เล่ห์รักหักเหลี่ยมร้าย

ตอนที่ 4 : ก้าวแรกในร่างผู้อื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,114 ครั้ง
    12 ก.ย. 62

“นี่คืออันใด” เป่ารุ่ยเจี๋ยที่ล้างหน้าบ้วนปากหลังตื่นนอนเดินออกมาพบโต๊ะตัวใหญ่วางอาหารเรียงรายเกือบสิบชนิดจนเต็มโต๊ะถึงกับอ้าปากค้างดวงตาถลนแทบหลุดออกจากเบ้าตา

“อาหารเช้าของคุณหนูเจ้าค่ะ” หูเตี๋ยตอบอย่างแย้มยิ้มเดินมาประคองนางไปนั่ง  จัดตะเกียบวางตรงหน้า

“กินกับผู้ใดเล่า  เหตุใดมิเห็นมีผู้คนมา” เป่ารุ่ยเจี๋ยมองหาผู้อื่นไปโดยรอบ

“ของคุณหนูผู้เดียวเจ้าค่ะ”

“หา  ทั้งหมดนี่หรือ  แล้วข้าจะกินหมดหรือไร”

“หมดเจ้าค่ะ  คุณหนูชมชอบรับประทานอาหารอร่อยเป็นที่สุดผู้ใดในจวนมิทราบบ้าง  หากรับประทานมิอิ่มคุณหนูจะหงุดหงิดอารมณ์เสียไปทั้งวันเลยเจ้าค่ะ”  เป่ารุ่ยเจี๋ยถอนใจ  นางพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดลี่เซียนจึงอ้วนใหญ่นัก   นางชมชอบรับประทานอาหารมันเลี่ยนอย่างเนื้อสัตว์ยิ่งทำให้ไขมันพอกพูนตามร่างกายมาก  เห็นทีต้องปฏิวัติการกินอาหารก่อนเป็นลำดับแรกกระมัง  เป่ารุ่ยเจี๋ยหยิบจานผักหนึ่งอย่าง  โจ๊กหนึ่งชาม  กับหมั่นโถวหนึ่งลูกไว้ 

“ข้าจะกินเท่านี้พอ  ที่เหลือพวกเจ้าเอาไปแบ่งกันเถิด  อ้อ  ขนมบนโต๊ะเหล่านั้นด้วย  ยกออกไปให้หมด”

“คุณหนูจะรับประทานอิ่มหรือเจ้าคะ  หากเจ้ากรมทราบพวกบ่าวต้องถูกเฆี่ยนหลังแตกเป็นแน่”

“ข้าเพิ่งทุเลาจากการบาดเจ็บ  ท้องไส้มิค่อยดีมิอยากกินมากนัก  วันนี้พวกเจ้ายกออกไปกินเถิด  วันหน้าดูอาการก่อนแล้วข้าจะบอกว่าอยากกินอันใด  เจ้าออกไปเถิดข้ากินเองได้”

“เจ้าค่ะ” หูเตี๋ยจำใจยกอาหารลำเลียงออกไป  ยังมิวายชำเลืองมองนางด้วยความห่วงใยอยู่หลายครา  เป่ารุ่ยเจี๋ยทำเป็นมิเห็นสายตานั้น  รีบกินอาหารที่เลือกไว้อย่างรวดเร็ว     หากกินจนหมดแล้วก็ยังมิอิ่ม  จึงหันไปหยิบถ้วยยาที่ฮูหยินกำชับให้ดื่มขึ้นมาจ่อปากก่อนชะงัก  เปลี่ยนมาสูดดมก่อนนิ่วหน้า

“เหตุใดยาบำรุงร่างกายของนางจึงมีเจียฮก  ตังเซียมกับรากบัว  นี่มันยาเจริญอาหารทั้งสามชนิดเลยนี่นา”เป่ารุ่ยเจี๋ยยกมุมปากเยาะหยัน   มิน่านางจึงได้กินเก่งนัก  สาดยาถ้วยนั้นออกนอกหน้าต่างแล้วจัดแจงเตรียมกระดาษพู่กันเขียนรายการสิ่งของที่ต้องการใส่กระดาษไว้  สองเค่อต่อมาหูเตี๋ยกลับเข้ามาเก็บสำรับก็หยิบยื่นส่งให้นาง

“อันใดเจ้าคะ”

“ไปซื้อมาให้ครบถ้วนภายในวันนี้  เงินนี่พอหรือไม่” เป่ารุ่ยเจี๋ยส่งถุงเงินที่ค้นออกมาจากลิ้นชักหัวเตียงส่งให้

“พอเจ้าค่ะ  คุณหนูต้องการให้ซื้อขนมร้านเดิมกลับมาอีกหรือไม่เจ้าคะ”

“ขนมมิต้องซื้อมาแล้ว  รีบไปเถิด”

“เจ้าค่ะ”   หูเตี๋ยยอบกายแล้วจากไป  เป่ารุ่ยเจี๋ยรู้สึกหิวอยู่บ้างเนื่องจากกระเพาะยังบรรจุมิเต็ม  หากนางทำได้เพียงดื่มน้ำชาให้มาก  จากนั้นเปิดประตูห้องออกไปสำรวจดูด้านนอก  พ้นประตูห้องนอนออกมาเป็นระเบียงมีหลังคายาวทอดไปบรรจบกับเรือนอื่นๆ   ในเรือนของนางเองนอกจากห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีกั้นห้องบ่าวรับใช้ไว้ฝั่งหนึ่งแล้ว  ยังมีห้องครัว  ห้องเก็บของ  ห้องบ่าวอื่นๆ อีกสองห้อง  ด้านหน้าเรือนเป็นสวนดอกไม้งดงามออกดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมจรุง  เลยไปมิไกลนักเป็นสระบัวมีศาลาเล็กๆ ยื่นออกไปในสระแลดูร่มเย็น  เรือนที่นางอยู่แม้จะอยู่ด้านหลังจวนหากงดงามใหญ่โตกว่าเรือนหลังอื่นนัก  ร่างอ้วนใหญ่เดินไปมาเพียงมินานก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยนัก  เป่ารุ่ยเจี๋ยพ่นลมออกจากปากอย่างหงุดหงิดก่อนเอนกายพิงเสาริมทางเดิน

“คุณหนูรอง  ฮูหยินให้มาเชิญไปที่เรือนรับรองเจ้าค่ะ  ไท่จื่อกับหมิงอ๋องเสด็จมาเจ้าค่ะ”

“ไท่จื่อ  หมิงอ๋อง” เป่ารุ่ยเจี๋ยไหนเลยรู้จักเชื้อพระวงศ์สักคน  ได้แต่ยืนงงงัน

“รีบไปเถิดเจ้าค่ะ  ปล่อยให้เชื้อพระวงศ์รอนานมิดีนะเจ้าค่ะ”

“อืม  เจ้านำทางไปเถิด”

“ทางนี้เจ้าค่ะ” บ่าวหญิงผู้นั้นผายมือก่อนเดินนำไปอย่างรวดเร็ว  เป่ารุ่ยเจี๋ยขมวดคิ้วก่อนพยายามก้าวเร็วสุดชีวิตที่ขาใหญ่ๆ ของลี่เซียนจะอำนวยเพื่อเดินตามนางให้ทัน  ผ่านเรือนมาสองหลังจวบจนถึงเรือนงดงามด้านหน้าจวน  เป่ารุ่ยเจี๋ยพาร่างอุ้ยอ้ายใบหน้าแดงก่ำด้วยความเหน็ดเหนื่อยเข้าไปด้านใดก่อนจะรีบก้าวเท้าหลบโดยเร็วเมื่อหางตามองเห็นเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาหา

“เซียนเอ๋อร์  เจ้าเป็นเช่นใดบ้าง  เปิ่นหวางเป็นห่วงยิ่งนัก”  เป่ารุ่ยเจี๋ยเหลือบมองมืออวบอูมของตนที่ถูกมือเรียวยาวของบุรุษเกาะกุมจึงดึงออกอย่างแรงจนหลุดออกมา  สองตาจ้องมองอย่างมิชอบใจนัก

“เซียนเอ๋อร์  อย่าเสียมารยาท  เซียนเอ๋อร์ความจำเสื่อม  ขอไท่จื่อทรงอภัยพ่ะย่ะค่ะ” เสียงของเจ้ากรมฟางจิ่นลี่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงปราดเข้ามาคว้ามือนางไปกุมไว้ 

“ความจำเสื่อม  แม้แต่เปิ่นหวางเซียนเอ๋อร์ยังลืมเลือนหรือไร” บุรุษวัยยี่สิบปีในชุดปักลายมังกรสี่เล็บสีน้ำเงินเข้มเอ่ยอย่างมิยินยอม

“แม้แต่กระหม่อมยังจดจำมิได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” เสียงทอดถอนใจดังมาจากรอบข้าง  เป่ารุ่ยเจี๋ยยกยิ้มอย่างไร้เดียงสา  ลอบมองไปรอบๆ กาย  ในห้องนี้นอกจากบุรุษที่เรียกตนเองว่าเปิ่นหวางผู้นี้  ยังมีบุรุษอีกผู้หนึ่งนั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวใหญ่อย่างเงียบงัน  แม้สายตายังมิชำเลืองมาที่นางสักนิด  นางลอบมองใบหน้าด้านข้างของบุรุษผู้นั้นก่อนเบิกตากว้างอย่างตะลึงงัน  ยกมือชี้ไปที่บุรุษผู้นั้นอย่างขุ่นเคือง

“เป็นท่าน”  บุรุษที่นางชี้หันหน้ามามองอย่างขุ่นเคืองเช่นกัน  ยิ่งเห็นหน้าชัดเจนนางก็ยิ่งแสดงความขุ่นเคืองออกมา   แววตาที่จ้องมองล้วนบ่งบอกความชิงชังดูแคลนอย่างโจ่งแจ้ง  บุรุษผู้นี้เป็นผู้เดียวกันกับบุรุษบนหลังมาตัวนั้น  บุรุษที่เป็นเหตุให้นางต้องมาอยู่ในร่างอันหนาหนักร่างนี้นั่นเอง  ดวงตาสองคู่จับจ้องกันอย่างชิงชัง  กลิ่นอายอันเป็นปรปักษ์ของทั้งคู่ทำให้บรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบลงทันควัน 

“เจ้ากรมขอรับ  ขันทีอัญเชิญราชโองการมาที่หน้าจวนแล้วขอรับ”  ฟางจิ่นลี่ที่ลอบปาดเหงื่อถอนหายใจรีบกระวีกระวาดออกไปรับตามธรรมเนียม  บุตรภรรยาและบ่าวทุกคนในบ้านก็ออกมาคุกเข่าอยู่ด้านหน้าจวน  มิเว้นแม้แต่ไท่จื่อกับหมิงอ๋องเพราะเห็นราชโองการเท่ากับเห็นฮ่องเต้นั่นเอง

“ฟางลี่เซียน  รับราชโองการ”  เป่ารุ่ยเจี๋ยถูกฉุดลากมาคุกเข่าอยู่ด้านหน้าอย่างงุนงง 

“เนื่องเพราะหมิงอ๋องควบขี่ม้าในถนนหลวง  เป็นเหตุให้เกิดเหตุร้ายกับคุณหนูรองตระกูลฟางจนความจำเสื่อม  ให้หมิงอ๋องแสดงความรับผิดชอบต่อนางด้วยการแต่งนางเป็นชายาเอก  งานแต่งให้จัดขึ้นในอีกห้าเดือนข้างหน้า  จบราชโองการ”  ขันทีอ่านราชโองการจบเสียงฮือฮาดังมาจากรอบด้าน  ผู้คนมามุงดูต่างโจษขานกันอึงมี่  ขันทีรีบม้วนราชโองการยัดใส่มือลี่เซียนที่ยังมัวตะลึงลานเนื่องจากหันไปมองเจ้ากรมฟางจิ่นลี่ที่เป็นลมล้มพับไปทันทีที่จบราชโองการ  จากนั้นรีบร้อนลากลับมิยอมแม้รับถุงน้ำใจจากฮูหยินตามธรรมเนียม  ด้วยหมิงอ๋องที่ประทับอยู่ด้านหลังยามนี้พระพักตร์ดำคล้ำ   รังสีสังหารแผ่ออกมากดดันผู้คนรอบด้านสมฉายาเหยียนหลัวหวางยิ่งนัก   นอกจากผู้คนตระกูลฟางที่วุ่นวายกับเจ้ากรมที่สิ้นสติไปทันทีที่ราชโองการอ่านจบแล้ว  ผู้อื่นต่างแยกย้ายกระจายกันไปสิ้น

“ขอแสดงความยินดีกับหมิงอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะ”  ไท่จื่อตรัสด้วยพระพักตร์เบิกบาน  หมิงอ๋องสะบัดขายแขนเสื้ออย่างมิสบพระทัยอย่างแรงก่อนเสด็จจากไปทันทีโดยมิตรัสสิ่งใด  ทิ้งเสียงทรงพระสรวลอย่างสำราญพระทัยของไท่จื่อไว้เบื้องหลัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.114K ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #391 จินจื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 06:38

    ไท่จื่อยศสูงกว่า หมิงอ๋องเผื่อลืม ถึงพูดล้อเล่นก็ไม่ได้น่ะส่วนใหญ่ สองคนนั้นไท่จื่อและหมิงอ๋องไม่ถือ คนรอบข้าอาจถือเป็นประเด็น

    #391
    0
  2. #45 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 07:43

    ฮ่องเต้เล่นอะไรนะ

    #45
    0