เล่ห์รักหักเหลี่ยมร้าย

ตอนที่ 33 : ตัดสินคดีไท่จื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,075 ครั้ง
    27 ก.ย. 62

“ถวายบังคมฮ่องเต้  ขอทรงมีพระชนม์หมื่นปี  หมื่นๆ ปี”  เมื่อขันทีประคองพระวรกายอันสูงส่งของเหนือหัวประทับบนบัลลังก์มังกรแล้ว  ขุนนางต่างแซ่ซ้องถวายพระพร

“ลุกขึ้นเถิด  ขุนนางที่รักทั้งหลาย”  สุรเสียงแม้แหบพร่าไปบ้างแต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยอำนาจแห่งโอรสมังกร

“วันนี้พวกเจ้านัดหมายกันเพื่อตัดสินคดีไท่จื่อก่อกบฏกระมัง”  ฮ่องเต้ตรัสถาม ขุนนางฝั่งซ้ายนิ่งงัน  มหาเสนาบดีถือโอกาสกราบทูล

“ทูลฮ่องเต้  ขุนนางเหล่านี้แอบอ้างองค์ชายแปดจับกุมไท่จื่อข้อหาก่อกบฏ  กล่าวว่ามีหลักฐานพยานแน่นหนาวันนี้นัดมาตัดสินคดีพร้อมหน้า  กระหม่อมมิอาจทัดทานได้พ่ะย่ะค่ะ”  ฮ่องเต้แย้มสรวลหันไปทางฝั่งซ้าย

“พวกเจ้ามีหลักฐานแล้วก็นำออกมาเถิด  เจิ้นจะตัดสินให้เอง  รับรองว่าจะให้ความเที่ยงธรรมกับทุกฝ่าย”

เสนาฝั่งซ้ายมองตากันอย่างอับจน  แม้จะมั่นใจว่าตนได้ยินสุรเสียงตรัสในตำหนักชัดเจน  แต่เมื่อมิเห็นองค์ชายแปดก็มิอาจคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์พลิกผันไปเช่นใด  ยามนี้ได้แต่อ้ำอึ้งมิอาจส่งเสียง

“หลักฐานที่เจ้าว่านั้นคือเสียงของเจิ้นที่บอกว่าจะถอดถอนไท่จื่อกระมัง  ผู้ใดได้ยินเสียงกับหูตนเองก้าวออกมาสิ”  รอเนิ่นนานมิมีผู้ออกมากราบทูลฮ่องเต้จึงตรัสถามเสียเอง    ขุนนางกลับมิมีผู้ใดก้าวออกมา

“หึ  เช่นนั้นพวกเจ้าก็คงได้ยินผู้อื่นพูดมากระมัง”

“ทูลฮ่องเต้  เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ  แต่เจ้าหน้าที่ที่ได้ยินล้วนแต่รักษาการณ์รอบพระตำหนักเทียนเฟิงในวันนั้น  และกล่าวเป็นเสียงเดียวกันทุกถ้อยความพ่ะย่ะค่ะ” เจ้ากรมพิธีการหม่าติงเหอตัดสินใจก้าวออกมากราบทูล

“นำตัวพวกเขาเข้ามา”  สิ้นรับสั่งคนหลายคนในเครื่องแต่งกายเป็นทหารรักษาวังบ้าง  ขันที  นางกำนัล  รวมแล้วเกือบยี่สิบชีวิตเดินเข้ามาอย่างสงบเสงี่ยม   หากมีบุรุษผู้หนึ่งที่ถูกมัดมือไขว้หลังเข้ามา

“พวกเจ้าหรือไม่ที่ได้ยินเสียงเจิ้นในคืนนั้น”

“ทูลฮ่องเต้  เป็นกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ / เป็นหม่อมฉันเพคะ”  เสียงกราบทูลพร้อมเพรียงกันมิผิดเพี้ยนไร้การลังเล  ขุนนางฝ่ายซ้ายยิ้มในหน้าอย่างลำพอง

“ใช่เสียงนี้หรือไม่” ฮ่องเต้ส่งสายพระเนตรไปที่บุรุษผู้นั้นที่ได้แต่อ้าปากส่งเสียงออกมาอย่างอับจน  ถ้อยคำที่พูดออกมาล้วนเป็นคำเดียวกับที่พวกพยานทั้งหลายได้ยินในคืนนั้นมิผิดเพี้ยน  ทั้งน้ำเสียงก็มิได้แตกต่างสักนิด  หลายคนเริ่มหันไปมองตากันอย่างตระหนก  นี่มันเล่ห์กลอันใด

“บอกให้พวกเจ้ารู้  คืนนั้นเจิ้นหาได้กล่าวสิ่งใดไม่  ผู้ที่กล่าวคือบุรุษผู้นี้ “ เสียงฮือฮาดังขึ้นมาในบัดดลฮ่องเต้ยกพระหัตถ์เสียงจึงเงียบลง

“คืนนั้นเจิ้นรู้สึกว่ายาที่ส่งมามีกลิ่นแปลกไปจากเดิม  จึงตัดสินใจเททิ้งเสียแล้วนอนหลับตานิ่งแสร้งหลับอยู่บนเตียง   จึงได้เห็นลูกแปดนำบุรุษผู้นี้เข้ามา  จากนั้นเสียงไท่จื่อมาเข้าเฝ้าและโต้เถียงกับบุรุษผู้นี้อยู่ร่วมเค่อก่อนไท่จื่อจะผลุนผลันกลับไป  หากนี่คือหลักฐานที่พวกเจ้ากล่าวอ้างเจิ้นขอยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นแผนการของเหอเทียนเฟิงทั้งสิ้น”  ขุนนางฝั่งซ้ายเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นก้มลงกราบกรานขอพระเมตตา  พวกตนหลงเชื่อองค์ชายแปด  คิดตัดสินประหารไท่จื่อโดยพลการเยี่ยงนี้ใยมิกลายเป็นกบฏไปเสียเอง  พวกตนต้องแย่แน่ครานี้  องค์ชายแปดคงหนีไปแล้วพวกตนถูกทอดทิ้งเป็นแน่

“ทูลฮ่องเต้  พวกกระหม่อมโง่งมหลงเชื่อคนเลว  ใส่ร้ายไท่จื่อมีความผิดสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ” หม่าติงเหอ รีบกราบทูลเนื้อตัวสั่นเทาด้วยเกรงอาญา  ชำเลืองมองแววตาเย้ยหยันจากฝ่ายตรงข้ามยิ่งหวาดกลัวจนเหงื่อหยดไหลถ้วนหน้า

“หลงเชื่อคนเลวเพราะถูกหลอกลวงหาใช่ความผิด  เพียงแต่พวกเจ้าเป็นข้าราชบริพารที่ควรภักดีต่อเจิ้นต่อไท่จื่อผู้จะเป็นเจ้าเหนือหัวองค์ต่อไป  แต่เจ้ากลับเอาใจลำเอียงไปเข้าข้างองค์ชายแปดเพราะคิดว่าองค์ชายแปดจะให้ประโยชน์กับพวกเจ้าได้มากกว่า  พวกเจ้าสอบเข้ามาเป็นขุนนางกินเบี้ยหวัดจากภาษีของราษฎร  กลับคิดถึงแต่ความสะดวกสบายของตนเอง  แบ่งพรรคแบ่งพวกทำให้การทำงานมิประสบความสำเร็จ  ราษฎรเดือดร้อนเป็นทุกข์เพราะมีขุนนางเลวๆ เยี่ยงพวกเจ้า”  ขุนนางฝั่งซ้ายก้มหน้าหมอบกราบอย่างหวาดเกรง  ฝั่งขวาเองก็ใช่จะยืดคอได้มากนักด้วยถ้อยดำรัสล้วนกระทบใจทุกคนสิ้น

“บัดนี้  เจิ้นอายุมากอีกทั้งป่วยมาเนิ่นนานแล้ว  ถึงเวลาที่จะมอบอำนาจให้ไท่จื่อดูแลแว่นแคว้นสิบต่อไป  แต่ว่าไท่จื่อนั้นยังเยาว์นัก  อีกทั้งประสบการณ์ยังมิมากพอที่จะบริหารบ้านเมืองโดยลำพัง  จำต้องมีผู้ช่วยชี้นำที่มีความสามารถ”  ฮ่องเต้ตรัสทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น  ทำให้หลายฝ่ายคิดไปต่างๆ นาๆ 

“ไท่จื่อ  รับราชโองการ”  เหอเทียนเหิงคุกเข่าประสานมือ 

“ไท่จื่อเหอเทียนเหิง  เป็นพระโอรสที่ประสูติจากฮองเฮาเพียงพระองค์เดียว  เป็นรัชทายาทอันชอบธรรมด้วยข้อบัญญัติของแคว้น  เป็นผู้มีคุณธรรมอันประเสริฐที่จะดูแลราษฎรต่อจากเจิ้นได้  แต่งตั้งให้ไท่จื่อเหอเทียนเหิงเป็นฮ่องเต้    ฮองเฮาเลื่อนขึ้นมาเป็นไทเฮา  สืบราชบัลลังก์นับแต่วันนี้”

“น้อมรับราชโองการ” เหอเทียนเหิงปิติยินดียิ่งนัก  เอื้อมพระหัตถ์รับราชโองการถือไว้ในพระหัตถ์อย่างกระหยิ่มพระทัย

“หมิงอ๋องเหอเซียนเล่อ  รับราชโองการ”  หมิงอ๋องคุกเข่าประสานมือ

“หมิงอ๋องเหอเซียนเล่อพระอนุชาแห่งเจิ้น  เป็นผู้มากความสามารถปกป้องแว่นแคว้นจากข้าศึกศัตรูมานานปี  อีกทั้งช่วยคลี่คลายภัยพิบัติในราชวังหลวงอันเกิดจากแผนการขององค์ชายแปดกับพระญาติ  ทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบร่มเย็น  แต่งตั้งให้เป็นมหาอุปราชเคียงคู่ฮ่องเต้  มีอำนาจตัดสินใจแทนพระองค์ได้ทุกประการ    เนื่องเพราะเป็นพระญาติผู้ใหญ่  พบหน้าฮ่องเต้มิต้องถวายบังคม  อีกทั้งห้ามมิให้ฮ่องเต้ลงโทษหรือปลดจากตำแหน่งได้   ให้ดำรงตำแหน่งนับจากวันนี้เป็นต้นไป”  หมิงอ๋องน้อมรับราชโองการมาถือไว้ในพระหัตถ์ด้วยสีพระพักตร์เรียบเฉย  ผิดกับเหอเทียนเหิงและฝั่งพระญาติที่มีสีหน้าซีดเซียว  ได้แต่ชำเลืองมองกันอย่างอับจน  เยี่ยงนี้ใยมิใช่ยกแผ่นดินให้หมิงอ๋องเล่า  มีอำนาจเทียบเท่าฮ่องเต้นั่นแสดงว่าพวกตนก็ต้องเชื่อฟังอย่างมิมีข้อโต้แย้งใดๆ 

“ทูลฮ่องเต้  เป็นเช่นนี้มิได้นะเพคะ  มิได้เด็ดขาด  ให้หมิงอ๋องครองอำนาจเทียมเท่าฮ่องเต้เยี่ยงนี้  ใยมิใช่ยกบัลลังก์ให้หมิงอ๋องไปแล้ว”

“เจิ้นประกาศไปแล้วให้เป็นตามนั้นมิต้องโต้แย้ง  เจิ้นคิดการณ์รอบคอบถี่ถ้วนแล้ว  หากหมิงอ๋องหมายปองบัลลังก์เจิ้นก็ยินดีจะยกให้  จนใจก็แต่หมิงอ๋องมิปรารถนาเท่านั้นเจิ้นจึงต้องขอให้ช่วยบริหารบ้านเมืองช่วยฮ่องเต้นเยี่ยงนี้”  ฮองเฮาพระพักตร์ซีดเซียว  นับจากนี้ตนคงมิอาจแตะต้องหมิงอ๋องได้อีกแล้ว

“ถวายพระพรฮ่องเต้  ถวายพระพรพระมหาอุปราช  ขอทรงพระเจริญหมื่นปี  หมื่นๆ ปี”  หม่าติงเหอชิงกล่าวถวายพระพรก่อนผู้ใด  ผู้อื่นได้สติจึงคุกเข่าถวายพระพรกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง  แต่การถวายพระพรฮ่องเต้แล้วตามด้วยมหาอุปราชนั้นแม้อาจดูแปลกสักหน่อย  แต่หม่าติงเหอตีความตามราชโองการว่ามหาอุปราชมีอำนาจตัดสินพระทัยเทียบเท่าฮ่องเต้ ใยมิใช่แผ่นดินมีฮ่องเต้สองพระองค์พร้อมกัน  แต่ขุนนางฝั่งซ้ายค่อยมีสีเลือดบนใบหน้าเล็กน้อย  หากเป็นเช่นนี้แสดงว่าฮ่องเต้โยนเรื่องของพวกตนให้สองพระองค์ตัดสินพระทัย  หากมีเพียงไท่จื่อครองอำนาจพวกตนต้องตายอย่างมิต้องสงสัย  หากยามนี้กลับมีหมิงอ๋องคานอำนาจถ่วงดุลอยู่  พวกตนย่อมมีความหวังจะรอดชีวิตบ้างแล้ว  แม้แต่หม่าติงเหอก็ยังอดมิได้ที่จะคิดว่าหมิงอ๋องจะเห็นแก่หน้าฟางจิ่นลี่ผู้มีศักดิ์เป็นพ่อตาบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.075K ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #347 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 11:33
    อ่านอย่างจุใจ เย้ๆ
    #347
    0
  2. #262 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 09:41

    ขอบคุณมากค่ะ ดีใจจังได้อ่านแต่เช้า

    #262
    0