วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 11 : เมียหนี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

ตอนที่ 11

เมียหนี

 

 

 

 

 

 

 

“เขาให้ไปส่งที่ท่ารถหรือครับ?”

ใบหน้าคนถามตรึกตรองอย่างเคร่งเครียดหลังจากที่พ่อตาโทรมาสอบถามข่าว ก่อนจะโวยวายลั่นอ้างว่ารุ้งดาวกำลังอยู่ในอันตรายให้เขารีบไปตามกลับมาเป็นการด่วน

“ครับ...ผมไปส่งหนูรุ้งที่ท่ารถ”

นายประยงค์ตอบคำถามของคนเมียหายที่ดั้นด้นบากหน้ามาตามหาถึงไร่รุ้งดาว

ทิตย์ศวัสหน้ายุ่ง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ ชะรอยว่าคราวนี้หญิงสาวคงหนีจริงๆ เพราะหอบผ้าหอบผ่อนกลับไปหมดไม่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าสักชิ้น อ้อ! ยกเว้นก็แต่ยกทรงลูกไม้สีชมพูไซต์สามสิบสี่คัพซีที่ติดมือเขามาเมื่อคืนตัวเดียว

“แล้วเขาไปไหนได้บอกลุงไหม?”

“ไม่ได้บอกครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะกลับกรุงเทพฯ ไปทำเรื่องลาออกหรือเปล่า? เห็นบ่นๆ ว่าห่วงงาน แล้วนี่คุณทิตย์ไม่รู้สักนิดเลยหรือครับว่าคุณหนูไปไหน?” ถ้อยคำถามธรรมดา หากคนฟังรู้สึกเหมือนกำลังถูกตำหนิอยู่

จนทิตย์ศวัสนึกอยากย้อนถามว่า...ก็แล้วเมียเขา เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาเสียที่ไหนกัน แต่ใครเล่าจะรู้จักยัยตัวแสบได้ดีเท่ากับเขาอีก

ชายหนุ่มกดโทรศัพท์หาพ่อตาที่เป็นตัวตั้งตัวตีเอาแม่ตัวดีมายัดเยียดให้เขา จะต่อว่าเสียหน่อยว่าไม่ได้อบรมสั่งสอนกันเลยหรือไร ว่าต้องทำตัวยังไงถึงจะเรียกว่าเป็นเมียที่ดี แต่กลับไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น

“ทีอย่างนี้ล่ะติดต่อไม่ได้ แล้วลุงหาญไม่อยู่หรือ?”

“ไม่ครับ เห็นว่าจะไปเที่ยวพักผ่อน เหนื่อยกับงานมานานแล้ว ที่ไร่ก็ให้คุณทิตย์กับหนูรุ้งช่วยกันดูแลไป”

นั่นไงล่ะ...เขาถูกพ่อตาลอยแพเข้าแล้วจริงๆ

“แล้วไปไหน? นานไหมกว่าจะกลับ นี่ไม่ได้บอกที่อยู่ หรือเบอร์ฉุกเฉินไว้ติดต่อเลยหรือไงครับ?”

“ไม่ครับ”

คำตอบสั้นๆ แต่สั่นประสาทของเขาเหลือเกิน

“แล้วถ้าเกิดมีเรื่องร้ายแรงคอขาดบาดตายล่ะ?”

“นายเชื่อว่าคุณทิตย์คงจัดการได้ครับ”

อ้อ! เหมือนที่เชื่อว่าเขาจะจัดการกับแม่ตัวแสบได้อยู่หมัดสินะ

นี่คุณพ่อตาจะรู้บ้างไหมว่าลูกสาวตัวเองทำฤทธิ์ทำเดชอะไรเอาไว้บ้าง เมื่อคืนนี้เขาก็ถูกเฉดให้มานอนนอกห้อง ในชุดเน่าๆ อยู่ทั้งคืนจนเช้าถึงได้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

และเป็นเพราะเขาเมาหรอก ถึงได้ไม่ต่อล้อต่อเถียงต่อปากต่อคำ แต่ในยามสติสัมปชัญญะสมบูรณ์พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นตอนนี้ เขาก็พร้อมจะกำราบแม่ตัวร้ายให้อยู่หมัด

“แล้วลุงรู้ไหมว่าที่ทำงานยัย...เอ่อ คุณรุ้งดาวน่ะ อยู่ที่ไหน?”

“เอ! ผมก็ไม่รู้ครับ” ตอบอย่างจนปัญญา

“แต่ว่ามันมีซองจดหมายของคุณหนูอยู่หลายซอง ก็ไม่รู้ใช่ส่งมาจากที่ทำงานหรือเปล่า?”

“ผมขอดูหน่อยได้ไหม?”

“ครับๆ เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้ รอเดี๋ยวนะครับ” นายประยงค์กระวีกระวาดเข้าไปหยิบจดหมายหลายฉบับที่จ่าหน้าซองถึงรุ้งดาวมาให้

“ใช่ไหมครับคุณทิตย์?”

ดวงตาคมกริบวิบวาวเป็นประกายขึ้นมา รุ้งดาวประเมินเขาต่ำไปหน่อยล่ะ ที่คิดว่าจะหนีกันไปง่ายๆ ทั้งที่คนก็รู้กันทั้งเขาชะมวงว่าเธอกับเขาเป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้อง ถึงจะแค่ทางกฏหมายก็ตามเถอะ

+++++++++

 

“แฟ้มรายงานค่ะคุณรุจ”

มือเรียววางแฟ้มปกใส ที่เนื้อในอัดแน่นไปด้วยเอกสารเกี่ยวกับงานวางแผนการตลาดให้กับหนุ่มหล่อหน้าตี๋ขาวใสขวัญใจสาวๆ ทั้งบริษัท นามว่า นพรุจ เวฬุกิจจา ผู้ซึ่งในอีกไม่ช้าจะมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ซึ่งคาดการว่าจะถูกส่งมาดูแลด้านการตลาดและฝ่ายประชาสัมพันธ์ทั้งหมด

อ้าว! กลับมาแล้วหรือครับคุณรุ้ง ไปไหนครับเห็นลางานตั้งหลายวัน”

“กลับบ้านที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ”

รุ้งดาวตอบไป ตาปริบๆ วันนี้เธอลงทุนตื่นมาแต่เช้ากว่าทุกวัน แต่งหน้าเสียสวย เสียเวลาเซ็ทผมลอนให้เหมือนสาวเกาหลีไปอีกเกือบชั่วโมง เพื่อจะได้มาเจอคุณนพรุจสุดยอดดวงใจ คนที่มองทีไร ใจมันก็กระชุ่มกระชวย รู้สึกมีชีวิตชีวา ชายหนุ่มได้กลายมาเป็นอาหารตาและอาหารใจชั้นเยี่ยมของสาวๆ ในบริษัท ให้ทุกคนกระตือรือร้นในการทำงาน ไม่เว้นเธอด้วยเช่นกัน

“แล้วไหนล่ะของฝาก” เสียงคนที่นั่งอีกฟากฝั่งถามขึ้นมา ดวงตาคู่สวยที่ปัดขนตางอนเช้งตวัดมองอย่างไม่ชอบใจนัก ก็เห็นยัยจูน หรือจุฬาลักษณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่วันนี้แต่งตัวจัดเต็มมาไม่น้อยกว่ากำลังมองอย่างหาเรื่อง

“ที่ไหนนะ...อ้อ! เขาชะมวงบ้านของรุ้ง มีอะไรขึ้นชื่อบ้างหรือจ๊ะ”

รุ้งดาวมองค้อนคนถาม

“มีดีหลายอย่างเลยล่ะ ที่เด็ดสุดก็คนสวยไม่สะตอจ๊ะ” วาจาเชือดเฉือนเรียกสายตาที่มองมาถลึงพร้อมเปิดศึก

“เอ้าๆ มัวแต่คุยกันนั่นแหละ ท่านประธานมาถึงหน้าห้องแล้ว อยู่ในความสงบด้วยจ๊ะสาวๆ”

ปรางทิพย์หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์เอ็ดเอา พร้อมส่งสายตาสั่งให้เธอกลับไปนั่งประจำที่

รุ้งดาวจึงทิ้งยิ้มหวานจ๋อยให้ชายหนุ่มก่อนจะหยัดร่างระหงเดินไปนั่งประจำที่ พอเห็นว่าป้ายที่นั่งถูกสับเปลี่ยนให้ไปอยู่หลังห้องประชุมแทนที่จะได้อยู่ด้านตรงข้ามกับนพรุจก็ย่นคิ้ว เหลือบสายตามองไปยังจุฬาลักษณ์คู่ปรับอย่างรู้ตัวการ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะคุณนพดนัยเดินเข้ามาในห้องประชุมแล้ว

อีกฝ่ายเบ้ปากยิ้ม พร้อมยักคิ้วหยักๆ ให้อย่างถือไพ่เหนือกว่า

“ยัยจูน...แสบจริงๆ ให้ตายเถอะ” สบถออกมา

เอาเถอะ...วันพระไม่ได้มีหนเดียว...สิบปีชำระหนี้แค้นก็ยังไม่สาย

+++++++++

 

ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น...สุภาษิตนี้ยังใช้ได้ดีทุกยุคทุกสมัย เพราะสุดท้ายแล้วทิตย์ศวัสก็บุกป่าฝ่าตลุยดงคอนกรีตมาตามที่อยู่บนหน้าซองจดหมายของรุ้งดาวได้เป็นผลสำเร็จ

ชายหนุ่มแลกบัตรก่อนนำรถที่เลอะโคลนทั้งคันชนิดที่ยามหน้าประตูต้องซักไซ้ไล่เลียงถึงธุระที่พาเขามาที่นี่

“ผมมาหาภรรยา เธอก็ทำงานในตึกนี้ ชื่อรุ้งดาว จิตพิพัฒน์ไม่ทราบว่ารู้จักไหม?”

ซีคิวริตี้หน้าประตูสั่นหน้า เพราะจำคนเข้าคนออกได้ไม่หมดหรอก แถมใครชื่ออะไรก็ไม่เคยสังเกต แต่เพราะมีหน้าที่ต้องทำตามกฏ เมื่อไร้ซึ่งข้อสงสัยใดๆ จึงยอมให้ชายหนุ่มนำรถเข้ามาจอดภายในบริษัทได้

ร่างสูงก้าวขายาวๆ ลงมาจากรถโฟล์วิลคู่ใจ แหงนคอมองอาคารสำนักงานใหญ่โตสูงนับสิบๆ ชั้น ทางเข้าเดินไปสู่ตัวตึกขนาบด้วยสระน้ำพุดูหรูหราไม่เบา หรือไม่ก็คงเป็นหลักฮวงจุ้ยอะไรสักอย่าง

“เดี๋ยวเจอกันยัยตัวแสบ”

เขาผงกหน้าจิ๊จ๊ะปากกับตัวเอง สายตามุ่งตรงไปยังภายใน ก่อนจะเดินไปตามเป้าหมายที่ท่องมาเป็นอย่างดีแล้วว่า ภริยาหมาดๆ ทำงานอยู่ชั้นไหน แผนกอะไรก็ไม่รอช้า

รู้สึกเนื้อเต้นนิดๆ ที่จะได้เจอกันอีกครั้ง แน่นอนว่าพอเห็นหน้าเขา รุ้งดาวจะต้องปล่อยโฮน้ำตาแตกด้วยความปลื้มปิติเป็นแน่ๆ

หึๆ...คิดว่าจะหนีเขาไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?

+++++++++

 

“คุณรุ้งคะ มีคนมารออพบค่ะ”

แจ่มจันทร์แม่บ้านเดินเข้ามาตามถึงในห้องประชุม เมื่อเห็นว่าเลิกประชุมนานแล้วจนใครๆ ก็พากันออกมาหมด เว้นแต่สองสาวกับเจ้านายหนุ่ม

“ใครหรือคะพี่แจ่มจันทร์?”

ยิ้มหวานถามพรางเก็บข้าวของไปด้วย สายตาก็ชะม้ายชำแลเลืองส่งยิ้มไปที่นพรุจหว่านเสน่ห์

“เขาบอกว่าเป็นสามีของคุณรุ้งน่ะค่ะ”

หญิงสาวสะอึก ยิ้มในหน้าหุบฉับอย่างมีพิรุธ ตัวชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ยังไม่คุ้นชินกับคำนี้ แต่ก็จำได้ดีว่าเพิ่งมีสามีเป็นตัวเป็นตนกับเขาเมื่อไม่กี่วัน แต่นายนั่นก็ต้องอยู่ที่เขาชะมวงสิ จะโผล่หน้ามาถึงที่นี่ได้ยังไง?

สายตาของนพรุจดูจะตกตะลึงนิดๆ มองมาที่เธออย่างอยากฟังคำอธิบาย เช่นเดียวกับคู่แข่งหัวใจที่อ้าปากหวอก่อนจะฉายแววระริกระรี้ยินดีในดวงตา

“ไม่ยักรู้นะรุ้งว่าเธอแต่งงานแล้ว นี่แอบไปมีสามีตั้งแต่เมื่อไหร่กันจ๊ะรุ้ง?”

ฝ่ายนั้นถามด้วยน้ำเสียงกลั้วขำ คนหน้าชารู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาเมื่อได้ยินประโยคนี้ ก่อนจะแกล้งหัวเราะขำออกมาเหมือนกันเพื่อกลบเกลื่อน

“นั่นสินะ สงสัยจะมีใครมาแกล้งอำฉันแน่ๆ” ว่าแล้วก็หันไปทางแจ่มจันทร์

“ว่าแต่คนที่มาอ้างว่าเป็นสามีรุ้งอยู่ที่ไหนหรือคะ?”

“พี่พาไปรอห้องรับแขกของบริษัทแล้วค่ะ” แจ่มจันทร์ยิ้มประจบ

รุ้งดาวยิ้มเครียด พยายามเก็บอาการและปั้นหน้าให้เป็นปกติ

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น