จีบคนเถื่อน 2 ภาคเป็นแฟนคนเถื่อน [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 5 : เป็นแฟนคนเถื่อน : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    10 ก.พ. 63



เป็นแฟนคนเถื่อน : 3



Rach Part :

วันศุกร์

วันนี้คุณไปร้านเหล้าใช่ไหม?” มารุตที่นั่งทำงานอยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมาถามในตอนที่ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ

อื้อผมขานรับเบา ๆ แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบครีมทาผิวขึ้นมาทา ผมผิวแห้งเลยต้องทาพวกโลชั่นอยู่บ่อย ๆ ของพวกนี้คุณแม่(ของมารุต)ก็เป็นคนซื้อมาให้

ให้ผมไปส่งไหม?” มารุตเอ่ยถามออกมาทำให้ผมต้องเงยหน้ามองเขาผ่านบานกระจก

ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราขับรถไปเองผมยกยิ้มบาง ผมขับรถไปกลับเองสะดวกกว่า อีกอย่างมารุตก็ต้องทำงานด้วย ผมไม่อยากให้เขาต้องมาคอยเป็นห่วงหรือพะวงกับเรื่องของผม

ถึงร้านแล้วโทรบอกด้วย แล้วจะกลับก็โทรบอกด้วยนะเขากำชับเสียงดุ

โอเคผมไม่มีปัญหาเรื่องโทรหามารุตอยู่แล้ว ผมสามารถโทรหาเขาได้ตลอดเวลาที่ว่างนั่นแหละ แต่ว่ามารุตจะว่างรับสายหรือเปล่า เขาเองก็คงยุ่งกับงาน

ไหนดูชุดที่จะใส่ไปวันนี้หน่อยเขาบอกพร้อมมองสบตากับผมผ่านกระจกบานใหญ่

เชิ้ตฟ้ายีนดำผมลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าที่เลือกไว้ให้มารุตดู มารุตขี้หวง แต่งหล่อมากก็ไม่ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องยากนะครับ ในเมื่อผมเกิดมาหล่อขนาดนี้ไม่ว่าจะแต่งอะไรมันก็ดูดีไปหมดนั่นแหละ

โอเค ผ่านเขาพยักหน้าเบา ๆ ผมเลยเดินเข้าห้องน้ำไปอีกรอบเพื่อแต่งตัว ที่ต้องเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำก็เพราะว่าเดี๋ยวมารุตแอบดูครับ แอบดูไม่ว่าแต่เขาจะแกล้งผมด้วยน่ะสิ มารุตนิสัยเสียจะตาย โดนแกล้งทีผมก็ลำบากสิครับ

ใช้เวลาแต่งตัวและเช็คดูความเรียบร้อยอยู่สักพักผมก็พร้อมเตรียมออกจากห้อง เหลือบมองดูเวลาก็เห็นว่าใกล้ได้เวลานัดแล้ว ผมเดินเข้าไปในครัวเพื่อชงกาแฟให้กับมารุต เดี๋ยวเขาต้องทำงาน อาจง่วงนอนได้ ช่วงนี้มารุตงานเยอะมาก ๆ เห็นบอกว่าส่วนใหญ่เป็นรีพอร์ต ใช้เวลาทำนานและเนื้อหาค่อนข้างเยอะ ก็อยากช่วยนะแต่เราเรียนกันคนละคณะ เลยทำได้แค่ให้กำลังใจเพียงเท่านั้น ถือกาแฟเข้ามาในห้องนอนก็เห็นมารุตกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่กับจอโน้ตบุ๊ค

รุต เราไปแล้วนะผมวางแก้วกาแฟลงที่โต๊ะข้างเตียง

มากอดก่อนมารุตละสายตาจากหน้าจอมามองหน้าผมอ้อน ๆ

อ้อนเราเหรอ?” ผมเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย มารุตก็เอนตัวเข้ามาหาผมทันที

ขี้อ้อนจังเลย

ใครบอกว่าแฟนผมเถื่อน ไม่จริงสักหน่อย แฟนผมไม่ได้เถื่อนนะ

อือ ไม่อยากให้ไปแล้วเขาพูดเสียงงึมงำพร้อมกอดผมแน่น หนำซ้ำยังจูบหน้าท้องผมอีก

รุต~” ผมเกร็งหน้าท้องด้วยความตกใจ จะขยับหนีก็ไปไหนไม่ได้ มารุตกอดผมไว้แน่นมาก ตัวผมแทบจะจมหายไปในอ้อมกอดของเขาแล้ว

โอเค รีบไปรีบกลับ ขับรถดี ๆ นะครับหลังจากที่กอดผมอยู่นานมารุตก็ยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระ แต่ก็ไม่วายดึงมือผมไปจูบอีกหลายที

ครับ~” ผมรับคำเสียงทะเล้น ผละตัวออกจากมารุตได้ก็เดินมาหยิบกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ แล้วก็กุญแจรถ

มารุตเดินมาส่งผมที่หน้าประตูห้องก่อนจะกลับเข้าไปทำงานต่อ ผมเดินมาขึ้นลิฟต์ลงไปที่ชั้นจอดรถแล้วตรงเข้าไปหารถของตัวเอง ผมแทบไม่ได้ใช้รถของตัวเองเลย เวลาจะไปไหนมาไหนก็ใช้รถของมารุต เดี๋ยวนี้เราก็ไม่ค่อยได้ขี่มอเตอร์ไซค์กันแล้ว มารุตขับแต่รถยนต์ ถึงจะเซ็งนิดหน่อยแต่ผมก็ไม่ได้ขัดอะไร มารุตก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยของผมนั่นแหละ ยังไงขี่มอเตอร์ไซค์ก็อันตรายกว่าขับรถยนต์อยู่แล้ว

ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงร้านเหล้าหลังมหาลัยตามที่เพื่อนนัด มาถึงก็เจอเชนที่มีพี่นิลขับรถมาส่ง แล้วก็ตามมาด้วยไทม์ที่ไปรับกรินที่บ้าน ตอนแรกกรินจะขับรถมาเอง แต่พวกเราไม่เห็นด้วย ไทม์เลยอาสาไปรับไปส่งกรินเอง ตอนแรกพี่หมอปัถย์เขาก็จะไม่ให้กรินมา เขาเป็นห่วง แต่กรินก็ดื้อจะมาให้ได้ ไทม์เลยต้องออกหน้ารับแทนว่าจะดูแลกรินเอง พี่หมอปัถย์เขาถึงยอมให้กรินมา วันนี้ร้านเหล้าถูกเหมาร้านเพื่อจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิด ขอแอบกระซิบว่าเจ้าของงานรวยมาก เขาจัดเลี้ยงเพื่อน ๆ ฟรีหมด อาหารและเหล้ากินดื่มไม่อั้น คนอื่นก็ดื่มเหล้ากันดุเดือดมาก ส่วนผมกับเพื่อนเน้นกินอาหารมากกว่า ไม่มีใครกล้าเมาในวันนี้ เพราะไทม์ต้องไปส่งกริน เชนเองก็กลัวโดนพี่นิลดุ ส่วนผมไม่คิดจะดื่มเยอะอยู่แล้ว ขับรถมาเอง ดื่มเยอะได้ที่ไหน แล้วถ้าเมาไม่ได้สติล่ะก็โดนมารุตบ่นให้แน่ ๆ

 





11.01 PM

Rrrrr~

หลังจากที่แยกย้ายกับเพื่อน ๆ ที่หน้าร้านผมก็รีบเดินไว ๆ กลับไปที่รถของตัวเอง แต่ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือก็ส่งเสียงดังลั่นว่ามีสายเรียกเข้า

(“เมื่อไหร่คุณจะถึงห้อง?”) กดรับสายปุ๊บเสียงของปลายสายก็ลอยเข้ามาทันที ไม่มีการทักทายก่อนแต่อย่างใด

ใจเย็นสิ นี่เพิ่งออกมาจากร้านเองนะผมปลดล็อครถแล้วเข้าไปนั่งในรถ เปิดสปีกเกอร์โฟนไว้แล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่เบาะข้างคนขับ

(“ถ้ารู้ว่าจะกลับดึกขนาดนี้ผมตามไปด้วยก็ดี”) อีกฝ่ายว่าเสียงดุ

อย่าเยอะน่า งานตัวเองทำเสร็จหรือยัง? จะสอบแล้วนะผมถอยรถออกจากที่จอด สายตาจ้องมองถนน ปากก็พูดตอบคนปลายสายไปด้วย มารุตชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ แค่ผมมาร้านเหล้ากับเพื่อนแค่นี้เขาก็เอาแต่บ่นไม่หยุด

ขี้บ่นจริง ๆ เลย

(“จะสอบแล้วยังจะไปร้านเหล้ากันอีก”) อีกฝ่ายสวนกลับมาทันควัน

ทำไงได้ล่ะ ก็วันเกิดเพื่อนนี่ผมยู่หน้าใส่ทั้งที่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็น

(“เพื่อนเยอะจังนะ”) เขาว่าเชิงประชด

อย่าประชดสิผมเหลือบตามองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ มารุตนี่จริง ๆ เลย

(“ผมขอใช้สิทธิ์งอนคุณ”) อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเสียงงอน ๆ

อาทิตย์นี้งอนครบ 3 ครั้งแล้วนะ ถ้างอนอีกก็เกินโควต้าสิผมรีบร้องแย้งทันที ผมกับมารุตมีข้อตกลงกันว่าเราจะงอนกันได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่ออาทิตย์ แต่ผมไม่เคยใช้สิทธิ์ครบเลยสักครั้ง มีแต่มารุตนั่นแหละที่ใช้สิทธิ์เกินโควต้าตลอด

(“คุณจะไม่ง้อผมเหรอ?”) มารุตร้องเสียงหลง

จะรีบกลับไปง้อนะผมอมยิ้มกับตัวเอง

ผมไม่รู้ว่าอย่างมารุตนี่จะเรียกว่าขี้งอนได้หรือเปล่า แต่ละครั้งที่เขางอนก็เหมือนจะงอนไม่จริง งอนแบบงอนเล่น ๆ ให้ผมตามง้อ ทุกครั้งที่งอนก็จะบอกตลอดว่า งอนนะหรือไม่ก็ ผมงอนคุณอยู่นะแล้วก็เป็นผมที่ต้องตามง้อทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้มีปัญหากับการตามง้องอนมารุต ผมสามารถง้อเขาได้ตลอดตามที่เขาต้องการ แต่มันก็ออกจะเปลืองตัวและเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย บางทีผมก็แอบคิดนะว่าที่มารุตงอนผมบ่อย ๆ นี่ก็แค่เพราะอยากจะหาเรื่องลวนลามผมหรือเปล่า

(“คุณ”) จู่ ๆ มารุตก็เงียบไป

ว่าไง?” ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย

(“กลับมาเร็ว ๆ นะ อยากกอดคุณจะแย่แล้ว”) เขาพูดเสียงพึมพำออกมาจนเกือบฟังไม่รู้เรื่อง แต่ผมก็หูดีพอที่จะได้ยินประโยคเมื่อกี้ทั้งหมด

รอแปบนะ ขอขับรถก่อนผมระบายยิ้มบางด้วยความเอ็นดู มารุตทำตัวน่ารักอีกแล้ว เวลาที่มารุตอ้อน เขาจะน่ารักมาก ๆ ผิดกับภายนอกที่เห็นเลย

(“ไม่ต้องวางสายนะ คุยไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงคอนโดฯ”) ถึงเขาไม่บอกผมก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ

ครับ~” แกล้งรับคำเสียงลากยาวแบบกวน ๆ

(“อยากฟัดคุณว่ะ”) อีกฝ่ายพึมพำเสียงเบา

โรคจิตแค่ได้ยินก็ถึงกับขนลุกซู่แล้ว มารุตน่ากลัวเสมอในเวลาที่เขาเป็นแบบนี้

(“ก็คุณชอบทำตัวน่ารัก”) น่ากลัวจริง ๆ ด้วย!

หลงเราแล้วล่ะสิผมพูดยิ้ม ๆ ผมชอบแหย่มารุตแบบนี้ แกล้งเขาแต่ตัวเองก็ชอบเขินเอง

(“หลงมาตั้งนานแล้ว รักคุณว่ะ”) อีกฝ่ายบอกรักออกมาโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ทำเอาตกใจจนเกือบหักพวงมาลัยพุ่งเข้าข้างทาง

เฮ้ย! บอกรักกันแบบนี้เลยเหรอ?” ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ

(“อือ เขินเปล่า?”) เขาตอบกลับมาซื่อ ๆ

เขินผมเม้มปากแน่นพยายามกลั้นยิ้มไม่ให้มุมปากยกสูงจนเกินไป

(“คุณแม่ง!”) อีกฝ่ายสบถเสียงดัง

แพ้อีกแล้วนะรุตผมพูดกลั้วเสียงหัวเราะ มารุตไม่เคยเก็บอาการได้เลยสักครั้ง มีคนเคยบอกผมว่าแท้จริงแล้วมารุตเป็นคนซื่อ ๆ เขาไม่ได้มีพิษมีภัยกับใคร ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่นั่นต้องไม่ใช่ตอนที่มารุตโกรธนะครับ เพราะถ้าโกรธมารุตจะน่ากลัวมาก

(“อือ แพ้คุณตลอดแหละ ใจบางเป็น Paper Hearth เลย”) ปลายสายพูดเสียงงึมงำเหมือนบ่นคนเดียว การกระทำของมารุตยิ่งทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูเขามากขึ้น

ตลกผมยกยิ้มจนปวดแก้ม มารุตมักทำให้ผมยิ้มได้เสมอ และผมก็ชอบที่ตัวเองมีรอยยิ้มเพราะเขา มารุตคือความสุขของผม

(“ถึงไหนแล้ว?”)

ใกล้จะเข้าซอยคอนโดฯ แล้วอีกไม่กี่นาทีผมก็จะถึงคอนโดฯ ของมารุตแล้วครับ ผมมาทางลัดซึ่งซอยมันค่อนข้างเปลี่ยว แต่ถนนเส้นนี้อยู่ติดกับพวกโรงแรมและสถานบันเทิง ภายในซอยก็แอบน่ากลัวอยู่หน่อย ๆ จะว่าอันตรายก็คงไม่ผิดนัก

(“เร็ว ๆ คิดถึงแล้ว”) อีกฝ่ายร้องโวยวายมาเบา ๆ

รู้ละ เฮ้ย!” ผมขานตอบรับคนปลายสายแล้วก็ต้องตกใจเมื่อมีบางอย่างพุ่งออกมาจากข้างทางแล้วมาหยุดอยู่ที่หน้ารถของผม

เอี๊ยด!

ตุ้บ!

(“เล็ก! เกิดอะไรขึ้น?”) มารุตที่ได้ยินเสียงร้องตกใจของผมก็รีบร้องถามกลับมาทันที

มีคนวิ่งออกมาตัดหน้ารถผมมองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความตกใจยังไม่จางหาย จู่ ๆ ก็มีใครที่ไหนไม่รู้วิ่งมาตัดหน้ารถ แล้วเขาก็ล้มลงไปตรงหน้ารถพอดี

(“ชนเขาหรือเปล่า?”) มารุตเอ่ยถามเสียงเครียด

ไม่แน่ใจ เดี๋ยวลงไปดูก่อนนะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชนอีกฝ่ายหรือเปล่า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก

(“ระวังตัวด้วยนะ”)

อื้อเสียงเตือนจากมารุตทำให้ผมหันมองรอบ ๆ ข้างก่อนที่จะลงจากรถ ผมวางสายจากมารุตไปก่อน แล้วถึงค่อยเดินลงไปดู

คุณครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?” ผมนั่งยอง ๆ ข้างคนที่ล้มอยู่หน้ารถ แสงไฟจากหน้ารถพอให้ผมมองเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายตัวเล็ก ลักษณะท่าทางคุ้น ๆ เหมือนเป็นคนรู้จัก

“…” อีกฝ่ายไม่ได้ขานตอบอะไร แต่เขาก็พยายามดันตัวเองลุกขึ้นมา

คุณคะ ไอริส!” ผมที่กำลังจะเอ่ยถามอีกครั้งก็ตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย

พะ พี่รัชช์ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นคล้ายตกใจ ไอริสเรียกชื่อผมแล้วก็หมดสติไป นั่นยิ่งทำให้ผมตกใจมากขึ้นกว่าเดิม

ไอริส! ไอริส!” ผมเขย่าร่างเล็กเพื่อเรียกให้ตื่น แต่ไอริสก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว ผมเลยตัดสินใจอุ้มอีกฝ่ายขึ้นรถแล้วพาไปโรงพยาบาล ผมไม่รู้ว่าตัวเองขับรถชนไอริสหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ เลยคือท่าทางของไอริสดูไม่สู้ดีนัก ผมต้องรีบพาเขาไปหาหมอ

ผมพาไอริสมาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เป็นโรงพยาบาลเอกชน ก็โรงพยาบาลที่ผมเคยพาไอริสมาหาหมอเมื่อปีก่อนนั่นแหละ ผมเพิ่งจำได้ว่าโรงพยาบาลนี้เป็นของพี่บริน จำพี่บรินกันได้ไหมครับ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเอง อายุเท่าคุณใหญ่ เขาเป็นศัลยแพทย์ ตอนนี้กลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว หลังจากที่ไปเรียนและทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ แน่นอนว่าพี่บรินอาศัยอยู่กับกริช สมใจเจ้าแฝดคนน้องแล้ว รอมาตั้งหลายปี ตอนนี้ก็มีความสุขสักที

Rrrrr~

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ผมจำต้องละสายตาจากประตูห้องฉุกเฉินมาเป็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือแทน คนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มารุตนั่นแหละครับ

(“คุณ! ทำไมยังไม่ถึงห้องอีก?”) พอผมกดรับสายเสียงร้องโวยของมารุตก็ดังขึ้นมาทันที

รุต เราอยู่โรงพยาบาลผมเอ่ยบอกอย่างใจเย็นและพูดด้วยเสียงที่เบาเพราะตรงนี้มันเป็นโถงทางเดิน เสียงมันค่อนข้างจะก้องและดัง

(“เกิดอะไรขึ้น?”) มารุตถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล

เราเจอไอริสผมยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ รู้สึกมึนหัวนิดหน่อย ขนาดไม่ได้ดื่มเหล้าเยอะนะ แต่จากเหตุการณ์ที่เจอไอริสโดยบังเอิญก็ทำเอาผมมึนไปพอสมควร ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองขับรถชนไอริสหรือเปล่า

(“คือยังไงนะ? อย่าบอกนะว่าคนที่วิ่งตัดหน้ารถคุณคือไอริส?”) มารุตเอ่ยถามกลับงง ๆ

ใช่ ไอริสถูกทำร้าย ตามตัวมีแต่รอยช้ำเต็มไปหมดเลยผมเพิ่งมาเห็นบาดแผลและร่องรอยตามตัวของไอริสก็ตอนที่พาอีกฝ่ายมาส่งที่โรงพยาบาลนั่นแหละ ถึงรอยจะไม่เยอะและไม่ค่อยเด่นชัดแต่ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ควรเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับไอริส อีกฝ่ายตัวเล็กนิดเดียวเอง น่าสงสารจังเลย

(“คุณอยู่โรงพยาบาลไหนเดี๋ยวผมไปหา”) มารุตว่าด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

ไม่ต้องหรอก หมอออกมาแล้ว แค่นี้ก่อนนะ

(“เล็ก เดี๋ยว…”)

ติ๊ด!

หมอเดินออกมาพอดี ผมเลยรีบวางสายจากมารุตเพื่อที่จะไปคุยกับคุณหมอ ผมเป็นห่วงไอริสไม่น้อยเลย นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมเจอไอริสในสภาพแบบนี้ ทำไมเขาถึงได้โชคร้ายถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่รู้ ตัวก็เล็กแค่นี้เอง จะไปสู้อะไรใครเขาได้

คุณหมอครับ คนเจ็บเป็นยังไงบ้างครับ?” ผมเดินเข้าไปหาคุณหมอทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ ร่างกายมีความบอบช้ำเล็กน้อย และเพราะความอ่อนล้าเลยทำให้สลบไปเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่มีอะไรต้องกังวลแต่เพื่อความแน่ใจยังไงก็ให้เขาอยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลสัก 2-3 วันนะครับ คุณหมอวัยกลางคนท่าทางใจดีเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มบางเบา

ขอบคุณครับผมยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณคุณหมอแล้วไปจัดการเรื่องห้องพักฟื้นให้กับไอริส ผมเลือกห้องพิเศษและจ้างพยาบาลพิเศษเพื่อให้ดูแลไอริสในคืนนี้ วันนี้ผมอยู่กับเขาไม่ได้ แต่พรุ่งนี้ผมจะรีบมาหาเขาแต่เช้า

Rrrrr~

ฮัลโหลระหว่างที่กำลังถอยรถเข้าจอดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา

(“เป็นยังไงบ้าง?”) ผมคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับโดยที่ไม่ได้มองหน้าจอ เสียงของมารุตดังสวนมาจากปลายสายเลยทำให้รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

เราถึงคอนโดฯ แล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกันนะผมเอ่ยบอกเสียงเพลีย รู้สึกเหนื่อยจังเลยครับ

(“อืม”) มารุตรับคำสั้น ๆ แล้วก็กดวางสายไป ผมเดินมาขึ้นลิฟต์ด้วยความอ่อนล้า อยากนอนมาก ๆ เลยล่ะครับ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมอดที่จะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อปีก่อนไม่ได้ ผมก็เคยช่วยไอริสไว้เหมือนในครั้งนี้ ผมไม่คิดว่าจะกลับมาเจอกับเขาอีกในสภาพแบบนี้

แกร๊ก!

เล็ก!” ทันทีที่เปิดประตูห้องเข้ามามารุตก็เอ่ยเรียกผมทันที

“…” ผมมองหน้าคนรักของตัวเองแล้วก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เขาที่โซฟา

ทำไมทำหน้าอย่างนั้น? ไอริสเป็นอะไรเหรอ?” มารุตที่เห็นผมเอนหัวไปซบไหล่ของเขาก็เอ่ยถามขึ้นมา

สภาพไอริสเหมือนถูกร้าย เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ตอนที่เราลงรถไปดูเขา ไอริสเรียกเราแล้วก็สลบไปผมรู้สึกสับสน จนกระทั่งถึงตอนที่ผมจะกลับห้อง ไอริสก็ยังไม่รู้สึกตัว เขายังไม่ฟื้น ตอนแรกผมก็ชั่งใจว่าจะรอเขาตื่นก่อนดีไหม แต่ผมก็เหนื่อยล้าจนอยู่รอไม่ไหว เลยตัดสินใจกลับมาก่อน แต่ผมก็จ้างพยาบาลพิเศษให้เฝ้าเขาแล้ว คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก พรุ่งนี้ผมคงต้องออกไปดูเขาแต่เช้า

ไอริสโดนทำร้าย? เขาไปมีปัญหากับใครมา?” มารุตมีสีหน้างุนงง ซึ่งผมเองก็สงสัยไม่ต่างกัน

ตอนที่เขาวิ่งตัดหน้ารถเรา เหมือนเขากำลังหนีอะไรสักอย่างจู่ ๆ เขาก็วิ่งตัดหน้ารถผมออกมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่

หนีคนที่ทำร้ายเขาหรือเปล่า?” มารุตลองสันนิษฐานออกมา

คงจะอย่างนั้นผมก็คิดเหมือนกับมารุตนั่นแหละ ไอริสคงกำลังวิ่งหนีใครสักคน แล้วเขาก็บังเอิญมาเจอผม ยิ่งคิด ผมก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงไอริสมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมไม่รู้ว่าไอริสกำลังเผชิญอยู่กับอะไร

เป็นห่วงไอริสเหรอ?” มารุตยกมือขึ้นลูบแก้มผมอย่างเบามือ

อือ ไอริสตัวนิดเดียวเองนะ ใครกันที่ใจร้ายทำกับเขาได้สำหรับผมแล้วไอริสก็เหมือนน้องชายคนหนึ่ง ถึงเราจะไม่ได้สนิทกันมากแต่เราก็รู้จักกัน และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแฟนเก่าของมารุต แต่ผมก็ไม่ได้คิดมากอะไร เรื่องระหว่างพวกเขามันจบลงแล้ว ก็เหมือนเรื่องของผมกับพี่นิลนั่นแหละ ทุกอย่างเป็นเพียงแค่อดีต เรามีปัจจุบันและอนาคตรออยู่ และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด

ผมว่าคุณไปอาบน้ำเถอะ ดึกแล้วจะได้มาพักผ่อนสัมผัสบางเบากดลงที่ศีรษะของผมก่อนที่มารุตจะผละตัวออก ผมนั่งมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ พลางคิดไปด้วยว่าโดนจูบหัวอีกแล้วเหรอ ตั้งแต่คบกันมามารุตมักจะชอบจูบตามร่างกายของผมอยู่เสมอ เผลอไม่ได้หรอก โดนลวนลามตลอด

พรุ่งนี้เช้าเราจะไปหาไอริสผมบอกถึงสิ่งที่ผมคิดและอยากจะทำ

ผมไปด้วยมารุตรีบเอ่ยบอกทันที

อือผมพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ

ดึกมากแล้ว ผมควรพักผ่อนเสียที ถ้าผมยังไม่ยอมนอน มารุตก็จะไม่ได้นอนไปด้วย การนอนของมารุตมีเงื่อนไขค่อนข้างเยอะ จะต้องได้จุ๊บผมก่อนนอน จะต้องนอนพร้อมกัน และจะต้องได้นอนกอดผมทั้งคืน ถ้าผมลุกไปไหนโดยที่เขายังหลับอยู่ มารุตจะรู้สึกตัวได้ในเวลาไม่นาน และเขาก็จะโวยวายเรียกผมทันที เหมือนตัวเขาถูกตั้งโปรแกรมไว้ว่าจะต้องร้องเรียกหาผมทันทีที่ผมหายไป แต่ก็ดีแล้วล่ะที่มารุตติดผมมากขนาดนี้ ผมเองก็ชอบที่เขาติดผมแบบนี้ เพราะผมก็ติดเขามากเหมือนกัน

รุตหลังจากที่อาบน้ำเสร็จก็พากันมานอน แต่นอนมาสักพักแล้วผมก็ยังหลับไม่ลง ในหัวคิดถึงแต่เรื่องของไอริสจนนอนไม่หลับ

ครับ?” มารุตขานรับเสียงเบา เขาโอบกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นแล้วกดจูบลงมาที่หัวของผม(อีกแล้ว)

เราเป็นห่วงไอริสผมเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหล่อของคนเป็นแฟนผ่านความมืด ผมไม่สามารถหยุดคิดเรื่องของไอริสได้เลย ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับไอริสมันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ และเขาอาจจะกำลังลำบากอยู่ก็ได้

ผมจะหึงแล้วนะมารุตก้มหน้าลงมาหาผม คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น มารุตทำหน้าดุใส่ผม

ตลก เราแค่ห่วงเขาในฐานะคนรู้จักกัน ก่อนหน้านี้อยู่ดี ๆ ก็หายเงียบไป พอเจอกันอีกทีก็มาเจอกันในสภาพแบบนี้ รู้สึกไม่ดีเลยผมเอาหัวชนกับปลายคางเรียวเบา ๆ

คิดได้เนอะ หึงผมไอริสเนี่ย ถึงไอริสจะน่ารักมาก แต่ผมชอบคนหล่อมากกว่า โดยเฉพาะผู้ชายรูปร่างสูง ตัวหนา หน้าตาคมคาย ผิวสีแทน หน้าตาโหด ๆ หน่อย อือ เจาะจงเลยก็ได้ว่าชื่อมารุตน่ะ

ไม่ต้องคิดมากหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปเยี่ยมไอริสกัน ไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น ดีไหม?” มารุตระบายยิ้มบาง ฝ่ามืออุ่นยกขึ้นลูบหัวผมเบา ๆ คล้ายปลอบประโลม

อือผมพยักหน้ารับ ยังไงก็คงต้องคุยกับไอริสให้รู้เรื่อง ผมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว ถ้าเขาถูกทำร้ายร่างกายมา ก็ควรจะไปแจ้งตำรวจ

นอนได้แล้วครับมารุตบอกเสียงนุ่มพร้อมทั้งลูบหัวลูบหลังกล่อมผมไม่หยุด

อือ ฝันดีนะ

จุ๊บ!

ฝันดีครับ” Good night kiss ก่อนนอนแล้วผมก็เริ่มที่จะง่วง ผมควรจะนอนได้แล้ว ตอนนี้มันเลยเวลานอนของผมมามากแล้วล่ะ เรื่องของไอริสก็คงต้องยกเป็นวันพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้ก็ราตรีสวัสดิ์ครับ







------------------------------





เหมือนรัชช์จะดวงสมพงษ์กับไอริสเนอะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #61 AP669 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 18:55
    นังไอริส อย่านะอย่ามานะคะ
    #61
    0
  2. #33 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:28
    เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ
    #33
    0
  3. #32 Hyubi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:10

    ฮือสนุกมาก สู้ๆนะไรท์
    #32
    0
  4. #31 pimfoxzysung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:54
    อยู่ๆก็ลืมว่าไอริชคือใครค่ะแงงงงง

    มาต่อไวๆนะคะ สู้ๆ
    #31
    0