<นิยายประลองโลก, 6> - อุทรแม่

ตอนที่ 7 : ตอนที่๖ บ่วงที่ไม่อาจคล้องใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.ค. 62

ห้าเดือนต่อมา

ยลธิดาท้องแก่ได้ที่ นั่งเลื่อนหน้าจอด้วยความเบื่อหน่าย เพื่อนของเธอกำลังฉลองสอบเสร็จในขณะที่เธอดรอปถึงสองเทอม เพราะเทอมแรกแพ้ท้อง ส่วนเทอมสองท้องโต อุทรทิพย์เข้าใจว่าเธอยังเรียนอยู่ก็ส่งเงินค่าเทอมมาไม่ขาด มาเยี่ยมราวท้องได้ห้าเดือนกว่า คุณแม่วัยใสก็อ้างว่าไม่ว่าง ใกล้สอบ

ชุดนักศึกษาถูกยัดอยู่ในตู้

แม้จะเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเช่นเดียวกับจารุวัฒน์ และเธอก็รู้ว่าจารุวัฒน์ทำเพื่อนสนิทท้อง แต่มันก็คนละความรู้สึกกัน บางคนบอกว่ามีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน อาจจะจริงในบางเรื่อง อย่างน้อยก็เรื่องท้องในวัยเรียน คำสัญญาจากแฟนหนุ่มที่บอกว่ารอคลอดจะไปบอกผู้ใหญ่ให้มาสู่ขอก็ทำยลธิดากลุ้มไม่น้อย

คนเป็นพ่อแม่จะยิ้มอย่างหน้าชื่นตาบ้านหรือไม่ถ้าลูกสาวใส่ชุดเจ้าสาวก่อนใส่ชุดครุย

“โอ๊ยยยยย!

อาการแบบนี้ ยลธิดาเคยได้ยินว่าแปลว่าใกล้คลอด เธอคลอดก่อนกำหนด  

เด็กสาวโทรศัพท์หาคนรัก ตอนนั้นปลั๊กกำลังกินเลี้ยงอยู่กับเพื่อน ท่ามกลางเสียงร้องเพลงที่ดังกระหึ่ม เขาไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ พอหลายทีไม่รับก็เปลี่ยนเป็นโทรศัพท์หาพี่ชายอย่างจารุวัฒน์ แต่คนกำลังทำกิจกรรมกับเมียมีหรือจะสนใจ เด็กสาวเปิดประตูหอพัก บอกให้คนคุมหอช่วยเรียกรถพาไปโรงพยาบาล

การคลอดลูกเป็นไปอย่างเหนื่อยยาก

แม่เจ็บปวดอย่างนี้เชียวหรือ ถ้าเจ็บขนาดนี้ทำไมคนถึงอยากมีลูกกัน?

บางคนมีเพราะอยากให้ครอบครัวสมบูรณ์ บางคนมีเพราะอยากให้ชีวิตมีเป้าหมาย บางคนมีเพราะอยากดูแลใครสักคน บางคนมีเพราะอยากมีคนดูแลตอนแก่เฒ่า บางคนมีเพราะอยากผูกมัดใครสักคน บางคนมีเพราะอยากมีผู้สืบสายเลือด บางคนมีเพราะคุมกำเนิดพลาด บางคนมีเพราะขี้เกียจป้องกัน

ยลธิดาอาจจะตั้งครรภ์เพราะขี้เกียจป้องกัน แต่เธอก็รักลูกของเธอ

......................................................................................................................................................

“อีดึ๋ง กูบอกให้มึงไปซักผ้า”

“แม่ หนูปวดหัว ขอหนูพักก่อน”

“มึงพักมาทั้งวัน เอากันได้ทั้งคืน กูนอนอยู่ห้องนั้น มึงไม่เคยคิดจะเกรงใจกู”

“ถ้าแม่เหงา แม่ก็สะกิดพ่อสิคะ จะว่าหนูทำไม?

“อีดึ๋ง!” อุทรทิพย์ประสาทเสียกับความหยาบคายไร้การขัดเกลาของสะใภ้ที่เธอไม่เคยอยากได้ ดึ๋งยังนอนงัวเงียพร้อมกับคราบเครื่องสำอางบนหน้า คงเพราะกลัวผัวตื่นมากลางดึกถ้าเจอหน้าจริงจะเป็นลมล้มพับเอา “มึงจะไปไหม ถ้ามึงไม่ไปซักผ้า มึงก็ออกจากบ้านกูไป อีสันหลังยาว”

“แม่อะ หนูท้องอยู่นะ”

“มึงท้อง ไม่ได้อัมพาต คนอื่นท้องก็ทำมาหากินได้ มึงไม่ต้องอ้าง”

“ก็ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าพร้อมลุกลงจากเตียง ห้องฝุ่นหนาเตอะไม่มีวี่แววการถูกปัดกวาดเช็ดถู ชามข้าวกองทิ้งไว้จนมดขึ้น ดึ๋งจัดนมตัวเองให้เข้าทรงพร้อมเข้าไปหยิบเสื้อผ้าในห้องน้ำ อุทรทิพย์มองตามก็คลื่นไส้เพราะเห็นกางเกงในม้วนเป็นวง ที่น่ารังเกียจกว่านั้นคือเปื้อนคราบสกปรก  

“อีดึ๋ง มึงจะบ้าเหรอ? มึงไม่เห็นเหรอว่ามันเลอะ?

“ก็จะเอาไปซักไง”

“มึงก็ซักมือของมึงเอง อย่าเอาของต่ำมึงมาเปื้อนเครื่องซักผ้ากู”

“โอ๊ย จะอะไรนักหนา”

“ได้ งั้นเดี๋ยวกูซักให้” อุทรทิพย์คว้ากระถางสาดผ้าใส่ร่างสะใภ้ ก่อนจะหยิบสายยางชำระฉีดไปตามตัว ดึ๋งกรีดร้องบ้าคลั่งเพราะคิดไม่ถึงว่าแม่ผัวจะใช้วิธีโหดร้ายกับตัวเอง “ถ้ามึงไม่อยากซัก กูก็จะซักแบบนี้ กูจะล้างความคิดที่สกปรกของมึงด้วย กูรู้ว่ามึงแข็งแรง ไม่ได้แพ้ท้องอย่างที่มึงตอแหล”

“กรี๊ดดดดด”

“แม่ นี่ทำอะไรกันเนี่ย?

ชนิกาวิ่งขึ้นมาตามเสียงกรีดร้องของน้องสะใภ้ มือของเธอยังถือฟองน้ำล้างจานบ่งบอกว่ารีบวิ่งมาเพราะเสียงนั้นแสบแก้วหูเพียงใด ดึ๋งบีบน้ำตาร่วงเผาะเข้าไปหลบอยู่หลังชนิกา สร้างความเอือมระอาให้กับทุกคนในบ้าน เพราะรู้เช่นเห็นชาติคนแบบเด็กสาวว่าเป็นคนอย่างไร แต่คนอื่นไม่ค่อยอยากพูด

“พี่กรอง ช่วยหนูด้วย แม่...”

“หุบปากอีดึ๋ง”

“โอ๊ย ดึ๋ง พี่เบื่อนะที่ต้องเจออะไรแบบนี้ทุกวัน พี่เองไปทำงานมาก็เหนื่อย กลับบ้านก็ต้องทำอีก ห้องตัวเองกับผัวถ้าไม่ทำใครจะทำ บ้านนี้ไม่มีคนใช้ หรือดึ๋งคิดว่ามี?” ชนิกาถอนหายใจ ลำพังทำให้พ่อแม่ยังพอว่า แต่ให้มาทำให้ผู้หญิงหากินที่มาเกาะน้องชายใครจะยอม “แม่บอกให้เอาผ้าไปซักก็เอาไปสิ”

“ก็ได้ค่ะ”

“จะไปไหน?

“เข้าห้องค่ะ เดี๋ยวหนูค่อยซัก”

“ไม่ได้ ซักเดี๋ยวนี้ ถ้าซักไม่เป็น พี่จะได้บอกว่าต้องซักยังไง”

เอาจริงดึ๋งไม่ใช่คนร้ายกาจ เธอไม่ค่อยคิดร้ายกับใคร เพราะเธอไม่คิดอะไรนอกจากความสุขโลกีย์ พอรู้ว่าทะเลาะด้วยไม่ได้ เพราะอุทรทิพย์ไม่ยอม และจารุวัฒน์ก็ไม่ได้มีอำนาจในครอบครัวขนาดที่จะช่วยเธอได้ เด็กสาวก็ทำตัวปัญญาอ่อนให้ทุกคนรำคาญ บางทีก็อ้อนบ้าง เหมือนที่อ้อนบรรดาเสี่ย

ชนิกาแม้จะเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ได้อยากทำร้ายดึ๋งเช่นกัน พยายามทำเป็นไม่รับรู้ สิ่งที่เธอหวังคือผัวเมียคู่นี้จะเบื่อและเลิกกันไปเองแบบไม่ต้องมีการทะเลาะวิวาทตบตีกัน ลูกก็ให้อุทรทิพย์เลี้ยง อย่างไรก็ดีกว่าใก้คนที่ไม่มีความเป็นพ่อเป็นแม่แบบจารุวัฒน์กับดึ๋งเลี้ยง ไม่งั้นคงจะเละกว่าเก่า

“ไอ้ก้านนี่มันแน่จริง เอาผู้หญิงเข้าบ้าน แต่ไม่กลับบ้าน”

“จะโทษใครได้ละแม่? สปอยกันเอง!

“แกว่าฉันเหรออีกรอง?

“เอ้า หนูพูดเรื่องจริง แม่สปอยมันจนเสียคน ทีกับหนู หึ”

“หยุดนะอีกรอง!” อุทรทิพย์ไม่พอใจที่ถูกลูกสาววิจารณ์บทบาทความเป็นแม่ ใจจริงอยากบอกว่าแค่เธอให้ชนิกาเกิดมาก็บุญแค่ไหน จะมาเรียกร้องอะไรจากเธออีก “ฉันเลี้ยงแกจนโต ไม่ได้เพื่อให้แกมานั่งด่าฉัน แกนี่ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของกิ่งมัน ถ้ากิ่งยังอยู่ ฉันไม่ต้องมาหัวเสียแบบนี้หรอก”

“อะไรก็กิ่ง หนูไม่น่ารักเหมือนมึงนี่”

“เออ อีกรอง! เดี๋ยวนี้แกเดินหนีฉันเหรอ?

ชนิกาเดินกลับเข้าห้องตัวเอง ไม่อยากคุยกับอุทรทิพย์ให้เสียความรู้สึกอีก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นลูก เท่าที่จำได้เธอกับแม่ไม่เคยมีช่วงเวลาที่อบอุ่นเหมือนแม่กับลูกคนอื่น นึกขึ้นมาก็เจ็บใจจนร้องไห้ เหนื่อยกับการทำดีเท่าไรก็ไม่เคยเป็นคนสำคัญในสายตาพ่อกับแม่

พ่อมักมองเธอด้วยความสงสาร ส่วนแม่มองเธอด้วยความชิงชัง

โทรศัพท์ดังขึ้น

“พี่เปา?

“เป็นไงบ้างกรอง? เห็นในโพสต์ไม่ค่อยโอเคนะ? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเปาอ่อนโยนและห่วงใย อย่างที่ชนิกาไม่เคยได้รับจากพ่อแม่มาก่อน เขาคงเห็นสเตตัสที่เธอตัดพ้อเมื่อครู่จึงรีบโทรศัพท์หา ชนิกาปาดน้ำตา ถ้าแม่สนใจความรู้สึกเธอได้ครึ่งหนึ่งของเปาก็คงดี

“นิดหน่อยค่ะพี่”

“อย่าคิดมากนะกรอง ยังไงกรองก็เป็นคนสำคัญของพี่”

“แหม พี่พูดอย่างกับบอกรัก”

“ถ้าพี่จะบอกรัก กรองจะโอเคไหม?

ในเวลาที่เราต้องการที่พึ่ง ใครมาก็ต้องคว้าไม่ใช่เหรอ ชนิกาไม่เคยรู้สึกว่าเธอจะพึ่งพาใครได้ หรือเวลาร้องไห้จะมีไหล่ให้ซบมาก่อน เธอก็ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เธอมีให้กับเปาคืออะไร แต่เมื่อเขารักและพร้อมดูแลเธอ เพื่อนสนิทอย่างอุ่นก็พร้อมเข้าใจ ทำไมเธอจะต้องปฏิเสธผู้ชายที่ดีอีก

“โอเคค่ะ”

......................................................................................................................................................

“สวัสดีคร่า พบกับกรุบกริบนะคะ วันนี้กรุบกริบจะมาสอนทำผมค่ะ”

ไกรกัมพลที่ตอนนี้กลายเป็น กรุบกริบเต็มตัว รีวิวอุปกรณ์ทำผมด้วยหน้าตาแจ่มใส โดยมีอุณากรรณอยู่ด้านข้างและยื่นให้ทีละชิ้นด้วยท่าทีชำนาญ อุณากรรณมอง ลูกสาวพร้อมกับยิ้มแย้ม รายได้จากการรับจ้างรีวิวสินค้าไม่ใช่น้อย เพราะตอนนี้ไกรกัมพลก็มีรายได้ไม่อายชาวบ้าน

“เก่งมากอีกรุบกริบ”

“ที่เก่งก็เพราะคุณแม่ไงคะ”

ไกรกัมพลโอบกอดอุณากรรณ

“เออ อยู่ในบ้านเรียกคุณแม่ แต่จำที่ฉันบอกได้ไหม เวลาออกไปแรดข้างนอก ห้ามเรียกฉันว่าคุณแม่ ให้เรียกว่าพี่สาว ผู้ชายมันหนีหมด ถ้าเรียกฉันแม่ จ่ายเอง เข้าใจนะ?” อุณากรรณออกคำสั่งอย่างไม่จริงจังมากนัก ไกรกัมพลยิ้มกว้างให้กับน้าที่ตัวเองรักเสมือนแม่ “ไปแต่งตัวไป”

“ค่ะ คุณพี่”

สองน้าหลานเตรียมออกไปเที่ยวกลางคืนบ้างเป็นการผ่อนคลาย เพราะอุณากรรณก็ยังสาวและสวยมาก จึงไม่เหมือนแม่ตามมาคุมลูก แต่ตีเนียนเป็นแก๊งเพื่อนสาวได้สบาย ไกรกัมพลนั่งโปรยยิ้มให้กับหนุ่มหล่อล่ำที่อยู่ในร้าน อุณากรรณลอบมองแต่ก็แกล้งทำเป็นกรี๊ดกร๊าดหนุ่มผมบลอนด์ไปด้วย

“อีกรุบกริบ เขามองพี่”

“อุ๊ย หล่ออะ หนูว่าเขามองหนูมากกว่า ไฮ ว๊อตอิสยัวร์เนม?

“เฮนรี่ครับ ผมพูดไทยได้”

“กรุบกริบนะคะ ส่วนนี่พี่อีฟ มีผัวแล้วค่ะ ตัวใหญ่ม๊ากกกกก” ไกรกัมพลรีบอำตัดหน้ากลัวหนุ่มล่ำชาวต่างชาติอย่างเฮนรี่จะสนใจน้าสาวมากกว่า อุณากรรณถลึงตาใส่ หยั่งเชิงว่าชายคนนี้จะทำอย่างไร เฮนรี่มองหญิงในร่างชายอยู่ครู่หนึ่ง โดยไม่ได้มองหญิงแท้แม้สักหางตา

“ผมรอดตัวแหะ เพราะผมสนใจคุณ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น