เล่ห์รักหักเหลี่ยมร้าย

ตอนที่ 5 : บ๊ะจ่างห่อผ้าไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,132 ครั้ง
    13 ก.ย. 62

ข่าวคุณหนูรองของตระกูลฟางบุตรีเจ้ากรมยุติธรรมถูกม้าทรงของหมิงอ๋องทำให้ประสบเหตุร้ายศีรษะกระแทกกำแพงสลบไปหนึ่งวัน  ยามนี้ฟื้นขึ้นมาเดินเหินได้แล้ว   แต่กลับกลายเป็นสตรีความจำเสื่อม  จนฮ่องเต้ต้องมีราชโองการให้หมิงอ๋องรับผิดชอบนางด้วยการแต่งเป็นชายาเอก   ข่าวนี้โด่งดังไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็วราวไฟลามทุ่ง  หมิงอ๋องผู้ทั้งชีวิตอยู่แต่ในสนามรบ  โหดเหี้ยมอำมหิตจนได้ฉายาว่าเหยียนหลัวหวาง(พญามัจจุราช)   อีกทั้งมีคู่หมายคู่รักเป็นบุตรีแม่ทัพใหญ่หยางเฟิง   นามว่าหยางเซียงหยู     ยามนี้คุณหนูรองตระกูลฟางที่อวบอ้วนจนผู้คนแอบตั้งฉายาว่าบ๊ะจ่างห่อผ้าไหม  กลับได้แต่งเป็นชายาเอกเสียก่อน  เรื่องราวจะเป็นเฉกเช่นใดผู้คนล้วนเบิกตาล้างหูรอชมดูทั้งสิ้น   เจ้ากรมฟางที่ฟื้นคืนสติขึ้นมาเอาแต่ร่ำไห้ฟูมฟายอย่างขาดสติ

“ฮือ  เซียนเอ๋อร์ของเตีย  เหตุใดจึงโชคร้ายนัก  เตียจะตายไปพบหน้าเหนียงของเจ้าได้เยี่ยงใดกัน ฮือ “

เป่ารุ่ยเจี๋ยที่ฟื้นขึ้นมาในร่างฟางลี่เซียนมิได้เดือดร้อนใจอันใดนัก  นางคะเนเวลาห้าเดือนนางน่าจะหาทางกลับบ้านนางได้แล้ว  เพียงแต่นางตั้งใจจัดการบางอย่างไว้รอฟางลี่เซียนตัวจริงเจ้าของร่างเท่านั้น 

“เตีย  อย่าได้เสียใจไปเลยเจ้าค่ะ  เยี่ยงใดราชโองการก็ออกมาแล้ว  พวกเรามิอาจ เปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้อีก  เช่นนั้น  เซียนเอ๋อร์ขออนุญาตไปสวดมนต์ถือศีลอยู่ที่วัดเพื่อขอพร  เหตุการณ์อาจคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นก็เป็นได้เจ้าค่ะ”

“นั่นสิ  อาจดีขึ้นก็เป็นได้  เยี่ยงนั้นเจ้าไปเถิด  ไปอยู่วัดสักหลายๆ วัน  หรูเอ๋อร์ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องนะ”

“เจ้าค่ะ” ฟางลี่หรูแม้มิสบใจนัก  แต่คำสั่งบิดาย่อมมิอาจขัดขืน  ทั้งจวนนี้คำสั่งของฟางจิ่นลี่ถือเป็นประกาศิต  หามีผู้ใดกล้าขัดขืนไม่  ยกเว้นฟางลี่เซียนบุตรีสุดที่รักที่บิดาเกรงใจเสียยิ่งกว่ามารดาบังเกิดเกล้าผู้เดียวเท่านั้น

“เช่นนั้น  ข้าน้อยขอตัวไปเตรียมข้าวของให้กับลูกทั้งสองนะเจ้าคะ” ฮูหยินอำลาออกไปพร้อมลี่หรู

“เซียนเอ๋อร์  เจ้าอย่าได้คิดมากนะลูกรัก  เจ้าไปสวดมนต์ให้จิตใจสงบ  ทางนี้เตียจะพยายามยื่นฎีกาขอยกเลิกสมรสครานี้ให้จงได้เจ้าวางใจเถิด”

“เจ้าค่ะ  เตียรักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ”

“ฮึก  ไปเถิดลูก  ดูแลตนเองให้ดี  หากมีสิ่งใดลำบากขัดข้องก็รีบกลับมานะ” เป่ารุ่ยเจี๋ยถอนใจ  เพราะเหตุนี้เองเล่า  ฟางลี่เซียนจึงอ่อนแอนัก  ยามนี้นางถูกเคี่ยวกรำจากสำนักหมื่นพิษอันโหดร้ายโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันคงจะทำให้นางเข้มแข็งขึ้นมาบ้างกระมัง  อย่างน้อยเมื่อยามที่นางกลับมาก็ขอเพียงสามารถต่อกรกับสองมารดาบุตรีจอมหลอกลวงในจวนนี้หรือต่อกรกับหมิงอ๋องวายร้ายนั่นได้บ้างกระมัง

 

เป่ารุ่ยเจี๋ยกลอกตามองเพดานอย่างเบื่อหน่าย  เสียงร่ำไห้ของหูเตี๋ยดังมาร่วมเค่อยังมิยอมหยุด  นางออกไปซื้อของให้นายหญิงของนางได้ยินชาวเมืองร่ำลือเรื่องราชโองการยังมิอยากเชื่อถือ   รีบซื้อหาสิ่งของที่ต้องการจนครบถ้วนรีบกลับมารับฟังสิ่งที่นางหวาดกลัวนัก  ฟังจบนางได้แต่ทิ้งร่างลงกับพื้นร่ำไห้รำพันด้วยความเวทนาผู้เป็นนาย  หากผู้ถูกเวทนากลับนั่งจัดเตรียมข้าวของอย่างมิได้อนาทรร้อนใจอันใดสักนิด

“หูเตี๋ย  หากเจ้ายังมิเลิกคร่ำครวญ  ข้าจะพาคนอื่นไปแทนเจ้าแล้วนะ” บ่าวร่างเล็กรีบผุดลุกขึ้นอย่างแง่งอน  ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาน้ำมูกที่ไหลย้อยพลางส่งเสียง

“มิได้นะเจ้าคะคุณหนู  บ่าวมิยินยอมให้ผู้อื่นติดตามคุณหนูเด็ดขาด  บ่าวมิวางใจผู้ใดทั้งสิ้นเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นเจ้ายังมิรีบไปเก็บข้าวของอีก  จะไปด้วยเสื้อผ้าชุดเดียวที่สวมอยู่นี่หรือไร”

“เช่นนั้นบ่าวไปเก็บของก่อนนะเจ้าคะ  นี่เงินทอนเจ้าค่ะ  คุณหนูรอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ” ร่างบางกระวีกระวาดออกไปโดยเร็ว  เป่ารุ่ยเจี๋ยมองตามหลังอย่างครุ่นคิด บ่าวน้อยผู้นี้สัตย์ซื่อจริงใจนัก  สมควรรักษานางไว้ให้ดี  อีกทั้งต้องฝึกปรือให้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้คนเพื่อเป็นแขนขาให้กับลี่เซียนในวันหน้าเห็นจะดี  มืออวบอูมแกะห่อผ้าที่หูเตี๋ยวางไว้ให้ออกดู  ด้านในมีเข็มทองอย่างดีสองชุดตามที่นางสั่ง  ยาหลายชนิด  ผ้าผืนหลายผืน   รุ่ยเจี๋ยพยักหน้าอย่างถูกใจเก็บเข็มทองใส่อกเสื้อ  ยาห่อใหญ่เก็บรวมไปกับข้าวของที่เตรียมไปวัดใส่รวมลงในหีบเสื้อผ้า  พลันนิ่วหน้าด้วยรู้สึกแสบท้องอาหารเพียงน้อยนิดที่รับประทานมิอาจเยียวยากระเพาะอันกว้างใหญ่ราวท้องทะเลของลี่เซียนได้  จึงผุดลุกขึ้นไปรินน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งที่สั่งให้หูเตี๋ยจัดใส่กามาแทนน้ำชา   รินน้ำมะนาวดื่มเสียหลายแก้วจึงค่อยคลายหิวลงบ้าง  ฟางลี่เซียนรับประทานอาหารมากมายในแต่ละมื้อจนกระเพาะนางขยายใหญ่     ยามนี้ได้แต่พึ่งพาน้ำมะนาวบรรเทาอาการหิวไปก่อน  คงต้องค่อยๆ ปรับการกินให้น้อยลงรวมถึงเลิกดื่มยาที่ทำให้เจริญอาหาร  การไปอยู่วัดต้องกินแต่อาหารเจเป็นผลดีต่อร่างกายมิน้อย  จัดของเสร็จสรรพก็เขียนจดหมายเล็กๆ ฉบับหนึ่งบอกชื่อวัดนอกเมืองที่ตนจะไปให้หลิวมู่เหยียนผู้เป็นทั้งสหายรักและองครักษ์ประจำตัวนางทราบ   นางม้วนกระดาษแล้วผิวปากคราหนึ่ง  เสียงกระพือปีกของนกเล็กๆ ดังใกล้เข้ามาอึดใจเดียวนกน้อยก็โผมาเกาะนิ้วที่นางยื่นออกไป แม้ยามนี้จะอยู่ในร่างสตรีอื่น  แต่กลิ่นอายของเป่ารุ่ยเจี๋ยนกน้อยย่อมสัมผัสได้  นางม้วนกระดาษใส่กระบอกที่ขานกแล้วก็หยิบถั่วสองเมล็ดส่งให้นกน้อยเป็นรางวัลก่อนปล่อยให้บินออกไปทางหน้าต่าง

“พยัคฆ์จะกลับคืนสู่ป่าแล้วนะลูกเต่าน้อย    รอสักหน่อยเถิด  นายน้อยของเจ้าจะเที่ยวเล่นให้หนำใจก่อนค่อยกลับสำนักก็แล้วกัน  ระหว่างนี้ฝากเจ้าดูแลแทนไปก่อนนะคิกคิก” เป่ารุ่ยเจี๋ยรำพึงรำพันกับตนเองอย่างเบิกบาน

 

รถม้าติดตราประจำตระกูลฟางที่ด้านข้างจอดลงหน้าบันไดหินที่ทอดยาวขึ้นไปบนภูเขานับร้อยขั้น  เป่ารุ่ยเจี๋ยเลือกวัดนี้อ้างว่าสงบเงียบไร้ผู้รบกวน  แท้จริงแล้วนางมีจุดประสงค์เพื่อหลบเร้นจากสายตาผู้อื่น  มิคาดว่าบิดาจะให้ฟางลี่หรูติดตามมาที่นี่อีก  คุณหนูทั้งสองถูกประคองลงจากรถม้ายืนแหงนมองขั้นบันไดอย่างครั่นคร้าม  ต่างคนต่างคิดไปคนละอย่าง

จะขึ้นไหวหรือนี่  เหตุใดมิมีเกี้ยวให้นั่งกัน  ฟางลี่หรูคิดอย่างหงุดหงิด  ส่วนฟางลี่เซียนนั้น

เยี่ยมมาก  มาถึงก็ได้ออกกำลังตั้งแต่วันแรกเลย  เยี่ยงนี้เห็นทีลี่หรูคงมิอาจลงจากเขาได้กระมัง

“เชิญคุณหนูทั้งสองด้านบนเถิด” เณรน้อยรูปหนึ่งมารอรับอยู่หน้าบันไดกล่าวเชื้อเชิญ  เป่ารุ่ยเจี๋ยประสานมืออย่างร่าเริงก่อนเอ่ย

“รบกวนเณรน้อยนำทางเถิด” เณรน้อยอายุราวสิบเอ็ดสิบสองปีท่าทีสงบเยือกเย็นผิดวิสัย  รุ่ยเจี๋ยลอบสังเกตเห็นมัดกล้ามแน่นหนาบนร่างกายผ่ายผอมนั้นรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม  พลางคิดในใจว่าตนตัดสินใจถูกต้องที่เลือกวัดนี้  เณรน้อยก้าวขึ้นบันไดอย่างแช่มช้ามั่นคง  เป่ารุ่ยเจี๋ยพาร่างอ้วนใหญ่ก้าวตามไปมิยินยอมให้ผู้ใดประคอง  ผิดกับฟางลี่หรูที่ต้องมีบ่าวประคองแขนทั้งสองข้าง  นางปีนขึ้นบันไดพลางนึกแช่งด่าน้องสาวตัวดีในใจอย่างขุ่นเคือง  วัดที่อื่นมีหลายวัดมิยอมเลือกกลับมาเลือกวัดบนเขาทุรกันดารถึงเพียงนี้เพื่ออันใดกัน  ยิ่งเห็นร่างอวบหนาซวนเซเหนื่อยหอบนางยิ่งสาแก่ใจ  หากจนแล้วจนรอดกลับมิได้ยินเสียงโอดครวญอย่างที่นางคาดหวัง  ฟางลี่หรูลอบขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ  ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาครานี้นางดูผิดแปลกไปเล็กน้อย  หรือว่านางความจำเสื่อมจริงๆ จนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นนั้นหรือ 

“ถึงแล้ว  เชิญสีกาเข้าที่พักสองหลังทางด้านหลังได้ 

“ลำบากเณรน้อยแล้ว  ที่มาถือศีลครานี้เพราะอยากฝึกสมาธิสวดมนต์อย่างเงียบสงบไร้เสียงรบกวน  มิทราบทางวัดมีบ้านพักที่ห่างไกลผู้อื่นสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ” เป่ารุ่ยเจี๋ยแทบหายใจทางปากอย่างเหน็ดเหนื่อย  เหงื่อไหลโทรมกายใบหน้าแดงก่ำหากแววตาสุกใสมิมีท่าทีท้อถอยนั้นกลับทำให้เณรน้อยลอบเลื่อมใสอยู่บ้าง

“ด้านหลังเขาห่างไปสักครึ่งลี้มีบ้านพักหลังหนึ่ง  นักพรตชราเคยพักอาศัยอยู่แต่ยามนี้ท่านมิอยู่แล้ว  หากสีกามิรังเกียจสามารถเข้าพักได้  แต่ต้องเก็บกวาดทำความสะอาดมากสักหน่อย”

“เช่นนั้นข้าน้อยขอเข้าพักที่นั่นเจ้าค่ะ  เรื่องเก็บกวาดข้าน้อยจะดำเนินการเอง”

“เช่นนั้นเชิญด้านนี้เถิด” เณรน้อยผายมือไปด้านที่มีทางเดินเล็กๆ  ตัดอ้อมด้านหลังวัดไปในป่า  ฟางลี่หรูส่งเสียงขึ้นมาอย่างหมดความอดทน

“เจี่ยเจียมิไปกับเจ้านะเซียนเอ๋อร์  เจ้ากล้าอยู่หรือไกลถึงเพียงนั้น  มิเกรงอันตรายจากสัตว์ป่าบ้างหรือไร”

“สีกาท่านนี้กังวลมากไปแล้ว  ในรัศมีห้าลี้รอบบริเวณวัดนี้หามีสัตว์ร้ายใดไม่”

“ได้ยินแล้วหรือไม่เจี่ยเจีย  ท่านมิต้องเป็นห่วงเซียนเอ๋อร์ดอก  พักอยู่ที่เรือนด้านนี้ตามสะดวกเถิด  เซียนเอ๋อร์ขอลาไปก่อน”  เป่ารุ่ยเจี๋ยรีบประสานมือหันกายเดินตามเณรน้อยไป  หูเตี๋ยรีบสะพายห่อผ้าตามหลังไปติดๆ  บ่าวชายสองคนที่ตามมาส่งช่วยกันแบกหีบสัมภาระติดตามไป  ฟางลี่หรูกระทืบเท้าอย่างขัดใจก่อนสะบัดหน้าเดินไปทางบ้านพักเบื้องหน้าตน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.132K ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #431 baochompoo2525 (@baochompoo2525) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 16:52
    เรื่องนี้อ้ะมีพ่อที่รัก​ลูก.. ถึงลูกจะอ้วนไม่เรียนหนังสือก็ยังรัก...แต่รักมากไปก็ไม่ดี
    #431
    0
  2. #266 Nuna (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 12:21

    สนุกมากค่า

    #266
    0
  3. #46 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 07:49

    พี่สาวกับแม่เลี้ยงตัวดีนิล่ะ ถึงต้องสลับร่างแบบนี้

    #46
    0