วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 2 : ผู้หญิงหัวสูง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    20 ก.ค. 62

 

ตอนที่ 2

ผู้หญิงหัวสูง

 

 

 

 

 

“ทิตย์” ตอบสั้นๆ ห้วนๆ ไร้ซึ่งหางเสียง

เห็นทีว่าเธอต้องบอกให้บิดาจัดการสังคายนามารยาทของคนงานในไร่กันเสียใหม่แล้ว นอกจากไม่รู้จักเจ้านายลูกน้อง ตีตัวเสมอลูกคนจ่ายเงินเดือนให้ ยังยียวนกวนประสาทเก่งอีก อากาศยิ่งร้อนๆ ทำให้คนหงุดหงิดได้ง่ายๆ ด้วย

“อื้อ...นายทิด...แล้วนายบวชมาแล้วกี่พรรษาล่ะ?”

ทิตย์ศวัสนิ่งไปครู่หนึ่ง พอเข้าใจคำถามก็แทบขำก๊ากออกมา...เธอถามชื่อ...เขาก็บอกชื่อ แต่หญิงสาวกลับเข้าใจไปว่าเขาผ่านการบวชเรียนมาแล้วจนใครๆ เรียก ทิด

“ยัง...ผมยังไม่บวช ยังหาคนถือหมอนให้ไม่ได้น่ะ” ตอบกลั้วขำ

ผู้หญิงข้างๆ หัวเราะหึๆ อยู่ในลำคอพอให้ได้ยิน ก่อนจะเบ้ปากสวยๆ

“ก็สมควรหรอก พูดจากวนประสาทเสียขนาดนี้...นี่...นาย ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายยอกย้อนต่อปากต่อคำหรอกนะ อยากหาคนถือหมอนได้ ก็เปลี่ยนนิสัยเสียใหม่นะ” ลอยหน้าลอยตา ทำคอเชิดแนะนำให้อย่างหวังดี

ครานี้เขาไม่อดกลั้นอีกแล้ว แต่หัวเราะก๊ากออกมาสุดเสียง จนคนแนะนำหน้าเหวอไปเลยทีเดียว

คำว่าหาผู้หญิงไม่ได้...ไม่น่าจะใช้กับเขา เพราะสาวๆ วิ่งเข้าไปหาถึงไร่ทองตะวันกันฝุ่นตลบ

เป็นเธอเสียอีกมากกว่าที่ว่าหาสามีไม่ได้...ถึงขนาดว่าต้องให้บิดาเอามายัดเยียดให้กับเขา...จำนองไร่ได้ถูกเหมือนได้เปล่า ยังได้ลูกสาวแถมมาอีก

ไอ้ครั้นจะไม่เอาของแถม ก็กลัวว่าเขาจะกลายเป็นคนอกตัญญู ไม่รู้คุณคน

เอาเหอะ...เห็นสภาพสาวเจ้าอย่างนี้...เขาให้ไม่เกินสองอาทิตย์ คุณรุ้งดาวสาวเกาหลีหลุดแคตตาล็อกคงถอดร้องเท้าส้นสูงวิ่งหน้าเริดกลับกรุงเทพฯ แทบไม่ทัน

“ใครบอกว่าไม่มี ที่บอกว่าหาไม่ได้ เพราะสาวๆ เขาแย่งกันถือหมอนจนตบตีหัวร้างข้างแตกต่างหากล่ะ ผมไม่อยากทำให้ใครเสียน้ำใจ กลัวกุฏิพระจะแตกด้วย ก็เลยยังไม่บวช...อีกอย่างตอนนี้ยังไม่ว่างงานในไร่เยอะมาก”

“เฮอะ” รุ้งดาวแค่นยิ้ม ทำหน้าไม่เชื่อสรรพคุณที่ได้ยินอวดอ้าง แต่ก็ไม่สนใจจะต่อปากต่อคำด้วยอีก เพราะชายหนุ่มอาจจะเลี้ยวเข้ามาแขวะเธอได้ เรื่องที่ไม่ยอมกลับมาช่วยบิดาทำงานในไร่

ถึงแม้ไร่รุ้งดาวจะให้ผลผลิตดี ทำรายได้ปีๆ มากเสียยิ่งกว่าเงินเดือนตำแหน่งพนักงานฝ่ายการตลาดที่เธอทำอยู่ก็ตาม

แต่เธอก็ชอบที่จะได้แต่งตัวสวยๆ ได้ทำงานอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ พบปะเพื่อนฝูง นัดกันแฮงค์เอาท์ หรือชอปปิ้งเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าสวยๆ งามๆ มากกว่าจะมาทนหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินตากแดดตากลมตัวดำอยู่ในไร่ วันๆ ก็เห็นแต่วัว แต่ม้า คนงานหน้าตาถึกๆ พูดจาเถื่อนๆ อย่างนายทิดนี่

โอ้ย! แค่คิดก็อยากสั่งให้คนกวนประสาทเลี้ยวรถกลับพาไปส่งที่ท่ารถเสียตอนนี้เลย

“แล้วที่ไร่เป็นยังไงบ้างล่ะ?”

“ก็ร้อนนะ ดูท่าจะแล้งด้วย เห็นว่าปีนี้พระโคเลือกกินน้ำกับหญ้า คำทำนายว่าน้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร ผลผลิตได้ผลดีเฉพาะที่ลุ่ม แต่บังเอิญไร่เรามันอยู่ในที่ดอนเสียด้วย ก็อาจจะเปลืองเงินเปลืองแรงผันน้ำเข้าไร่มากสักหน่อย”

คิ้วเรียวขมวดมุ่นนิดๆ มองสีหน้าเป็นกังวลหน่อยๆ ของชายหนุ่ม

แหม! ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของไร่เสียเอง!

เท่านั้นไม่พอ ไอ้สรรพนามที่ว่า ไร่เรา หมอนี่รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังตีตนเสมอเจ้านายอยู่

นอกจากอากาศจะไม่เป็นใจ เส้นทางไปทุลักทะเล เธอยังต้องมาผจญกับคนงานบ๊องๆ อย่างนายทิดนี่อีก ช่างไม่มีแรงจูงใจอะไรให้อยากกลับมาที่เขาชะมวงนี่เอาเสียเลย นอกจากว่ามันเป็นสมบัติพัสถานชิ้นใหญ่ที่จะกลายเป็นมรดกตกทอดให้เธอเป็นเจ้าของในอนาคตอันใกล้นี่

ซึ่งรุ้งดาวค่อนข้างจะมั่นใจเกินล้านเปอร์เซ็นต์ว่าตัวเองไม่มีวันหันมาพิสมัยบ้านไร่ ทำงานจับจอบจับเสียมแน่นอน

แล้วเธอจะทำยังไงกับมันดีล่ะ?

ขายไงล่ะ...

ได้เงินก้อนโตที่ประเมินว่าจะได้รับจากการขายที่ดินกว่าสองร้อยไร่ จะทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในพริบตา ได้ยินว่าใครๆ ก็กำลังหมายตาที่ผืนนั้นตาเป็นมัน...ทั้งเสี่ยชัชชาติ และยังจะใครนะ หลานชายหลวงลุงทองที่มารับมรดกไร่ทองตะวันต่อน่ะ...ป่านนี้หลายปีแล้ว เขาจะยังทำไร่ไถนาอยู่รึเปล่า? ข่าวว่าเขาเป็นนักเรียนนอกด้วย

“นายรู้จักเจ้าของไร่ทองตะวันไหม?”

จู่ๆ เธอก็สนใจผู้ชายคนนั้นขึ้นมา จำได้ว่าเขาอายุมากกว่าเธอหลายปี แต่ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตากันหรอก นอกจากฟังที่บิดาเล่าถึง

คนถูกถามหูกระดิก ปรายตามามองหญิงสาวอย่างแปลกใจนิดๆ

“คุณทิตย์ศวัสนะหรือ?”

“อื้อ...ใช่มั้ง...น่าจะชื่ออะไรวัดๆ วาๆ นี่แหละ เข้ากับนายดีนะ นายทิด” ว่าขึ้นมากลั้วขำติดตลก

“คุณถามทำไม?”

“นายรู้จักเขาใช่ไหม? เขาเป็นคนยังไง?”

อื้ม...!

 เล่นมาถามอย่างนี้ จะตอบว่ายังไงดีหว่า?

“ก็เป็นคนดี ขยันขันแข็ง มีน้ำใจ เกษตรกรรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าคนทั้งเขาชะมวงก็รักเขานะ” อันนี้ไม่ได้ยกยอตัวเอง เขาก็พูดตามที่เห็นที่คนอื่นพูดมาอีกทีนั่นแหละ

หากคนฟังทำหน้าไม่เชื่อ...เพราะจำได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่กี่ปีเอง

แหม! พูดเกินไปหรือเปล่า?”

“ไม่หรอก...ไม่เกินไป...อ้อ! จะบอกให้ด้วยว่า นายทิตย์ศวัสหล่อล่ำ กำยำ สาวๆ เห็นแล้วกระโดดเข้าใส่จนหนีแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว”

ห๊า!” ทำเสียงสูง ก่อนจะเบ้ปาก

 เรื่องนั้นเธอไม่สนใจหรอก เขาจะขี้เหร่หรือหล่อยังไง ก็แค่หนุ่มชาวไร่นั่นแหละ ไม่เคยอยู่ในความคิดหรือสายตา

“นายว่าเขาชอบทำไร่ไถนาไหม?”

“ก็ชอบสิ...อื้ม! คงชอบมั้ง ไม่งั้นก็คงไม่อยู่ที่นี่ถึงเจ็ดปีหรอก”

“เจ็ดปี...เขาอยู่มาเจ็ดปีแล้วเหรอ? อื้ม...”

อยู่มานานจริงๆ ดูท่าว่าจะชอบบ้านไร่เป็นจริงเป็นจัง เธอจะดีใจมาก หากต้องขายสมบัติพัสถานสุดรักแสนหวงของบิดาให้กับคนที่ชอบมันจริงๆ

“ว่าแต่คุณถามถึงเขาทำไม?”

“ถ้ารู้ว่าเขาชอบทำไร่ไถนาก็ดี”

เพราะบางทีเขาก็น่าจะสนใจอยากซื้อไร่ของเธอด้วย ไหนๆ ที่ดินก็ติดกัน และอีกอย่างเธอไม่ชอบเสี่ยชัชชาติที่วางกล้ามเป็นผู้มีอิทธิพลในเขาชะมวง แถมตอนที่บังเอิญไปเจอกันที่กรุงเทพฯ ตาลุงนั่นยังมาทำท่ากระลิ้มกระเหลี่ยใส่เธออีกทั้งที่อายุรุ่นราวคราวพ่อได้ ใส่ทองเส้นเท่านิ้วชี้ มีลูกน้องตามเป็นพรวน เอาเป็นว่าไม่ถูกชะตาอย่างแรง ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากนับว่าเป็นคนรู้จัก ก็เลยไม่อยากยุ่งกับนักเลงโตบ้านนอกพรรค์นั้น

นายอะไรนะ? วัดๆ วาๆ นี่แหละที่จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เธอจะยอมขายที่ดินให้...หากเขาสนใจจะซื้อจริง

คนขับมองหญิงสาวข้างๆ อย่างประหลาดใจ ในชีวิตเขาหลายปีให้หลังไม่มีสาวประเภทนี้ผ่านเข้ามานัก

รุ้งดาวดูติ๊งต๊องเหมือนพวกนางเอกการ์ตูนญี่ปุ่นเกาหลี โชคดีมากเทียวที่เจ้าหล่อนมีใบหน้าสวยๆ และหุ่นเริ่ดๆ พ่วงมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงดูไม่จืดเป็นแน่

แต่แหม! ไอ้หุ่นผอมเพรียว ขายาวเป็นนกกระยางเทรนด์นางแบบนี่ ถึงจะสวยก็ไม่ต้องรสนิยมเขาสักเท่าไหร่ อย่างเขามันต้องสาวพันธ์เนื้อนมไข่ เหมือนแม่วัวพันธุ์ที่กำลังเลี้ยงอยู่นั่นสิ ถึงจะตรงสเป็ก

แต่แค่เมียแก้ขัด จะไปหวังอะไรมาก แค่เธอสวยกว่าที่คิดเอาไว้ เขาก็โล่งใจมากทีเดียว เพราะสองปีจากนี้จะได้ไม่กล้ำกลืนฝืนทนเกินไป

สองปีที่อยู่ในความดูแล คุณไม่มีสิทธิ์ล่วงเกินลูกสาวผม

แล้วคุณลุงจะให้ผมแต่งงานกับเธอทำไม สองปีเทียวนะครับ ไม่ใช่สองนาที แล้วคนเป็นผัวเมียกันนี่ ถ้าจะจับจะแตะจะต้องอะไรไม่ได้คงจะยาก บังเอิญว่าผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนเสียด้วยสิ...บางทีคุณลุงอาจจะไว้ใจคนผิด

คนที่อาจหาญจะฝากลูกสาวให้เขาดูแลหรี่ตาลงมองหน้าพร้อมกับคิดพินิจพิเคราะห์อย่างชั่งใจ

ก็เว้นเสียแต่ว่าหนูรุ้งจะยินยอมพร้อมใจ...แต่ผมขอสัญญาจากคุณอย่างลูกผู้ชายว่าจะไม่มีการใช้กำลังบังคับลูกสาวผม

ให้ตายสิ นี่ว่าที่พ่อตาคงไม่รู้ว่าอย่างเขา มีแต่สาวๆ ทั้งเขาชะมวงวิ่งเข้าใส่ เพราะต่างก็อยากใช้นามสกุลตะวันรุ่ง และเป็นนายหญิงแห่งไร่ทองตะวันกันทั้งนั้น แต่เขาก็ดันรับปากไปแล้ว เพื่อให้คนแก่สบายใจ

และตอนนี้เขาก็ชักสงสัย ว่ารุ้งดาวจะซักประวัติของเขาไปทำไมกัน?

หรือบางทีเจ้าหล่อนอาจจะรู้ระแคะระคายมาว่า กำลังจะได้ดองกันในเร็ววันนี้แล้ว คิดแล้วเขาก็บอกไม่ถูกจริงๆ ว่านึกยังไง ถึงได้ตกปากรับคำจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้า หรือรู้จักนิสัยใจคอ ให้ต้องมาหวั่นใจว่าจะอยู่ด้วยกันรอดหรือเปล่า ถึงจะเป็นเวลาไม่นานนัก เพียงแค่สองปีก็ตามเถอะ

งานนี้สงสัยต้องแล้วแต่บุญทำกรรมแต่งเสียแล้วล่ะ

“เฮ้อ!

เสียงถอนหายใจพรวดใหญ่ เรียกใบหน้าเรียวเล็กหันกลับมามองอย่างแปลกใจนิดหนึ่ง ก่อนจะเลิกสนใจ เพราะยังคิดไม่ตกว่าเหตุผลอะไรทำให้บิดาต้องเรียกตัวเธอกลับบ้านเป็นการด่วนอย่างนี้

 

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 150221 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 20:09
    ขำพระนางมากท่าจะสนุก
    #5
    0