได้กินหรอก แต่พักหลังมานี้เริ่มติดของหวานแล้ว ก็เพราะมารุตนั่นแหละชอบพาผมไปกินนั่นกินนี่ เดี๋ยวก็เค้ก เดี๋ยวก็ไอศกรีม ล่าสุดก็เพิ่งไปกินบิงซูมาเมื่ออาทิตย์ก่อน มีแต่ของที่ทำให้อ้วนง่ายทั้งนั้น แต่ถามว่ากินไหม? ก็กินแหละ อร่อยดี พอตามใจปากก็มาลำบากท้อง

ไม่กลัวอ้วนหรือไง?” จึก! แทงใจดำกันสุด ๆ

รุตก็พาเราออกกำลังกายสิผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรพูดแบบนี้แต่ก็ยังจะหาเรื่องใส่ตัวอีก

พูดแบบนี้ผมไม่ออกไปไหนแล้วมารุตชะงักหรี่ตามองก่อนจะกระโจนเข้ามาใส่ตัวผมที่นั่งอยู่บนโซฟา

รุต~ ปล่อย~” ผมพยายามดิ้นหนีให้หลุดออกจากอ้อมแขนแกร่งแต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน มือเหนียวเป็นหนวดหมึกเลยนะ!

มันเขี้ยวว่ะเขาว่าก่อนจะก้มหน้าลงมาใกล้

รุต~ จั๊กจี้จมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มของผมก่อนจะค่อย ๆ ลากลงไปที่ลำคอ แต่ไรหนวดที่เริ่มขึ้นก็เสียดสีไปกับผิวเนื้อทำเอาจั๊กจี้จนต้องหดคอหนี

ตุ้บ!

จุ๊บ!

ลุกเลยผมพยายามจะเอนหลบแต่กลายเป็นว่าไหลลงไปนอนราบกับโซฟาเสียอย่างนั้น แถมมารุตก็ยังโถมตัวลงมาทับ ปากแตะปากกันเบา ๆ แต่ท่าแบบนี้มันล่อแหลมกว่าคำพูดเมื่อกี้อีกนะ ผมไม่ได้จะยั่วหรืออ่อยมารุตนะ อย่ามองผมด้วยสายตาแปลก ๆ แบบนั้นสิ มันเป็นอุบัติเหตุ(?)

อยากกอด เขาพึมพำอยู่ที่ข้างใบหู แขนแกร่งโอบกระชับรอบเอวของผมให้แน่นขึ้น จมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับผิวแก้มไม่ห่าง แล้วที่บอกว่าอยากกอดน่ะ ไม่ได้อยากกอดจริง ๆ หรอก น่าจะอยากกดเสียมากกว่า

รุตผมเม้มปากแน่น เวลามารุตพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้มันน่าอายนะ เขาเขินหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมน่ะเขิน เขินมาก ๆ เลยด้วย

ไม่ได้เหรอ?” เขาช้อนตาขึ้นมองทำหน้าอ้อน

หิวข้าวผมหลุบตาลงต่ำไม่กล้ามองสบตากับอีกฝ่าย แกล้งทำเป็นเนียนเปลี่ยนเรื่องเพราะรู้ว่าตัวเองรอดยากแล้ว

ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยมารุตแสร้งทำเสียงดุ

หิวข้าวจริง ๆผมเงยหน้าขึ้นไปกดจูบที่ปลายคางของอีกฝ่ายเบา ๆ แล้วเป็นฝ่ายมองเขาด้วยสายตาออดอ้อนบ้าง

ก็ได้ แต่คืนนี้คุณโดนแน่ อย่าหวังว่าจะรอดร่างสูงยอมผละตัวออกไปแม้จะรู้สึกขัดใจ มารุตขยับลุกขึ้นไปยืนข้างโซฟาแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย

กลัวจังเลยน้า~” ผมแกล้งยกยิ้มยั่วทั้งที่ยังนอนแผ่อยู่บนโซฟา

เดี๋ยวเถอะอีกฝ่ายถลึงตาดุใส่ก่อนจะยื่นมือมาให้ผมจับ ผมวางมือลงกับมือใหญ่แล้วลุกขึ้นตามแรงฉุดของคนรัก

จุ๊บ!

ไปเร็ว ๆ หิวข้าวแล้วผมกดจูบที่ข้างแก้มของมารุตเบา ๆ หนึ่งทีผมรู้ว่าทำแบบไหนแล้วมารุตจะยอมจำนนต่อผม

อือ ก็ต้องเปลืองตัวหน่อยแหละ

ครับ~” มารุตรับคำหน้าชื่นตาบาน เห็นแบบนั้นแล้วก็อดที่จะรู้สึกเอ็นดูและหมั่นไส้ในเวลาเดียวกันไม่ได้

มารุตนี่มันมารุตจริง ๆ

หลังจากที่มารุตออกจากห้องไปผมก็ไปอาบน้ำแล้วออกมาโทรหาคุณกลาง คุณกลางเล่าให้ฟังว่าตกใจมากตอนที่เจอไอริสอยู่ที่สนาม มาร์โลว์บอกแค่ว่าไอริสเป็นเมียเขาและจะมาอยู่ที่สนามแต่ไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่านั้น พี่มาวินก็แปลกใจที่อยู่ดี ๆ มาร์โลว์ก็พาคนอื่นไปอยู่ด้วย เท่าที่ได้ยินมาคือมาร์โลว์ไม่เคยคบใครหรือให้ความสำคัญกับใครเลย แต่จู่ ๆ ก็พาไอริสไปที่สนามเสียอย่างนั้นสร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก คนที่ไม่เคยมีเรื่องเสียหายเกี่ยวกับผู้หญิงอย่างมาร์โลว์อยู่ ๆ ก็พาคนที่เพิ่งรู้จักกันเข้าบ้าน คิดว่ามันแปลกไหมครับ?

มาแล้วครับ~” เสียงตะโกนที่ดังอยู่นอกห้องนอนทำให้ผมต้องลุกเดินออกไปดู

ซื้ออะไรมา?” เห็นถุงอาหารในมือใหญ่แล้วก็อดจะสงสัยไม่ได้

อาหารเกาหลีมารุตยกยิ้มแล้วเดินไปที่โต๊ะกินข้าว

จริงเหรอ?” ผมรีบเดินไว ๆ ตามไปติด ๆ

อยากกินใช่ไหม?” เขาหันมาอมยิ้มถามพร้อมทั้งแกะกล่องอาหารออกมาทีละกล่อง

ต็อกบกกี!

รู้ใจผมยกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี เคยบอกเขาไปทีหนึ่งแล้วว่าอยากกินต็อกบกกีแต่มารุตก็ดูนิ่ง ๆ ผมนึกว่าเขาลืมไปแล้ว แต่ที่ไหนได้เขาจำมันได้ แฟนใครน่ารักจังเลย

ไหนรางวัล?” เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกริ่ม

จุ๊บ!

มา มากินกันผมขยับไปกดจูบที่ริมฝีปากของเขาไว ๆ แล้วรีบกลับมานั่งที่ ทำเป็นหยิบช้อนขึ้นมาตักชิมต็อกบกกีตรงหน้า

อร่อยไหม?” เขาถามยิ้ม ๆ

มาก ซื้อร้านไหน?” ผมชอบที่สุด รสชาติถูกปากมาก เหมือนไปกินที่เกาหลีจริง ๆ ร้านนี้ให้ผ่านเลย

ร้านเปิดใหม่ใกล้ ๆ คอนโดฯมารุตมองผมยิ้ม ๆ ยิ่งถูกมองด้วยสายตาเอ็นดูผมก็ยิ่งเขินแฟนตัวเองมากขึ้น ไม่ยุติธรรมเลยทำไมช่วงนี้ผมถึงเขินมารุตบ่อยนัก ปกติเขาต้องเป็นฝ่ายเขินผมไม่ใช่เหรอ?

กินไหม?” ผมตักต็อกบกกีขึ้นมาพร้อมเอ่ยถามอีกคนที่เอาแต่นั่งมองผมไม่เลิก

ป้อนหน่อยเขาบอกแล้วอ้าปากรอไว้ ผมก็เลยยกช้อนที่ถืออยู่ขึ้นป้อนเขา

เป็นไง?” เห็นอีกฝ่ายเคี้ยว ๆ แล้วก็เงียบไปผมเลยลองถามดู มารุตไม่ชอบอาหารเกาหลี แต่เขาก็ยังซื้อมันมาให้ผมกินเพราะเขารู้ว่าผมชอบกินอาหารเกาหลีมาก ๆ

น่ารักเนอะ

ก็ดีมารุตพยักหน้าเบา ๆ

ไม่ซื้ออย่างอื่นมากินล่ะ ไม่ชอบกินอาหารเกาหลีไม่ใช่เหรอ?” ผมไม่เคยบังคับให้มารุตต้องมากินอาหารเกาหลีกับผม เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ชอบ บอกแล้วไงว่าผมเอาความสบายใจของมารุตเป็นหลัก จริง ๆ ผมกินอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารเกาหลีหรอก

กินได้ กินเป็นเพื่อนคุณจนชินแล้วมารุตก็คือมารุต เขาเองก็ชอบที่จะเอาใจและตามใจผมอยู่เสมอ อาจเพราะแบบนี้ใคร ๆ ถึงได้บอกกันว่าผมดื้อขึ้นเยอะเพราะมีมารุตคอยตามใจ แต่ผมคิดว่ามันไม่เกี่ยวกันเสียหน่อย การที่มารุตตามใจผมไม่ได้ทำให้ผมดื้อขึ้นกว่าเดิมหรอกนะ พวกคุณก็คิดเหมือนผมใช่ไหม?

ข้าวไหม?” ผมถามพร้อมชี้ไปที่ข้าวผัดกิมจิห่อสาหร่าย

ป้อนมารุตไม่ปฏิเสธ ก็คงจะหิวนั่นแหละ

อ้าปากผมตักข้าววางลงบนแผ่นสาหร่ายแล้วห่อเป็นขนาดพอดีคำให้อีกฝ่าย มารุตอ้าปากทำตามอย่างว่าง่าย

การกินอาหารมื้อกลางวันของเราเป็นไปอย่างเชื่องช้า มารุตไม่ยอมตักกินเองเลย เขารอให้ผมป้อนเพียงอย่างเดียว แต่ผมก็ไม่ได้มีปัญหากับการป้อนเขา ตักกินเองบ้างป้อนเขาบ้าง หลังจากที่จัดการอาหารตรงหน้าจนหมดเกลี้ยงแล้วผมก็เตรียมเก็บไปล้าง แต่กลับโดนมารุตแย่งไปทำเองหมด จะเข้าไปช่วยเขาก็ไม่ยอม ผมเลยทำได้แค่ยืนเป็นกำลังใจให้เขา

อิ่มไหม?” มารุตหันมาถามหลังจากที่ล้างจานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

อิ่มมากท้องผมแน่นไปหมด สงสัยคงต้องไปออกกำลังกายจริง ๆ ซะแล้ว หรือให้มารุตช่วยดีนะ ออกกำลังกายก่อนนอนเหมือนที่มารุตบอก

แฮร่! ล้อเล่นครับ ใครจะไปทำแบบนั้นกันล่ะ น่าอายจะตาย

 







ชีวิตของเด็กมหาลัยเป็นอะไรที่ท้าทายชีวิตมาก เหนื่อยจนต้องร้องขอชีวิต จะจบไหมให้อาจารย์ทำนายกัน ขนาดไม่ได้ไปเรียนนะ แค่ไปคุยงานกับอาจารย์เฉย ๆ ผมยังรู้สึกเหนื่อยมากขนาดนี้ อยากจบโดยไม่ต้องเรียนจังเลย แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เฮ้อ~

พรุ่งนี้ไปหาไอริสกันไหม?” ระหว่างที่นั่งดูหนังแก้เครียดผมก็เผลอนึกไปถึงไอริส ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายออกจากโรงพยาบาลมาผมก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลย มัวแต่วุ่นวายอยู่กับมารุตเนี่ย

อืม เอาสิมารุตที่นอนหนุนตักผมอยู่ละสายตาจากจอทีวีหันมามองหน้าผม

ซื้อขนมไปฝากไอริสด้วยดีไหมนะ?” ไม่รู้ว่าไอริสจะอยากกินหรือเปล่า แต่จะให้ไปหาโดยที่ไม่มีของติดไม้ติดมือไปด้วยมันก็ดูแปลก ๆ นะครับ

ทำไมคุณไม่ทำเอง ไอริสน่าจะดีใจถ้ารู้ว่าคุณทำให้เขามารุตบอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่นน่ามอง

เป็นความคิดที่ดีผมเห็นด้วย ทำบลูเบอร์รี่ชีสเค้กไปให้ไอริสดีกว่า

ช่วยไหม?” เขาขยับลุกขึ้นมานั่งยิ้มตาหยี

ช่วยให้เสร็จหรือช่วยให้วุ่นกว่าเดิมผมหรี่ตามองอย่างจับผิด อย่างมารุตนี่ไม่น่าช่วยให้เสร็จนะ น่าจะป่วนจนผมทำขนมไม่เสร็จแน่ ๆ

ช่วยให้เสร็จสิ เสร็จแน่ ๆเขาพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา แค่คำพูดและสายตาผมก็รู้แล้วว่าเขาคิดอะไร

เพี๊ยะ!

โอ๊ย!” ยกมือขึ้นฟาดแขนหนาไปทีข้อหาพูดจาทะลึ่งตึงตัง มันน่าตีให้ร้องไห้ แต่อย่างมารุตเหรอครับจะร้องไห้ ไม่มีทางหรอก

พูดจาแบบนี้อีกแล้วนะผมตวัดตามองดุ ๆ จะมีสักวันไหมที่เขาจะไม่พูดเรื่องใต้สะดือน่ะ นิสัยไม่ดีเลย

นี่ผมจริงจังนะเขาพูดหน้านิ่ง สีหน้าและแววตาดูจริงจังน่ากลัว ถ้าเขมือบผมเข้าไปได้เขาคงทำไปแล้ว

หยุดเลยผมยกมือขึ้นห้ามความคิดของอีกฝ่าย มารุตทำท่าจะเข้ามาจูบผม แต่ผมก็ไวกว่ายกมือขึ้นมากั้นกลางระหว่างใบหน้าของเราทั้งคู่

ขอโทษครับ~” ริมฝีปากหยักกดจูบที่ฝ่ามือของผมเบา ๆ แล้วผละออกไปมองหน้าผมอ้อน ๆ เหมือนลูกหมาหิวนม

ไม่หลงกลหรอกนะ

เราไปโทรหาคุณกลางดีกว่าผมเชิดหน้าหนี ไม่มองหน้าและไม่สบตากับอีกฝ่าย ไม่ได้เขินหรอกนะ ก็แค่ไม่อยากมองเฉย ๆ

เดี๋ยวผมบอกเร็กซ์ให้ คุณไปทำขนมเถอะมารุตดึงโทรศัพท์ของผมไปถือไว้ เขาพยักพเยิดหน้าเข้าไปทางห้องครัว

โอเคผมพยักหน้ารับแล้วลุกเดินเข้าห้องครัวไป

ผมจำได้ว่าผมยังมีวัตถุดิบอยู่นะ เพราะล่าสุดก็เพิ่งทำบลูเบอร์รี่ชีสเค้กให้มารุตกินไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเอง เปิดตู้หาทั้งวัตถุดิบและอุปกรณ์ออกมาวางกอง ๆ กันไว้ก่อนจะเริ่มเตรียมส่วนผสมตามสูตรที่อยู่ในหัว ได้ยินเสียงมารุตคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ ๆ ชะโงกหน้าไปดูก็เห็นว่ายืนอยู่ตรงหน้าห้องครัวนี่เอง จากที่ได้ยินมาเหมือนจะคุยกับพี่มาวินนะครับ ผมเลิกสนใจมารุตแล้วหันมาเร่งมือเตรียมส่วนผสม ทำขนมทิ้งไว้ก่อนแล้วพรุ่งนี้ก็เข้าไปหาไอริสแต่เช้า ซื้อของกินเข้าไปฝากคุณกลางกับพี่มาวินด้วยดีกว่า ส่วนมาร์โลว์ ช่างเขาเถอะครับ

ไม่ให้ผมช่วยเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ข้างใบหูก่อนที่ผมจะรู้สึกได้ถึงแรงโอบรัดที่เอว

ไปไกล ๆ เลยผมเบี่ยงตัวหลบ จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม ป่วนจนสมาธิผมแตกกระเจิงไปหมด ดีนะที่ทำขนมเสร็จแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่เก็บล้างเท่านั้น ถ้าเขามาป่วนผมตอนทำขนมอยู่นี่อาจมีใส่ส่วนผสมผิดได้

ใกล้เสร็จหรือยัง?” แขนแกร่งโอบกระชับรอบเอวผมให้แน่นขึ้น ร่างกายบดเบียดเข้าหากันอย่างแนบชิด

เสร็จแล้ว อ๊ะ!” ผมล้างมือให้สะอาดปิดน้ำแล้วหันกลับไปหามารุตแต่กลับต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายอุ้มผมขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ที่ว่างอยู่

ตกใจหมดเลย

ว่างแล้วเนอะเขาถามยิ้ม ๆ

ทำไม?” ผมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ มารุตแทรกตัวเข้ามายืนระหว่างขาของผมแล้วเกี่ยวเอวผมให้ขยับเข้าไปหาเขา

ขอเวลาให้ผมบ้างอีกฝ่ายยกยิ้มแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ผม

รุต อืม~” ผมที่กำลังจะเอ่ยเรียกเขากลับต้องชะงักกลืนคำพูดลงคอไปเมื่อริมฝีปากอุ่นทาบทับลงมาบนริมฝีปากของผม มารุตกดจูบแผ่วเบาให้ความรู้สึกอ่อนโยนเป็นอย่างมาก

หวานเขาผละริมฝีปากออกไปเล็กน้อย รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ผมมองรอยยิ้มนั้นด้วยความหลงใหล ผมชอบรอยยิ้มของมารุต ยิ่งเป็นยิ้มที่เกิดจากผม ผมยิ่งชอบ

ไม่ทำตรงนี้นะผมพูดดักไว้ก่อนเมื่อรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง มารุตไม่มีทางปล่อยผมไปง่าย ๆ หรอก ผมรู้ว่าเขาต้องการผม เพราะผมเองก็ต้องการเขาเหมือนกัน

เราต่างต้องการกันและกัน

โต๊ะกินข้าวเขาอมยิ้มกรุ้มกริ่ม

ไม่!” ผมปฏิเสธทันควัน ขอเถอะ ห้องก็กว้างขนาดนี้ จะทำตรงไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ห้องครัวหรือโต๊ะกินข้าวสิ ไม่คิดบ้างเหรอว่าผมจะรู้สึกยังไงถ้าต้องทำอาหารในครัวที่เราทำเรื่องอย่างว่ากัน หรือต้องนั่งกินข้าวบนโต๊ะที่เรา เอาล่ะ พอแค่นี้ดีกว่า เอาเป็นว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมให้ทำในห้องครัวและที่โต๊ะกินข้าวแน่ ๆ

โอเค ที่โซฟาก็ได้มารุตที่น่าจะรู้ทันความคิดผมหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาขยับเข้ามาอุ้มผม

อือผมขานรับเบา ๆ แล้วเอนหน้าซบลงกับหน้าอกแกร่ง มารุตอุ้มผมมาที่โซฟา เขานั่งลงและจับให้ผมนั่งทับบนตักของเขา เรามองหน้ากัน แค่นั้นก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลที่ดึงให้ใบหน้าของเราเคลื่อนเข้าหากัน จูบแผ่วเบาเริ่มแปรเปลี่ยนไปตามแรงอารมณ์ จากจูบอ่อนโยนกลายเป็นจูบที่ดูดดื่ม มารุตขบเม้มที่ริมฝีปากของผมเบา ๆ ก่อนจะสอดเรียวลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปากของผม ลิ้นของเราเกี่ยวตวัดเข้าหากันราวกับโหยหากันเหลือเกิน ทั้งที่ก็จูบกันอยู่ทุกวัน ก็ตลกดีนะครับ ยิ่งได้ก็ยิ่งต้องการมาก และมันต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด




CUT



------------------------------




ตัดให้ขาดเลยฉับ ฉับ ฉับ

หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดู

มารุตไม่ได้หื่น แค่เก็บกดเฉย ๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #42 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 23:04
    เบาหน่อยรุต เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณรัชช์ลุกไม่ไหวล่ะแย่เลยนะรุตนะ
    #42
    0