จีบคนเถื่อน 2 ภาคเป็นแฟนคนเถื่อน [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 4 : เป็นแฟนคนเถื่อน : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    12 ม.ค. 63



เป็นแฟนคนเถื่อน : 2



Rach Part :

วันเสาร์

คุณ

หืม?” ผมละสายตาจากหนังสือขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาของใครอีกคน

ไปงานเลี้ยงกับคุณไม่ได้แล้วมารุตเดินหน้ายุ่งเข้ามาหาก่อนจะทิ้งตัวลงมานอนทับผมที่นอนอ่านหนังสือนิยายสยองขวัญอยู่บนเตียง

ทำไม?” ผมขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย

โดนแก้งาน ต้องส่งก่อนเที่ยงคืนนี้มารุตผละใบหน้าออกจากซอกคอของผมแล้วก็บ่นพึมพำด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ

อ่า ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราขับรถไปเอง รุตก็อยู่แก้งานที่ห้องเถอะผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ วันนี้เป็นวันที่เชนจะจัดงานวันเกิดที่สนาม LW ผมกับมารุตตกลงที่จะไปร่วมงานเลี้ยง แต่ตอนนี้ดูท่าแล้วคงต้องไปคนเดียวแล้วล่ะ

ไม่อยากให้คุณไปคนเดียวเลยเขากอดผมไว้แน่น แขนยาว ๆ โอบรัดรอบตัวผมไว้ไม่ยอมปล่อย

มารุตงอแงอีกแล้ว

รุต เราโตแล้วผมยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ

ก็เป็นห่วงเขาซุกหน้าเข้ากับซอกคอของผมแล้วก็บ่นเสียงงึมงำ

จะรีบไปแล้วรีบกลับ โอเคไหม?” ผมก้มหน้าลงไปหาอีกฝ่ายแล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม

โอเคมารุตยอมพยักหน้ารับ เขาผละตัวออกไปแล้วทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ผม

ขอกำลังใจในการทำงานหน่อยมารุตพูดพร้อมทำปากจู๋ ผมหัวเราะเบา ๆ ในลำคอด้วยความเอ็นดูอีกฝ่าย แฟนผมน่ะขี้อ้อนมาก ๆ ดูเหมือนเป็นคนละคนกับช่วงที่รู้จักกันแรก ๆ เลยเนอะ

จุ๊บ!

เราโทรสั่งข้าวให้ไหม?” ผมยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บที่ริมฝีปากหยักหนัก ๆ หนึ่งทีก่อนจะผละออกมายิ้มหวานให้เขา

อยากกินพิซซ่ามารุตลุกขึ้นไปยืนบิดตัวพร้อมกับหันมามองผมอ้อน ๆ

หน้าซีฟู้ด?” ผมอมยิ้มถาม พอจะเดาได้อยู่หรอกว่าอีกฝ่ายจะเลือกกินหน้าไหน ผมรู้หมดแหละว่ามารุตชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

อื้อเขาพยักหน้ารับหงึกหงัก

โอเคผมปิดหนังสือแล้วเอาไปวางที่โต๊ะข้างตัวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งพิซซ่าตามที่อีกคนต้องการ

เมื่อจัดการเรื่องอาหารการกินของคุณแฟนเสร็จผมก็เดินไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงวันเกิดของเชน ใช้เวลาเลือกเสื้อผ้าอยู่สักพักเพราะไม่ว่าจะหยิบชุดไหนออกมามารุตก็ดูจะไม่เห็นด้วยตลอด หยิบออกมาเป็นสิบชุด เลือกเสื้อผ้าสีสว่างเขาก็บอกว่ามันดูสวยไป(?) พอหยิบสีเข้มก็บอกว่าหล่อไปอีก เลือกเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจจนผมเริ่มหงุดหงิด สุดท้ายก็เลยได้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวกับกางเกงยีนสีดำมา ผมแทบจะเอาหัวโขกตู้ เสียเวลาอยู่กับการเลือกเสื้อผ้าไปไม่ต่ำกว่าชั่วโมง กว่าจะแต่งตัวเสร็จก็ใกล้ได้เวลางานเริ่ม

ไปแล้วนะผมเดินไปหามารุตที่นั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊คแบบเอาเป็นเอาตาย

ขับรถดี ๆ นะ รีบ ๆ กลับมาด้วย คิดถึงเขาหันมาจับมือผมไปแนบแก้มตัวเองแล้วช้อนตาขึ้นมองอ้อน ๆ

อือ อินเนอร์แฟนตัวเล็กตัวน้อยมาก ส่วนสูง 186 เซนฯ ทำอะไรความออดอ้อนของมารุตไม่ได้หรอก

งอแงอะไรขนาดนี้ หืม?” ผมยกมืออีกข้างขึ้นบีบจมูกโด่งเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ไม่ใช่แค่มารุตที่ชอบเวลาผมอ้อน ผมเองก็ชอบเวลาที่มารุตอ้อนผมเหมือนกัน ขอคัดค้านกับฉายาที่ทุกคนเรียกมารุตว่ามารุตคนเถื่อน จริง ๆ แล้วแฟนผมไม่ได้เถื่อนนะ มารุตออกจะอ่อนโยนจะตาย ขี้อ้อนแถมยังน่ารักอีก

ทุกคนไม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ?

ติดคุณมาก ๆ เลยแขนเรียวยาวตวัดรอบเอวของผมให้ขยับเข้าไปใกล้เขา ผมยอมโอนอ่อนตามอีกฝ่าย ไม่ว่ามารุตจะจุ๊บแขนหรือซุกหน้าอยู่กับหน้าท้องของผม ผมก็ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจ ไม่ขัดและไม่ห้าม ยิ่งขัดขืนหรือห้ามปรามก็จะยิ่งงอแง แล้วคราวนี้ก็จะเสียเวลากันไปอีก มารุตน่ะเจ้าเล่ห์จะตาย ที่ทำเป็นซื่อ ๆ น่ะมันภาพลวงตา เขาเป็นจิ้งจอกในร่างโกลเด้นรีทรีฟเวอร์

จะกลับก่อนเที่ยงคืน โอเคไหม?” ผมบอกพร้อมใช้สองมือประคองใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาให้มองสบตากัน มารุตเริ่มจะขบเม้มที่หน้าท้องของผมแล้ว ขืนปล่อยให้เขาทำตามใจ ผมนี่แหละที่จะแย่ ก็บอกแล้วว่ามารุตน่ะร้าย ร้ายมาก ๆ เลยด้วย

รอนะเขามองหน้าผมตาละห้อย ทำหน้าทำตาได้น่าสงสารมาก

อื้อผมขานรับสั้น ๆ ก้มหน้าลงไปกดจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากหยักหนึ่งทีแล้วรีบผละตัวออก มารุตที่ทำท่าจะคว้าตัวผมไว้ก็ช้ากว่าผมไปหนึ่งจังหวะเลยทำให้เขาคว้าได้แต่อากาศ ผมหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้ายุ่ง ๆ ของอีกฝ่าย

เอ็นดู

ผมรีบพาตัวเองออกมาจากห้องก่อนที่จะถูกมารุตรั้งตัวไว้อีกรอบ คอนโดฯ นี้ที่เราอยู่กันเป็นคอนโดฯ ของมารุต ผมย้ายมาอยู่กับมารุตได้สักพักแล้ว ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่ยังไม่ได้คบนั่นแหละครับ ตอนนั้นก็ไป ๆ มา ๆ คอนโดฯ ของมารุตกับบ้านของตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้ก็อยู่คอนโดฯ เป็นหลัก กลับบ้านบ้างบางอาทิตย์ ไม่ได้กลับบ่อยแต่ก็มั่นใจว่ากลับบ่อยกว่าคุณกลาง รายนั้นนาน ๆ จะกลับบ้านที นัดคุณกลางเจอนอกบ้านยังง่ายกว่ารอให้คุณกลางกลับบ้าน พี่ชายของผมเขาติดแฟนน่ะครับ แต่จะพูดมากก็ไม่ได้ เดี๋ยวเข้าตัว ผมเองก็ถูกคนรอบข้างบอกเหมือนกันว่าติดแฟน ผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองติดมารุตไหม ผมรู้แค่ว่าอยากใช้ทุกช่วงเวลากับมารุตก็เท่านั้น

อือ แบบนี้อาจจะเรียกว่าติดแฟนก็ได้

 





21.18 PM

ผมขับรถมาที่สนาม LW ของพี่มาวินเพียงลำพัง นาน ๆ ไปไหนมาไหนเพียงคนเดียวมันก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันนะครับ ปกติมีมารุตคอยขับรถให้แถมยังไปไหนด้วยกันตลอด พอมาขับรถเองก็เหมือนจะไม่ชิน ทุกทีต้องมีเสียงมารุตชวนคุยไม่หยุด แต่ตอนนี้มีเพียงแค่เสียงเพลงที่ผมเปิดเพื่อไม่ให้รถเงียบเพียงเท่านั้น ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะติดมารุตขนาดนี้

คิดถึงมารุตจังเลย

คุณเล็ก ทำไมมาคนเดียวล่ะ?” เดินเข้ามาที่สำนักงานก็เจอกับคุณกลางที่ยืนคุยกับเชนอยู่ข้างหน้า ข้างในสำนักงานถูกจัดให้เป็นสถานที่สำหรับกินเลี้ยง แขกส่วนใหญ่ก็พวกลูกน้องพี่มาวินนั่นแหละครับ

มารุตต้องแก้งานเลยมาไม่ได้ครับผมบอกเสียงอ่อย

น่าเสียดายเนอะถึงจะพูดอย่างนั้น แต่หน้าตากลับดูพออกพอใจเสียเหลือเกิน

ยิ้มทำไม?” พี่มาวินเดินเข้ามาพร้อมหรี่ตาคุณกลางอย่างจับผิด

อะไร? ใครยิ้ม?” คุณกลางแกล้งตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ไปนั่งตรงนู้นกันเถอะคุณรัชช์เชนส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือผม

อือผมพยักหน้ารับแล้วเดินตามแรงจูงของอีกฝ่าย

ในงานเปิดเพลงเสียงดังอย่างครึกครื้น แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกสนุกตามไปด้วยเลย ถ้ามารุตมาด้วยก็คงดี ผมอาจจะรู้สึกสนุกมากกว่านี้ และแม้ในงานจะมีผู้คนมากมาย แต่ผมก็เลือกที่จะนั่งดื่มอยู่เงียบ ๆ เชนไม่ปล่อยให้ผมได้อยู่คนเดียว พี่นิลก็มานั่งคุยเป็นเพื่อน ลูกน้องของพี่มาวินเข้ามาทักทายผมหลายคนเพราะเราต่างก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว

จริง ๆ แล้ววันเกิดของเชนคือเมื่อวาน แต่เขาเลือกที่จะใช้ช่วงเวลาในวันเกิดกับครอบครัว เลยทำให้ต้องมาจัดงานเลี้ยงกันในวันเสาร์แทน ผมกับกรินและไทม์ก็ได้พาเชนไปเลี้ยงฉลองตามประสาเพื่อนกันมาก่อนแล้ว ความจริงก็แค่นั่งกินข้าวและพูดคุยกันเพียงเท่านั้น จากที่เมื่อก่อนเรามักจะกินข้าวด้วยกันบ่อย ๆ แต่เดี๋ยวนี้การรวมตัวกินข้าวด้วยกันดูจะเป็นเรื่องยากไปแล้ว ก็แต่ละคนก็มีแฟนแล้ว ช่วงเวลาของเพื่อนเลยถูกปันไปให้คนรักหมด ไม่ใช่แค่ผมกับมารุตหรอกที่ตัวติดกัน เชนกับพี่นิลก็เหมือนกันนั่นแหละ กรินก็ไปหาพี่หมอปัถย์ที่โรงพยาบาลทุกวัน ส่วนไทม์ ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะสนิทกับพี่รหัสของตัวเองเป็นพิเศษ ทุกคนดูยุ่งไปหมดเลยเนอะ ใคร ๆ ก็ติดแฟนกันทั้งนั้นแหละ

อ่า อยากกลับไปหามารุตจังเลย

 





แกร๊ก!

คุณ!” ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องเสียงร้องทักก็ดังขึ้นทันที

งานเสร็จหรือยัง?” ผมหันมองมารุตที่ยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาด้วยความสงสัย เหลือบไปมองบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าทีวีก็เจอเข้ากับเศษซากของกล่องพิซซ่า กินพิซซ่าคนเดียวไปถาดหนึ่งเลยเหรอ?

เสร็จแล้วอีกฝ่ายยกยิ้มกว้าง

ไปอาบน้ำก่อนนะผมบอกด้วยความเหนื่อยล้า เพิ่งรู้ว่าขับรถเองมันเหนื่อยขนาดนี้ เมื่อก่อนก็ขับไปไหนมาไหนเองก็ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย พอมีคนมาขับให้ก็ดูเหมือนว่าผมจะติดสบาย ชอบนั่งให้มีคนขับรถให้มากกว่าจะขับรถเอง

นิสัยไม่ดีเลยเนอะ

อาบด้วยสิขาที่กำลังจะก้าวเดินเข้าไปในห้องนอนหยุดชะงักลง

“…” ผมหันมองหน้ามารุตโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

ได้ไหม?” เขาทำเสียงอ้อน

อื้อผมยืนชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ มารุตยกยิ้มกว้างจนตาหยี เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วอุ้มผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ มารุตวางผมลงที่ข้างอ่างอาบน้ำ เขาเอื้อมมือไปเปิดน้ำใส่อ่างโดยมืออีกข้างก็คร่อมตัวผมไว้

ท่าแบบนี้มัน

เล็กเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอยู่ข้างใบหู ผมหันหน้าไปมองตามสัญชาตญาณ

จุ๊บ!

รุต อืม~” แล้วก็ถูกมารุตทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างเชื่องช้า เขาดูดดุนริมฝีปากของผมเบา ๆ แล้วเลื่อนมือขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของผมออกทีละเม็ดจนหมด ก่อนจะขยับมารูดซิบถอดกางเกงของผมออกอย่างรวดเร็วจนท่อนล่างเปลือยเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นมารุตก็ยังไม่ยอมถอนจูบออกเลยแม้แต่น้อย เขาจูบผมอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วผมก็ไม่รู้

ผอมลงอีกแล้วเขาถอนจูบออกก่อนจะค่อย ๆ ไล้ริมฝีปากกดจูบไปตามลำคอ แผ่นอก แล้วก็หน้าท้อง มารุตพึมพำเสียงเบาพร้อมลูบไล้ฝ่ามือไปที่ช่วงเอวของผมด้วย

ไม่ดีเหรอ?” ผมยกมือขึ้นขยำเส้นผมสีเข้มเบา ๆ ในตอนที่อีกฝ่ายลากลิ้นไปทั่วหน้าท้องของผม

มันเสียว

กลัวเอวคุณหักฟันคมขบเม้มเบา ๆ ที่ผิวเนื้อตรงหน้าท้อง มารุตผละใบหน้าออกแล้วยืดตัวขึ้นมากดจูบแผ่วเบาที่ซอกคอ

ก็ทำเบา ๆ สิผมยกขาทั้งสองข้างขึ้นเกี่ยวเอวสอบเอาไว้แล้วบดเบียดร่างกายของตัวเองเข้าหาอีกฝ่าย แขนข้างหนึ่งเกี่ยวรอบลำคอแกร่งเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกหนา มารุตไม่ชอบให้ผมไปวิ่ง แต่เขาก็มักจะออกกำลังกายอยู่บ่อย ๆ เวลาว่างเขาชอบเข้ายิม ตอนนี้มารุตเลยตัวใหญ่กว่าผมตั้งเยอะ โตเร็วจริง ๆ เลย

ยั่วกันเหรอ?” เขาขยับใบหน้าเข้ามาคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม ริมฝีปากหยักกดจูบซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ อยู่ที่มุมปากของผม ฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่วผิวกาย มารุตปลุกปั่นอารมณ์ของผมไม่หยุด แต่เขาดูเหมือนจงใจแกล้งผมมากกว่า เพราะจนถึงตอนนี้ เขายังไม่แตะส่วนนั้นของผมเลย

อืม~ ไม่ทำเหรอ?” ผมครางเสียงแผ่วเมื่อริมฝีปากบางกดจูบไปทั่วแผ่นอกเปลือยเปล่าของผม

ร่างกายมีเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกปลดกระดุมออกจนหมด ต่างจากมารุตที่เขายังคงมีเสื้อผ้าอยู่ครบ ผมเม้มปากแน่นชั่งใจคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะยื่นมือไปจับชายเสื้อยืดของอีกฝ่ายแล้วถลกขึ้นเพื่อถอดมันออก มารุตไม่ได้ว่าอะไร หนำซ้ำเขายังให้ความร่วมมือกลับมาอีกด้วย เสื้อยืดสีเข้มถูกถอดออกและมันก็ถูกมารุตโยนทิ้งไปไว้ข้างหลัง ผมเลื่อนมือลงมาจับที่ขอบกางเกงเอวยางยืดของมารุต เขาหัวเราเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วถอดมันออกต่อหน้าผม ร่างกายเปลือยเปล่าของคนเป็นแฟนทำเอาผมเขินจนหน้าแดงก่ำ แม้จะเคยเห็นมาบ่อยครั้ง แต่ผมก็ยังไม่ชินสักที ร่างกายของมารุตเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หุ่นของเขาดีมาก มากจนผมหวง

ระเบียงไหม?” มารุตถามยิ้ม ๆ พร้อมขยับมาจูบปากผมเบา ๆ แถมยังแกล้งกัดปากผมด้วย

จะบ้าเหรอผมยกมือขึ้นตีอกหนาเบา ๆ พูดอะไรก็ไม่รู้ ใครมันจะไปกล้าทำกันที่หน้าระเบียงห้องล่ะ

หึ ๆเขาหัวเราะในลำคอคล้ายชอบอกชอบใจ

อ๊ะ! อื้อ รุตผมสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อมารุตก้มลงไปหยอกล้อกับยอดอกของผมโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว

โคตรเซ็กซี่เลยมารุตพึมพำเสียงแหบพร่า เขาคลอเคลียอยู่กับหน้าอกของผม ริมฝีปากอุ่นร้อนกดจูบซ้ำ ๆ ไม่ยอมห่าง

ระ รุต อืม~” ผมเผลอแอ่นอกรับเรียวลิ้นร้อนที่แตะลงมาบนยอดอก ความเสียวซ่านเริ่มแผ่กระจายไปทุกสัดส่วน อุณหภูมิในร่างกายของเราทั้งคู่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่าเราคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะอาบน้ำเสร็จ

 







09.39 AM

ตื่นได้แล้วครับที่รักเสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหูปลุกให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

อือผมขานรับทั้งที่ยังไม่ลืมตา

ตื่นเร็ว กินข้าวเช้ากันมารุตเขย่าตัวผมเบา ๆ ทำให้ผมจำต้องลืมตาขึ้นมามองหน้าเขา

ไม่อยากกินผมบอกออกไปตามตรง ตอนนี้ผมง่วงมาก ๆ เลย และยังไม่อยากกินอะไรทั้งนั้นด้วย ผมอยากนอนเพียงเท่านั้น

ไม่ได้ครับ ลุกมาเร็วมารุตไม่ยอมให้ผมนอนต่อ เขายื่นมือมาดึงแขนผมให้ลุกขึ้นนั่ง

อื้อ!” ผมส่งเสียงร้องในลำคออย่างขัดใจ ขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างเคือง ๆ

ไม่งอแงสิครับเล็กมารุตที่เห็นผมเริ่มหงุดหงิดก็รีบเข้ามากอดโอ๋ทันที

อยากนอนผมเอนหัวพิงกับอกกว้าง ช้อนตามองอ้อน ๆ ให้อีกฝ่ายเห็นใจ

เจ็บไหม?” เขาถามพร้อมลูบไล้ฝ่ามือลงไปที่สะโพกของผม การกระทำของมารุตทำเอาผมสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ รีบคว้ามือใหญ่เอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะจับไปถึงไหนต่อไหน

ปวดตัวผมผละตัวออกมามองหน้ามารุตนิ่ง ๆ เผลอไม่ได้เลยนะ

ขอโทษเขาว่าเสียงอ่อย หน้าตาดูรู้สึกผิด

ไม่เป็นไรเห็นแบบนั้นแล้วผมก็โกรธไม่ลง จริง ๆ ผมก็ไม่เคยโกรธมารุตได้เลยสักครั้งเป็นผมเองที่ขี้ใจอ่อน แถมมารุตก็มีวิธีง้อในแบบฉบับของเขาด้วย เลยทำให้ผมโกรธมารุตไม่ลงเลยสักครั้ง

จะออกไปกินข้าวข้างนอกหรือให้ยกเข้ามา?” พอเห็นว่าผมไม่ได้ว่าอะไรอีกฝ่ายก็ยกยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

ไปกินข้างนอกผมไม่อยากจะอยู่แต่ในห้องนอน อย่างน้อยออกไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะกินข้าวหรือนั่งเล่นที่โซฟาก็ยังดีกว่านอนอยู่แต่บนเตียง

ลุกไหวไหม?” มารุตถามพลางยกมือขึ้นลูบแก้มผมแผ่วเบา

อุ้มหน่อยผมส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง

ขี้อ้อนแบบนี้ผมก็แย่สิคุณมารุตโน้มตัวลงมาอุ้มผมขึ้น ไม่แค่นั้นเขายังแอบหอมแก้มผมอีกด้วย

ไม่ชอบเหรอ?” ผมซบหน้าลงกับแผ่นอกแกร่งพร้อมช้อนตามขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีเข้ม

โคตรชอบเลยอีกฝ่ายตอบกลับยิ้ม ๆ ยื่นหน้ามากดจูบที่ริมฝีปากผมแผ่วเบา

เราก็ชอบตอนรุตตามใจเราเหมือนกันผมยกยิ้ม ถ้าให้พูดกันจริง ๆ แล้วก็คือมารุตไม่เคยขัดใจผมเลยสักครั้ง(ยกเว้นเรื่องไปวิ่ง) มารุตมักตามใจผมอยู่เสมอ และผมชอบที่มารุตทำอย่างนั้น แม้หลายคนจะบอกว่าผมดื้อขึ้นเพราะมีมารุตคอยตามใจ แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ เพราะถ้าจะให้พูดจริง ๆ แล้วก็คือผมน่ะดื้ออยู่แล้วต่างหาก

อ้อนผมเยอะ ๆ สิมารุตยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาพาผมเดินออกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว มารุตวางผมลงนั่งที่เก้าอี้อย่างเบามือ ผมเผลอเบ้หน้าออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บที่ช่วงล่าง เมื่อวานมารุตหนักมือกับผมอีกแล้ว

อยากกินต๊อกบกกีผมชอบอาหารเกาหลีที่สุด แต่ก็ไม่ได้กินบ่อยเพราะมารุตไม่ชอบกินอาหารเกาหลี นาน ๆ ผมถึงจะได้กินที

เดี๋ยวว่างแล้วพาไปกินคนตัวสูงเดินไปยกข้าวเช้าจากในครัวออกมาวางบนโต๊ะแล้วนั่งลงข้าง ๆ ผม

น่ารักผมวาดยิ้มกว้างอารมณ์ดี ยิ่งมารุตตามใจผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งชอบ รู้สึกดีทุกครั้งที่เขาตามใจและคอยทำนั่นทำนี่ให้

ขอรางวัลหน่อยเขาพูดแล้วยื่นหน้าเข้ามาหาผม

จุ๊บ!

ไปนั่งที่โซฟาได้ไหม?” ผมขยับไปจุ๊บริมฝีปากหยักเบา ๆ หนึ่งทีแล้วขยับเปลี่ยนท่านั่ง ผมว่าผมนั่งที่เก้าอี้ต่อไม่ไหวแล้วล่ะ

ได้ครับ ต้องการอะไรสั่งมาได้เลย ผมทำให้ได้ทุกอย่างนั่นแหละพูดจบเขาก็อุ้มผมไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวีแถมมีบริการยกข้าวยกน้ำมาให้ถึงที่ บริการดีจนน่าประทับใจ

ศุกร์หน้าไปร้านเหล้ากับเพื่อนได้ไหม?” ผมนั่งมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าให้เย็นเตรียมป้อนใส่ปากผม

ไปทำไม?” พอได้ยินว่าผมจะไปร้านเหล้ามารุตก็ชะงักนิ่งไป ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าผมนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงขึ้นมาทันที

วันเกิดเพื่อนผมกระพริบตาปริบ ๆ มองหน้าอีกฝ่ายงง ๆ จู่ ๆ ก็ปรับอารมณ์เร็วเหลือเกิน ผมตามอารมณ์เขาไม่ทันแล้วนะ

เพื่อนคนไหน?” หน้าเริ่มบึ้งและเสียงเริ่มดุ

เพื่อนในเซค รุตไม่รู้จักหรอกหลังจากเมื่อวานที่ได้ไปงานเลี้ยงวันเกิดของเชนผมก็ได้คุยกับเชนถึงงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนอีกคน เขาเป็นเพื่อนในเซค เราเคยร่วมงานกัน อีกฝ่ายชวนผมกับเพื่อน ๆ ไปงานเลี้ยงฉลองคืนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ตอนแรกผมก็ชั่งใจอยู่ว่าจะไปดีไหม ไทม์กับกรินก็รอดูว่าผมจะไปหรือเปล่า ถ้าผมไปพวกเขาก็จะไปด้วยแต่ถ้าผมไม่ไปพวกเขาก็จะไม่ไป จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากไปหรอก แต่นี่ก็ปีสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้ว จะปฏิเสธก็คงจะดูน่าเกลียด เลยคิดว่าควรจะไปดีกว่า

มีใครไปบ้าง?” เขาเอ่ยถามพร้อมกับป้อนข้าวผมไปด้วย

ก็ทั้งเซคส่วนหนึ่งก็ได้รับแรงกดดันจากเพื่อนในเซคด้วย เขาไปกันหมด ผมเลยต้องไป

“…” มารุตนั่งเงียบไม่พูดอะไรเหมือนกำลังขบคิดอะไรสักอย่างอยู่

รุตผมลองเรียกอีกฝ่ายดู ไม่รู้จะโมโหหรือเปล่า มารุตไม่ค่อยชอบให้ผมไปพวกร้านเหล้า เขาบอกว่ามันวุ่นวาย แต่เอาจริง ๆ ก็คือเขาหวงผมนั่นแหละ

อยากไปเหรอ?” คิ้วหนาขมวดชนกันแน่น มารุตมองผมด้วยสีหน้าที่ดูขัดใจ

ก็เพื่อนไปกันหมดมันไม่เชิงว่าอยากไป แต่มันเป็นเรื่องของมารยาท

เฮ้อ ผมเคยห้ามไม่ให้คุณไปไหนด้วยหรือไง?” อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาก่อนจะระบายยิ้มบาง

ไม่เคยผมส่ายหน้าเบา ๆ มารุตไม่เคยห้ามผมไม่ว่าผมจะไปไหนหรือทำอะไร(ยกเว้นเรื่องวิ่ง)

ครับ อยากไปก็ไป แต่ห้ามกลับเกินเที่ยงคืนนะเขายกยิ้มคล้ายเอ็นดูแถมยังกำชับเสียงดุอีก

ครับ~” ผมรับคำเสียงหวาน แฟนใครก็ไม่รู้ ใจดีที่หนึ่งเลยเนอะ

ขอรางวัลอีกรอบพูดจบก็ยื่นหน้ามาหาผม ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองด้วยความประหม่า ยิ่งถูกนัยน์ตาสีเข้มจับจ้องอยู่ที่ใบหน้า ผมก็ยิ่งเขินอาย

อืม~” แต่สุดท้ายก็ทำใจกล้ายื่นหน้าไปกดจูบที่ริมฝีปากหยักแผ่วเบา แต่แทนที่จะได้ผละออกมาในทันทีผมกลับถูกมารุตจับล็อคใบหน้าเอาไว้จนไม่สามารถถอยหนีได้

รุต พอก่อน เดี๋ยวไม่ได้กินข้าวเช้ากันนะสติที่แตกกระเจิงของผมกลับมาอีกครั้งเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนสอดเข้ามาภายใต้เสื้อยืดตัวหลวมของผม มือไวจริง ๆ เลย ผมต้องผละหน้าออกและรีบคว้ามือใหญ่เอาไว้ก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เราเพิ่งทำเรื่องอย่างว่ากันไปเมื่อคืนเองนะ เขาจะทำมันอีกแล้วเหรอ?

อือมารุตขานรับสั้น ๆ แต่ใบหน้าบ่งบอกอารมณ์ว่าขัดใจอย่างชัดเจน ผมขยับปีนไปนั่งบนตักแกร่งแล้วเอนหลังพิงกับอกหนา แม้ตัวผมจะสูงแขนขายาวจนดูเกะกะ แต่ผมก็ใช้อินเนอร์ความเป็นคนตัวเล็กเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของมารุตจนได้ อีกฝ่ายหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ เขากดจูบที่หัวของผมหนึ่งทีก่อนจะขยับไปตักข้าวมาป้อนผมต่อ

หนึ่งวันของผมก็ไม่ได้มีอะไรมาก กินข้าวเสร็จก็นอนดูหนัง สลับกับอ่านหนังสือ แปบ ๆ ก็ถึงเวลากินข้าวอีก ผมไม่ได้ออกไปไหนเพราะด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นอนอ่านหนังสือนิยายสยองขวัญโดยมีมารุตนอนเล่นเกมอยู่ข้าง ๆ มีบางช่วงบางตอนที่มารุตหันมาแกล้งแหย่ผม เข้ามาหอมแก้มบ้าง ดึงมือไปจูบบ้าง โอบกอดบ้าง แต่ที่น่ากลัวสุดคือสอดมือเข้ามาในเสื้อของผม ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้งแต่ผมก็ไม่ไว้ใจ ยิ่งมือไวใจเร็วอยู่ด้วย จะว่าระแวงก็ใช่แหละ ก็มารุตทำตัวให้น่าระแวงจริง ๆ นี่นา

คุณ

หืม?” เสียงเรียกที่ดังอยู่ข้าง ๆ หูทำให้ผมต้องละสายตาจากจอทีวีแล้วหันไปหาคนข้างตัว

จุ๊บ!

อีกแล้วนะแต่เมื่อหันไปแล้วผมก็เจอเข้ากับใบหน้าหล่อคมที่ลอยอยู่ไม่ไกล มารุตยื่นหน้ามากดจูบที่ริมฝีปากของผมเบา ๆ ก่อนจะผละออกไปยกยิ้มกว้าง

อยากจูบคุณทั้งวันเลยเขาบอกผมด้วยรอยยิ้มน่ามอง

เกินไปเราสบตากัน ภาพที่อยู่ในดวงตาของมารุตคือภาพของผมที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขา แววตาที่สะท้อนออกถึงความรักและความหลงใหลทำเอาผมเขินจนทำตัวไม่ถูก แม้จะคบกันมาได้ระยะหนึ่งแล้วแต่ผมยังคงเขินอายเมื่ออยู่ต่อหน้ามารุต

ผมรู้ว่ามารุตรักผมมาก เพราะผมเองก็รักเขามากเช่นกัน

กอดหน่อยเขาบอกแล้วก็โถมตัวลงมาทับ ทำเอาผมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเอนลงไปนอนราบกับโซฟา

เป็นสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงมาก

ลุกก่อนผมพยายามดันคนตัวโตให้ลุกออกจากตัว

ไม่แต่มารุตก็ไม่ยอมลุกออกไป เขาทิ้งตัวลงมาทาบทับจนผมเริ่มขยับตัวไม่ได้ ตัวหนักจริง ๆ เลย

รุต อย่าแกล้งดันก็แล้ว ตีก็แล้ว หยิกก็แล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เลิกแกล้ง ตัวผมจะแบนอยู่แล้ว

เล็กอยู่ดี ๆ มารุตก็นิ่งไป

อะไร?” ผมขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างกำลังดุนดันอยู่ที่ต้นขาของผม

มันตื่นแล้วมารุตผงกหัวขึ้นมายกยิ้มแหย ๆ

รุต!” ผมร้องโวยพร้อมยกมือขึ้นตีไหล่หนาไปหนึ่งที เล่นจนได้เรื่องเลย

ขอนะ แค่รอบเดียวก็ได้เขาทำหน้าอ้อน

นิสัย!” ผมตีหน้าดุใส่ มารุตนี่มันมารุตจริง ๆ

จุ๊บ!

ขอโทษครับ อย่าโกรธรุตนะเขาจับมือผมขึ้นไปกดจูบที่หลังมือซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้งเหมือนต้องการจะขอโทษผม

อือแล้วผมทำอะไรได้ล่ะ ก็ทำได้แค่พยักหน้าตอบรับเขาไปเพียงเท่านั้น

ผมเองก็ไม่เคยขัดใจมารุตได้เลยสักครั้ง

บทสนทนาถูกยุติลงเมื่อเรามองสบตากัน ผมเข้าใจดีว่ามารุตต้องการอะไร และมารุตก็รู้ว่าผมจะยอมตามใจเขา จูบครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เราจูบกันอยู่อย่างนั้นสักพัก แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกที เสื้อผ้าบนตัวผมก็หลุดหายออกไปแล้ว ผมได้แต่ขบคิดและตั้งคำถามกับตัวเองว่าแท้จริงแล้วผมตามมารุตไม่ทันใช่ไหม? ผมพลาดตรงไหนไป ทั้งที่ปกติผมก็คิดว่าตัวเองทันความคิดของมารุตตลอด

ผมอาจทันความคิด แต่ไม่ทันการกระทำ

อ๊ะ!” ในระหว่างที่เผลอคิดอะไรไปเรื่อย มารุตก็แทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างขาของผมแล้ว คงไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมว่าต่อจากนี้มันเกิดอะไรขึ้น ผมว่าตัดภาพไปที่โคมไฟเถอะครับ








------------------------------






คิดถึงคู่นี้เลยมาลง 

พอจะทำให้หายคิดถึงได้ไหมคะ?

ภาคนี้อาจทำให้ทุกคนเป็นเบาหวานกันได้นะคะ

ตกลงแล้วคุณรัชช์ติดแฟนไหมคะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #30 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 19:46
    โอ๊ยยยย มารุต เบาๆหน่อย~~~ 555
    #30
    0
  2. #29 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 22:34
    ต่างคนต่างติดกันและกันแหละดูออก 555555
    #29
    0
  3. #28 Thingyib (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 17:59

    น่ารักกก คิดถึงค่าาาา
    #28
    0
  4. #27 OoNuizqBk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 15:34
    มารุตคนหื่นแทน5555
    #27
    0
  5. #26 ips. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 13:10
    มารุตคนเถื่อนหายไปแล้ววววว
    #26
    0