วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 9 : ผู้ชายโรคจิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

 

 

ตอนที่ 9

ผู้ชายโรคจิต

 

 

 

 

 

 

เอาน่า คนงานทำงานเหนื่อยหนัก ร้อยวันพันปีจะได้พักเสียที ก็ให้พวกเขากินอิ่ม สนุกกันเต็มที่เถอะ และไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย ผมจัดการเอง

เขาเลยชักสงสัยว่าไอ้เงินสิบล้านที่อ้างว่าจะเอาไปใช้หนี้นั่น ได้นำมาละลายในงานนี้ไปกี่ล้านแล้ว และคนอย่างนายหาญที่คร่ำหวอดกับการทำไร่มาหลายสิบปี จะทำไร่เจ๊งจนเป็นหนี้จริงหรือ?

ในเมื่อไร่ทองตะวันยังทำกำรี้กำไรได้มหาศาล และที่สำคัญดินและน้ำที่ไร่รุ้งดาวนั้นคุณภาพดีกว่าที่ไร่ของเขามาก ผลผลิตให้ดอกผลดีตลอดทั้งปีทีเดียว

ตอนนี้เราดองกันแล้วนะลูกเขย อย่าเรียกลุง ให้เรียกพ่อ

เอ่ยมาเต็มปากเต็มคำ ท่าทางชื่นมื่นนัก ดูท่าไม่เหมือนคนเป็นหนี้หรือขัดสนเลยจริงๆ ให้ตาย หรือว่าเขาจะถูกหลอกเสียแล้ว

ใบหน้าคร้ามเข้มยืนขมวดคิ้วหน้ายุ่งอยู่กลางห้อง ตั้งใจจะแค่มาเอาเสื้อผ้าไปอาบน้ำ รู้สึกเหนื่อยและหนักท้ายทอยพิกล คงเป็นเพราะถูกปลุกมาแต่งเนื้อแต่งตัวแต่เช้า เข้าพิธีตั้งแต่รุ่งสางลากยาวมาถึงค่ำมืดดึกดื่น

เขากับเจ้าสาวยังไม่ได้พูดจาอะไรกันเลยเสียด้วยซ้ำ นอกจากมองหน้ากันอย่างเซ็งจิตทั้งคู่ ขนาดว่าเอ่ยปากปฏิเสธเหล้าที่ยกฉลองกับบรรดาแขกทั้งผู้ทรงเกียรติ และไม่ทรงเกียรติทั้งหลาย ก็ยังกระดกไปเสียหลายกรึ๊บทีเดียว

ตอนนี้ไม่ถึงกับเมา แต่ก็กรึ่มๆ มึนๆ กำลังได้ที่ทีเดียวเชียวแหละ

สายตาเจ้ากรรมที่ยืนหันรีหันขวางกวาดมองไปรอบๆ ดันไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่วางอยู่บนที่นอนสีขาวโรยกลีบกุหลาบสีแดงไว้เป็นรูปหัวใจ

เสื้อชั้นใน กับกางเกงใน...นี่แม่เจ้าประคุณเล่นเอามาวางแบหราอยู่บนที่นอนยั่วกันอย่างนี้เลยหรือ?

เขาส่ายหน้าเบาๆ กับกุลสตรีที่จะมาเป็นเมีย ทำไมไม่รู้จักถอดเสื้อผ้าใช้แล้วลงตะกร้าให้เป็นที่เป็นทาง

เมื่อหันไปมองยังตะกร้าผ้าซักที่มุมห้อง มันก็ไม่ได้ลับตาอะไร ถึงขนาดที่จะมองไม่เห็น

ร่างสูงเดินเซนิดๆ จะหยิบผ้าชิ้นจ้อยนั่นเอาไปใส่ตะกร้าให้ด้วยความหวังดี แต่พอจับยกทรงลูกไม้สีชมพูหวานจ๋อยเนื้อผ้านิ่มขึ้นมาก็ให้สงสัยว่าตัวเองอาจจะตาลาย เพราะทำไมขนาดไซต์มันถึงได้ใหญ่กว่าที่เขาเห็น

“ไม่เสริมฟองน้ำด้วยแฮะ”

เอ่ยอย่างประหลาดใจไม่น้อย ชะรอยว่าคุณรุ้งดาวจะซ่อนรูปนะนี่ ก่อนที่ความสงสัยจะพาสายตาซุกซนมองหาแถบป้ายเล็กๆ ที่ระบุขนาดไซต์เอาไว้

“สามสิบ...สามสิบสี่...ซี”

อ่านตามภาพที่เห็น ก่อนจะจุ๊ปากอย่างไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ

“ตาลายรึเปล่าวะเรา?” พึมพำกับตัวเองอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจนัก กลิ่นหอมที่โชยมาจากผ้าเนื้อนิ่มตัวน้อยนั่น มันไม่ค่อยเป็นมิตรกับจมูกเอาเสียเลย ไม่ใช่ว่ามันเหม็นหรืออะไร แต่เขาคงแพ้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มกระมัง

ฟุดฟิด...ฟุดฟิด...

“ฮะ...ฮา...ฮัด...ชิ้ว...” ทิตย์ศวัสยกมือปิดจมูกแทบไม่ทันเมื่อกลั้นจามไม่อยู่

“คุณเข้ามาทำไมนะ?” น้ำเสียงประหลาดใจดังมาจากเบื้องหลัง

และเมื่อเขาหันกลับไปมอง เจ้าสาวหมาดๆ ในชุดคลุมสีขาวใบหน้าพราวหยดน้ำก็กำลังยืนเบิกตาโตอ้าปากหวอ เมื่อเห็นเสื้อชั้นในของตัวเองอยู่ในมือของชายหนุ่ม

จะไม่ให้รุ้งดาวตกตะลึงได้ยังไง ในเมื่อได้ยินเสียงกุกกักในห้อง ทั้งที่ตกลงกันแล้วว่าเธอจะนอนห้องนี้ ส่วนนายทิตย์ศวัสจะเสียสละไปนอนอีกห้องหนึ่ง แต่เขากลับมาปรากฏตัวอยู่ในห้อง เท่านั้นไม่พอ ในมือนั่นกำลังยกเสื้อชั้นในของเธอขึ้นมาสูดดมที่จมูก ใบหน้าแดงก่ำ แถมยังตาหวานหยาดเยิ้มเคลิ้มไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“อี๋...คนโรคจิต นี่เอาเสื้อในกางเกงในฉันมาดมเหรอ”

ไม่ว่าเปล่าเมื่อเจ้าหล่อนใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่คล้องคอ ตวัดฟาดลงมาที่ตัวเขาไม่ยั้ง

“ไอ้คนโรคจิต...นี่แน่ะโรคจิต...โรคจิตเหรอ?”

เฮ้ย! ไม่ใช่นะ...ไม่ใช่...ผมเปล่า...”

ร้องเสียงหลงบอกไป แต่หญิงสาวกลับไม่ยอมฟัง กลับฟาดมือฟาดไม้ลงมาไม่ยั้งทีเดียว

++++++++

 

 

 

 

“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย เห็นอยู่กับตาว่าคุณเอาเสื้อในกางเกงในฉันไปดม”

“โอ้ยๆ  ไม่ใช่นะ อย่าตีสิมันเจ็บนะ โอ้ย บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ ฟังกันบ้างสิเว้ย เฮ้ย!” ร่างใหญ่ถอยหลังกรูดหนี

“บ้ากันไปใหญ่แล้ว มีกางเกงในที่ไหน ก็แค่เสื้อชั้นในเท่านั้น” เขารีบชูไอ้ที่ถืออยู่ในมือเป็นการยืนยัน

แต่นอกจากช่วยอะไรไม่ได้ ซ้ำร้ายยังโดนซัดหนักมือกว่าเก่า เมื่อมีหลักฐานอยู่ทนโท่ในมือ

“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย ไอ้คนโรคจิต หน็อย...ไม่ทันพ้นวันก็ออกลายเสียแล้ว...ออกไปเลยนะ ออกไป...”

ไม่รู้ว่ารุ้งดาวไปเรียนวิชาเดชผ้าขนหนูมาจากไหน ทุกครั้งที่หญิงสาวฟาดมันลงมาโดนเนื้อตัวเขา ทิตย์ศวัสเป็นได้เจ็บจนสะดุ้งโหยงๆ ต้องรีบหนีออกมาจากห้องแทบไม่ทัน ก่อนจะถูกเจ้าหล่อนปิดประตูปังใส่หน้า

เฮ้! เดี๋ยวสิ...เสื้อผ้าผมอยู่ข้างในยังไม่ได้เอาออกมาเลย” เขาร้องโวยวาย “แล้วจะเอาอะไรนุ่งเล่า”

“ไม่ต้องมาพูดเลย ฉันไม่ยอมให้คุณเข้าห้องอีกแล้ว ไว้ใจไม่ได้” คนที่ยืนพิงหลังกับบานประตูหายใจหอบแรง อกสั่นขวัญแขวนไปหมด ไม่คิดว่านายทิตย์ศวัศจะมีรสนิยม...

“อี๋...” พอนึกถึงภาพที่เสื้อยกทรงของเธอแปะอยู่ที่จมูกของเขา หน้าแดงๆ ตาเยิ้มๆ ก็ให้ขนลุกขนพองขึ้นมาอีก เป็นอย่างนี้นี่เองใช่ไหม? ถึงได้หาผู้หญิงมาแต่งงานด้วยไม่ได้...เพราะเขามันพวกโรคจิตนั่นเอง

นี่คงจะเอาชั้นในของเธอจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ แค่คิดก็ให้รู้สึกขยะแขยงเหลือจะทน แล้วจากนี้จะทำยังไงต่อไป ให้เธอทนอยู่กับผู้ชายโรคจิตอย่างนี้ได้หรือ?

คนตกตะลึงผนวกตื่นตกใจนิ่งขึงคิดอะไม่ออก หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดแล้วให้น้ำตาคลอหน่วยขึ้นมา

เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอกันหนอ?

มาเก็ตติ้งสาวพราวเสน่ห์ ดาวรุ่งพุ่งแรงในหน้าที่การงานของบริษัทข้ามชาติชื่อดังต้องตกมาเป็นเมียไอ้หื่นโรคจิต

เดี๋ยวสิ! เธอยังไม่ได้เป็นเมียเขาจริงๆ สักหน่อยนี่นา

แต่พอนึกถึงตอนที่เซ็นชื่อตัวเองลงไปบนทะเบียนสมรสแล้วก็ต้องให้ยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างปวดร้าวหัวใจ

“พ่อเอาผู้ชายอะไรมาให้หนูนี่”

รำพันคร่ำครวญอย่างเศร้าใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนที่ริเริ่มเรื่องนี้มาแต่ต้นคือบิดา ถ้าเธอบอกความจริงนายหาญตอนนี้ ท่านอาจจะมีทางออกให้เธอได้

รุ้งดาวรีบตรงไปที่โต๊ะหัวเตียง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์หาบิดา แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับใดๆ ถ้าไม่แบตเตอรี่หมด ก็คงปิดเครื่อง

“โอ้ย...แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะนี่?”

ร่างบางทิ้งตัวลงบนขอบเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรงคิดไม่ตก

เธอจะทำยังไงได้ เมื่อถลำลึกมาถึงขนาดนี้ มีทะเบียนสมรสมาผูกมัดสถานะระหว่างกัน มีแขกเหรื่อนับร้อยนับพันเป็นพยาน การแต่งงานครั้งนี้

ถึงนายทิตย์ศวัสจะดูดีทั้งหน้าตาและรูปร่างก็ไม่ได้เต็มกลืนนัก แต่การอยู่กับคนที่มีปัญหาทางจิต ชีวิตเธอคงไม่ปลอดภัยแน่

เสียงคนร้องเพลงจากด้านล่างยังดังขึ้นมาถึงในห้อง สายตาที่กวาดมองไปรอบๆ สะดุดกับของขวัญกองพะเนิน

ใช่แล้ว...บิดาให้ของขวัญเธอมาด้วย รุ้งดาวรีบตรงเข้าไปรื้อกองกล่องของขวัญ ก่อนจะหยิบซองสีขาวที่นายหาญให้มา ซึ่งคาดว่าจะเป็นเช็คเงินสด แต่พอเปิดออกมากลับต้องประหลาดใจ เพราะมันกลายเป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือนายหาญใจความบอกถึงความดีใจที่เธอจะมีใครดูแลแทนท่าน

“คนอย่างหมอนั่นนี่นะ จะมาดูแลเรา”

ก่อนจะบอกว่าพ่อมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ไม่อาจให้เหตุผลกับเธอได้ อาจจะต้องหายหน้าไปสักพักหนึ่ง แต่สัญญาว่าจะกลับมาโดยเร็ว และขอให้เธอทำหน้าที่ภรรยาของนายทิตย์ศวัสให้ดีที่สุด

“พ่อฝากลูกสาวที่พ่อรักยิ่งชีวิตไว้กับไอ้โรคจิตนี่นะ...โธ่! พ่อ” หญิงสาวคร่ำครวญ น้ำตาแทบหยดติ๋งออกมา เมื่อรู้ตัวว่าถูกลอยแพไว้ในอุ้งมือนายทิตย์ศวัสเสียแล้ว

“แล้วทีนี้รุ้งจะทำยังไงล่ะ? จะทำยังไง?”

เธอคร่ำครวญกับตัวเองอย่างคิดไม่ตก ก่อนจะพยายามหาทางออกให้ได้

หนี...ใช่ หนีไงล่ะ

ทีพ่อยังหนีไปได้ แล้วทำไมเธอจะหนีการแต่งงานนี้ไปไม่ได้ ในเมื่อก็ตั้งใจตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะไม่ทนลำบากตากแดดตัวดำอยู่ในไร่นี่แน่ๆ

แล้วอีกสองปีค่อยมาว่ากันใหม่...เธอจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในวันที่มาเซ็นต์ใบหย่าขาดจากเขา

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #1 fsn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 18:31

    เหมือนคุณพระเอก ตกเป็นเหยื่อ

    #1
    0