วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 12 : มาตามหาเมีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 พ.ค. 63

 

ตอนที่ 12

มาตามหาเมีย

 

 

 

 

 

 

“พี่จันทร์ล่ะก็ คนบ้าคนบอที่ไหนไม่รู้ ให้เขาเข้ามารอในบริษัทได้ยังไงกัน?”

“นั่นน่ะสิ ออกไปดูสักหน่อยดีกว่าว่าหน้าตาเป็นยังไง?”

จุฬาลักษณ์รับลูกพลอยพยัก รีบเก็บแฟ้มรวบๆ ขึ้นมาถือ ทำท่าจะรีบแล่นไปดูหน้าสามีของเธออย่างอยากเห็นเต็มแก่สาระแนนักยัยนี่ไม่มีใครเกิน

ความต้องแตกแน่ๆ ถ้าใช่นายทิตย์ศวัสจริง รุ้งดาวรีบก้าวเท้าไปขวางทางอีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมสายตาเชือดเฉือน

“เรื่องของฉัน เดี๋ยวฉันจัดการเอง ว่าแต่เธอเถอะจูน พี่ปรางให้งานไว้ ไม่รีบไปทำล่ะ?”

“ทำไมต้องทำท่าเหมือนมีพิรุธด้วยล่ะจ๊ะรุ้ง?” อีกฝ่ายถามเสียงสูง

“ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจจริงล่ะก็จะกลัวอะไรล่ะ ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นพวกแอบอ้างจริง เดี๋ยวฉันจะช่วยจัดการให้” พูดพร้อมเดินกระแทกไหล่เธอจะผ่านไปให้ได้ แต่รุ้งดาวก็ขืนตัวขวางทางเอาไว้

“ไม่เป็นไรจ๊ะ ขอบใจมาก แต่เรื่องแค่นี้ไม่คณนามือฉันหรอก ทำงานของเธอให้เสร็จเถอะ”

ทิ้งสายตาพร้อมรอยยิ้มเตือนเอาไว้ว่า อย่ายุ่ง แล้วรีบหมุนตัวกลับออกจากห้องประชุม เดินฉับๆ ไปทางห้องรับรองแขกของบริษัทแทบไม่ทันทีเดียว

“ห้องรับแขก...ห้องรับแขกใช่ไหม? ฮึ่ม! นายทิตย์ศวัส” บ่นงึมงำพร้อมครางฮึ่มในลำคอ

“ค่ะ เขารออยู่ที่นั่น แถมยังเล่าเป็นคุ้งเป็นแควเชียวนะคะ ว่าเพิ่งแต่งงานกับคุณรุ้งเมื่อวันก่อนนี้เอง จนพี่ล่ะแอบเคืองที่แต่งงานแต่งการไม่ยอมบอกกล่าวกัน” เสียงคุณแม่บ้านตอบคำถาม

จะเชิญไปให้เอิกเกริกเพื่อ...?

รุ้งดาวกัดฟันกรอด ก่อนจะหันขวับมาทางแจ่มจันทร์ที่ตามมาโดยที่เธอไม่รู้

“เดี๋ยวขอรุ้งจัดการเองค่ะ พี่แจ่มไม่ต้อง”

บอกพร้อมกับดันหัวไหล่อีกฝ่ายไว้เป็นการปราม

“แต่ว่า”

รุ้งดาวยกนิ้วชี้ขึ้นมาโบกไปมา พร้อมขึงสายตาว่า ห้ามจุ้น

“ให้รุ้งจัดการเรื่องส่วนตัวของรุ้งด้วยตัวเองนะคะ” บอกเสียงหวานจ๋อย หยุดยั้งอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องนั้นเพียงลำพัง

พอเดินพ้นประตูไป ไอ้อาการหายใจติดๆ ขัดๆ แน่นหน้าอก เมื่อเห็นใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะดั้นด้นมาไกลถึงนี่นั่งเต๊ะจุ๊ยไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่ ลมที่อัดแน่นในตัวก็พุ่งออกมาจากหูปานหวูดรถไฟ

“นายทิตย์ศวัส”

เจ้าของชื่อที่กำลังกวาดสายตามองการตกแต่งภายในห้องรับแขกอย่างสนอกสนใจเงยหน้าขวับขึ้นมา ก่อนจะลุกพรวดด้วยท่าทางดีใจที่เห็นเธอ...ในที่สุดก็หาเจอจนได้...บอกแล้วไงไม่มีอะไรยากเกินมือนายทิตย์หรอก

สายตาประหลาดใจแกมทึ่งนิดๆ กวาดตามองร่างเพรียวปราดเปรียวสวยในชุดทำงานดูสวยสง่าออร่ากระจายในเทรนด์สาวเกาหลี เดินพุ่งมาปานจรวดนำวิถี กระทั่งมายืนเผชิญหน้ากัน

“จะกลับมาก็ไม่บอกกันสักคำ แล้วไอ้บริษัทคุณนี่เป็นไง พิธีรีตองเยอะชะมัด ผมมานั่งรอตั้งนานจนรากจะงอกอยู่แล้วกว่าจะได้พบเมียตัวเอง”

“เมียงั้นเหรอ? นี่แน่ะ” มือบางฟาดลงไปที่ต้นแขนเผียะไม่ยั้ง

โอ้ย! อะไรกันคุณ มาตีผมทำไมนี่?” ร้องโวยวายขึ้นมา

“ตีทำไมงั้นเหรอ? ยังไม่รู้ตัวอีกใช่ไหม? นี่แน่ะ” คราวนี้ยื่นมือไปหยิกหูจนคนโดนดึงหูสะดุ้งโหยงทีเดียว

โอ้ย! แล้วมาหยิกหูผมทำไม?” ไอ้นี่นะของสูงห้ามแตะต้องเชียว

“ยังไม่รู้อีก...นี่แน่ะ” ครานี้จงใจจิกเล็บลงไปข่วนที่ต้นแขนจนคนโดนประทุษร้ายร้องเสียงหลงเลยทีเดียว

“ไหนล่ะ...คนนี้นะหรือสามีเธอน่ะรุ้ง” เสียงทักเบื้องหลังที่ดังขึ้นมาไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ทำให้คนถูกทักสะดุ้งโหยง และเมื่อหันไปดู ก็เห็นทั้งแม่บ้านแจ่มจันทร์ จุฬาลักษณ์ และคนที่ทำให้เธอช็อกเป็นที่สุดก็คือ นพรุจ

++++++++

 

สายตาทั้งสามคู่กำลังมองมาอย่างสงสัยและอยากรู้อยากเห็น

มือที่หยิกทึ้งชายหนุ่มค้างรีบปล่อย หันมามองคนที่ยังไม่พร้อมเผชิญหน้าตาปริบๆ รุ้งดาวแทบปล่อยโฮออกมา ทำไมหนอต้องมาโชคร้ายอย่างนี้ ชะรอยความจะมาแตกโพละต่อหน้าหนุ่มในฝัน...ว่าเธอไม่ได้โสด...ไม่ได้ซิง...เอ๊ย! ยังซิง แต่ไม่ได้โสดเสียแล้ว...ซึ่งรับรองว่าคะแนนที่ยังตามหลังจุฬาลักษณ์มาห่างๆ มีอันต้องตกฮวบฮาบแน่ๆ หากความจริงเปิดเผยออกมา

“ว่าไงล่ะรุ้ง?” ศัตรูหัวใจกระทุ้งจะเอาคำตอบ

“เอ่อ...อ่า...นี่...ทิตย์...ทิตย์ศวัส”

“คนที่เป็นสามีเธอนั่นนะหรือ?”

ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันตาเห็น จนคนข้างๆ นึกแปลกใจ พร้อมความสงสัยว่าคนพวกนี้เป็นใคร และมีอิทธิพลอะไรกับผู้หญิงฤทธิ์มากข้างๆ นี่หรือ? ถึงทำให้รุ้งดาวสงบเงียบเหมือนไร้ชีวิตไปเสียแล้ว

“แล้วตกลงคุณเป็นใครล่ะคะ คุณทิตย์ศวัส”

“ผม...” เขายั้งคำตอบทั้งที่อยากป่าวประกาศจะแย่ แต่เพราะนึกถึงจิตใจคนข้างๆ “เป็นสามีของคุณรุ้งดาวน่ะครับ” คนที่กลั้นหายใจจนหัวใจแทบหยุดเต้นคิดว่าเธอคงฝันร้ายอยู่แน่ๆ

ว้าว! จริงหรือครับนี่” น้ำเสียงยินดีพร้อมสีหน้าประหลาดใจจากชายหนุ่มในฝัน...หมดกัน

รุ้งดาวพยายามยิ้มหวานจ๋อยแม้จะดูเจื่อน น้ำตาคลอเต็มเบ้า ผงกหน้ายอมรับความจริงที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้

“ยินดีด้วยนะครับ”

โธ่! นพรุจจะอวยพรเธอเพื่อ?

จุฬาลักษณ์กวาดตามองผู้ชายตัวสูงที่ยืนเคียงข้างรุ้งดาว แม้หน้าตาและรูปร่างจะดูโอเค หล่อเหลาสไตล์หนุ่มเซอร์ดูถึกๆ ลุยๆ แต่เรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัวไม่ไหวจริงๆ เสื้อเชิร์ตลายสก็อตเชยๆ กางเกงยีนส์ถูกๆ ผู้ชายประเภทนี้หากไม่พ่วงคุณสมบัติชาติตระกูลเด่นดังฐานะเข้าขั้นเศรษฐีมาด้วยแล้วล่ะก็ หล่อนคงขอบอกผ่าน และคิดว่ารุ้งดาวก็คงไม่รสนิยมดิ่งเหวแบบนั้นเช่นกัน

“สวัสดีครับคุณทิตย์ศวัส ยินดีที่ได้รู้จัก”

หนุ่มในฝันของเธอช่างอัธยาศัยดีและมีมารยาท ต่างจากคนที่ยืนข้างๆ เสียเหลือเกิน

“เอ่อ...ครับ”

ทิตย์ศวัสยอมยื่นมือไปจับกับอีกฝ่าย สายตาตั้งคำถามอย่างคาใจว่า หมอนี่ใครกัน?

“ผมนพรุจเพื่อนร่วมงานของรุ้ง”

“ผมทิตย์ศวัส...สามีของรุ้ง”

น้ำเสียงคนพูดช่างเริงร่ายิ่งนัก ช่วยอย่าตอกย้ำได้ไหม แค่นี้ต่อมน้ำตาเธอก็จะแตกอยู่รอมร่อ

ทิตย์ศวัสเขย่ามืออีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย ทำท่าดีอกดีใจเหลือเกินที่ได้รู้จักกัน เรียกสายตาสงกามองไปยังมือของสองหนุ่มที่จับกันแนบแน่น นานไปแล้ว

“อะแฮ่ม...แฮ่ม...แฮ่ม...” เธอกระแอมกระไอ เตะเท้าไปที่เท้าคนข้างๆ เตือนว่าให้ปล่อยมือได้แล้ว

“พอดีเรามีธุระส่วนตัวคุยกัน ยังไงต้องขอตัวก่อนนะคะ”

ว่าแล้วก็คว้าหมับจับข้อมือของทิตย์ศวัสลากเดินดุ่มออกมาจากห้องรับรองแขกของบริษัทเพื่อหาที่ไหนก็ได้ ที่เงียบๆ ซึ่งลับตาคนจะได้คุยตกลงกันเพียงลำพัง

+++++++++

 

“คุณโผล่มาที่นี่ได้ยังไง?”

ทันทีที่ลากเขาออกมาทางบันไดหนีไฟ รุ้งดาวก็รีบปล่อยมือ หมุนตัวกลับมาเท้าสะเอวถามอย่างเอาเรื่อง

“ผมก็ขับรถมาน่ะสิ” คนว่ายักไหล่ อย่างไม่เห็นเป็นเรื่องลำบากยากเย็นสักนิด

คนฟังพยายามข่มอารมณ์ที่เดือดปุดจนมือไม้สั่น “ฉันหมายถึงคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันทำงานที่นี่?”

พ่อของเธอบอกเขาอย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้หรอก นายหาญหายตัวไปอย่างลึกลับ ขนาดเธอเป็นลูกยังติดต่อไม่ได้ ก็ไม่มีทางที่ใครจะติดต่อได้อีก คนงานในไร่ยิ่งแล้วไปกันใหญ่ ไม่เคยมีใครรู้เรื่องหน้าที่การงานของเธอ

และคำตอบก็คือซองจดหมายในมือของทิตย์ศวัสที่โบกไปมา ไขความกระจ่างถึงบางอ้อให้เธอทันที

รุ้งดาวยื่นมือไปคว้าหมับซองจดหมายนั่นคืนกลับมาหน้าหงิก

“นี่คุณกล้าเข้าไปค้นห้องนอนฉันเลยหรือ?”

“ลุงประยงค์ไปหยิบมาให้ผมต่างหากล่ะ แต่อันที่จริงจะว่าไป ถ้าผมจะเข้าห้องนอนคุณมันก็ไม่แปลกตรงไหนนี่นา เราเป็นอะไรกันคงไม่ต้องให้ย้ำกระมัง ขนาดว่าคุณเองก็ยังยึดห้องนอนผมไปเลย” ทั้งน้ำเสียงและสายตาตำหนิว่า

รุ้งดาวหน้าง้ำ เม้มปากแน่น ใช่สิ...และมันทำให้เธอรู้ว่าเขามีรสนิยมหื่นจิต

“จะไปจะมาก็น่าจะบอกกันมั่ง อย่าลืมสิว่าตอนนี้เราเป็น...”

“นี่พอเถอะ จะมาลำเลิกอะไรนักหนา ไม่ถ่ายสำเนาทะเบียนสมรสแจกคนอื่นไปเลยล่ะ” แหวเข้าใส่

“ถ่ายมาแล้วตั้งสองร้อยแผ่น แต่เก็บเอาไว้ในรถแน่ะ ยังไม่ทันได้แจกใคร”

รุ้งดาวตาเหลือกขึ้นมา ถลึงตาใส่

“อย่าทำบ้าๆ อย่างนั้นเชียว ไม่งั้นฉันเอาคุณตายแน่” ครางฮึ่มในลำคอข่มขู่

ว้าว! จะเอาผมถึงตายเลยเหรอ? น่ากลัวแฮะ” ว่ากลั้นขำ แหย่อารมณ์ที่คุกรุ่นให้ยิ่งควันโขมงเข้าไปอีก

“นี่ หยุดกวนประสาทฉันได้แล้วนายทิตย์ศวัส”

“พูดกับผมดีๆ ก่อนสิ” ยื่นข้อเสนอ

“เอ่อ...คุณทิตย์ศวัส มีอะไรก็ว่ามา?”

“คุณต้องกลับเขาชะมวงกับผม” เพราะนี่เป็นสิ่งที่นายหาญขอร้องเอาไว้

“ไม่...ฉันไม่ไปเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่กลับ”

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น