<นิยายประลองโลก, 6> - อุทรแม่

ตอนที่ 4 : ตอนที่๓ มึงออกจากบ้านกูไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

ยลธิดาตื่นมาบนเตียงของปลั๊ก

เมื่อวานเธอเมามากและโทรศัพท์ไปหาเรื่องแฟนหนุ่มอยู่นาน จนเขาต้องมารับเธอไปนอนง้อที่หอ ปลั๊กอายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปี แต่ประสบการณ์ไม่น้อย พอถึงห้องชายหญิงก็เล้าโลมกันอย่างชำนาญ ถุงยางหมดแต่อารมณ์ไม่หมด ทั้งคู่จึงตัดสินใจ ช่างแม่งและมีเพศสัมพันธ์กันอย่างไม่ป้องกัน นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไม่ป้องกัน

“เค้ารักเตงนะ”

“เค้าก็รักเตง”

“อีกรอบไหม?

“ไม่อะ บ่ายเค้ามีคลาส”

บอกไม่อย่างนั้น ถึงเวลาคลาสนั้นก็ไม่ได้เข้า ใครว่าทั้งคู่อยู่กันที่เตียงอย่างเดียว ในครัวหรือห้องน้ำบางทีก็เข้าไปเช่นกัน ก็อย่างว่า ฮอร์โมนวัยหนุ่มสาวกำลังทำงาน ร่างกายพร้อม อารมณ์พร้อม ยังจะต้องสนใจใครหน้าไหนอีก นึกแค่ทำยังไงให้กำหนัดข้างในได้รับการปลดปล่อยก็พอ

ระบบประสาทและสมองจะพัฒนาหรือไม่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะระบบสืบพันธุ์เจริญทันใช้

แน่นอนว่าใช้บ่อยเสียด้วย

ฝ่ายดึ๋งก็ช่วยให้ชายวัยชราได้รับการปลดปล่อย กลั้นใจเอาน่า แค่ไม่กี่นาทีเสี่ยอ๋านั่นก็นอนอืดพุงแกว่ง ของแบบนี้ถ้ามีเงินจ่ายก็เรียก พี่คะ พี่ขา ลองไม่มีเงินก็ไม่พ้น ไอ้แก่ เฒ่าหัวงู มีหรือที่ชายที่ผ่านโลกมืดอย่างอ๋าจะไม่รู้ว่าผู้หญิงตอแหล แต่เขาก็ไม่เดือดร้อน เขาก็ไม่ต้องการให้เธอรัก

เขาต้องการร่างกายเธอก็แค่นั้น

ความสัมพันธ์ทุกอย่างช่างง่ายดายเช่นเดียวกับปัญหา

ที่ยากลำบากคือการแก้ปัญหา

......................................................................................................................................................

“หมู่นี้อ้วนขึ้นนะก้อย”

“หนูคงกินเยอะไปหน่อย”

ยลธิดาบอกจารุวัฒน์ พักหลังเธอน้ำหนักขึ้นหลายกิโลกรัม อาจจะเพราะนอนทั้งวันหรือเห็นอะไรก็หยิบกินไปหมด ทั้งที่รู้ว่าอ้วนและเคยเป็นคนห่วงสวย แต่เด็กสาวก็หยุดกินไม่ได้ เธอยังคว้ามะม่วงจิ้มพริกกินอย่างอร่อย ไม่มีวี่แววว่าจะรู้สึกเปรี้ยวสักนิด ชนิกาเริ่มเอะใจเพราะรู้นิสัยน้องอยู่บ้าง

“กินอย่างกับคนแพ้ท้อง”

“ไม่มั้ง...”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยลธิดาไม่ป้องกันสักหน่อย เธอเองก็กิน ยาคุมฉุกเฉินอยู่เหมือนกัน กินบ่อยแค่ไหนก็ทุกครั้งที่ไม่ใส่ถุงยาง ฉลากไม่เห็นต้องอ่าน ถามดึ๋งเอาก็ได้ ปกติก็ไม่ท้อง ครั้งนี้จะท้องหรือ แต่พอชนิกาพูดแบบนี้ เด็กสาวก็อดกลัวไม่ได้ ถ้าท้องขึ้นมา อุทรทิพย์ต้องไม่เอาเธอไว้แน่

“ไอ้ไกร! มึงออกจากบ้านกูไปนะ!

“ว๊าย! แม่!

เสื้อชั้นในถูกโยนลงมาจากบันได ตามด้วยเครื่องสำอางหลายชิ้น ชนิกากับยลธิดามองหน้ากัน รู้ว่าไม่ใช่ของตัวเองทั้งคู่ แบบนี้จะเป็นของใครได้นอกจากไกรกัมพลที่ถูกแม่ตบตีจนเสียงดังไปหมด หญิงในร่างชายวิ่งลงมาทั้งแข้งขาสั่น ตามด้วยอุทรทิพย์ชี้นิ้วและวิ่งลงมาด้วยมืดที่สั่นไม่แพ้กัน

“ไอ้ไกร กูเคยบอกมึงว่ากูเกลียดไอ้พวกตุ๊ดพวกเกย์ มึงยังไม่เลิกเป็นอีก”

“แม่... ผมเลิกไม่ได้ ผม...”

“หุบปาก มึงเกิดมาเป็นผู้ชาย เสือกทำตัวเป็นผู้หญิง กูจะจับมึงไปส่งโรงพยาบาลบ้า ให้หมอรักษาให้เข็ด” อุทรทิพย์ถลาเข้าไปตบไกรกัมพลอีกฉาด ลูกคนอื่นที่กินข้าวกันอยู่พากันทำตัวไม่ถูก จะช่วยก็ไม่กล้า จะไม่ช่วยก็สงสาร เกรียงวิ่งลงมาตามเสียงโวยวายแต่ก็ไม่กล้าทำอะไร

“ของแบบนี้มันรักษาไม่ได้ ผมขอโทษ ผม...”

“มึงรู้ไหมว่าสภาพมึงทุเรศแค่ไหน?” อุทรทิพย์เฉดหัวลูกที่ตัวเองไม่ยอมรับ ร้องไห้จนเอ็นขึ้นคอ “กูเปิดประตูเข้าไป เห็นมึงโตเป็นควาย ใส่ไอ้ชุดบ้านี่ ทุเรศ ขยะแขยง กูให้มึงเกิดมาสมบูรณ์ มึงไม่อยากเป็นใช่ไหมผู้ชายเนี่ย ดี กูจะตัดให้มึงเดี๋ยวนี้ กูจะเชือดคอมึงให้ตายด้วย ไอ้ลูกเลว”

“แม่ อย่า!

จารุวัฒน์เอาตัวไปขวางไม่ให้แม่เข้าครัว

“ปล่อย ในเมื่อพี่มึงไม่รักดี กูก็จะไม่รักมัน”

“ผมเป็นแบบนี้ แม่จะไม่รักผมเหรอครับ?” ไกรกัมพลร้องไห้ทั้งชุดเสื้อกล้ามผูกโบว์ “ทั้งที่ผมก็เป็นเด็กดีให้แม่ ตั้งใจเรียน เป็นลูกคนเดียวที่สอบติดด้วยซ้ำ แค่ผมเป็นตุ๊ด ผมก็ไม่ได้อยากเป็นแต่มันเป็นของมันเอง ถ้าแม่จะไม่รักผม แม่ก็ฆ่าผมสิ ฆ่าผมให้ตาย เผื่อชาติหน้าผมจะเกิดมาเป็นผู้หญิง”

“มึงอย่าท้ากูนะ!

“พอเถอะแม่ แค่นี้ไกรมันก็เสียใจ...”

“นี่อย่าบอกนะว่ามึงรู้?

“เออ... หนู...”

“ถ้ามึงรู้ ทำไมมึงไม่บอกกู? มึงยังเห็นกูเป็นแม่อยู่ไหม?” หญิงวัยกลางคนเปลี่ยนเป้าหมายเข้าไปตบลูกชังอย่างชนิกาแทน ยลธิดาแม้จะห่วงแต่เห็นแม่ตบคนนั้นทีคนนี้ที ใครก็เข้าหน้าไม่ได้ทั้งนั้น จะเข้าไปให้ตัวเองโดนตบก็ใช่ที่ จารุวัฒน์อาศัยแรงเยอะเข้าไปคุมแม่ อย่างน้อยก็ไม่ให้เข้าไปหยิบมีดมาแทงกัน

“แม่... ผมขอโทษ”

ไกรกัมพลนั่งลงกับพื้น พนมมือกำลังจะกราบ

“มึงออกจากบ้านกูไป มึงจะไปไหนก็ไป กูไม่รับรู้”

กรีดร้องทั้งที่จะล้มลงไปเช่นกัน ใครมันจะไปรับได้ว่าลูกชายกลายเป็นลูกสาว ไกรกัมพลโดนไล่ขนาดนั้นก็กราบลาพร้อมกับเดินออกจากบ้านไป เกรียงกับชนิกาแอบส่งสายตามองเป็นเชิงว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นจะบอกและพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ แต่เธอก็ไม่อยากมองใครอีกทั้งนั้น

คนที่เธอคิดถึงไม่พ้น

“น้าอีฟ...”

“ว่าไงอีกรุบกริบ?

“แม่... แม่รู้เรื่องที่หนู...”

“เวรกรรม นี่เป็นไงบ้าง? แกอยู่ไหน?

อุณากรรณหรือน้าอีฟ น้องสาวคนเดียวของอุทรทิพย์ เป็นอีกคนที่รู้เรื่องของไกรกัมพล เพราะทั้งคู่จัดเป็นเพื่อนสนิทต่างวัย มีอะไรก็คุยกันได้ อุณากรรณอายุน้อยกว่าพี่สาวห้าปี ถ้าวัดตอนอายุเท่ากันอาจจะสวยไม่เท่า แต่ถ้าวันตอนปัจจุบันเธอสวยเหมือนอายุน้อยกว่าเป็นสิบปี

“หนูไปหาน้าได้ไหม?

พอไกรกัมพลเปิดเข้ามาในห้อง อุณากรรณก็ไม่พูดอะไรนอกจากกอดและลูบหลังหลานอย่างอ่อนโยน ไกรกัมพลร้องไห้สะอื้น พูดอะไรที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่หลายคำ กอดน้าสาวกลับเหมือนเธอเป็นที่พึ่งเดียวในชีวิต ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะอุณากรรณเป็นคนเดียวที่ไม่กลัวอุทรทิพย์

“น้ารักแกนะ อีกรุบกริบ”

“หนูชอบชื่อที่น้าตั้งให้หนูนะ”

“เออ ก็แกมันกรุบกริบ อย่าร้องไห้มาก ตาแกจะดำ เปลืองรองพื้น”

“น้าอะ”

“ก็น้าพูดจริง เห้อ... แล้วนี่จะทำยังไงต่อ?

“หนูยังไม่รู้ แม่ไล่หนูออกจากบ้าน พ่อก็ไม่ว่ายังไง”

“เดี๋ยวน้าโทรไปบอกพ่อแกก่อนว่าแกอยู่กับน้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงนี้แกก็อยู่กับน้าไปก่อน ถ้าแม่แกไม่ออกค่าเทอมให้ก็ช่างเขา น้าออกให้เอง ถ้าแม่แกไม่ให้กลับบ้านก็ช่างเขา อยู่กับน้าก็ได้” อุณากรรณกดสายหาพี่เขย เรื่องแบบนี้คนเป็นพ่อย่อมกังวลเป็นธรรมดา คนเป็นแม่ก็อาจจะเช่นกัน

......................................................................................................................................................

“อีดึ๋ง มึงว่ากูจะท้องเปล่าวะ?

“ทำไมวะ?

“ก็ประจำเดือนกูไม่มาสองเดือน ใครก็บอกกูอ้วนขึ้น”

“มึงกินยาคุมไหม?

“กินดิ กูกินยาคุม กูก็งงว่าจะท้องได้ไง?” ถ้าเด็กสาวอ่านฉลาดยาสักนิดก็คงจะรู้ว่าท้องได้ยังไง ยาคุมฉุกเฉินไม่ได้ถูกผลิตมาเพื่อให้ผู้หญิงใช้แทนยาคุมทั่วไปหรือกินตามอำเภอใจ คำว่าฉุกเฉินก็คือฉุกเฉิน คำศัพท์พื้นฐานที่ง่ายขนาดนี้ก็ยังมีคนไม่รู้อยู่บนโลก “มึงพลาดบ่อยไหม?

“บ้าง ก็เอาออก”

ดึ๋งตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนการทำแท้งเป็นเรื่องธรรมดาปานสวนทวารหนัก จะคิดอะไรให้มันยุ่งยาก วันไหนอยากใส่ถุงยางก็ใส่ วันไหนไม่อยากใส่ก็ไม่ต้องใส่ กินยาคุมเอา ลืมก็กินตอนที่นึกขึ้นได้ ตื่นสายก็เดี๋ยวค่อยกิน ถ้าท้องก็ไปหาหมอเถื่อนเอาเด็กออก ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหน

“มึงแม่ง...”

“ผัวมึงรู้ยัง?

“กูก็ไม่รู้จะบอกมันยังไง”

“ครั้งแรกกูนะ โทรบอกผัวกู เหอะ มันถามคำเดียว ลูกมันเหรอ” น้ำเสียงพอพูดถึงความรักครั้งแรกค่อนข้างกดต่ำลงและเจือด้วยความเศร้า นึกขึ้นมาก็แค้น “สันดานผู้ชาย ตอนจะเอาก็รักกู ตอนเอาเสร็จบางคนไม่มองหน้ากูด้วย เดี๋ยวนี้กูก็ไม่อยากมองหน้าใครเหมือนกัน เอาอย่างเดียว”

“เอ้า ลูกมันเปล่า?

“อีบ้า ตอนนั้นกูยังไม่แรดขนาดนี้ กูเคยรักเดียวใจเดียวอยู่ ก็ลูกมันดิ มันป้องกันที่ไหน กูว่านะ ถ้ามึงยังอยากคบไอ้ปลั๊กอยู่ ไม่ต้องไปบอกมันให้เสียความรู้สึกหรอก แต่ถ้ามึงเริ่มเบื่อมัน กูแนะนำให้บอก ไอ้ปลั๊กจะได้รีบทิ้งมึงไปหาผัวใหม่ ส่วนกูจะพามึงไปทำแท้งเอง กูมีร้านที่ไปบ่อย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น