วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 16 : แม่บ้านมือใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

 

ตอนที่ 16

แม่บ้านมือใหม่

 

 

 

 

 

 

                                                                                                              

“นี่ อย่ามาหาเรื่องกันนะ ทำไมฉันต้องแกล้งคุณด้วยล่ะ” ปฏิเสธทันควัน

“ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคุณจะแกล้งผมทำไม? ไอ้ลำพังไม่อยากทำอาหารให้ผมกินน่ะพอเข้าใจ แต่ไอ้ที่ทำให้ข้าวของเสียหายต้องเททิ้งนี่มันไม่ดีเลยนะ คุณรู้หรือเปล่าว่า กว่าชาวนาจะปลูกข้าวจนเป็นข้าวมาให้เรากินได้น่ะ ลำบากแค่ไหน ต้องตากแดดตากลม ดูแลเอาใส่ใจอีกหลายเดือน กว่าจะได้ข้าวเป็นเม็ด แต่คุณกลับทำให้ข้าวเป็นหม้อต้องเททิ้งเพียงเพราะความสนุกคึกคะนองของคุณเท่านั้น ลองนึกถึงคนอดอยากยากจนที่ไม่มีเงินซื้อข้าวกินสิ ว่าข้าวหม้อนี้ที่เสียไป จะเอาไปเลี้ยงคนได้กี่คนกี่ปากกี่ท้อง”

ใบหน้าที่ขาวอยู่แล้ว แทบไร้สีทันทีเมื่อถูกอบรมสั่งสอน

“ไข่นี่ก็เหมือนกัน กว่าจะเลี้ยงไก่ตัวหนึ่งโตมาจนออกไข่ให้คุณกินได้ รู้ไหมว่าใช้เวลากี่เดือน ต้องดูแลเอาใจใส่อะไรบ้าง สุดท้ายก็มาเสียเปล่าเพราะคนไม่มีหัวคิด”

คนถูกว่าไม่มีหัวคิดถึงกับหน้าเหวอไปเลย เมื่อคำพูดนั่นกระแทกหัวใจอย่างจัง แต่เรื่องอะไรเธอจะยอมรับผิดว่าตั้งใจจะแกล้งเขาจริง

รุ้งดาวรีบสะบัดมือชายหนุ่มออก หน้าง้ำพูดเสียงเครือ

“ฉันอุตส่าห์ตั้งใจลุกมาทำอาหารให้ทานแท้ๆ คุณกลับมากล่าวหาว่าฉันแกล้งคุณ”

“ก็ถ้าตั้งใจจริง ทำไมรสชาติมันถึงสุนัขไม่รับประทานอย่างนี้ล่ะครับ คุณผู้หญิง จะให้ผมเชื่อว่าคุณทำอาหารไม่เป็น กะอี้แค่เมนูข้าวต้มกับไข่เจียวนี่นะ” มองด้วยสายตาคาดคั้นตำหนิว่า อย่าคิดมาเล่นละครตบตาเขาเสียให้ยาก

“คุณไปอยู่กรุงเทพตั้งกี่ปี เป็นไปได้เหรอที่ไม่เคยทำอาหารกินเอง แล้วเมนูง่ายๆ อย่างไข่เจียวนี่ จะทำไม่เป็นจริงเหรอ? ข้าวต้มนี่ก็เหมือนกัน เวลาทำ คุณไม่ได้ชิมเลยหรือไงว่ามันเค็มจนไส้แทบขาด แถมข้าวก็แฉะๆ แข็งๆ อย่างนี้ไม่เรียกว่าแกล้งกันแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?”

คนถูกจับไต๋ได้ถลึงตาใส่ แทบกระโดดเข้าไปข่วนหน้าทิตย์ศวัสด้วยความโมโห แต่ถ้าทำอย่างนั้นจริง เล่นไม้แข็งยังไงเธอก็แพ้เขาวันยังค่ำ จำใจที่รุ้งดาวต้องควักมารยาหญิงขึ้นมาใช้ ตาแดงๆ คลอด้วยน้ำตา ว่าเสียงเครือ

“คุณจะคิดอย่างนั้นก็ตามใจ แต่ฉันน่ะไม่เคยทำอาหารให้ใครกินนี่นา แล้วตอนที่อยู่กรุงเทพฯ น่ะ สารพัดที่จะหากินได้ ร้านอาหารก็มากมาย เซเว่นอีเลฟเว่นก็มีอยู่ทุกหัวมุมถนน อาหารแช่เย็นในฟู้ดคอร์ทก็มีเมนูเป็นร้อยเป็นพันให้เลือกกิน มันแปลกที่ไหนล่ะที่ฉันจะทำอาหารง่ายๆ นี่ไม่เป็น"

 พูดพร้อมกับสะอื้นฮั่กๆ ก่อนจะหันหลังกลับวิ่งขึ้นไปชั้นบน เพราะเล่นใหญ่เล่นนานเดี๋ยวจะหลุดพิรุธออกมาให้ชายหนุ่มจับผิดได้เสียเปล่าๆ

ทิตย์ศวัสถึงกับหน้าค้างไปทีเดียว พี่ประนอมกำลังกระวีกระวาดเอากาแฟมาเสิร์ฟ ทันเห็นตอนที่รุ้งดาวสะบัดหน้าพรืดปล่อยโฮวิ่งขึ้นไปชั้นบนก็ตกอกตกใจไปด้วย

“อะไรกันคะคุณทิตย์ ทะเลาะอะไรกัน?”

“ไม่ได้ทะเลาะครับ ผมก็แค่ถามว่าเขาแกล้งผมหรือเปล่า ถึงได้ทำอาหารรสชาติแย่ๆ นี่มาให้ทาน”

“แล้วหนูรุ้งดาวว่ายังไงล่ะคะ?” อันนี้เจ้าหล่อนก็สงสัยอยู่เหมือนกัน

“เขาก็ว่าทำอาหารไม่เป็นจริงๆ แล้วก็ทำเป็นร้องห่มร้องไห้ขึ้นไปข้างบนอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ” พูดจบก็ทิ้งก้นลงนั่งตามเดิม ยกกาแฟขึ้นมาจิบแก้กลุ้ม เช้านี้กำลังจะดีๆ แท้ๆ กลับต้องมาประสาทเสียเพราะเมียคนเดียว

“กะอี้แค่ข้าวต้ม ไข่เจียวมีใครบ้างที่ทำไม่เป็น อย่างนี้พี่ประนอมคิดว่าเขาแกล้งผมหรือเปล่าล่ะครับ?” หันมาถามความเห็น

อื้ม! พี่ขอไม่ออกความเห็นก็แล้วกันนะคะ แต่ว่าพี่หาญก็เลี้ยงลูกตามใจ ไร่นาอะไรก็ไม่เคยให้ออกไปดูไปแล ท่าทางหนูรุ้งก็ดูไม่เหมือนพวกเรา แล้วจู่ๆ จะให้คนอยู่กรุงเทพฯ มาเป็นสิบๆ ปีกลับมาอยู่เขาชะมวง คุณทิตย์ก็ให้เวลาเธอปรับตัวหน่อยเถอะค่ะ” เสียงอ่อนขอร้องแทน

ทิตย์ศวัสถอนหายใจพรวด จะทำใจหยวนๆ ให้เชื่อว่าเธอไม่รู้จริงๆ ก็ได้

“ถ้าเป็นอย่างนี้จริง วันหน้าเขานั่นแหละที่จะลำบาก” บ่นพึมอย่างปวดหัว

แหม! คนเป็นผัวเป็นเมียกัน เล็กๆ น้อยๆ อะไรยอมได้ก็ยอมเถอะค่ะ มันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไรไม่ใช่หรือคะ อะไรไม่ดีหรือไม่เป็น ก็ค่อยๆ หัด ค่อยๆ สอนไป”

“เฮ้อ!

ทิตย์ศวัสถอนหายใจพรวดออกมาดังๆ แต่ก่อนมีแต่ปัญหาเรื่องงานให้แก้ไข ปวดหัวยังไง สุดท้ายก็หาทางออกจนได้ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนถึงกับต้องมาถอนใจพรวดๆ อย่างตอนมีเมีย และนี่ก็เพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าจะต้องเหนื่อยหนักอีกสักแค่ไหน...กับการปั้นรุ้งดาวให้เป็นเมียอย่างที่คนอื่นเขาเป็นกัน

อื้ม! ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องฝากพี่นอมช่วยสอนเรื่องการบ้านการเรือนให้เขาหน่อยก็แล้วกันนะครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวยังไงพี่จะช่วยอีกแรงนะคะ” ประนอมแบ่งรับแบ่งสู้ ด้วยอยากให้ทั้งคู่สมานฉันท์กันในเร็ววัน

+++++++++

 

“คนบ้าเอ๊ย! ดันมารู้ทันได้”

คนหน้าง้ำว่า ทิ้งตัวลงไปที่โซฟาในห้องนอนหน้าหงิกหน้างอไปกว่าเดิม รู้หรอกว่านายทิตย์ศวัสน่ะฉลาด แต่ไอ้เรื่องมารยาหญิง ก็มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นแหละที่รู้เท่าทันกัน หรือว่าจริงๆ แล้ว นายนั่นแอบสาว

ไม่ใช่หรอก...เกย์ที่เธอเคยเห็นและรู้จักไม่ได้มีลักษณะแบบนายทิตย์ศวัสสักคน ถ้าเขาเป็นเกย์ วงการเกย์คงถึงการอวสานแน่ๆ ที่ต้องมาสมาชิก ถึก...เถื่อน...กวนประสาท...ปากเสียอย่างนี้

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูห้องทำเอาสะดุ้งโหยง เหลียวหน้าไปมองที่ประตูอย่างไม่ไว้ใจ

“คุณรุ้ง...คุณรุ้ง...รุ้งดาว...” เขาเรียกอยู่ที่หน้าประตู

“อะไรอีกล่ะ?” ขมวดคิ้วหน้ายุ่ง

“จะมาขอโทษ หรือว่าจะมาดูว่าเราร้องไห้จริงรึเปล่า? ทำยังไงดี...ทำยังไง?” เพราะน้ำตามันเหือดหายไปทันทีหลังจากที่ประตูปิดนั่นแล้ว

“ไม่ได้ๆ เดี๋ยวหมอนั่นไม่สำนึกผิดกันพอดี”

ว่าแล้วก็รีบขยี้ตาให้ดูแดงๆ เดินไปตรวจเช็กหน้ากระจก ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูให้

“มีอะไร?” น้ำเสียงเขียวถามบอกให้รู้ว่าอารมณ์ไม่ดี

“เอาเป็นว่าผมขอโทษก็แล้วกัน ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจริง”

“เชอะ...ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้อง” สะบัดเสียงว่า พร้อมกับสะบัดหน้าใส่

“เอาน่า...อย่ามาเสียเวลางอนผมอยู่เลย ผมขี้เกียจเสียเวลาง้อ งานในไร่รออยู่ตั้งเยอะ วันนี้ก็สายแล้วด้วย รีบแต่งเนื้อแต่งตัวสิ”

“แต่งตัว...แต่งตัวไปไหน?” หันมาถามอย่างฉงน

“ก็ไปทำงานน่ะสิ”

นิ้วเรียวทำเล็บกรีดกรายสวยชี้ที่ตัวเอง

“ฉันนี่นะ?”

“ใช่” ผงกหน้าจริงจังหนักแน่น

“เอ่อ...ฉัน...ฉันไม่มีชุด” กวาดตามองเขา

“แบบคุณใส่หรอกนะ ไม่เคยซื้อ ไม่คิดจะซื้อ ก็เลยไม่มีสักชุดเลย”

“โอเค...งั้นไปชุดนี้ก็ได้”

ไม่ว่าเปล่ามือหนาคว้าหมับจับข้อมือเล็กของเธอฉุดออกมาจากในห้องด้วย

“อะไรเล่า จะให้ฉันไปชุดนี้หรือ ดำตายเลย ไม่เอานะ”

“ไม่เอาได้ไง นี่ก็ไร่ของคุณเหมือนกัน ต้องช่วยกันทำงานสิ” ว่าแล้วก็ลากคนตัวเล็กกว่าออกมาจากห้องเป็นผลสำเร็จ ไม่สนท่าทางขัดขืนนั่นสักนิด

วัวดื้อ ม้าพยศ เขาก็ปราบมาหมดแล้ว จะจัดการคนท่ามากอีกคน ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก

++++++++

 

 

“ไหวหรือครับนั่น?”

นายสมัยหัวหน้าคนงานเอ่ยถามผู้เป็นนายที่หอบหิ้วเอารุ้งดาวมาด้วย

หญิงสาวร่างระหงในชุดลำลองเสื้อชีฟองพลิ้วกับกางเกงขาสั้นยืนกางร่มอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ที่ทำเอาเหล่าคนงานชายแทบไม่เป็นอันทำการทำงาน เพราะความขาวออร่าของขาเรียวยาวสลักเสลาที่แยงตาไกลตั้งแต่ร้อยเมตร

ทิตย์ศวัสเงยหน้าไปมองอย่างขัดหูขัดตาขัดใจ ทั้งชุดที่ใส่ หมวกสวมศีรษะ ร่มอีกคัน และยังอยู่ใต้เงาต้นไม้ เธอจะกลัวแดดอะไรกันนักหนา แต่เขาไม่ยอมอ่อนข้อให้รุ้งดาวอีกเด็ดขาด เรื่องอาหารเช้านั่นก็อย่างหนึ่งล่ะที่เขาไม่มีวันเชื่อว่าเธอไม่ได้กำลังแกล้งเขา

เป็นถึงลูกสาวชาวไร่...ยังจะมาเป็นเมียหนุ่มบ้านไร่ จะกลัวอะไรกับสิ่งที่อยู่ใต้ฟ้านี่ ไม่ว่าจะแดดหรือฝน ก็ต้องทนให้ได้

“ไหวไม่ไหวเขาก็ต้องทำให้ได้ ไร่เขาก็มี งานในไร่เราก็ยุ่งพอ อีกหน่อยเขาก็ต้องไปดูแลสมบัติของตัวเอง” บอกอย่างที่มันควรจะเป็น

“พี่หาญน่ะตามใจลูกสาวเสียจนเคยตัว เพราะสงสารที่หนูรุ้งดาวกำพร้าแม่แต่เล็กๆ แต่เกิดมาในไร่ เป็นลูกสาวชาวไร่ ยังไงก็ต้องเป็นงานบ้างล่ะ แต่ดูท่านี่จะไม่ไหวจริงๆ ดูแต่ชุดที่ใส่มานั่นสิครับ ทำเอาไอ้พวกนี้ไม่เป็นอันทำการทำงานกันล่ะ มัวแต่เล็งขาอ่อนกัน” ว่าพร้อมกับส่ายหน้า

 

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #3 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 18:31

    สู้ๆ คะ คุณทิต

    #3
    0