<นิยายประลองโลก, 6> - อุทรแม่

ตอนที่ 2 : ตอนที่๑ หาพ่อให้ลูกในท้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

พ.ศ. ๒๕๒๙ 

ใครที่มางานล้วนแอบนินทาว่าบ่าวสาวคู่นี้ช่างไม่เหมาะสมกันสักนิดเดียว

อุทรทิพย์เป็นลูกสาวคนโตของเศรษฐีประจำหมู่บ้าน ผิวกายขาวผ่อง ร่างอวบอัดมองตรงไหนก็ดึงดูดใจ แม้จะสวมชุดแต่งงานยังเห็นส่วนโค้งเว้าสมส่วนชัดเจน ผมถูกเกล้าขึ้นอวดใบหน้าสวยเด่น ทุกอย่างที่ประกอบเป็นเธองามลงตัว กระนั้นกลับมีความเศร้าอยู่ในแววตาโศก

เกรียงเป็นชายชาวบ้านธรรมดา ฐานะไม่สู้ดี ทั้งหน้าตาค่อนไปทางขี้เหร่ สูงกว่าเจ้าสาวไม่ถึงคืบ ออกไปทางอ้วนล่ำ ไม่มีเค้าองอาจ ยังอาศัยผิวที่ค่อนข้างขาวทำให้พอดูได้ ใครต่อใครต่างสงสัยว่าเหตุใดอุทรทิพย์ที่เป็นที่หมายปองของชายทั้งหมู่บ้าน กลับตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่หล่อไม่รวย

“ไม่ต้องคิดมาก พี่รักอุ๊”

ชายหนุ่มกุมมือเธอเมื่ออยู่ตามลำพังในห้องหอ

“ขอบใจนะพี่”

“เห้อ พี่รู้นะว่าตอนนี้อุ๊ยังไม่รักพี่ แต่พี่สัญญาว่าพี่จะทำให้อุ๊รักพี่สักวัน”

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าบัดนี้เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ทั้งกำลังอุ้มท้องลูกของชายชั่วอยู่ ชายคนนั้นต่างหากที่อุทรทิพย์รักและคิดจะแต่งงานด้วย หลงเชื่อคำหวานและมอบพรหมจรรย์ให้ แต่เขากลับทิ้งเธอไปพร้อมยังทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขไว้ต่างหน้า หญิงสาวตั้งใจจะเก็บเป็นความลับ แต่ของแบบนี้หรือจะปิดบังกันได้

ไม่นานอาการของคนแพ้ท้องก็ปรากฏ อุทรทิพย์จำใจต้องบอกพ่อแม่ว่าท้องได้สองเดือนกว่า เศรษฐีเครียดจนล้มพับเพราะชายชั่วนั่นหนีไปสักพัก จะทำแท้งก็เชื่อกันว่าเป็นบาปหนัก จะไปหลอกชายอื่นมาแต่งด้วยถ้านับวันคลอดก็ต้องรู้อยู่ดี ไอ้หนุ่มหน้าซื่ออย่างเกรียงที่ตามตื้อเธอมาตั้งแต่เด็กจึงเป็นทางออก

อุทรทิพย์ไม่คิดปิดบังอีก เธอเปิดปากเล่าถึงความโง่ของตัวเอง เกรียงแม้จะเจ็บใจแต่ก็รักมากจนมองข้ามได้และยินดีแต่งงานให้เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องอับอายว่าท้องไม่มีพ่อ พ่อแม่ของอุทรทิพย์แม้จะเสียดายว่าลูกเขยไม่ใช่เศรษฐี แต่ก็ยังดีใจว่าได้คนดีในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกอื่น

“ถ้าบ้านนี้มีใครทำแท้ง รับรองหมดตัว มันเป็นบาปหนัก ผีมันจะตามมาทวงคืน”

หมอผีที่ชาวบ้านนับถือเคยทำนายไว้แต่นานมา

......................................................................................................................................................

พ.ศ. ๒๕๔๗

เกรียงไม่เคยนำเรื่องเก่ามาทวงบุญคุณหรือยกมาทะเลาะกับเมีย ทั้งยังไม่เคยคิดทำร้ายลูกติดของเธอสักนิด แต่ด้วยรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง อุทรทิพย์เองก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้เกิดมาตอกย้ำความโง่ในอดีต ความรักที่มีให้ลูกคนโตจึงน้อยมากเมื่อเทียบกับลูกคนรอง ที่เธอเองก็เอาใจลูกเพื่อเอาใจผัว  

ชนิกาหรือกรอง เป็นลูกของอุทรทิพย์กับคนรักเก่า ไม่เคยได้รับความใส่ใจหรืออ้อมกอดที่อบอุ่นจากพ่อแม่ จึงเป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบ เก็บตัว ทำงานบ้านทั้งวันไม่มีเวลาไปวิ่งเล่นอย่างใคร เอาเข้าจริงเกรียงแม้จะไม่ใช่คนใจร้าย แต่ก็รู้สึกไม่คุ้มถ้าจะเอาเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานมาบริการลูกคนอื่น

จารุวัฒน์หรือก้าน เป็นลูกของอุทรทิพย์กับเกรียง ได้รับความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่อย่างเต็มที่ ขออะไรแม่ก็แทบจะประเคนให้ จะนอนเล่นทั้งวันก็ไม่เคยมีใครว่า ได้เรียนโรงเรียนที่ดีเท่าที่แถวบ้านจะมี ยังเป็นข้อดีที่จารุวัฒน์ก็ไม่เคยแกล้งหรือก้าวร้าวพี่สาว แต่ความสนิทก็ไม่ค่อยมีนัก เพราะชอบเล่นคนละอย่าง

“อีกรอง กับข้าวเสร็จหรือยัง?

“ค่ะ แม่”

ชนิการู้สึกว่าเธอไม่ต่างจากคนรับใช้ในบ้าน เพราะงานบ้านแทบทุกอย่างไม่ว่าจะปัดกวาดเช็ดถูหรือทำอาหาร ก็ล้วนเป็นของเธอ พยายามคิดว่าไม่ใช่ความลำเอียง เธอโตกว่าน้องหลายปี จึงมีหน้าที่ดูแลน้อง แต่ในแง่ปฏิบัติกลับเหมือนพี่เลี้ยงดูแลคุณหนูมากกว่า ยังดีที่น้องก็ยังให้ความเคารพ

ถัดจากจารุวัฒน์คือ ฉัตรประไพหรือกิ่ง ลูกสาวแสนสวย ที่พ่อแม่รักถนอมปานเจ้าหญิง เพราะสวยตั้งแต่เด็ก พูดจาอ่อนหวาน ไพเราะน่าฟัง ออดอ้อนเอาใจ พัฒนาการเกินวัย แต่คงเป็นคราวเคราะห์ที่ฉัตรประไพจบชีวิตเพราะไข้หวัดนก อุทรทิพย์ร้องไห้เหมือนคนบ้า ร่วมปีกว่าจะกลับมาเป็นผู้เป็นคน

นานเชียวกว่าที่จะมีน้องให้เธอ ไกรกัมพลหรือไกร เป็นคนเดียวที่หน้าออกไปทางพ่อ คือหาความหล่อไม่เจอ ต่างจากพี่น้องคนอื่นที่หน้าตาดีได้แม่ ไกรกัมพลเป็นน้องที่ชนิกาสนิทมาก เพราะเลี้ยงมากับมือ บางครั้งก็ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง จนโดนแม่ตีไปหลายทีจึงหยุด โตมาก็ไม่มีใครพูดเรื่องนั้นอีก

ไม่นานพ่อกับแม่ก็มีน้องให้อีกคน ยลธิดาหรือก้อย ที่เกิดมาตอนที่ครอบครัวมีฐานะมากขึ้น ไม่ต้องยากลำบากเหมือนเก่า ยลธิดามีความเป็นเด็ก ไม่รู้จักโต ติดเพื่อน ชอบการเที่ยวเล่น ไม่มีความรับผิดชอบ อายุน้อยกว่าไกรกัมพลไม่กี่ปี แต่รายนั้นฝากงานอะไรก็ทำได้ ช่วยหยิบจับทำงานบ้านบ้าง

“แม่คะ คือว่ากรอง...”

“ก้อยอยากเรียนเต้นค่ะแม่”

“เออ อยากเรียนก็ไปเรียนสิ” อุทรทิพย์ตอบยลธิดาแทบจะทันที เป็นแบบนี้ประจำ จารุวัฒน์กับยลธิดาขออะไรก็ได้ต่อให้จะเป็นเรื่องสิ้นเปลืองแค่ไหนก็ตาม ส่วนไกรกัมพลไม่ค่อยขออะไรมากนอกจากค่าขนมที่ได้ทุกเดือนมากน้อยตามความต้องการของคนเป็นแม่ “เมื่อกี้แกพูดอะไรนะกรอง?

“คือกรอง...”

“แม่ ผมอยากได้รองเท้าใหม่ คู่เก่ามันขาด”

“มีเงินก็ไปซื้อเอาสิ ไม่พอเหรอ?

“ผมเพิ่งไปจ่ายค่า...”

“เห้ย ไอ้ก้าน เงินก็เพิ่งขอแม่ไปไม่ถึงอาทิตย์ รู้จักเงียบบ้าง ให้พี่เขาพูดก่อน” เป็นเกรียงต่างหากที่ต้องปรามลูกชายตัวเองที่พูดแทรกทั้งเคี้ยวข้าวจนแก้มตุ่ย แม้จะไม่รักใคร่ชนิกาเหมือนเลือดในอก แต่เธอเป็นเด็กว่าง่ายย่อมน่าเอ็นดูอยู่บ้าง “ว่ามากรอง มีอะไรหรือเปล่า?

“พ่อคะ เงินไปเรียนไม่พอค่ะ ไหนจะค่ารถ ค่าข้าว ค่าน้ำ ค่าชีต”

“มันจะอะไรเยอะแยะวะอีกรอง?

“มหาวิทยาลัยที่กรองเรียนมันไกลนะแม่ ไปยืนรอจนขาเปื่อยบางทีรถเมล์ก็เต็มทุกคัน”

“ก็ตื่นให้มันเช้าหน่อย โตขนาดนี้ ไม่งั้นแกก็ไปทำงานสิอีกรอง ดีเหมือนกันนะ จะได้ช่วยพ่อกับแม่ด้วย”

“นี่ อุ๊ อย่าไปดุกรองมัน บ้านเราก็ใช่ว่ายากจนอะไร กรองมันก็แค่ปีหนึ่ง”

“ตั้งปีหนึ่ง!

“ช่างมันเถอะ ช่วยกันส่งได้ก็ส่ง”

คนอย่างเกรียง ถ้ามีเงินหนึ่งร้อยบาท อาจไม่ยินดีถ้าต้องให้ลูกตัวเองกับลูกคนอื่นคนละห้าสิบ แต่ใช่ว่าถ้าลูกตัวเองได้หกสิบ อีกสี่สิบต้องไปโยนทิ้ง เขาไม่ใช่คนใจดำขนาดนั้น เรื่องคิดลามกแบบพ่อเลี้ยงโรคจิตไม่เคยอยู่ในหัว ชายหนุ่มเคยอาบน้ำให้ชนิกาที่แก้ผ้าอยู่ในอ่างตอนเป็นทารก โตมาสวยเต่งตึงยังไงก็ไม่คิดเป็นอื่น

“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ กรองไปทำงานที่ร้านอาหารแถวนี้ก็ได้”

“ไม่ต้องน่ากรอง ยังเรียนหนังสืออยู่ก็เรียนไป งานมีให้แกทำทั้งชีวิตแหละ”

“ขอบคุณนะคะพ่อ”

......................................................................................................................................................

“พี่ไม่น่าไปออกให้อีกรองมัน”

อุทรทิพย์บ่นขณะอยู่ในห้องนอน แม้อายุจะปาเข้าไปสี่สิบสอง หญิงสาวก็ยังจัดว่าเป็นคนสวยไม่สร่าง แค่ผมตัดสั้นลง อ้วนขึ้นบ้าง และมีริ้วรอยบ้างตามวัย ต่างจากเกรียงที่แก่กว่าวัย หน้าเหี่ยวคล้อย ผมเริ่มหงอก บางครั้งออกไปข้างนอกยังมีคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพ่อของหญิงสาว

“อย่าไปจงเกลียดจงชังมันน่าอุ๊”

“ฉันไม่ได้เกลียดมัน แต่มันไม่เห็นทำอะไรได้เรื่อง เรียนก็ไม่เก่ง หัวก็ช้า นี่ถ้ามันสอบติดที่ใกล้บ้านก็คงไม่เปลืองค่ารถแบบนี้หรอก แต่ถ้าให้มันไปอยู่หอใครจะช่วยฉันทำงานบ้าน” หญิงสาวส่ายศีรษะเมื่อพูดถึงชนิกา เหตุการณ์นี้ช่างตรงกันข้ามกับที่ผู้ใหญ่ในครอบครัวคาดเดา

ตอนแรก พวกเขาคิดว่าเกรียงจะเผยธาตุแท้แบบพ่อเลี้ยงใจร้าย กลายเป็นว่าเกรียงต่างหากที่ต้องเตือนให้อุทรทิพย์เมตตาลูกบ้าง แต่ก็คงไม่เป็นผลเท่าไร ในความรู้สึกของอุทรทิพย์ ชนิกาเป็นดั่งมารหัวขนที่เกิดมาพังชีวิตของเธอ ไม่เคยมีสักครั้งที่เธออยากให้ลูกคนนี้เกิดออกมา ยาบำรุงสักเม็ดก็ไม่เคยกิน

หนึ่ง ตอกย้ำความโง่ที่เผลอใจ

สอง เป็นความผิดพลาดที่แทงใจดำ

สาม ชนิกาทำให้เธอต้องมาแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก

อย่างที่เห็น อุทรทิพย์เป็นคนสวย ถ้าแค่เสียพรหมจรรย์ให้ชายอื่นไปก่อน ยังพอทำใจลืมและเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายสักคนในอนาคตที่หน้าที่การงานดี ของแบบนี้ไม่ได้ หักทิ้งไว้ใครกันจะรู้ถ้าไม่บอก แต่มันเล่นทิ้งลูกติดท้อง ขืนไม่แต่งงานก็เท่ากับประจานตัวเอง จะทำแท้งก็เป็นเรื่องผิดบาปอีก

พ่อกับแม่เชื่อคำทำนายของหมอผีและหวาดกลัวมาก บ้านของเธอดวงอ่อน ถ้ามีการทำบาปหนักอย่างการทำแท้ง วิญญาณเด็กจะตามมาทำให้ทุกคนฉิบหาย การเงินจะล่มจมหมด ตอนที่ยังตั้งครรภ์ อุทรทิพย์อยากให้เธอลื่นล้มจนแท้งเองด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังเกิดมาและมีสุขภาพแข็งแรง

ความรู้สึกที่ตื่นเต้นกับการมีอีกชีวิตอยู่ในท้องงั้นหรือ?

เธอมาถนอมบำรุงก็ตอนท้องลูกของเกรียง

กับชายชั่วนั่นเหลือแค่ความแค้น ส่วนเกรียง แม้จะดีกับเธออย่างไร อุทรทิพย์ก็ไม่เคยรักเกรียงแบบผู้หญิงรักผู้ชาย เธอรักเขาแบบเพื่อน อาจจะผูกพันที่อยู่ด้วยกันมาเกือบยี่สิบปี แต่มองหน้าก็ไม่มีความเสน่หา เรื่องบนเตียงก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของผัวเมีย เกรียงอาจจะไม่หล่อหุ่นดี แต่ก็ไม่ถึงขั้นอัปลักษณ์น่ารังเกียจ

แต่ถ้าให้เทียบ มันก็คนละแบบกับการร่วมรักกับชายคนนั้น อุทรทิพย์ไม่อยากนึกถึงว่าความอ่อนไหวของวัยสาวยามถูกแตะต้องจากชายที่ตัวเองคลั่งไคล้นั่นสั่นไหวเพียงใด ความอยากรู้อยากเห็น อยากผูกมัดเขาให้อยู่กับตัวเอง เชื่อว่าผ่านคืนนั้นไปจะทำให้เขารักเธอมากกว่าเดิม แต่เธอคิดผิด เขาไม่เคยรักเธอตั้งแต่แรก

“พี่จะเอาเงินส่วนของพี่ให้กรองเอง สงสาร”

“ฉันถามพี่จริงเถอะ พี่คิดยังไงมาดีกับมัน?

“ตอนนี้เราก็พอมีเงิน พี่ไม่ได้จนเหมือนเมื่อก่อน เห็นมาตั้งแต่เกิด พูดตามตรง สงสาร”

“เออ ถ้าพี่อยากให้มันก็ให้ไป ฉันไม่รู้ด้วยนะ”

“นอนกันเถอะ”

เกรียงปิดไฟพร้อมคว้าตัวภรรยาเข้ามากอด อุทรทิพย์แม้ไม่ยินดีแต่ก็ไม่ขัดขืนสัมผัสของสามี อยู่กันมาจนลูกโต มีลูกด้วยกันตั้งสี่คน จะไปเหนียมอายอะไรอีก นี่ก็เป็นอีกคืนอันจืดชืดที่เธอต้องหลับนอนกับคนที่ไม่ได้รัก ตรงข้ามกับชายหนุ่มที่โอบร่างเปลือยเปล่านั้นอย่างสุขสมจนถึงเช้า 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น