วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 15 : ขวัญใจนางงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

ตอนที่ 15

ขวัญใจนางงาม

 

 

 

 

 

“ดี...ไม่หึงก็ดี อันที่จริงคุณต้องทำความเข้าใจหน่อยว่า ไร่ทองตะวันเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ให้กับเวทีการประกวดเทพีเขาชะมวง เพราะฉะนั้นผมหลีกเลี่ยงที่จะทำงานสาธารณประโยชน์กับพวกเธอไม่ได้”

รีบพูดออกตัวก่อนเชียว ดูเหมือนไม่ใช่คนร้อนตัวเลย ก่อนใบหน้าหล่อรกๆ จะยิ้มให้

“ผมดีใจนะที่คุณเข้าใจ”

“เข้าใจเหรอ? เชอะ”

บ่นพึมตามหลังคนที่เปิดประตูลงจากรถไป แม่สามสาวก็เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังอย่างกะแฟนคลับดารา ทำให้เธอยิ่งหมั่นไส้คนเจ้าเสน่ห์อัธยาศัยดีเข้าไปอีก กระทั่งอดรนทนไม่ได้ ต้องรีบเปิดประตูลงจากรถไปเบรกอาการระริกระรี้ของแม่พวกสาวๆ อะไรก็ไม่น่าหมั่นไส้เท่า คนของเธอก็หน้าเป็นไปกับเขาด้วย

“เห็นพี่นอมบอกคุณทิตย์ไปกรุงเทพฯ แล้วนี่ได้อะไรมาฝากน้ำตาลบ้างคะ?”

“ของฝากลูกจันทร์ละคะ?”

“แล้วของส้มหวานด้วย...อย่าบอกนะคะว่าไม่มี”

“เอ่อ...พอดีว่าผมไม่ได้ไปเที่ยวนะครับ...ไปทำธุระ”

“ธุระอะไรหรือคะ?”

สายตาปรายไปที่รถ อาจจะเพราะเป็นเวลาโพล้เพล้ และที่กระจกก็ติดฟิล์มกรองแสงค่อนข้างมืด ถึงทำให้ทั้งสามสาวไม่เห็นว่า เขาไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง

คนบนรถเปิดประตูแล้วก้าวลงมาด้วยหน้าตาบึ้งตึง ดวงตาจ้องมองเขม็ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มหวาน

“คุณทิตย์ขา ช่วยรุ้งยกกระเป๋าขึ้นบนบ้านหน่อยสิคะ”

ท่าทีที่เปลี่ยนจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ ทำให้ทิตย์ศวัสถึงกับมึนไปเลยทีเดียว

“เร็วสิคะ เดินทางไกลเหนื้อย...เหนื่อย รุ้งเหนียวเนื้อเหนียวตัวอยากอาบน้ำจะแย่ รีบขึ้นไปอาบน้ำผลัดกันถูหลังดีกว่า” คำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากหญิงสาว ทำให้ทิตย์ศวัสถึงกับเคลิ้มไป รีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยรุ้งดาวหิ้วกระเป๋า

หญิงสาวคล้องกระเป๋าถือแอร์เมสที่แขน เดินผ่านสามสาวนางงาม ยิ้มเยาะ ยักคิ้วหยับๆ พร้อมกับทิ้งสายตาให้

“มีธุระอะไรอีกไหมคะ? พอดีว่าตอนนี้มันเป็นเวลาของครอบครัว ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญจริงๆ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็แล้วกันนะคะ ฉันนั่งรถมาเมื้อย...เมื่อย ว่าจะให้สามีนวดขาให้เสียหน่อย” ว่าแล้วก็เชิดหน้าเดินเฉิดฉายขึ้นไปในบ้าน

เขาจะเจ้าเสน่ห์แค่ไหนก็ช่าง แต่ระหว่างที่เธอยังอยู่ที่ไร่ทองตะวัน รุ้งดาวไม่ปรารถนาให้มีผู้หญิงที่ไหนมาแข่งรัศมีกับหล่อนอีก แค่เรื่องงานในไร่ที่จะมาช่วยนายทิตย์ศวัสก็ถือว่าหนักหนาน่าปวดหัวพออยู่แล้ว ไม่อยากเอาเรื่องสาวๆ ของเขามาทำให้ยุ่งยากใจเพิ่ม

“ตกลงว่ามีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?”

คนที่หอบหิ้วกระเป๋ารุงรังเต็มสองมือหยุดถามสามสาวที่กลอกตามองกันแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะไอ้คำพูดที่ได้ยิน ภาพที่เห็นมันทำเอาจุกอกไปหมด

“ถ้าไม่มีงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

ร่างสูงค้อมศีรษะให้ ก่อนจะเดินขึ้นบ้านพักไป ทิ้งให้สาวงามยืนตากยุงอยู่อีกครู่หนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ เพราะดูท่าว่าอยู่ไปก็เปล่าประโยชน์

+++++++++

 

“เอากระเป๋าวางแล้วก็ออกห้องไปได้แล้ว”

คนนั่งหน้าบึ้งที่ขอบเตียงสั่งเสียงกระด้าง ผิดกับเสียงอ่อนเสียงหวานที่เอ่ยเมื่อครู่นี้ลิบลับ

ทิตย์ศวัสหน้าฉงน มองคนที่นั่งเอนหลังตาจ้องมองทีวี ราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ในห้องด้วย

“ไหนบอกว่าจะอาบน้ำด้วยกันไง?”

ปรายดวงตาสวยมามอง

“ก็ไปอาบที่ห้องคุณสิ...ไป๊” ไล่อีกแล้ว

“ก็นี่ไงล่ะห้องผม แล้วไหนบอกว่าเหนียวตัว จะอาบน้ำ ผลัดกันถูหลังไง?” เขาท้วงทวงคำพูดเธอขึ้นมา

“ต่อหน้าคนอื่น ฉันก็ต้องแสดงให้สมบทบาท แต่เราตกลงกันไว้ยังไง ก็เหมือนเดิม” พูดอย่างไม่ยี่หระ

“อ้าว....” คนถูกหลอกให้ดีใจเก้อ ลากเสียงยาว เข้าใจอยู่หรอกเรื่องข้อตกลงก่อนแต่งงาน แต่ถ้าเธอจะเปลี่ยนใจ เขาก็ไม่เกี่ยงงอนหรอกนะ...ผู้ชายวัยฉกาจฉกรรจ์ ฮอร์โมนพุ่งพล่านอย่างเขา แถมยังหลวมตัวแต่งงาน เซ็นทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย แอบคิดไปว่า บางทีรุ้งดาวคงจะเห็นความดีความชอบของเขาสมนาคุณบริการดีๆ ให้บ้าง แต่ก็ต้องผิดหวัง

“นี่คุณ วันหลังไม่พูดจริง ก็อย่าหลอกให้ดีใจเก้อได้เปล่า ผมจะได้ไปกับน้องๆ เขา ไม่ใช่มาตัดโอกาสกันอย่างนี้ เล่นมาแหย่ให้อยาก แล้วจากไปอย่างนี้ มันใช้ไม่ได้รู้ไหม? คนนิสัยไม่ดี”

บ่นว่ากระปอดกระแปดไม่สมกับเป็นเขา รุ้งดาวอ้าปากค้างมองคนที่เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอน ผ้าเช็ดตัว ก่อนจะเดินออกห้องไปอย่างหงุดหงิดหัวเสีย

“อะไรของเขา...คนบ้านี่” ค้อนตามหลังไป ก่อนจะกลับมาสนใจกับรายการหน้าจอทีวีต่อ หากคำพูดของทิตย์ศวัสก็มาก่อกวนจิตใจให้เธอต้องคิดมาก

เธอเองก็ไม่คิดว่าจะมีใครจะแต่งงานกันด้วยเหตุผลแปลกๆ เหมือนเธอกับเขาหรือเปล่า? แต่ก็ถือว่าทิตย์ศวัสเป็นผู้ชายใช้ได้ ที่ไม่บ้าอำนาจของความเป็นสามีเหมือนพวกพระเอกในนิยาย อย่างน้อยเขาก็ให้เกียรติที่จะไม่ฝืนใจหรือขัดใจเธอและยินยอมให้อยู่ในห้องของเขาเพราะมันเป็นห้องที่ใหญ่กว้างขวางและสะดวกสบายที่สุดในบ้าน

บางทีเธอก็น่าจะดีกับเขาสักหน่อย ในเรื่องที่ไม่ฝืนใจจนเกินไปนัก

อย่าเชียวนะรุ้งดาว อย่าได้คิดแบบนั้นกับหมอนี่ เพราะสิ่งที่เธอต้องการจากเขา ไม่ใช่แค่การเสียสละหรือการเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ แต่คือใบหย่าต่างหากล่ะ

เสียงในความคิดรีบร้องห้ามปรามเอาไว้ก่อนที่จะใจอ่อน

+++++++++

 

“ใครเจียวไข่ครับนี่?”

คนที่แต่งตัวพร้อมออกไปทำงานและมานั่งที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยถามอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นไข่เจียวไหม้ๆ อยู่ในจาน ถัดกันนั้นไข่เค็มผ่าซีก ผักกาดดองกระป๋อง และปลากรอบที่ก็คงเทออกมาจากกระป๋องเหมือนกัน

พี่ประนอมยิ้มแป้น ปรายตาไปยังคนที่นั่งแต่งตัวสวยผูกโบว์อันโตกำลังยิ้มแฉ่งอย่างจะเอาความดีความชอบ

“คุณหรือ?”

เขาเงยหน้าขึ้นมาถามคนหน้าแฉล้มที่นั่งด้านซ้ายมือ ถือเป็นการรับประทานอาหารมื้อแรกร่วมกันในบ้านหลังนี้หลังการแต่งงานของเธอกับเขา

รุ้งดาวผงกหน้าระรัว

“ฉันทำสุดฝีมือเลยล่ะ ลองชิมสิคะ?”

เลื่อนจานไปให้ใกล้อีกจนแทบจะทิ่มหน้าชายหนุ่ม อย่างภูมิใจนำเสนอ

เมื่อหันไปมองหน้าพี่ประนอม ฝ่ายนั้นก็ขยิบตายิบๆ คล้ายจะส่งซิกบอกให้เขาว่าเอาใจเธอหน่อยเถอะ ค่าที่พยายามลุกมาทำอาหารให้ทานแต่เช้า ที่หญิงสาวเคยบอกกับเขาว่าทำกับข้าวไม่เป็น แต่ทิตย์ศวัสก็ไม่คิดว่าขนาดไข่เจียวก็ยังทำไม่ได้ มันออกจะเกินไปสักหน่อย และที่เหลืออีกสองสามอย่างนั่น ก็อาหารสำเร็จรูปทั้งนั้น

“ตักข้าวเลยครับพี่ประนอม”

เขายอมเออออด้วย คุณแม่บ้านก็รีบบริการตามสั่ง ตักข้าวต้มร้อนๆ ควันกรุ่นมาใส่ชามให้ พอเห็นหน้าเห็นตาข้าวต้มในชามก็ทำให้ทิตย์ศวัสต้องอึ้งอีกรอบ คงไม่ต้องถามให้เปลืองน้ำลายว่าใครต้ม

“ไข่เจียวก่อนเลย ชิมสิคะ ชิมสิ”

หญิงสาวรีบตักอาหารฝีมือตัวเองให้อย่างเอาใจ ให้สมกับเป็นภรรยาที่ดี แถมยังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันด้วย

“ตักตรงที่ไม่ไหม้สิคุณ กินของไหม้ทำให้มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งได้นะ”

เขารีบบอก แต่ก็คงเป็นเรื่องยากสักหน่อย เพราะไอ้ส่วนที่เป็นสีเหลืองนั้น มีพื้นที่น้อยกว่าไอ้ที่มันเกรียมๆ

“กรอบๆ อร่อยดีออก”

เจ้าตัวว่า ทิตย์ศวัสมุ่ยหน้าแต่ก็ตักข้าวต้มใส่ปาก ก่อนจะพ่นพรวดทิ้งแทบไม่ทัน ทั้งประนอมและรุ้งดาวตกใจกันทีเดียว

“ทำไม? ไม่อร่อยหรือ?”

“ทำไมมันเค็มอย่างนี้  คุณใส่เกลือเป็นกระสอบเลยหรือไง?”

ใบหน้างามส่ายดุกดิก

“ไม่...แค่ทัพพีเดียวเอง เค็มหรือ? ฉันอยากให้คุณได้รับไอโอดีนเยอะๆ น่ะ” คนว่าตาปริบๆ ใสซื่อ

นัยน์ตาคมกริบลุกวาว ทั้งไข่เจียวไหม้ ข้าวต้มใส่เกลือทัพพีหนึ่ง นี่มันแกล้งกันชัดๆ จึงผลักจานข้าวต้มออกไปให้ห่างตัว รุ้งดาวหน้าเสีย

“ไม่กินแล้วเหรอ?” ถามเสียงอ่อย

“จะกินได้ยังไงกัน เค็มปี๋ออกอย่างนั้น ขืนกินหมดชามมีหวังไตพังกันพอดี” เขาบ่น

โอ้ย! คุณทิตย์ขา มือใหม่ให้อภัยเถอะค่ะ อย่างน้อยหนูรุ้งก็อุตส่าห์ลุกมาทำให้ทาน” คุณแม่บ้านช่วยประนีประนอมสถานการณ์

“งั้นเอากาแฟไหม? กาแฟขนมปังปิ้ง”

ทิตย์ศวัสผงกหน้าอย่างเสียไม่ได้ และพอหญิงาสาวทำท่ากุลีกุจอจะลุกไป เขาก็รีบยึดแขนเธอเอาไว้

“ไม่ต้อง ให้พี่ประนอมไปชงดีกว่า เขารู้ว่าผมชอบดื่มกาแฟรสไหน?”

คนได้รับคำสั่งกรายๆ รีบเดินเข้าไปในครัว ทิ้งทั้งสองไว้ที่โต๊ะอาหารด้วยกัน

“นี่ คุณรุ้งดาว” คนพูดหน้าตาเป็นจริงเป็นจัง ใบหน้างามหันมามองตาปริบๆ “คุณแกล้งกันใช่ไหม?”

“แกล้ง...แกล้งอะไร?” คนพูดทำหน้าซื่อตาใส

“ก็แกล้งทอดไข่ให้ไหม้ แล้วก็แกล้งใส่เกลือเป็นทัพพีในข้าวต้มไง” เอ่ยอย่างรู้ทัน

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น