วิวาห์ขัดดอก

ตอนที่ 10 : สิ่งที่ฉันคู่ควร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 พ.ค. 63

 

 

ตอนที่ 10

สิ่งที่ฉันคู่ควร

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฮะ...ฮ้าว....”

เสียงหาวยาวเหยียดของคนที่เดินลงบันไดชั้นบนมา เรียกสายตาของประนอมให้หันไปมอง แล้วก็ต้องส่ายหน้าเบาๆ เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มหัวหูยุ่งเหยิง หน้าตาเหมือนยังไม่สร่างเมาดี ทั้งที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยแล้ว

“ดื่มหนักเลยสิคะคุณทิตย์เมื่อคืน”

เขาฝืนยิ้มง่วงๆ ผงกหน้าหงึกหงักรับ

“ไม่ไหวก็พักก่อนก็ได้นี่คะวันนี้”

“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวคนงานจะแอบนินทา”

อู้ย! ตื่นมาจนป่านนี้ ยังไงก็ไม่พ้นขี้ปากพวกมันหรอกค่ะ”

“กี่โมงแล้วครับนี่พี่ประนอม?”

“สิบโมงครึ่งแล้วค่ะ”

สายกว่าทุกวัน แต่ก็ยังไม่ถือว่าสายเกินไปสำหรับเจ้าบ่าวที่เข้าหอคืนแรก ถือว่าหยวนๆ

ทิตย์ศวัสเปลี่ยนมือที่เท้าศีรษะขึ้นมานวดๆ ที่ข้างขมับ ยังมึนตึ๊บไม่หาย ทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเองไม่ได้ดื่มเยอะอะไรมากมาย ก็แค่จิบพอเป็นพิธี แต่อาการเมื่อตื่นมาเช้านี้ ไม่ได้บอกว่าอย่างนั้นด้วย

“มีอะไรทานบ้างครับ?”

“ข้าวต้มทรงเครื่องค่ะ กาแฟพี่ก็รอคุณลงมา เอาแบบเข้มถึงเข้มที่สุดเลยแล้วกันนะคะ จะได้สร่าง” แม่บ้านมืออาชีพแนะนำ

“ขอบคุณครับ” นวดคลึงศีรษะพร้อมกับสะบัดหน้าแรงๆ แต่ไอ้อาการเมาค้างก็ยังไม่หาย

กระทั่งกลิ่นกาแฟเข้มข้นหอมกรุ่นโชยมาเตะจมูก ถึงได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

“แล้วนี่เขาลงมาทานข้าวแล้วหรือครับ?”

 ถามหาคนที่มองไม่เห็นบนโต๊ะอาหาร สายป่านนี้ใครกันจะมาหิ้วท้องรอ

“เขานี่ใครล่ะคะ?” พี่ประนอมค้อนเบาๆ

“ก็เขานั่นแหละครับ บ้านนี้นอกจากผมจะมีใครอีก”

“อ้อ! ถ้าเมียคุณทิตย์ล่ะก็ ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ?”

คนที่ยกแก้วกาแฟขมปี๋จนต้องหลับตาดื่มเงยหน้าขึ้นมา หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน

“ไปไหนครับ?”

“ไม่รู้สิคะ เห็นเรียกพี่ประยงค์มารับ หอบหิ้วกระเป๋าใบโต สงสัยจะหนีกลับที่ไร่นู้นกระมัง”

ทิตย์ศวัสส่ายหน้าเบาๆ เมื่อได้ฟังเรื่องของผู้หญิงที่ช่างไม่มีน้ำอดน้ำทน เข้าหอแค่คืนเดียวก็เผ่นหนีกลับบ้าน ช่างไม่กลัวว่าคนเขาจะนินทาว่ากระไร หรือชะรอยจะให้เขาไปตามงอนง้อ...เมินเสียเถอะ งานในไร่มีตั้งถมถืดมากมาย ไม่อยากเสียเวลาไปเอาใจใคร โดยเฉพาะคนที่ไม่ยอมทำหน้าที่เมีย ทำมาเล่นท่ามากโน่นนี่ น่ารำคาญ

รุ้งดาวดำริจะขอแยกห้องนอนตั้งแต่ก่อนแต่ง เขาก็โอเค แต่ไอ้ที่ถึงขนาดไม่ยอมให้เขาเข้าห้องตัวเองมันก็เกินไป เพราะข้าวของเครื่องใช้อยู่ในห้องนั้นทั้งหมด เมื่อกี้เขาก็ลืมดูเสียด้วยว่าในตู้เสื้อผ้าไม่มีชุดของเธอแล้ว

ชายหนุ่มนั่งตักข้าวต้มข้าวปากได้สองสามคำก็รู้สึกปั่นป่วนมวนวนในช่องท้องอยากขย้อนออกมา จึงวางช้อนลง

“ไม่อร่อยหรือคะ?” คนทำถามหน้าเสีย

ทิตย์ศวัสส่ายหน้าเบาๆ หน้านิ่วคิ้วขมวด

“เปล่าครับ อร่อยดี ฝีมือไม่มีตก แต่ว่าสงสัยท้องผมจะไม่รับ”

“ไม่ไหวก็นอนพักเถอะค่ะคุณทิตย์ ไม่ไปทำงานสักวันก็ไม่เป็นไรหรอก”

ประนอมพยายามหว่านล้อมเจ้านายที่นั่งหน้ายุ่งอยู่ไม่รู้คิดอะไร

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เจอแดดสักหน่อยก็คงจะหาย”

บอกไปอย่างนั้น แล้วรีบซดกาแฟหมดถ้วย ลุกขึ้นเดินไปหยิบหมวกคาวบอยสวมศีรษะ

“แล้วจะทำงานหรือไปตามหนูรุ้งก่อนละคะ?”

ร่างสูงหันมามองหน้าคนถาม หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนจะถามว่าแล้วมันธุระกงการอะไรของเขา

“เขาไปเองได้ ก็คงกลับเองได้ละมังครับ” ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“แต่ขนกระเป๋าไปอย่างนั้น น่ากลัวว่าจะไม่กลับนะคะ อย่าหาว่าพี่ยุ่งเลยค่ะ แต่เข้าหอกันไม่ทันข้ามวันแล้วแยกกันอยู่อย่างนี้ โบราณเขาถือเป็นลางไม่ดี พี่ไม่รู้ว่าคุณทิตย์กับหนูรุ้งไปรักใคร่ชอบพอกันตอนไหน ถึงได้จัดงานแต่งสายฟ้าแล่บ แต่พี่เห็นคุณทิตย์ทำงานหนักมาหลายปีแล้ว อยากให้มีคนมาดูแลคุณบ้าง”

“พี่ประนอมเบื่อจะดูแลผมแล้วหรือครับ?” ถามอีกฝ่ายยิ้มๆ

ประนอมส่ายหน้าเบาๆ

โธ่! คุณทิตย์ก็ อย่าล้อเล่นสิคะ แม่บ้านกับเมีย มันไม่เหมือนกันนะคะ ผู้หญิงน่ะลองว่าได้รัก ตกลงปลงใจจะแต่งงานด้วยแล้ว ไม่ได้จะเลิกรักได้ง่ายๆ ทำอะไรให้หนูรุ้งงอน ก็ลดศักดิ์ศรีไปง้อเสียหน่อยเถอะค่ะ คนเป็นผัวเมียกัน ยังข้าวใหม่ปลามันอยู่เลย”

“งอน?” ทิตย์ศวัสทำหน้างง “แล้วเขาจะมางอนผมเรื่องอะไร?”

“ก็คงไอ้เรื่องที่เอะอะโวยวายกันลั่นบ้านเมื่อคืนนั่นมั้งคะ”

“นี่ได้ยินกันด้วยหรือครับ?” ทำหน้าตกใจ

โอ้ย! ได้ยินสิคะ ได้ยินชัดเจนเต็มสองหู แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร”

ทิตย์ศวัสค่อยถอนใจอย่างโล่งอก ขืนไอ้เรื่องที่ถูกหาว่าเป็นโรคจิตรู้มาถึงหูพี่ประนอมที่เป็นเหมือนโทรโข่งประจำไร่ เขาคงไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน ลูกน้องคนได้มองแปลกๆ ไม่มีใครนับถือแน่

“ตกลงว่าจะไปทำงานหรือไปตามหนูรุ้งคะ?”

เฮ้อ! มีเมียแค่คืนเดียว ก็ยุ่งยากลำบากหัวใจอย่างนี้เสียแล้ว...ได้แต่ถอนใจพรวด

“เอาเป็นว่า ตอนค่ำถ้าผมกลับมาแล้วเขายังไม่กลับ ผมจะไปตามให้ก็แล้วกัน”

เพราะดูท่าพี่ประนอมก็รู้แล้วว่า ลุ้นให้เขารีบไปตามให้กลับมาไวๆ ช่างไม่เข้าใจหัวอกหนุ่มโสดที่ยังไม่อยากมีภาระบ้างเลย

+++++++++

 

ต่างหากคือที่ของเธอ

ทันที่เปิดประตูห้องบนคอนโดหรูเข้าไป รุ้งดาวก็แทบจะกรีดร้องออกมาอย่างดีอกดีใจ เมื่อชีวิตระหกระเหินพลิกคว่ำคะมำหงายมาหลายวัน จะกลับเข้าสู่สภาวการณ์ปกติเสียที

มีห้องพักแสนสบาย มีหน้าที่การงานที่มีเกียรติมีหน้ามีตา มีสังคมอย่างที่เธอชื่นชอบและคุ้นเคย ไม่ใช่บ้านไร่ไกลปืนเที่ยงอย่างที่เขาชะมวง

โอ้ย! ฉันจะทำอะไรก่อนดีนี่”

คนแรกที่คิดถึง จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายในฝัน คุณนพรุจ เวฬุกิจจา บุตรชายโทนของท่านประธานบริษัทที่กำลังจะกลายมาเป็นเจ้านายใหญ่ของพวกเธอในเร็วๆ นี้

หนุ่มนักเรียนนอก เรียนจบปริญญาโท เคยทำงานที่บริษัทหลักทรัพย์ในวอลสตรีท เรียกว่าประสบการณ์ด้านบริหารเพียบ หน้าตารึก็เกลี้ยงเกลาหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ผิดกับใครอีกคนราวฟ้ากับเหว

“ชิ” หญิงสาวทำเสียงในลำคอ เมื่อนึกถึงว่าจนป่านนี้เธอเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว นายทิตย์ศวัสก็คงอาจจะยังไม่รู้ตัวเลยกระมังว่าเมียหาย

เมื่อเช้าเขายังไม่ตื่นตอนที่เธอออกมา แม่บ้านประนอมพยายามถามว่าเธอจะไปไหน แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอีกฝ่าย เรื่องอะไรจะบอกล่ะ อีกอย่างหมอนั่นก็อาจจะไม่สนใจเลยก็ได้ว่าเธอจะอยู่หรือเธอจะไป ในเมื่อมียัยนางงามสามปีซ้อนของเวทีเทพีเขาชะมวงให้แก้ขัด

“เชอะ คนเจ้าเสน่ห์”

เรื่องหล่อเรื่องล่ำน่ะไม่เถียง แต่หล่อยังไงก็หล่อแบบบ้าน  น๊อก...บ้านนอกนั่นแหละ

และตอนนี้เธอก็โบกบินขึ้นจากหุบเหวกลับสู่สวรรค์แล้ว จะมัวมาคิดถึงเขาอยู่อีกทำไม?

สู้เอาเวลาและหัวสมองมาคิดแผนการอ่อยเหยื่อเพื่อจะให้นพรุจหันมาสนใจเธอจะดีกว่า ได้ประโยชน์กว่าเห็นๆ ส่วนนายสามีกำมะลอนั่น ก็ทิ้งไว้ให้ดักดานอยู่บ้านไร่นั่นแหละ เหมาะกับคนเถื่อนถึกหื่นจิตอย่างเขาที่สุดแล้ว

พอคิดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ ก็ให้ขนลุกขนพองสยองจิตขึ้นมาอีก

ถ้าสามีเป็นโรคจิตจะเป็นเหตุผลที่ฟ้องหย่าได้ไหมหนอ?

แต่ถ้าจะหย่าจริง ต้องมั่นใจเสียก่อนว่าเธอจะได้ไร่รุ้งดาวคืนทั้งหมด ไม่ใช่สินสมรสที่ต้องหารครึ่งๆ กับนายนั่น

เฮ้อ! กลับเขาชะมวงไปหลายวัน หาอาหารถูกปากกินไม่ได้เลย อย่างแรกเธอควรไปหาอะไรอร่อยๆ กิน หลังจากนั้นก็เข้าฟิตเนสสักชั่วโมงหนึ่งเพื่อให้เรือนร่างเซ็กซี่ทรมานใจกลับมาฟิตแอนด์เฟิร์มอีกครั้ง

“นี่ผิวเราคล้ำลงไปด้วยหรือเปล่านี่?”

เหยียดแขนทั้งสองข้างออกมาพิศดู

“ไม่ๆ ไปสปาก่อนดีกว่า...คล้ำลงไปตั้งสองเฉด อุตส่าห์ว่าหลบแดดดีแล้วเชียว” บ่นพึมงึมงำปรึกษาตัวเอง ก่อนจะรีบเดินไปที่หน้ากระจกในห้องน้ำ

“ตายแล้ว หน้าก็หมอง นี่อะไร ฝ้าขึ้นเหรอ?”

ดวงตาคู่สวยเหลือกโตอย่างตระหนก

โอ้ย! งั้นต้องไปนวดหน้าขัดผิวก่อนดีกว่า เห็นทีต้องทำทั้งตัวแล้วล่ะ ลางานตั้งหลายวัน พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานแบบสวยโลกตะลึง ปล่อยให้คนอื่นทำคะแนนนำหน้ามาหลายวันแล้ว ไม่ได้...ไม่ได้”

ว่าแล้วก็รีบวิ่งไปคว้ากระเป๋าถือ แบรนด์เนม เพื่อจะลงไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีไม่ไกลจากคอนโดมิเนียมนัก ไปยังสถานเสริมความงามและร้านเสริมสวยที่ใช้บริการอยู่เป็นประจำ เพื่อจะปลุกชีพและวิญญาที่ห่อเหี่ยวหดหู่มาหลายวันให้กลับมามีชีวิตชีวาสดใสอีกครั้ง สมกับที่เป็นรุ้งดาว สาวเจ้าเสน่ห์ สวยฟาด คนเดิม

 

ติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่

https://www.facebook.com/RachaRil/

https://my.dek-d.com/racharil/writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น