จีบคนเถื่อน 2 ภาคเป็นแฟนคนเถื่อน [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 7 : เป็นแฟนคนเถื่อน : 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    8 มี.ค. 63



เป็นแฟนคนเถื่อน : 5



Rach Part :

กว่าจะตื่นก็ปาเข้าไปสายแล้ว จากปกติที่ตื่นช้าสุดก็หกโมงนิด ๆ แต่วันนี้ตื่นตั้งเกือบแปดโมงครึ่ง ตื่นมาก็มึน ๆ งง ๆ นิดหน่อย จะว่านอนเยอะก็ไม่ใช่ แอบปวดตัวเบา ๆ ด้วย หันมองคนข้างตัวก็เห็นว่ายังหลับสนิทอยู่ ผมดึงแขนที่พาดอยู่บนเอวออกแล้วขยับลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง ไม่รู้ว่ามารุตกินอะไรเข้าไปถึงได้แรงดีขนาดนี้ ไม่สงสารผมบ้างหรือไงกัน หันมองค้อนคนบนเตียงไปทีก่อนจะเดินออกไปที่ห้องครัว เทน้ำมาดื่มหนึ่งแก้วก่อนจะรื้อตู้เย็นดูของสด ผมสามารถทำข้าวต้มหมูสับให้มารุตกินเป็นมื้อเช้าของวันนี้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาคิดนานผมรีบทำข้าวต้มทันที เดี๋ยวมารุตตื่นมาก็จะหิว วันนี้ผมตื่นสายด้วย แต่มารุตตื่นสายกว่า ขนาดทำข้าวเสร็จจนเข้าไปอาบน้ำเดินออกมามารุตก็ยังไม่ตื่น ผมไม่ได้ปลุกแต่ปล่อยให้เขานอนอยู่อย่างนั้นแทน แล้วเดินเลยมาทาโลชั่นที่โต๊ะเครื่องแป้ง

วันนี้ก็จะเข้าไปหาไอริสอีกใช่ไหม?” เสียงงัวเงียดังขึ้นมาจากทางเตียงนอน

อื้อ ไปกับเราไหม?” ผมหันไปมองคนที่เพิ่งตื่นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เคยเห็นลูกหมายังงัวเงียไหม? หน้ามึน ๆ หัวยุ่ง ๆ หน่อย ทั้งน่ารักและตลกในเวลาเดียวกัน

อะ อย่าเพิ่งคิดว่าผมอวยแฟนตัวเองนะ ผมเปล่าทำอย่างนั้นสักหน่อย

ไปสิ เดี๋ยวมีคนมาฉุดคุณไปมารุตเดินหน้าง่วงเข้ามาหาผม เขายืนซ้อนอยู่ข้างหลังแล้วโน้มตัวลงมากอดผมจากทางด้านหลัง

ตลกแล้วผมว่ายิ้ม ๆ เหมือนเขาจะกลัวมีคนมาฉุดผมเหลือเกิน แต่ถามหน่อยเถอะว่าใครจะมาฉุดผมได้ ตัวสูงขนาดนี้ ไม่ได้ตัวเล็กเหมือนไอริสสักหน่อย ถ้าแบบนั้นสิน่าเป็นห่วง

จูบหน่อยเขาเกยคางลงบนไหล่ของผมแล้วยื่นหน้ามาหา ผมมองมารุตผ่านกระจกก่อนจะหันหน้าไปหาเขา

อืม~” ริมฝีปากเราแนบชิดติดกัน มารุตดูดดุนริมฝีปากของผมเบา ๆ คล้ายหยอกล้อ ผมเลยขบเม้มริมฝีปากของเขากลับไปเบา ๆ

ชื่นใจเขาผละใบหน้าออกแล้วไปยืนยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี ผมอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อพอใจแล้วมารุตก็เดือดฮัมเพลงเข้าไปในห้องน้ำ ผมหันกลับมานั่งทาโลชั่นต่อแล้วถึงค่อยลุกไปแต่งตัว สิ่งที่ต้องทำทุก ๆ วันก็คือจัดเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้มารุต ผมเคยลองไม่เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขา ปรากฏว่ามารุตงอนผม เขาหาว่าผมลืมและไม่ใส่ใจเขา หลังจากนั้นผมเลยมีหน้าที่เตรียมเสื้อผ้าให้เขาทุกวัน เป็นเจ้าลูกหมาที่ขี้โวยวาย เอาแต่ใจ และงอแงเก่งมาก อ้อ แล้วก็ดื้อมาก ๆ เลยด้วย

แวะซื้ออะไรไปฝากไอริสด้วยไหม?” หลังจากที่แต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อยและเตรียมจะออกจากห้องผมก็หันไปถามมารุตที่ยืนเช็คความเรียบร้อยของตัวเองอยู่ที่หน้ากระจก

ไม่ต้องหรอกพอได้ยินชื่อไอริสมารุตก็เบ้หน้าออกมาทันที นิสัยเสียจริง ๆ เลย

ทำไม?” ไปเยี่ยมคนป่วยเขาก็ต้องมีของติดไม้ติดมือไปกันทั้งนั้นแหละ

ไอริสยังเจ็บอยู่ คงไม่อยากกินอะไรหรอกเป็นเหตุผลที่รู้สึกว่า อิหยังวะมาก ๆ เลย

เหรอถ้าจะขนาดนี้ก็พูดมาเลยก็ได้ว่าไม่อยากซื้ออะไร ผมว่าแบบนั้นยังเข้าใจง่ายกว่านะ

ไปกันเถอะแล้วก็ทำเนียนเปลี่ยนเรื่อง เฉไฉไม่ยอมพูด มารุตเวลาดื้อเงียบนี่น่าตีจริง ๆ เลย

อือแต่ผมก็ขี้เกียจที่จะพูด เดี๋ยวพูดไปก็มางอนผมอีก มารุตนะงอนผมเก่งมาก อะไรก็เอามาเป็นเรื่องงอนผมได้ตลอด ขี้งอนเก่งที่หนึ่ง เพราะอย่างนั้นผมเลยต้องทำข้อตกลงตั้งกฎให้งอนได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ไม่ใช่ว่าผมเบื่อที่จะง้อเขา แต่ผมเหนื่อยต่างหาก ง้อเขาทีไรผมโดนเอาเปรียบทุกที มารุตน่ะเป็นเจ้าลูกหมาที่แสนร้ายกาจ และน่ากลัวมาก ๆ เลยด้วย

เดี๋ยวผมแวะซื้อกาแฟก่อน คุณขึ้นไปก่อนเลยกำลังจะเดินผ่านร้านกาแฟแล้วแท้ ๆ แต่เหมือนมารุตก็เหมือนนึกขึ้นได้ เขาหันมาสะกิดผมแล้วชี้ไปยังร้านกาแฟ

โอเคแม้จะเคยบอกให้เขาลด ๆ กาแฟลงบ้างแต่พอเขาบอกจะซื้อกาแฟทีไรผมก็ไม่กล้าห้าม ก็ไม่ได้มีแต่มารุตหรอกที่ตามใจผม เพราะผมเองก็ตามใจเขาเหมือนกัน

ปล่อยให้มารุตเดินไปซื้อกาแฟตามที่ต้องการ ส่วนผมก็เดินนำขึ้นมาที่ห้องพักฟื้นของไอริสก่อน สรุปแล้วเราก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาเยี่ยมไอริส เพราะมารุตไม่ยอมจอดแวะที่ไหนเลย ผมบอกให้เขาพาไปซื้อผลไม้แต่เขาก็แกล้งทำเป็นหูทวนลม ผมก็อยากจะงอนเขาบ้าง แต่พอคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายงอนเขา ผมก็รู้สึกแปลก ๆ ทุกทีเลย สุดท้ายแล้วก็เลยปล่อยเลยตามเลย ไม่มีการง้องอนเกิดขึ้นแต่อย่างใด






แกร๊ก!

จะทำอะไร?” เปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นของไอริสแล้วผมก็ชะงักไปเมื่อเจอกับคนแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างเตียงของไอริส พยาบาลพิเศษหายไปไหน? ทำไมปล่อยให้คนอื่นเข้ามาอยู่ใกล้คนไข้ได้แบบนี้?

แต่ผู้ชายตัวสูงคนนี้หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

เปล่าอีกฝ่ายชะงักไม่ต่างกัน เขาตวัดสายตามามองผมก่อนจะยืดตัวตรงขึ้น เมื่อกี้เขาโน้มตัวลงไปหาไอริส ทำท่าเหมือนจะจูบไอริสเลย ผมว่าผู้ชายคนนี้ดูน่ากลัวไม่น้อยเลย โรคจิตหรือเปล่า?

คุณเป็นใคร?” ผมมองคนแปลกหน้าอย่างหวาดระแวง แม้จะรู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่ายแต่ผมก็คิดว่าเขาดูอันตรายไม่น้อยเลย

แล้วคุณล่ะเป็นใคร?” เขาย้อนถามกลับมาหน้าตาย

ผมถามคุณก่อนนะนั่นทำให้ผมรู้สึกหัวเสียไม่น้อยเลย ดันมาเจอคนกวนประสาทเข้าเสียได้

ผมก็ถามคุณเหมือนกันเขาเอ่ยบอกด้วยท่าทางเรียบนิ่ง ท่าทางแบบนั้น เหมือนผมเห็นตัวเองเลย

คุณกำลังกวนประสาทผมอยู่ใช่ไหม?” ถึงจะดูใจเย็น แต่ความจริงแล้วผมไม่ได้ใจเย็นขนาดนั้น เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเมื่อก่อนนี้มารุตถึงได้หัวร้อนตอนคุยกับผม

เปล่านี่อีกฝ่ายไหวไหล่เบา ๆ ทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

คุณเป็นใคร? แล้วเข้ามาในนี้ทำไม?” ผมถามย้ำอีกครั้ง คิดว่าถ้าครั้งนี้ยังไม่ได้คำตอบจะเรียกคนให้มาลากเขาออกไปแล้วนะ เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้

แล้วคุณล่ะเป็นใคร? เข้ามาทำไม?” เขาถามกลับมาด้วยคำถามเดียวกันแถมยังทำเป็นไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ ทั้งสิ้น ท่าทีแบบนั้นมันอะไรกัน

นี่!” ผมขมวดคิ้วอย่างขัดใจ

มาร์โลว์แต่ก่อนที่ผมจะได้ต่อว่าอะไรอีกฝ่าย เสียงทุ้มต่ำของมารุตก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของผม ทำให้ผมหยุดชะงักแล้วหันไปมองเขาด้วยความสงสัย

มาร์โลว์เหรอ?

ไง มารุตอีกฝ่ายเอ่ยทักมารุตกลับมาราวกับว่าคุ้นเคยกันดี

มาทำอะไรที่นี่?” มารุตขมวดคิ้วมองอย่างแปลกใจ

ฉันมาตามคนของฉันกลับเขาว่าเสียงเรียบ

หมายถึง…”

ไอริสมาร์โลว์พูดพร้อมหันมองไปที่ไอริส

แล้วถ้าไม่ให้ล่ะ?” ผมเอ่ยขัดขึ้นมา รู้สึกไม่ถูกชะตากับอีกฝ่ายยังไงก็ไม่รู้

นี่แฟนนายเหรอ?” มาร์โลว์ตวัดตามามองผมก่อนจะกวาดสายตามองคล้ายสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

ใช่ รัชช์ น้องชายเร็กซ์มารุตหันมามองหน้าผมก่อนจะหันไปตอบมาร์โลว์

ถึงว่าหน้าเหมือนกันมากอีกฝ่ายพึมพำเสียงเบา สายตาที่มองมาที่ผมมันดูเปลี่ยนไป

คุณเป็นพี่ชายของพี่มาวินสินะครั้งนี้เป็นผมบ้างที่เอ่ยถามขึ้นมา ที่ผมบอกว่าคุ้นหน้าก็เพราะเขามีส่วนคล้ายกับพี่มาวิน และผมจำได้ว่าเคยเจอเขาที่สนามแข่งรถ LW เมื่อหลายปีก่อน

อืมมาร์โลว์พยักหน้ารับ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของผม

เล่าเรื่องไอริสให้ฟังหน่อยมารุตขยับเดินเข้ามาใกล้ผมแล้วดันให้ผมนั่งลงที่เก้าอี้ เขาหันไปมองสบตากับมาร์โลว์นิ่ง ๆ

ฉันไม่จำเป็นต้องเล่าแต่มาร์โลว์ก็เบือนหน้าหนี สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของไอริส

สายตาแบบนั้น หมายความว่ายังไง?

อย่าแตะต้องไอริสผมปัดมือหนาออกทันทีที่เขาทำท่าจะจับมือไอริส

พาแฟนนายกลับบ้านเถอะมารุต ฉันจะดูแลไอริสเองเขาตวัดสายตามองผมเคือง ๆ แววตาฉายชัดถึงความไม่พอใจ ดูออกว่าไม่ชอบผม แต่แล้วไงล่ะ

ขอเหตุผลที่พวกเราต้องกลับด้วยผมไม่ยอมปล่อยให้เขาได้อยู่กับไอริสเพียงลำพังหรอกนะ ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาเกี่ยวข้องยังไงกับไอริส ยังไงไอริสก็เป็นรุ่นน้องของผม ผมต้องดูแลเขาสิ

ไอริสเป็นคนของฉันเขาบอกออกมาด้วยท่าทางที่ดูมั่นอกมั่นใจ

หมายถึง…” ผมกับมารุตหันมองหน้ากันทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น

ถ้าพวกนายอยากได้ความชัดเจน ก็ใช่ ไอริสเป็นเมียฉันมาร์โลว์เอ่ยบอกออกมาเสียงเรียบนิ่ง แต่นั่นสร้างความตกใจให้ผมกับมารุตเป็นอย่างมาก

แล้วคุณได้ทำร้ายไอริสหรือเปล่า?” ผมถามพร้อมลอบสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายไปด้วย

ฉันจะซ้อมเมียตัวเองทำไมมาร์โลว์ว่าเสียงดุ

ถ้าอย่างนั้นก็บอกพวกเรามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับไอริสมารุตเอ่ยแย้งขึ้นมา

เรื่องที่เกิดขึ้นกับไอริส ปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการเองดีกว่าท่าทีของมาร์โลว์ยังคงนิ่งเฉย แม้ผมกับมารุตจะถามยังไงเขาก็ไม่ยอมปริปากบอกออกมาเลย

เราจะรู้ได้ยังไงว่าถ้าอยู่กับคุณแล้วไอริสจะปลอดภัยผมไม่ไว้ใจ ถึงผมจะรู้ว่าเขาเป็นใครแต่ผมก็ไม่ได้วางใจหรือเชื่อใจเขาหรอกนะ จะว่าระแวงก็คงไม่ผิดนัก

ฉันจะให้ไอริสกลับไปอยู่ที่สนามกับฉัน ถ้านายอยากเจอไอริสก็ไปหาที่สนามก็แล้วกันมาร์โลว์มองสบตากับผมนิ่ง

แต่…” ผมทำท่าจะร้องแย้ง

เอาตามนั้นแต่มารุตกลับตอบรับอีกฝ่ายออกไปอย่างนั้น

รุตผมร้องเรียกแฟนตัวเองอย่างขัดใจ

พี่รัชช์แต่เสียงของไอริสก็ดังขัดขึ้นมาทำให้ผมต้องเงียบแล้วหันไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียง

ไอริสมาร์โลว์เอ่ยเรียกไอริสด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ

คุณ!” ไอริสที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นยังดูมึน ๆ งง ๆ อยู่ แต่พอหันมาเห็นมาร์โลว์ยืนอยู่ข้างเตียงก็มีสีหน้าตกใจออกมาทันที

ตกใจอะไรขนาดนั้น?” มาร์โลว์ขมวดคิ้วมองคล้ายไม่พอใจ

มาได้ยังไง?” ไอริสดูจะตกใจมาก

แค่ตามหาเมียมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันหรอกนะมาร์โลว์พูดออกมาด้วยท่าทีที่เรียบนิ่งหากแต่แววตากลับเป็นประกายแลดูเจ้าเล่ห์

ผมไม่ใช่เมียคุณ!” ไอริสร้องแย้งเสียงหลง แก้มขาวซีดขึ้นสีแดงจาง ๆ ก็ไม่รู้ว่าโกรธหรือเขินกันแน่

ไอริส!” มาร์โลว์ดูเหมือนจะไม่พอใจที่ไอริสพูดอย่างนั้น เขาร้องเรียกไอริสเสียงเข้ม หน้าตาดูดุดันน่ากลัว

มาร์โลว์ พวกเราขออยู่กับไอริสสักพักมารุตที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบพูดออกมา

ได้ ฉันจะออกไปทำธุระ แต่ถ้าฉันกลับมาไม่เจอไอริสล่ะก็ พวกนายโดนแน่มาร์โลว์ดูใจเย็นกว่าที่คิด ผมไม่คิดว่าเขาจะยอมง่ายขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่วายข่มขู่พวกเราออกมา ไอริสเบ้หน้าทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

รู้แล้วมารุตที่ไม่ชอบให้ใครมาสั่งก็เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาหน่อย ๆ มาร์โลว์ที่ดูท่าว่าจะจับกระแสอารมณ์ของมารุตได้ก็ไม่พูดอะไรต่อ เขาหันมองหน้าไอริสเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป

พี่รัชช์ครับผมที่มองตามแผ่นหลังของมาร์โลว์ออกไปจำต้องละสายตาหันกลับมามองคนเรียก

พร้อมจะเล่าไหม?” ผมเอ่ยถาม ไม่ได้อยากคาดคั้น แต่เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วเขาควรบอกอะไรผมบ้าง ไม่อย่างนั้นทั้งผมและมารุตจะช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย

ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเขาอีกฝ่ายว่าเสียงเบาหวิว ท่าทางของไอริสดูเปลี่ยนไปเมื่อพูดถึงมาร์โลว์

พูดให้เข้าใจง่ายกว่านี้หน่อยมารุตว่าเสียงดุ เหมือนเขาเองก็คงจะเริ่มอารมณ์เสียแล้วที่ทั้งมาร์โลว์และไอริสไม่มีใครยอมปริปากบอกอะไรพวกเราเลย

มันมันก็แค่ความผิดพลาด…” ไอริสพูดเสียงสั่นเครือ แววตาดูเศร้าลงทันที สีหน้าก็ดูเจ็บปวด ผมว่าผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะ

เขาทำร้ายไอริสหรือเปล่า?” เรื่องนี้ผมไม่มั่นใจ ไม่รู้เลยว่ารอยช้ำบนผิวขาว ๆ นั่นเกิดจากฝีมือใคร

ไม่ใช่เขาอีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ

แล้วคนที่ทำคือใคร?” ผมกับมารุตมองหน้ากันด้วยความสงสัย ถ้าไม่ใช่มาร์โลว์แล้วจะเป็นใคร? ยังมีคนอื่นอีกเหรอ?

ลุงเขยของผมไอริสบอกเสียงเบา

“…” ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันที

อยากให้พวกเราช่วยอะไรไหม?” ผมเอ่ยถามออกมาเมื่อภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ มารุตไม่ได้พูดอะไร และไอริสก็ไม่ได้บอกอะไรเพิ่ม

ผมไม่รู้ท่าทางของไอริสดูหวาดกลัวและสับสน ผมคิดว่ามันคงมีเรื่องอะไรอีกแน่ แต่เขาเลือกที่จะปิดบังมัน บางทีเขาอาจไม่ไว้ใจผมหรือไม่ก็อาจจะไม่อยากเอ่ยถึงมัน

กับมาร์โลว์ จะไปอยู่กับเขาไหม?” ผมไม่รู้เลยว่าควรช่วยอะไรอีกฝ่าย ไอริสไม่บอกอะไรพวกเราสักอย่างแล้วจะให้ผมกับมารุตทำยังไง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่ลืมสิ่งที่มาร์โลว์บอกไว้ก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าจะเอาไอริสไปอยู่ที่สนามแข่งด้วยผมเชื่อว่าเขาพูดจริงและทำจริงแน่

มาร์โลว์เอาแต่ใจ ถึงผมไม่อยากไปยังไงเขาก็ต้องบังคับผมให้ไปอยู่กับเขาให้ได้อยู่ดีไอริสดูมีท่าทางที่ลังเล แต่เขาก็ไม่ได้ดูหวาดกลัวมาร์โลว์ ที่มาร์โลว์พูดอาจเป็นความจริงก็ได้ เขาไม่ได้ทำร้ายไอริส และเขาก็น่าจะพยายามช่วยไอริสจากอะไรสักอย่างอยู่

เราไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับไอบ้าง แต่ถ้าไอมีปัญหาก็บอกพวกเรานะมารุตบอกกับไอริสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าก่อนหน้านี้ ท่าทางที่ดูตั้งแง่ก็หายไป ผมดีใจที่มารุตคิดแบบนี้ ถึงพวกเขาจะเคยเป็นแฟนกันและก็มีปัญหากัน แต่ผมก็ไม่อยากให้พวกเขาเกลียดกันหรอกนะ ไอริสไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดที่จะคบหาด้วยไม่ได้ ผมเชื่อว่าตลอดเวลาที่เรารู้จักกันเขาจริงใจกับผม หมายถึง ถ้าตัดเรื่องมารุตออกไป จะว่ายังไงดีล่ะ เอาเป็นว่ามีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรูนั่นแหละ

เราถ้าเราพร้อม เราจะบอกพี่รัชช์กับรุตนะไอริสมองสบตากับมารุต เขาดูเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา

มาร์โลว์เป็นคนยังไงเหรอ?” ผมถามเพื่อชวนไอริสคุย

เขาก็ดีครับ แต่เอาแต่ใจไปหน่อยพอพูดถึงมาร์โลว์ไอริสก็นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบออกมาเสียงเบา แก้มขาวซีดค่อย ๆ ขึ้นสีแดงจาง ๆ ให้ได้เห็น

ท่าทางแบบนั้นมันเขินไม่ใช่เหรอ?

เขาจะดีกับไอริสใช่ไหม?” ผมหันไปถามมารุตด้วยความกังวล ยอมรับว่าค่อนข้างจะเป็นห่วงไอริส แม้มาร์โลว์จะดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่รู้หน้าไม่รู้ใจนี่ครับ

ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวให้มาวินกับเร็กซ์ช่วยดูให้อีกแรงนะมารุตยกมือขึ้นมาบีบไหล่ผมเบา ๆ คล้ายกับจะบอกให้วางใจ แต่ผมก็ยังคิดมากอยู่ดี

อื้อถ้ามีพี่มาวินกับคุณกลางคอยช่วยดูอีกแรงคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนัก หรือไม่ก็อาจน่าเป็นห่วงมากกว่าเดิม

อืม เดาไม่ถูกเลย

ขอบคุณพี่รัชช์กับมารุตนะครับไอริสยกมือไหว้ผมกับมารุต ทำเอาเราทั้งคู่ยกมือขึ้นมารับไหว้แทบไม่ทัน ถึงจะเป็นรุ่นพี่เขามาหลายปีแล้ว แต่ก็เขินทุกครั้งที่มีคนยกมือไหว้นะครับ

ไม่เป็นไรหรอกอะไรที่ช่วยได้ผมก็อยากช่วยนั่นแหละ ก็บอกแล้วไงว่าผมทำตัวเฉยชากับไอริสไม่ได้ เรารู้จักกันถ้าจะเมินเฉยไม่ช่วยเขาผมก็รู้สึกผิดบาป มันคงเป็นเรื่องของจิตสำนึกล่ะมั้งครับ

พี่รัชช์ครับไอริสเรียกผมเสียงหวาน ถ้าไอริสไม่สารภาพเรื่องที่กลั่นแกล้งผมออกมาเอง ผมก็คงไม่เชื่อ เขาไม่ได้ดูเกลียดชังผมเลย กลับกันออกจะดูเป็นมิตรเสียด้วยซ้ำ ผมถึงได้บอกไงว่าไม่เคยเอะใจสงสัยอะไรเขาเลย

ครับ?” ผมขานรับงง ๆ

มาหาผมบ่อย ๆ ได้ไหมครับ?” เขาถามผมพร้อมประกายความหวังในดวงตา

“…” มารุตที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันขวับมามองหน้าไอริสทันที

ได้ไหมรุต?” ผมหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอเมื่อเห็นหน้าตายุ่ง ๆ ของคนรัก

เราจะพารัชช์ไปหาไอบ่อย ๆหลังจากที่ใช้เวลาขบคิดอยู่นานมารุตก็พยักหน้ารับเบา ๆ เหมือนใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากพาผมไปหาไอริส แต่อีกใจก็ดูจะสงสารไอริสไม่ต่างจากผม ตัวผมน่ะยังไงก็ได้ ผมให้สิทธิ์การตัดสินใจเป็นของมารุตเพราะว่าผมยึดเอาความสบายใจของเขาเป็นหลัก ถ้าอะไรที่ผมทำแล้วเขารู้สึกไม่สบายใจ ผมก็จะไม่ทำ

ถ้าถามว่ารักมารุตมากไหม?

ก็ตอบได้เลยว่า

อือ มาก

ขอบคุณนะรอยยิ้มแรกของวันผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน ไอริสยกยิ้มออกมาได้เมื่อมารุตรับปากแบบนั้น





ตลอดช่วงเช้าผมและมารุตอยู่เป็นเพื่อนไอริส พอตกเที่ยงมาร์โลว์ก็กลับมา แม้อีกฝ่ายจะมีท่าทีที่อยากให้ผมกับมารุตกลับมากแค่ไหนแต่ผมก็แกล้งทำเป็นไม่รับรู้ แล้วผมก็อยู่เป็นเพื่อนไอริสตลอดจนถึงช่วงเย็น ไอริสดูร่าเริงขึ้น มาร์โลว์ไม่ได้ว่าอะไรที่ผมยังคงลอยหน้าลอยตาให้เขาเห็นอยู่ อีกฝ่ายทำเพียงแค่นั่งมองไอริสสลับกับหน้าจอไอแพดของตัวเองเพียงเท่านั้น ดูท่าแล้วงานน่าจะยุ่ง แต่ก็ยังอุตส่าห์มีเวลามาเฝ้าไอริสได้ เหมือนว่าที่เขาหายไปคือกลับไปเก็บเสื้อผ้ามานอนเฝ้าไอริสเพราะผมเห็นเขาถือกระเป๋าเข้ามาด้วย ทั้งห้องมีเพียงแค่เสียงของผมกับไอริสพูดคุยกันเพียงเท่านั้น มารุตเอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์ไม่สนใจใคร แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร พอเวลาผ่านไปไอริสก็พูดมากขึ้นและกินข้าวได้เยอะกว่าเมื่อวาน ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับคนป้อนข้าวด้วยหรือเปล่า ผมคอยสังเกตการกระทำของมาร์โลว์อยู่ตลอด เขาดูแลไอริสดีมาก ป้อนข้าวป้อนน้ำทั้งที่ไอริสสามารถตักกินเองได้ แถมยังอุ้มเข้าห้องน้ำทั้งที่ไอริสสามารถเดินไปเองได้อีกด้วย ดูแลดีมากจนไอริสเองก็ยังรู้สึกขัดใจ และแม้ว่าไอริสจะโวยใส่มาร์โลว์ไปบ้างแต่อีกฝ้ายก็ไม่ตอบโต้ นิ่งเฉยแถมยังดูใจเย็นมาก ๆ อีกด้วย นิสัยดูขัดกับหน้าตาเหมือนกันนะ

ถึงจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดทั้งวันแต่มารุตก็คุยกับไอริสนับประโยคได้ กับมาร์โลว์เองไอริสก็พูดด้วยน้อยมาก แต่กับผมเขากลับชวนคุยไม่หยุด คนที่พูดไม่เก่งอย่างผมก็เลยดูจะพูดมากกว่าปกติเป็นพิเศษ แต่ไอริสดูสดใสก็ดีแล้วล่ะ ผมเองก็ยังกลัวเลยว่าไอริสจะซึม แต่เป็นแบบนี้แหละดีแล้ว พรุ่งนี้ช่วงบ่ายไอริสก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ผมได้คุยกับมาร์โลว์แล้วเขาบอกว่าจะจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลของไอริสเอง แถมยังบอกกับผมว่าไม่ต้องไปหาไอริสที่โรงพยาบาลอีก ให้ไปเจอกันที่สนามแข่งรถเลย ผมก็ได้แต่พยักหน้า คุยกับมาร์โลว์แล้วรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเห็นตัวเองยังไงก็ไม่รู้ โดยภาพรวมแล้วผมก็รู้สึกว่ามาร์โลว์เป็นคนที่ใช้ได้เลยแหละ เขาดูเป็นผู้ใหญ่สมอายุ ผมไม่แน่ใจว่าเขาอายุเท่าไหร่ แต่ดูท่าแล้วน่าจะมากว่าไอริสหลายปีอยู่ ไอริสก็ดูเหมือนจะเปิดใจให้มาร์โลว์คอยดูแลพอสมควรเลย ผมไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เลยผมว่ามันก็ไม่ได้แย่

พอเริ่มเย็นผมกับมารุตก็พากันกลับโดยมีมาร์โลว์ที่มองมาด้วยสายตาที่ขับไล่ไสส่ง มาร์โลว์ดูท่าจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมสักเท่าไหร่ ยิ่งตอนไอริสชวนผมคุยเขาก็จ้องมองตลอด มีบางจังหวะที่ไอริสแตะโดนตัวผม เขาก็มองผมตาขวางเลย เฮ้! มันใช่ความผิดของผมที่ไหนกันล่ะ แล้วอีกอย่างนะ แฟนผมก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงแม้ไอริสจะตรงสเปคใครหลาย ๆ คนแต่นั่นก็ไม่ใช่กับผม

เพราะผมน่ะชอบแบบนี้ ---> (ชี้ไปทางมารุต)

ผมคิดว่าคงจะไม่พาตัวเองเข้าไปยุ่งเรื่องของไอริสมากนัก คิดไว้แล้วว่าถ้าเขายังไม่พร้อมจะเล่าผมก็จะไม่เค้นถาม ถ้าถึงเวลาที่เขาอยากเล่าและอยากให้ผมช่วยผมก็ยินดีที่จะช่วย แต่ผมอาจไม่ได้ช่วย เพราะมาร์โลว์คงไม่ยอมให้ใครยุ่งเรื่องของไอริสแน่ ถึงจะอยากรู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แต่ผมก็ต้องเงียบไว้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรถามเลย แต่ยอมรับก็ได้ว่าอยากรู้ เอาไว้รอดูอีกสักพักดีกว่า แล้วค่อยให้คุณกลางสืบอีกที

เอ่อ มันไม่ได้ดูอยากรู้อยากเห็นมากเกินไปใช่ไหมครับ?

เอาเป็นว่าผมรอให้ไอริสเป็นคนบอกเองก็ได้ครับ แหะ ๆ






------------------------------







มาร์โลว์ก็มานะจ๊ะ มีคู่นี้แน่นอน แต่จะมาตอนไหนนั้นยังไม่รู้

รุตรัชช์เขาก็รักกันดี ต่างฝ่ายต่างหลงกัน เหม็นความรักไปหมด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #41 Amymind (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 23:41
    งือออ​ อยากอ่านคู่ของไอจังง
    #41
    0
  2. #40 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 00:28
    คุณเล็กก็คือน่ารักไม่เสื่อมคลาย 5555
    #40
    0
  3. #39 ips. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 14:08
    เจ้าหมาน้อยของคุณรัชช์น่ารักมากๆ ลืมตอนที่ตีกันภาค1ไปหมดแล้ว ตอนนี้มองเห็นแต่หมาน้อยขี้งอน น่ารักกกก
    #39
    0
  4. #38 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 13:14
    คุณรัชช์น่ารักแบบนี้ เราเป็นมารุตก็หลงจนไปไหนไม่รอดเหมือนกัน
    #38
    0