เล่ห์รักหักเหลี่ยมร้าย

ตอนที่ 38 : พิษแปดสังหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 880 ครั้ง
    28 ก.ย. 62

ภายในพระตำหนักเทียนเฟิงของฮ่องเต้    หมิงอ๋อง   พระชายา    หลิวมู่เหยียน     หานเจียง     เจ้ากรมยุติธรรมหัวหน้าทหารรักษาพระองค์และเจ้ากรมอาญา     กำลังพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียดถึงเหตุการณ์ที่เกิด     หมิงอ๋องแม้อยู่ในสนามรบมาช้านานหาได้เคยพบพานเหตุการณ์เช่นนี้ไม่  

“เดิมทีนักฆ่าเหล่านั้นคงเป็นนักฆ่าปกติทั่วไป    หากแต่ถูกยาพิษชนิดหนึ่งชื่อแปดสังหาร  ทำให้กลายเป็นเช่นนั้น  ยาชนิดนี้จะออกฤทธ์ผิวหนังเปลี่ยนสีภายในสามวัน     เจ็ดวันจะเป็นอาการขั้นสุดท้ายคือคุ้มคลั่งสังหารมิเลือก   หลังจากนั้นหนึ่งวันจะสิ้นใจไปเอง “    หลิวมู่เหยียนเอ่ย 

“เยี่ยงนั้นผู้ที่คิดแผนการนี้ขึ้นมาได้ต้องโหดเหี้ยมเกินมนุษย์”  ฟางจิ่นลี่เอ่ย

“องค์ชายแปด”  หลายเสียงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน  ตั้งแต่เหตุก่อกบฏครานั้น  องค์ชายแปดกับพระมารดาหายสาบสูญมิมีผู้ใดพบร่องรอย  

“เป็นไปได้ว่าทั้งสองใช้เส้นทางลับออกนอกวังโดยมิมีผู้ใดรู้เห็น        และครานี้กลับมาพร้อมนักฆ่าปีศาจเหล่านี้    คงหมายกำจัดพวกเราให้สิ้นไปในคราเดียว    เช่นนั้นวันนี้คงมิใช่ครั้งสุดท้ายเป็นแน่”

“พิษที่เจ้าว่าใช่พิษของสำนักหมื่นพิษหรือไม่”  ฟางจิ่นลี่เอ่ยถามมู่เหยียน

“มิใช่ขอรับ  เป็นพิษที่มาจากนอกแคว้น  ยังมิมีผู้ใดหายาแก้พิษนี้ได้  พิษไร้สีไร้กลิ่นตรวจพบได้ยาก  จะเข้าไปในร่างกายด้วยการกินเท่านั้น  และต้องตายภายในแปดวัน”

“เช่นนั้นระหว่างนี้ต้องระวังเรื่องเครื่องเสวยของฮ่องเต้ให้มาก”  หมิงอ๋องตรัสกับหัวหน้าองครักษ์อย่างเคร่งขรึม

“กระหม่อมจะจัดคนไปเฝ้าระวังตลอดเวลาพ่ะย่ะค่ะ”

“เฝ้าระวังที่ครัวใหญ่มิเพียงพอ  ทางที่ดีระหว่างนี้ให้นางกำนัลในตำหนักปรุงเครื่องเสวยภายในไปก่อนแต่มิต้องแพร่งพรายออกไปจนกว่าจะคลี่คลายเรื่องนี้ได้    ฝ่าบาทอดทนเสวยไปก่อนนะเพคะ”     พระชายาตรัสฮ่องเต้แค่นสุรเสียงผ่านทางพระนาสิกคราหนึ่งอย่างเวทนาพระองค์เอง      ตั้งแต่ต้นจนจบพระองค์หาได้มีบทบาทใด    หมิงอ๋องจัดการได้อย่างหมดจดไร้ที่ติ      แต่เดิมพระองค์เคยถือดีในทหารรักษาวังจำนวนมากที่มีอยู่ในพระหัตถ์     หากยามนี้กลับพิสูจน์ชัดแจ้งต่อหน้าธารกำนัลแล้วว่า       แม้ทหารรักษาพระองค์จะมากมายมายเพียงใด    ก็ยังมิอาจทรับประกันความปลอดภัยของพระองค์ได้เลย         ทหารเงาโลหิตแห่งหมิงอ๋องกลับมากสามารถต่อกรกับนักฆ่าปีศาจได้       อีกทั้งพระชายาและผู้ติดตามล้วนเก่งกาจเกินสตรีอื่น    หากหมิงอ๋องหมายปองบัลลังก์คงมิใช่เรื่องยากเย็น        หากที่ผ่านมาคงเป็นเพราะมิประสงค์บัลลังก์จึงยังคงเป็นของตนอย่างเงียบสงบเสมอมา      ยามนี้จึงเข้าพระทัยในสิ่งที่พระบิดาเคยตรัสไว้ 

“ขอบพระทัยพระมหาอุปราชที่ช่วยคลี่คลายเรื่องร้ายเหล่านี้ลงได้  หลิวมู่เหยียนผู้นี้สนใจเข้ามาเป็นองครักษ์ให้เจิ้นหรือไม่”  หลิวมู่เหยียนรีบคุกเข่า

“ทูลฮ่องเต้  กระหม่อมเป็นคนบ้านป่าไร้การศึกษา   มิจัดเจนกับระเบียบแบบแผนในพระราชวัง     เกรงแต่จะเป็นที่น่าขายหน้าแก่ผู้อื่น    ขอให้กระหม่อมทำงานอยู่ด้านนอกช่วยพระองค์เถิดพ่ะย่ะค่ะ”   เป่ารุ่ยเจี๋ยลอบยิ้ม  เจ้าลูกเต่าผู้นี้เดิมทีมิเคยอ้าปากพูดเกินสามคำ      วันนี้กลับพูดได้หมดจดนัก       ช่างเรียนรู้รวดเร็วยิ่ง    ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ    ฮ่องเต้ถอนพระทัย  เหตุใดคนข้างกายหมิงอ๋องกับพระชายาจึงสัตย์ซื่อต่อนายนัก

“หากพิษนี้ต้องใช้เวลาออกอาการถึงเจ็ดวัน     เยี่ยงนี้อย่างน้อยเจ็ดวันนี้พวกเราคงยังปลอดภัยกระมัง  พวกเราเร่งรีบค้นหาทางลับให้พบโดยเร็วจะดีกว่า”    เป่ารุ่ยเจี๋ยรีบเบี่ยงเบนความสนใจ

“พระชายากล่าวได้ถูกต้องแล้ว” หมิงอ๋องรีบรับเรื่องทันที    ฮึ  ผัวร้องเมียรับทีเดียว  เอาเถิดข้ามิเอาคนของเจ้าก็ได้    ฮ่องเต้ได้แต่คิดในพระทัยอย่างพิโรธ     ในพระทัยเต็มไปด้วยความเสียดายนัก  ฟางลี่เซียนที่ติดหน้าตามหลังตนผู้นั้นหายไปที่ใดเสียแล้ว    ยามนี้แววตานางมีไว้มองเพียงหมิงอ๋องแต่ผู้เดียวเท่านั้นกระมัง

 

ทันที่ที่ขึ้นไปบนรถม้า  หมิงอ๋องคว้าร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นจนนางแปลกใจ

“ต่อไปเจ้าอย่าทำเช่นนี้อีกรู้หรือไม่”

“ทำอันใดเพคะ”

“ห้ามเข้าไปในสนามรบเยี่ยงนี้  เจ้าดูอยู่ด้านนอกก็เพียงพอแล้ว”

“แล้วจะให้หม่อมฉันทนดูพระองค์เข้าไปในสนามรบโดยลำพังเช่นนั้นหรือ  หมิงอ๋อง  หม่อมฉันหาใช่สตรีอ่อนแอมิมีแรงฆ่าไก่เยี่ยงสตรีเมืองหลวงดอกนะเพคะ”

“เจ้าเก่งกาจข้ารู้  แต่ข้ามิอาจทนเห็นเจ้าบาดเจ็บได้อีก”  รุ่ยเจี๋ยโอบแขนรอบเอวสอบอย่างออดอ้อน

“หม่อมฉันจะพยายามก็แล้วกันนะเพคะ”  เห็นสีหน้าซุกซนของนางหมิงอ๋องก็รู้ว่านางมิยินยอมแน่  ในใจนึกอยากจับนางมัดไว้ติดกับตัวนัก  หากยามนี้ได้แต่กอดนางกระชับให้แน่นขึ้น  สองร่างอิงแอบกันจนถึงตำหนัก

“เจ้าทำอันใด”  เสียงตวาดก้องด้วยโทสะดังมาจากด้านหลังทำให้เป่ารุ่ยเจี๋ยลดคันธนูในมือลง    หันกายไปยังมิทันครึ่งรอบธนูในมือถูกยื้อแย่งออกไป     หมิงอ๋องโทสะแรงกล้าหักคันธนูในพระหัตถ์ทิ้งทันที  สองพระเนตรกวาดมองทหารที่รายล้อมคุกเข่าเหงื่อหยดไหลอย่างเกรงอาญา

“อย่าไปโทษพวกเขาเลยเพคะ    เขาห้ามแล้วแต่หม่อมฉันเองที่มิอยากอยู่เฉย”

“แขนเจ้ามีบาดแผลอยู่ยังกล้ามาออกแรงถึงเพียงนี้  หากแผลฉีกขาดเล่า”

“แผลหายแล้วเพคะ  มิเชื่อทอดพระเนตรได้เลยเพคะ”     นางปลดผ้ามัดแขนออกเตรียมเลิกแขนเสื้อขึ้น  หมิงอ๋องกระชากปลายแขนเสื้อลงทันควัน    คว้าจับนางพาดบ่าเสด็จไปอย่างรวดเร็ว    สตรีที่น่าตายผู้นี้คิดเปิดเนื้อหนังตนต่อหน้าผู้อื่นเยี่ยงนี้     น่าเฆี่ยนให้หลังลายนัก  หานเจียงลอบยิ้มส่งสายตาให้ทหารที่คุกเข่าอยู่ลุกไปเสีย  ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก    ทุกคนในตำหนักย่อมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้  ตั้งแต่แต่งเข้ามาหมิงอ๋องเย็นชาต่อพระชายาเอกนัก     หากแต่ยามนี้แม้ทั้งสองทะเลาะทุ่มเถียงกันทุกวัน  หากก็มิเคยมีเรื่องราวใด      อีกทั้งคำพูดที่ใช้ระหว่างกันกลับสนิทสนมราวกับสามีภรรยาสามัญหาได้มีพิธีรีตองใดไม่       ทั้งใต้หล้านี้เห็นจะมีสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่กล้ายั่วแหย่โทสะหมิงอ๋องโดยมิเกรงอาญาได้ถึงเพียงนี้

 

ร่างบางของพระชายาหมิงอ๋องก้าวตามเสด็จสวามีเข้าไปในถ้ำอันอับชื้นใต้น้ำตก     ถ้ำสูงกว่าศีรษะเพียงคืบหมิงอ๋องต้องก้มศีรษะต่ำ   หานเจียง   หลิวมู่เหยียน    หัวหน้าองครักษ์      และหูเตี๋ยล้วนติดตามมาทีละคน   หมิงอ๋องก้าวอย่างระมัดระวังด้วยพี้นเย็นลื่นด้วยตะไคร่น้ำ    ทางหนึ่งกังวลกับสตรีดื้อรั้นที่ติดตามมาด้านหลัง    ทางถูกแยกออกเป็นสี่สายแยกย้ายไปมองมิเห็นทางออก     หมิงอ๋องทำมือเป็นสัญลักษณ์ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปสำรวจ    ก่อนจะคว้ามือพระชายาให้ตามตนไป       หลิวมู่เหยียนหันไปด้านซ้าย  หัวหน้าองครักษ์ลู่ซานหันไปทางขวา     หูเตี๋ยกำลังก้าวตามอาจารย์ของตนไปกลับถูกฉุดลากด้วยมือใหญ่ไปอีกทางหนึ่ง

“ปล่อยข้านะ”  นางสะบัดหลุดพลางจ้องหน้าเขาอย่างหาเรื่องต่อยตี  หานเจียงส่ายหน้าอย่างระอา

“เจ้าจะตามไปเป็นก้างขวางคอเพื่ออันใดกัน” 

“ก้างอันใดนะ”  หูเตี๋ยงุนงง  เรียกสายตาเอ็นดูจากหานเจียงเล็กน้อย

“ยาโถวน้อย  เจ้ามิเคยมีคู่  เจ้ามิรู้หรอกหรือว่ายามสามีภรรยาอยู่ด้วยกันมักมิอยากให้มีผู้อื่นอยู่ด้วย” 

“ผู้อื่นหรือ” หูเตี๋ยยืนครุ่นคิดเพียงลำพัง    หานเจียงส่ายหน้าเดินดุ่มไปด้านหน้าเพียงลำพัง        อึดใจต่อมาหูเตี๋ยก็วิ่งติดตามไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 880 ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #364 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 18:22

    ขอบคุณยิ่งนักค่ะ

    #364
    0
  2. #362 Pirayet (@Pirayet) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 16:26
    นักฆ่าโดนเพลงวิญญาณโกลาหลของเหยารึป่าวววว
    #362
    0
  3. #356 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 12:39
    5555 ไปตามคนร้ายยังไงให้หวานๆ หน่อย
    #356
    0
  4. #328 wanlaym (@wanlay_m) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 23:55

    หูเตี๋ยผู้ใสซื่อ >_<
    #328
    0