วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 14 : จนแล้ว..จนรอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

 

ตอนที่ 14

จนแล้ว...จนรอด

 

 

 

 

 

 

นายหาญจึงคลายคิ้วที่ขมวดย่น พยายามทำใจให้สงบ ไว้วางใจในตัวลูกเขยที่เลือกเองกับมือ

“ลองกำหนดลมหายใจดูนะ ให้จิตตั้งมั่นอยู่กับอะไรสักอย่าง ให้มีที่ยึดเหนี่ยวรั้งไว้ ใจจะได้ไม่ล่องลอยไหลไปตามความทุกข์ที่ทำให้เราไม่สบายใจ”

“เสียดายต้องมานอนแบ็บรักษาตัวอยู่อย่างนี้ ไม่งั้นผมจะลุกนั่งสมาธิเสียหน่อย จิตใจมันฟุ้งซ่านเหลือเกิน”

“นั่งสมาธิไม่ได้ ก็นอนสมาธิได้ กำหนดจิตอย่างที่อาตมาบอก ลองทำดู ใจเบาโล่งสบาย เปิดรับการรักษาได้เต็มที่ พอหายดีก็จะได้กลับไปหาลูกสาวนะโยม คิดเอาไว้”

“ครับ หลวงพ่อ ผมจะพยายาม”

“ดีแล้วล่ะโยม งั้นก็พักผ่อนเสียนะ อาตมาไม่กวนแล้ว”

หลวงพ่อทองขอตัวลาสหายเก่า ที่ตอนนี้กำลังมานอนรักษาตัวเพราะเพิ่งตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งระยะที่สองซึ่งพอจะมีทางรักษาได้

แต่ก็ดันมาประจวบเหมาะกับเกิดเรื่องร้อนใจที่ถูกนายชัชชาติคุกคามจะเอาทั้งที่ดินและลูกสาว

กิเลสทำให้คนเราทำบาปไม่มีที่สิ้นสุด ตัวท่านเองก็เคยถูกดักยิงมาแล้ว เอาชีวิตแทบไม่รอด หากนายหาญไม่ได้ช่วยเหลือชีวิตเอาไว้ เป็นหนี้บุญคุณที่ท่านระลึกถึงจนวันตาย

การเจ็บหนักในครั้งนั้น ทำให้ท่านได้คิดอะไรมาก ทุกอย่างไม่เที่ยง ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง จึงได้สละทรัพย์สมบัติทุกอย่าง มอบให้ทิตย์ศวัสหลานชายเข้ามาดูแลแทน ส่วนตัวท่านเองก็มุ่งสู่ทางธรรม เพื่อความสงบของจิตใจ และแสวงหาความสุขอันเป็นนิรันดร์

+++++++++

 

“เอาไว้ที่ไหนของเขานะ แล้วจะให้เรานอนตรงไหนนี่?”

ทิตย์ศวัสบ่นอุบเมื่ออาบน้ำออกมาจากห้องน้ำด้านนอกเสร็จแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวพันผ้าเช็ดตัวอยู่ผืนเดียว ไอ้กระเป๋าเสื้อผ้าที่หิ้วมาด้วย แม่เจ้าประคุณรุนช่องเจ้าของห้องก็ไม่รู้ว่าหิ้วหายไปไหนแล้ว

“รุ้ง...คุณรุ้ง...รุ้งดาว...” เขาออกเดินตามหาเจ้าของห้อง พร้อมกับหากระเป๋าของตัวเองด้วย

สายตาหยุดนิ่งที่หน้าห้องนอนของหญิงสาว หรือว่ารุ้งดาวจะหิ้วไปไว้ในห้องนอน เพราะตอนที่เธออยู่บ้านเขา เขาก็ยกห้องให้เธอ ทิตย์ศวัสยื่นมือไปหมุนลูกบิดดู ก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อกอีกแล้ว ก็แปลว่าอนุญาตให้เขาเข้านอกออกในได้ตามสะดวก จึงลองผลักเข้าไปข้างใน

ห้องนอนกว้างเปิดแอร์เย็นเฉียบ ไฟวอร์มไลท์เปิดไว้ให้ความรู้สึกโรแมนติกเป็นบ้า สายตาที่กวาดมองดู ห้องนอนของหญิงสาวตกแต่งเรียบง่าย แต่กลับรกไปด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมกองพะเนิน ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาที่ไม่น่าเข้ากับเธอแม้แต่นิด บนหัวเตียงเรียงกรอบรูปไว้ให้เห็นถึงพัฒนาการความงาม และเขาก็มัวแต่มองเพลินจนลืมไปว่าเข้ามาหากระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง เขาสะดุดตากับภาพสุดท้ายที่เธอถ่ายภาพร่วมกับผู้ชายหน้าตาสะอาดสะอ้านแสนคุ้น....นายนพรุจ

อิริยาบถในภาพดูเป็นทางการ ไม่ได้แสดงความสนิทสนมจนทำให้คาดเดาความสัมพันธ์ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ทำให้เขานึกไม่ชอบใจนัก

ว้าย!” น้ำเสียงตระหนก ร้องอย่างตกใจ เมื่อเห็นชีเปลือยยืนอยู่ในห้อง

ร่างหนาหันกลับมา อวดแผงมัดกล้ามในระยะประชิด ทำเอาหัวใจหายวาบ สายตาถูกกระชากด้วยลอนกล้ามเนื้อแน่นปั๋งบนแผ่นอกและหน้าท้อง และอาการนะจังงังนี่คงไม่หายไปง่ายๆ หากเสียงห้าวๆ ไม่เอ่ยถามก่อน

“ผมหากระเป๋าไม่เจอ คุณเก็บไว้ไหนล่ะ?”

“มัน เอ่อ...ก็อยู่ข้างนอกนั่นแหละ” รุ้งดาวรู้สึกหน้าแดงเห่อขึ้นมา เบือนสายตาหลบแทบไม่ทัน ข่มหัวใจที่เต้นผิดจังหวะให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว

“ก็แล้วมันตรงไหนล่ะครับ ผมหาไม่เจอนี่นา”

นั่นสิ...มันอยู่ตรงไหน? เธอจำไม่ได้ สมองมันว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด เพราะไอ้กล้ามเนื้อแน่นๆ สีแทนที่แยงตาส่งผลต่อจิตใจและสมองของเธอโดยตรง

“แถวๆ โซฟา”

“ผมหาแล้วไม่เจอ” ถึงแสงในห้องจะไม่สว่างนัก แต่เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นสีหน้าแววตาที่เปลี่ยนไป ทิตย์ศวัสเริ่มนึกสนุก

“อื้อ...ห้องคุณนี่เย็นดีนะ เตียงก็หลังใหญ่ นอนสองคนสบายๆ เลยนะนี่”

ไม่ว่าเปล่า เมื่อทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงทำท่าว่าจะยึดเตียงของเธอ ดวงตาสวยเบิกโต เมื่อเห็นเขาเอกเขนกแสนสบาย

“ไม่ได้นะ คุณจะนอนในนี้ไม่ได้” เสียงแหวรีบห้ามปราม

“ทำไมจะไม่ได้ ก็ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้วนี่ ทีตอนคุณไปนอนบ้านผม ผมยังยกห้องให้คุณเลย” เขาท้วงทวงสิทธิ์พึงมีพึงได้ในฐานะสามี

“ก็บอกว่าไม่ได้ ลุกขึ้นมานะ แล้วออกไปได้แล้ว”

รีบดึงท่อนแขนใหญ่ให้ลุกขึ้นจากเตียง แต่ชายหนุ่มก็ขืนตัวเอาไว้

“บอกให้ลุกไง ออกไปนะ ออกไป”

มือบางตีเผียะๆ ลงไปที่หัวไหล่เปล่าเปลือย บอกดีๆ แล้วไม่ยอมไป ก็ต้องเจอไล่ให้ออกจากห้องแบบนี้แหละ

“โอ้ยๆ แล้วจะตีผมทำไมนี่?”

ดูเหมือนรุ้งดาวจะเป็นพวกชอบใช้กำลัง นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอประทุษร้ายร่างกายเขา และไอ้เขาเองก็ไม่เหี้ยมพอที่จะตอบโต้รุนแรงกลับไป

“ก็บอกดีๆ แล้วคุณไม่ลุกนี่...นี่แน่ะ ออกไปนะ ออกไป...นี่...นี่...”

โอ้ย! เจ็บนะคุณ หยุดตีผมสิ...โอ้ย...โอ้ย...”

แต่ดูเหมือนคำขอร้องจะไม่เป็นผล ตราบใดที่เขายังไม่ออกไปให้พ้นจากห้อง เธอก็ไม่หยุดมือ

“หยุดตี...หยุดสิ...ไม่หยุดผมจูบจริงๆ นะโว้ย” เจอขู่เข้าไปอย่างนั้น มือที่เงื้อสุดเหยียดก็ค้างชะงักงัน

ใบหน้างามตื่นจ้องมองคนขู่เขม็งอย่างบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง

“อ๋อ...ไม่ให้ตีใช่ไหม? ไม่ตีก็ได้”

ไม่ว่าเปล่า เมื่อง้างเท้าเตะ โชคดีหรอกว่าเขาตาไว ยกหน้าแข้งหนีได้ทันควัน รีบยึดหัวไหล่เมียพันธุ์บางแก้วของตัวเองเอาไว้

คนอะไรหน้ารึก็หวาน...ตัวก็เล็กบอบบาง น่ารักน่าทะนุถนอมแต่กลับดุเหลือแสน

“เตะก็ไม่ได้ เตะผมก็จะจูบ...ตีก็จูบ... ตบก็จูบ...ต่อยก็จูบ...เอาสิ ๆ ไม่ทำจริงอย่าเรียกผมว่านายทิตย์ศวัส” หน้าตาคนท้าเอาจริงเอาจังจนเธอไม่กล้า เหลือกตาค้อนประหลับประเหลือก

“ค้อนก็จูบ”

“มันจะเกินไปละนะ ลองมาจูบสิ ฉันจะจิกให้ปากแหว่งเลยคอยดู”

พอเห็นคนขู่กางกรงเล็บเอาจริง เขาก็มีคอหดกันไปบ้างเหมือนกัน ปล่อยมือที่จับมือเธอเอาไว้ เมื่อคำขู่ได้ผล

“โอเค งั้นค้อนได้ แต่ห้ามทำร้ายร่างกาย ถูกเนื้อต้องตัวผมอีก ไม่งั้นล่ะก็...” ครางฮึ่มในลำคอ พร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์

“จะปล้ำให้”

คราวนี้ใบหน้างามขว้างค้อนตาเขียว

“ขืนนายทำอย่างนั้น ฉันจะตัดปิ๊กกะจู้นายโยนให้เป็ดกินแน่ๆ ไม่ต้องให้แพร่พันธุ์ออกลูกสืบหลานได้อีกเลย ไม่ทำจริงอย่าเรียกฉันว่ารุ้งดาว”

คนถูกขู่ทำหน้าสยอง...ขู่อะไรก็ไม่กลัว แต่ที่จะบริการทำหมันฟรีให้นี่ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด

“ลองทำจริงขึ้นมา คุณนั่นแหละที่จะร้องไห้โฮเสียดายกว่าใคร จะทำอะไรคิดให้ดีๆ เชียว”

คนถูกขู่หน้าแดงขึ้นมา ยิ่งผิวขาวแค่ไหน ไอ้เส้นเลือดที่สูบฉีดแรงก็พาให้แก้มสาวกลายเป็นสีชัดเจน

“พูดมากน่า ออกไปได้แล้ว”

ว่าพร้อมกับทำท่าจะดันหลังผลักร่างใหญ่ออกไปให้พ้นห้อง แต่ก็ระลึกถึงคำขู่ของทิตย์ศวัสออกเสียก่อน จึงรีบหดมือกลับ

“แล้วคืนนี้จะให้ผมไปนอนที่ไหนล่ะ?”

“ก็โซฟาข้างนอกนั่นไง?”

“คุณนี่เป็นเจ้าบ้านที่แย่มาก แทนที่แขกมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ นี่อะไรกัน ขับไล่ไสส่งตลอด”

“คนอื่นฉันต้อนรับ แต่ไม่ใช่คุณ”

“ผมน่ะสิที่คุณยิ่งต้องดูแลให้ดีๆ เป็นเมียที่ไม่ได้เรื่อง ไล่ผัวเหมือนหมูเหมือนหมา”

ว่าพร้อมกับส่ายหน้าบ่นออกไป และไอ้คำว่า ผัวก็ช่างจี๊ดใจคนฟังเหลือเกิน

++++++++

 

 

          “มาแล้ว คุณทิตย์กลับมาแล้ว”

เสียงวี๊ดว้ายกระตู้วู้อย่างดีอกดีใจ พร้อมกับร่างของนางงามเวทีเทพีเขาชะมวงสามปีมายืนตั้งแถวรอรับชายหนุ่มขวัญใจพวกหล่อน ข่าวว่าเขาเข้ากรุงเทพฯ ไปหลายวันหลังจากเมียหนี

จากที่เคยหมดหวังไปหัวใจแห้งเหี่ยว หลังจากที่ทิตย์ศวัสเข้าพิธีแต่งงาน มาวันนี้ความหวังของพวกหล่อนกลับมาเรืองรองสว่างไสวอีกครั้งหนึ่ง

คนนั่งข้างๆ คนขับหน้ามุ่ยทันทีที่เห็นเหล่าแฟนคลับของเขา

“นางงามที่นี่ ไม่มีการมีงานทำบ้างหรือไง? ถึงได้มายืนตั้งแถวรอท่าต้อนรับอย่างนี้ อันที่จริงคุณไม่ต้องเหนื่อยไปตามฉันก็ได้ ดูเหมือนพวกเธอเต็มอกเต็มใจจะช่วยคุณทำไร่ไถนาอยู่นะ” รุ้งดาวว่าประชด

ดวงตาคมกริบปรายมามอง ก่อนจะยิ้มที่มุมปากหน้าระรื่น

“ทำไม หึงผมเหรอ?”

“หึง” พูดเสียงสูง

“เชอะ ฉันจะหึงคุณเพื่อ?” ย่นจมูกเข้าใส่

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น