วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 8 : คืนเข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 มี.ค. 63

ตอนที่ 8

คืนเข้าหอ

 

 

 

 

 

 

“นั่นสิคะ งานใหญ่ของเขาชะมวงทั้งที รวมไว้แต่คนระดับบิ๊กทั้งนั้น แหม้! ลุ้นกันมาตั้งนานนะคะว่าสาวผู้โชคดีคนไหนจะได้มาเป็นนายหญิงของไร่ทองตะวัน พอหวยออกมาเป็นหนูรุ้งดาวก็เข้าทำนอง เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสียนะคะเนี่ย” เมียตากำนันทำหน้าปลาบปลื้มราวกับเป็นเจ้าสาวเสียเอง

“ไม่ละ ผมมีงานต่อ”

ข่มอารมณ์ตอบไปอย่างเสียไม่ได้ ขืนอยู่นานไป อาจจะควักปืนออกมายิงคนทิ้งเป็นแน่ ทั้งไอ้นายหาญและไอ้ทิตย์ศวัสที่มันสองคนบังอาจร่วมมือกันหักหน้าเขา แถมยังทำโปรเจคใหญ่ยักษ์ที่วางเอาไว้ในหัวพังครืนไม่เป็นท่า นับมูลค่าเป็นเงินก็ว่าเสียหายหลายล้าน ไอ้ที่มันเจ็บใจกว่าก็ตรงที่พลาดจากหญิงสาวคราวลูกที่แอบเล็งไว้มาหลายเดือนดีดักนี่แหละ

+++++++++

 

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง...

เสียงปืนที่ดังระรัวแหวกความเงียบของยามโพล้เพล้ขึ้นมา ทำให้บรรดาลูกน้องของเสี่ยชัชชาติหันมามองหน้ากัน ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อก รู้ว่าเจ้านายกำลังรมณ์บ่อจอยอย่างหนัก

พอร่างท้วมตามวัยเดินเข้ามาในบ้านพัก ต่างก็พากันหัวหดหมด

ปัง....

เสียงปืนไร้ลูกโม่ถูกนำมาวางกระแทกลงบนโต๊ะอย่างโมโหค้าง หันมามองหน้าพวกมันเรียงตัว

“กูมาถึงนี่ ไม่มีใครคิดจะหาน้ำเย็นมาเสิร์ฟให้เลยหรือไงวะ?”

“ครับๆ นาย” ไอ้ช่วงรีบกุลีกุจอเข้าครัวไปรินน้ำเย็นแก้วใหญ่มาเสิร์ฟ

พอดื่มน้ำอั่กๆ ราวกับกระหายจัดจนหมดแก้ว ก็กระแทกแก้วน้ำลงโต๊ะอีกปังหนึ่ง

ลูกน้องสองสามคนในห้อง มองไปที่ปืนลูกโม่บนโต๊ะอย่างไม่ไว้วางใจ เมื่อกี้ก็ไม่ได้นับเสียด้วยว่ายิงไปกี่นัดแล้ว เกรงตัวเองจะกลายเป็นเป้าเคลื่อนที่ขึ้นมา หากว่าผู้เป็นนายอารมณ์ค้างอยู่

“กูเจ็บใจนัก ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นดันมาฉกหนูรุ้งไปจากอกกูได้”

ไอ้ช่วง...ไอ้ช่วย...ไอ้โชติ สามสมุนตัวชอ หันไปสบตามองหน้ากัน อย่างกำลังปรึกษาว่าจะทำยังไงเพื่อเอาใจผู้เป็นนายดี

“ไปฉุดไหมครับนาย” ไอ้ช่วงที่ยืนเรียงหน้ากระดานอยู่หัวแถวเสนอ

“ฉุดมาทำห่าอะไรวะ ป่านนี้คุณหนูรุ้งก็เข้าหอเป็นเมียไอ้ทิตย์ศวัสไปแล้ว” ไอ้ช่วยแย้ง

แหม! แต่ยังหัวค่ำอยู่เลย...คงยังหรอกมั้ง แต่ถ้าเสี่ยชักช้าล่ะไม่แน่” ไอ้เชิดไซโคอีกคนหนึ่ง

“ถ้าอย่างนี้ชักช้าไม่ได้แล้วนะครับนาย ต้องฉุดครับ” ไอ้สามตัวพร้อมใจกันประสานเสียงยุยง

“ไอ้พวกเวร...นี่มึงจะให้กูบุกไปฉุดเจ้าสาวถึงในไร่ทองตะวัน ที่ตอนนี้มีทั้งรองผู้ว่า นายอำเภออยู่ในงานงั้นหรือ? ยังจะตำรวจยศใหญ่ๆ ทหารยศโตๆ ที่ไอ้หาญมันไปเชิญมานั่นอีก ปืนไม่รู้กี่กระบอกนะมึง โง่จริงๆ อย่าบอกใครนะว่าเป็นลูกน้องเสี่ยชาติ จะขายหน้ามาถึงกูได้”

ทั้งสามตัว เอ๊ย! สามคนพากันก้มหน้าหงอยอย่างพร้อมเพรียง  ปล่อยให้เจ้านายผู้ชาญฉลาดแต่มีแต่ลูกน้องโง่ๆ คิดหาหนทางไปตามลำพัง

อ้าว! เงียบนิ่งเป็นเป่าสาก สรุปว่าพวกมึงนี่จะไม่ช่วยกูคิดหน่อยหรือว่าจะทำยังไงดี”

“ก็ที่เสนอไปเสี่ยก็ไม่เอาด้วย”

“ก็มึงคิดวิธีที่เป็นไปได้หน่อยสิวะ ไม่ใช่วิธีปัญญาอ่อนอย่างนั้น?”

“ถ้าพ้นคืนนี้ไป เสี่ยก็คงต้องทำใจแล้วล่ะครับ เจ้าสาวทั้งขาวทั้งสวยขนาดนั้น ไอ้ทิตย์ศวัสคงฟัดเสียงอมพระรามฟ้าเหลืองแน่ๆ กลับใจไปหาน้องๆ นางงามในตู้กระจกเหมือนเดิมดีกว่าครับ ไม่เล่นตัว ไม่เรื่องมาก เงินมาผ้าก็หลุด”

ใบหน้าเหี้ยมเกรียมหันขวับมาตาลุกวาว ก่อนจะคว้าเอาแก้วที่อยู่ใกล้มือขว้างใส่ลูกน้อง ข้อหาพูดความจริงที่จี๊ดหัวใจจนไม่อาจจะยอมรับได้

“ไอ้พวกเวรตะไล นอกจากไม่ช่วยคิดแล้วยังมาพูดจาบั่นทอนกำลังใจกูอีก ไปให้พ้นๆ ตีนเลยเชียว เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ พวกมึงนี่” เอะอะพาลพาโลเข้าใส่ลูกน้องทั้งสามคน ที่พากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงหาย ไม่อยากอยู่รองรับอารมณ์ของผู้เป็นนายต่อแล้ว ถึงไม่ไล่ พวกมันก็อยากหนี ใครจะไปไว้ใจลูกปืนและอารมณ์ผีเข้าผีออกของเจ้านายวัยทองที่ริอยากมีเมียสาวคราวลูกได้

เมื่อกลับมาอยู่เพียงลำพัง เสี่ยใหญ่ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างแรงด้วยความโมโห ก่อนจะหน้าเหยเกเมื่อรู้สึกเสียดเจ็บที่บั้นเอวแปล๊บขึ้นมา ด้วยว่ากระดูกกระเดี้ยวไม่ได้เหมือนสมัยหนุ่มๆ แล้ว แต่ก็ยังทำตัวเปรี้ยวเฟี้ยวทำซ่าส์เหมือนวัยนมเพิ่งแตกพานอยู่

“อูย...สงสัยต้องใช้บริการน้องนางในตู้ให้ช่วยนวดคลายเส้นให้จริงๆ แล้วสิ”

แต่จะใช้บริการแต่ละที ก็ต้องขับรถเข้าเมืองไปไกลเป็นร้อยกิโลเมตรทีเดียว จะสู้มีหมอนวดส่วนตัวได้ยังไง

คิดแล้วก็เจ็บใจนัก ที่อุตส่าห์บากหน้าไปสู่ขอรุ้งดาวกับบิดาของเจ้าหล่อนแต่กลับถูกปฏิเสธไร้เยื่อใย จึงต้องดำเนินการแผนฮุบไร่รุ้งดาว ซึ่งกำลังจะเป็นผลสำเร็จอยู่แล้วเชียว หากทิตย์ศวัสไอ้หนุ่มรุ่นลูกนั่งไม่เอาคานเข้ามาสอดหมูที่กำลังจะหาม

“เจ็บใจนักไอ้ทิตย์ศวัส หน็อย...ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกคิดจะมาเทียบบารมีวัดรอยเท้ากับคนอย่างเสี่ยชัชชาติอย่างนั้นหรือ?”

จากเด็กหนุ่มที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อนในเขาชะมวง ภายในเวลาแค่เจ็ดปี ไอ้นายทอง ตะวันรุ่งที่ถูกเขาบีบเพื่อซื้อที่จนถึงขั้นลอบฆ่ามาแล้วแต่ว่ามันก็ดวงดีรอดมาได้ ก็ผลักดันหลานชายให้กลายมาเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่เขาชะมวงเสียจนตอนนี้คนพากันรู้จักและเอ่ยถึงชื่อของมันมากกว่าเขาเสียอีก

ที่เขายังเก็บมันเอาไว้ ก็เพราะไอ้ความเจียมเนื้อเจียมตัว มือไม้อ่อนเห็นที่ไหนก็ยกมือไหว้เขาก่อน และยกย่องให้เกียรติขาใหญ่ที่อยู่มานาน และมีอิทธิพลเบ่งบานมากกว่านี่แหละ

หากในตอนนี้ชื่อของทิตย์ศวัสกลับไปนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในใจคนเขาชะมวง มีอะไรใครก็นึกถึงเรียกหาแต่มัน โดยเฉพาะผู้หญิงสาวๆ สวยๆ

เป็นอันรู้ดีว่าเทพีเขาชะมวงจะต้องถูกส่งมาบรรณาการแก่เขาทันทีที่สวมมงกุฏและสายสะพายเดินลงมาจากเวที

ทว่าสามปีให้หลัง อีนังนกน้อยพวกนั้นกลับพากันบินหลบบินเลี่ยงไม่เคยมาถึงมือตกถึงท้องเขาเลย เพราะไอ้สปอนเซอร์รายใหญ่ของกองประกวดเปลี่ยนมือจากเขาไปเป็นนายทิตย์ศวัส ตะวันรุ่ง

คนอย่างเสี่ยชัชชาติไม่ถือสาหาความกับเด็กเมื่อวันซืน ปล่อยให้มันเรืองอำนาจนานเกินไป จนตอนนี้ใครๆ ก็พากันมองข้ามเขาไปหามันกันหมดแล้ว

และต่อให้เสียผู้หญิงคนไหนก็ไม่เจ็บใจเท่าแม่หนูรุ้งดาว จิตพิพัฒน์ที่หมายหมั่นปั้นมือว่าจะได้เมียเอ๊าะๆ แถมมาพร้อมกับที่ดินผืนใหญ่

แต่สุดท้ายก็ถูกไอ้หาญหักหน้าพาเมนูโอชะที่เขากำลังผูกผ้ากันเปื้อนเตรียมมีดกับส้อมพร้อมกินให้หนำใจ ไปเสิร์ฟให้ไอ้เด็กรุ่นลูกที่ตอนนี้บารมีทัดเทียมกันเสียแล้ว

“ไอ้หาญ ไอ้ทิตย์ คอยดูเถอะ ฉันไม่เอาพวกแกไว้แน่ๆ”

+++++++++

 

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูพอเป็นพิธี เพราะนี่เป็นห้องนอนเขา ที่ทิตย์ศวัสเคยใช้คนเดียวลำพังมาตลอดเวลาหลายปีดีดัก แต่เพราะตอนนี้มีเมียแล้ว มีคนมาช่วยใช้ห้องหับ ถึงเจ้าหล่อนจะไม่ค่อยมีมารยาทกับเขาสักเท่าไหร่ แต่เขาก็กำลังจะสอนมารยาทให้เจ้าตัวได้เรียนรู้ เผื่อจะพอฝึกพอหัดได้บ้าง ว่าเวลาจะเข้าห้องควรเคาะประตูสักหน่อย

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากข้างใน ก็แปลว่ายินดีและเต็มใจจะให้เขาเข้าไปในห้อง ซ้ำพอยื่นมือไปหมุนลูกบิด ก็คลายล็อกออกดังกริ๊กอย่างง่ายดาย

อาห์...ประตูไม่ได้ล็อกกลอน ก็เท่ากับว่าเธอเป็นใจ

แต่เมื่อผลักประตูเปิดเข้ามาภายใน กลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีเงาของเจ้าสาวภายในห้อง หรือชะรอยว่าจะหนีไปเสียแล้ว แต่ไม่ทันได้คิดว่าควรจะดีใจ หรือเสียใจดี ก็ได้ยินเสียงเปิดน้ำซู่ดังอยู่ในห้องน้ำแว่วๆ มาเข้าหู

ไม่ต้องสงสัยว่าใครอยู่ข้างในนั้น

ทิตย์ศวัสเพียงแค่จะเข้ามาเอาเสื้อผ้าของเขาในห้อง หลังจากที่ส่งแขกเหรื่อกลับบ้านไปหมดแล้ว เหลือแต่พวกคนงานไม่กี่คนที่ขอสังสรรค์อยู่ครึกครื้นกันต่อ กว่างานแต่งงานที่กะไว้ว่าเป็นการจัดขึ้นเล็กๆ ภายในครอบครัว แต่เอาเข้าจริงๆ พ่อตากลับหักหลังกัน เชิญแขกระดับบิ๊กของจังหวัดมาเป็นสักขีพยานเพียบ ยังจะเลี้ยงโต๊ะจีนทั้งแขกและคนงานอีกร้อยกว่าโต๊ะ มหรสพความบันเทิงจัดเต็ม เรียกว่าไม่น้อยหน้าไปกว่างานเฉลิมฉลองของจังหวัดเลยทีเดียว

คุณลุงไม่เห็นบอกผมเลยว่าจะจัดงานใหญ่โตอย่างนี้ ไหนบอกเล็กๆ รู้กันแค่การภายใน

 เมื่อมีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังเขาอดกระซิบถามคนมาเป็นพ่อตาไม่ได้

นี่ยังไม่เล็กอีกหรือ? ผมก็เชื้อเชิญมาแต่คนรู้จักให้ความเคารพนับถือกันทั้งนั้น

แล้วไอ้โต๊ะจีนร้อยกว่าโต๊ะนี่ล่ะครับ มันเล็กตรงไหน

เฉพาะคนร่วมงานก็เฉียดพันคนเข้าไปแล้ว เป็นคนงานของทั้งสองไร่รวมกัน ทั้งไร่ทองตะวัน และไร่รุ้งดาว ยังจะแขกผู้ใหญ่จากช่วงเช้าที่ลากยาวมาจนถึงมืดค่ำ ชาวบ้านร้านตลาดที่รู้จักมักจี่ในฐานะที่เขากลายเป็นคนกว้างขวาง เพราะนานๆ ครั้งหรอกที่เขาชะมวงจะจัดงานช้างใหญ่ยักษ์อย่างนี้

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น