อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง (end.)

ตอนที่ 2 : 9.1 - Falling

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    14 เม.ย. 62

*หมายเหตุ*

เลขบทของนิยายเรื่องนี้

จะไล่จากจำนวนมากไปหาน้อย

- ขอบคุณครับ -


9.1

Falling



              

          โชคดีที่รอดมาได้

 

            ผมเอง

               ผมคือ ผู้โชคดีในประโยคนั้น

            จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าใครที่เป็นคนพูด แต่จำได้แม่นว่าสาเหตุที่เขาพูด...

               ...มาจากเหตุการณ์ที่แม่และพ่อของผมตาย

 

            ปัง!

            ปัง!

           

            เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากเสียงกระสุนสองนัดในยามดึกสงัดที่ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ...

               ผมพยายามที่จะเงียบ ใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างอุดปากแน่น ฝืนกลืนก้อนสะอื้นให้กลับลงไปในลำคอ น้ำตาของผมรินไหล... แต่ผมยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น อยู่ในตู้เสื้อผ้าที่แม่เป็นคนพาผมเข้าไปซ่อน จินตนาการว่ากำลังเล่นซ่อนแอบอยู่กับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน และขอให้ตัวเองถูกพบเป็นคนสุดท้าย

               ความมืดมิดในคืนนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน ยิ่งผมหวาดกลัวเหตุการณ์ที่เกิดมากขึ้นเท่าไหร่...ก็เหมือนว่าจะยิ่งต่อเวลากลางคืนให้ยาวนานมากขึ้นเท่านั้น...

               ผมได้แต่คิดถึงหน้าดุๆ ของพ่อ... คิดถึงรอยยิ้มที่มีเอกลักษณ์ของแม่...

               คิดวนไปเวียนมาอยู่อย่างนั้น ก่อนที่แสงแรกของวันจะส่องสว่างเข้ามาในตู้เสื้อผ้าพร้อมกับชายในเครื่องแบบตำรวจที่ดึงประตูฝั่งขวาให้เปิดออก... ผมจำไม่ได้ว่าคุณตำรวจท่านนั้นพูดอะไรกับผมบ้าง รู้เพียงแค่ว่าผมโผเข้ากอดเขาแน่น... กอดแล้วก็ร้องไห้จ้าไม่ต่างจากทารกแรกเกิดในห้องทำคลอดของโรงพยาบาล...

               ผมไม่มีโอกาสได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้าน ไม่มีโอกาสได้เห็นว่ากระสุนถูกฝังอยู่ที่ส่วนไหนในร่างกายของพ่อและแม่ คุณตำรวจท่านนั้นเลือกที่จะใช้มือหนาๆ ปิดบังช่วงตาของผมไว้ คงเพราะคิดมาดีแล้วว่าภาพเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เด็กวัยประถมต้นคนหนึ่งจะรับได้

 

               เกิดอะไรขึ้นคะคุณตำรวจ

            ‘โจรขึ้นบ้านครับ ไม่ทราบว่าพอจะมีใครได้ยินเสียงปืนบ้างไหมครับเมื่อคืนนี้

               เสียงปืน? ไม่มีนะคะ ดิฉันไม่เห็นได้ยินอะไรเลยค่ะ

 

               บทสนทนาแรกที่ผมได้ยินเกิดขึ้นภายหลังจากที่คุณตำรวจอุ้มผมออกจากบ้าน นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผมในคืนวันเกิดของแม่... คือมีชายไม่ทราบชื่อสองคนบุกเข้ามาในบ้านพร้อมอาวุธปืน ตั้งใจกวาดเอาทรัพย์สินมีค่าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และไม่ต้องการให้มีชีวิตใดเหลือรอดออกไปเพื่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก

 

               เขาว่าผู้ชายน่ะโดนยิงแสกหน้า

            ‘แล้วผู้หญิงล่ะ

            ‘กลางอก ตายคาที่

            ‘ต๊าย น่ากลัวจริง ดีนะที่คนลูกไม่เป็นอะไรน่ะ

            นั่นสิ โชคดีที่รอดมาได้

 

               คำกล่าวที่บังเอิญได้ยินทำให้คนฟังในวัยประถมอย่างผมไม่ค่อยจะแน่ใจนัก... ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันสามารถเรียกว่าโชคดีได้ไหม การที่ผมยังคงมีลมหายใจ...มันจะเรียกว่าโชคดีได้หรือเปล่า

               ผมไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย

               กระทั่งได้มีโอกาสตื่นขึ้นในเช้าวันถัดไป... ผมถึงได้รู้... ว่า โชคดีที่รอดมาได้ มันไม่เป็นความจริง...

               ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้วนับจากเหตุการณ์นั้น

               พ่อและแม่จากผมไปแล้วตลอดกาล... ผมต้องนอนกอดตัวเองทุกค่ำคืนในที่ที่ไม่เคยคุ้น ต้องย้ายเข้ามาอาศัยใช้ชีวิตและเติบโตอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่แสนจะเปราะบางทางความรู้สึกของคนที่ขาดหายทั้งที่เคยมี

            การลืมตาตื่นขึ้นในทุกๆ วันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคือฝันร้าย ผมได้แต่ภาวนาก่อนนอนทุกคืนว่าขอให้ใครสักคนช่วยปลุกผมให้ตื่นจากความฝันที่หาจุดจบไม่ได้ แล้วร้องบอกผมเสียงดังๆ ว่าเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดที่ผมเผชิญอยู่นั้นเป็นเพียงแค่ฝันไป แค่ฝันไปเท่านั้น

               แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้น...

               ทุกความอ้างว้างเหล่านั้นมีตัวตนอยู่จริง และจะยังเดินทางต่อไปอีกนานแสนนาน

              

               ตั้ง ต่อไปหนูต้องช่วยครูดูแลเช้านะ เข้าใจไหมลูก

            ‘เข้าใจครับครู :)

           

            หากแต่การเดินทางของความอ้างว้างก็หยุดลงเมื่อผมได้พบกับเขา...ตั้ง

            มันแปลกนะ ทั้งที่เราสองคนใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่เรากลับไม่เคยได้เจอกันเลยตลอดสองอาทิตย์แรกที่ผมย้ายเข้ามา

               เขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่จำความได้ ตั้งเล่าให้ผมฟังในวันที่เราสนิทกันแล้วว่ามีใครสักคนที่ไม่รู้ว่าเป็นพ่อหรือแม่ (หรืออาจจะไม่ไม่ใช่ทั้งสองคน) นำเขามาทิ้งไว้ที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พร้อมกับชื่อเล่นในกระดาษเก่าๆ ที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงว่า

 

               เด็กชายตั้ง

 

            ก่อนที่ใครคนนั้นจะหายไปจากโลกใบนี้อย่างไร้ร่องรอย

               น่าเสียดายแทนคนที่ทิ้งเขา เพราะสำหรับผม ตั้งเป็นเด็กที่วิเศษมาก เพราะแม้จะเป็นเด็กดื้อ เป็นหัวโจกที่ชอบสร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ตั้งก็ยังคงเป็นที่รักของทุกๆ คนเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

               เขาเป็นเด็กในบ้านคนแรกที่ผมยอมคุยด้วย  ทั้งที่เขาก็เข้ามาชวนคุยชวนเล่ยด้วยวิธีที่ไม่ได้ต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ  แต่ไม่รู้ทำไม... ผมกลับรู้สึกได้ถึงเวทมนตร์บางอย่างที่ทำให้ผมไม่อาจนิ่งเฉยกับเขาได้ ผมยอมเอ่ยตอบทุกคำที่ตั้งถาม ยอมเปิดใจที่จะเล่าเรื่องราวทั้งสุขทั้งทุกข์ให้เขาฟัง และเริ่มที่จะตามติดเขาไปแทบทุกที่ในเวลาต่อมา

               ความสนิทสนมอย่างรวดเร็วของเราทั้งคู่ทำให้ตั้งได้รับมอบหมายให้ดูแลผมไปโดยปริยาย ตอนแรกผมคิดว่าเขาคงจะพูดส่งๆ ไปอย่างนั้น เด็กที่ไหนจะมาจริงจังกับการดูแลเด็กอีกคน แต่มันไม่ใช่ ตั้งดูแลผมเป็นอย่างดีตามที่รับปาก ไม่สิ... เขาดูแลดีเกินกว่าที่เคยรับปากเสียด้วยซ้ำ เพราะนับตั้งแต่พ่อและแม่จากไป... ก็มีตั้งเนี่ยแหละที่ใส่ใจกับเรื่องของผมก่อนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของตัวเอง

 

               ตั้ง

            ‘หืม?’

            ‘ทำไม... ตั้งดูแลเช้าดีจัง

            ‘แล้วเช้าชอบไหมล่ะ

            ‘ตั้งตอบเช้ามาก่อนสิ

            ‘ทำไมถึงดูแลดีน่ะเหรอ

            ‘อื้ม

            ‘เพราะชอบมั้ง

            ‘ชอบ?’

            ‘ชอบเช้าไง :)

 

            ผมและตั้งได้มีโอกาสเปิดใจกันเป็นครั้งแรกในวัยที่เราโตพอ ตอนนั้นเรากลับจากถ่ายบัตรประชาชนใบแรกในชีวิต แล้วกลับมานอนเล่นอยู่บนเตียงเดียวกันอย่างที่เราชอบทำประจำเมื่อโตขึ้น คำว่า ชอบของเขาทำให้ผมหน้าแดงจนปิดไม่มิด และมันก็ยิ่งแดงมากขึ้นเมื่อเขาทวนถามกลับมาว่าแล้วผมล่ะชอบหรือเปล่า

              

               ชอบสิ

 

            ใช้เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าที่จะกลั้นใจตอบออกไปได้

               ผมไม่ได้อธิบายอะไรให้ตั้งฟังชัดเจนนัก แต่เป็นอันรู้กันว่าคำว่า ชอบที่พูดออกไปหมายถึง...ชอบที่เขาดูแลผมเป็นอย่างดี แล้วก็...ชอบที่ตัวของเขาด้วย

               นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่ผมเพิ่งได้รู้จักครั้งแรกในชีวิต

            เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ที่ผมอยากลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อขอบคุณตัวเองที่ยังคงหายใจ ขอบคุณที่ยังคงรอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะมันทำให้ผมได้เจอเขา ได้เรียนรู้ที่จะรักเขา และได้เรียนรู้ที่จะถูกเขารักมาตลอดระยะเวลาหลายต่อหลายปีที่ผ่านมา

               เรื่องราวของเด็กชายผู้โชคร้ายได้จบสิ้นลงแล้ว

               และผมก็เชื่อจริงๆ ว่านับจากนั้นชีวิตของผมจะมีแต่ความสุขตลอดไป

               กระทั่งในเช้าวันนี้...

            วันที่ผมได้รับโอกาสให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

               ผมถึงได้รู้... ว่า ตลอดไปไม่มีอยู่จริง...

               “…”

               ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว... ห้องทั้งห้องปิดทึบ ทุกอย่างนิ่งสนิท ไร้การเคลื่อนไหว มีเพียงแต่ผมเท่านั้น...ที่ยังคงนอนหายใจบางเบาอยู่บนเตียงของเราทั้งคู่...

               ทำไมกัน

            ทำไมถึงเป็นผมอีกแล้วที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป

               ทำไมถึงไม่เป็นพ่อ ไม่เป็นแม่ หรือว่าเป็น...เขา

               ทำไมต้องเป็นผม

               ฮึก...

               ลมหายใจที่เคยแผ่วเบากระโชกแรงขึ้นด้วยเสียงสะอื้นจากความเจ็บปวดนับล้านที่บาดลึกอยู่ภายในใจ ทำไมถึงต้องเป็นผมที่ได้รับโอกาสให้มีชีวิตอยู่ ทั้งๆ ที่ผมคือคนที่เปราะบางที่สุดในโลก ผมน่ะ... ฮึก... ทนเข้มแข็งหยัดยืนอยู่ในงานศพของแฟนตัวเองยังไม่ได้เลย! แล้วแบบนี้... ฮึก... ผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง

               ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องใช้ความยากลำบากแค่ไหนในการบังคับให้ตัวหันหลังหนีให้กับอีกฝั่งของเตียงนอนที่ไม่มีตั้งอีกแล้ว... ผมแทบทนรับความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นตรงนั้นไม่ได้... ใจอยากจะคลานหนีออกจากเตียง แต่กายกลับไร้เรี่ยวแรงที่จะทำมัน...

               อาการจุกที่ช่วงอกกลับมาอีกครั้งเมื่อภาพศพของตั้งฉายชัดกลับขึ้นมาอีกครั้งในมโนสึกนึก... ก่อนที่จะค่อยๆ แดดิ้นอย่างทุกข์ทรมานเมื่อเริ่มคิดถึงการแต่งงานของเราที่ใกล้เข้ามา...

               มันจบแล้ว

            ทุกอย่างมันจบลงแล้วหลังจากเมื่อวานนี้ที่ตั้ง...จากไป

            ผมทำอะไรไม่ได้... ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วจริงๆ นอกจากร้องไห้ด้วยความรู้สึกสิ้นหวังของทั้งชีวิต

               บ้างก็ร้องตะโกนโทษดินโทษฟ้าที่กล้าจะพรากเขาไปจากผม

               ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้น... ก็กลับตาลปัตรมาอ้อนวอนขอดินขอฟ้าราวกับคนบ้าเพื่อขอให้คนที่ผมรักกลับมา...

               ได้โปรด... ฮึก...

               คืนเขาให้ผมได้ไหม... ฮึก... ให้ผมตายแทนเขาเลยก็ได้ ฮึก... เอาผมไปแทนเขาเถอะนะ ผมยอมแล้ว ยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียว... ให้ตั้งกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้ไหม ฮึก... ได้โปรด...

               เช้าครับ ตื่นได้แล้วนะ

            เฮือก!!!”

               โครม!

            ผมสะดุ้งตกจากเตียงด้วยความตกใจถึงสุด!

               สะ...เสียงกระซิบที่แสนจะคุ้นเคยของใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่แล้วกระตุ้นจังหวะการเต้นของใจผมให้เร็วแรงเสียจนผมยังได้ยินเสียงของมัน... ผมยังคงนอนหมอบค้างอยู่กับพื้น สั่นเทิ้มด้วยความสับสนและตื่นกลัว เมื่อกี้นี้มัน... สะ...เสียงของตั้งงั้นเหรอ?

               แต่จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อ...

               “…”

               ความคิดของผมหยุดลงทันทีเมื่อประสาทหูที่ยังใช้การได้ดีกำลังรับเอาเสียงหายใจเสียงหนึ่งที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องอยู่บนเตียง... ผมพยายามทำให้แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินอยู่นี้ไม่ใช่เสียงของผมด้วยการลองกลั้นหายใจค้างไว้หลายวินาที ทว่า... เสียงหายใจเสียงนั้นก็ยังคงดังต่อไป...

               แล้วมันจะเป็นของใครได้ ถ้าไม่ใช่ของคนที่เอ่ยปลุกผมเหมือนอย่างที่ทำในทุกวัน

            ความคิดที่ว่า อาจเป็นตั้งทำให้ผมเริ่มที่จะระงับสติของตัวเอง และวิธีการรวบรวมความกล้าที่ดีที่สุดก็คือการบอกกับตัวเองว่า ถ้านั่นคือตั้งจริง ผมก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว

            ผมค่อยๆ ดันตัวขึ้นจากพื้นอย่างช้าๆ เพื่อจะเงยหน้ากลับขึ้นมาดูว่าใครกันแน่ที่อยู่บนเตียง

               เหี้ย!”

               แต่ถึงจะรวบรวมความกล้ามามากสักแค่ไหน เมื่อเจอเข้ากับแผ่นหลังของใครอีกคนที่นั่งหันหลังให้อยู่ที่อีกฝั่งของเตียง ก็ทำเอาผมตกใจกลัวจนถึงกับล้มตัวถอยหลังไปกระแทกกับประตูกระจกระเบียงที่กั้นไว้ด้วยม่านสีทึบ

               มันเป็นความกลัวที่ผมห้ามไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อใครคนนั้นยังคงเอาแต่นั่งนิ่ง ทำเพียงแค่หายใจ แต่กลับไม่เคลื่อนไหวใดๆ อยู่ในห้องที่ปิดมืดเช่น

               ครืดดด

               ผมตัดสินใจกระชากผ้าม่านให้เปิดออกเพื่อให้แสงสว่างภายนอกเข้ามาขับไล่ความกลัวที่อยู่ภายใน แต่ถึงจะทำไป... เขาคนนั้นก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง...

               ตั้ง...

               เขาไม่ได้หันมาหาตามคำเอ่ยเรียก แต่ผมก็จำเขาได้ จำเขาได้ดีแม้จะเห็นเพียงแต่แผ่นหลังของเขา เป็นตั้งไม่ผิดแน่ เขาน่ะ... ฮึก เป็นตั้งไม่ผิดแน่!

               “ตั้ง!”

               ความคิดถึงคนที่รักทำลายความกลัวภายในใจผมจนหมดสิ้น ผมตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังด้วยความอาวรณ์ พร้อมๆ กับที่รีบพุ่งตัวเข้าไปกอดเขาจากทางด้านหลังเต็มรัก

               ตั้งจริงๆ ด้วย ฮึก... เป็นตั้งจริงๆ ด้วย

               หัวใจที่เปลือยเปล่ายับเยินของผมเต็มตื้นอีกครั้งเมื่อร่างสูงใหญ่ที่โอบกอดไว้ไม่หายลับไปอย่างที่คาดไว้ในตอนแรก เขายังอยู่ ฮึก... ยังคงอบอุ่นเหมือนอย่างทุกครั้ง และยังหายใจเข้าออกไม่เสื่อมคลาย

               ผมฝังใบหน้าลงไปบนไหล่ของตั้ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ในแบบของเขายังคงชัดเจนเสมอ นี่มันเรื่องจริงหรือเนี่ย นี่มันไม่ใช่ฝันจริงๆ เหรอ เขากลับมาหาผมแล้วจริงๆ ใช่ไหม ไม่ใช่แค่วิญญาณ หากแต่กลับมาพร้อมกันทั้งเลือดเนื้อและจิตใจ

               ทุกอย่างเกือบจะสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่า...

               ข้าไม่ใช่เจ้าตั้ง

            เสียงที่พูดต่อจากนั้น แตกต่างไปจากเสียงของตั้งอย่างสิ้นเชิง!

               ผมผละออกจากร่างกายกำยำที่กอดอยู่ด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงดังกังวานของชายชราที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต จนผมต้องรีบคว้ามือไปจับขอบของโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อพยุงร่างกายที่สั่นไหวของตัวเอง

               “มะ...มึงเป็นใคร!”

               คนถูกถามค่อยๆ หันหน้ามาหาผม วินาทีนั้นใจผมเต้นรัวระทึกเพราะคาดเดาไม่ได้ว่าจะต้องเจอกับอะไร จนกระทั่งใครคนนั้นหันมาหาผมเต็มดวงหน้า ก็ทำเอาผมถึงกับอึ้ง... เพราะใบหน้าหล่อเข้มนั้นยังคงเป็นตั้ง แต่สีของตา...กลับกลายเป็นสีเดียวกับท้องฟ้าด้านนอกที่ลื่นไหลและเคลื่อนไหวไปไม่จบสิ้น!

               ความเหนือจริงเกินฝันของสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาผมถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้น นี่มันอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผมฝันอยู่หรือเปล่าถึงได้เห็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติมากขนาดนี้ ความคิดนั้นทำให้ผมต้องลอบหยิกตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจว่าได้พบเจอกับความฝันหรือว่าความจริงอยู่กันแน่

               หึ...แต่แทนที่ผมจะตื่น คนที่นั่งมองผมอยู่ด้วยรอยยิ้มแปลกตากลับแค่นหัวเราะในลำคอ นี่ไม่ใช่ความฝันหรอกเจ้าเช้า นี่คือเรื่องจริง :)

            คนตรงหน้าราวกับอ่านใจผมออก เขาไม่ใช่แค่รู้ชื่อผมและคนรักของผม แต่ยังรู้ด้วยว่าผมคิดอะไร

               แต่ที่น่าแปลกคือรอยยิ้มที่แปลกตาบนใบหน้าของคนที่คุ้นเคยกลับทำให้ความหวาดกลัวภายในใจผมค่อยๆ เบาบางลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ก่อนหน้าที่จังหวะหัวใจผมเต้นรัวจนแทบคลั่ง แต่เพียงแค่คนตรงหน้ายิ้มให้... ก็เหมือนกับว่าความกลัวได้ถูกปัดเป่าให้จางหายไปจนหมดสิ้น...

               ท่าน...เป็นใครกันแน่

               ผมพยายามที่จะสุภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความกลัวเท่านั้นที่จางหายไป หากแต่ปรากฏเอาความรู้สึกเกรงอกเกรงใจที่ไม่รู้ว่ามาจากแห่งหนใดให้เข้ามาแทนที่

               เจ้าไม่ต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใครคนตรงหน้าที่ดูเหมือนตั้งหากแต่ไม่ใช่ตั้งแย้มยิ้มกว้างขึ้น รู้ไว้แค่ว่าข้ามีข้อเสนอดีๆ มามอบให้เจ้าก็พอ

               ข้อเสนอ?”

               อีกฝ่ายพยักหน้า แล้วหันไปมองรูปคู่รูปแรกที่อัดกรอบอยู่เหนือหัวเตียงของเรา ก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับมาหาผมอีกครั้ง ทว่าคราวนี้... กลับมีใบหน้าที่เศร้าสร้อยปรากฏแทน...

               ข้อเสนอที่จะทำให้พวกเจ้าได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

               ผมถึงกับลุกขึ้นเลยเมื่อได้ยินในสิ่งที่เจ้าของตาสีเดียวกันกับท้องฟ้าเพิ่งกล่าวจบไป

               นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่ นี่ผมอยู่ในเกมโชว์อะไรอย่างงั้นเหรอ ทำไมผมถึงจะได้รับข้อเสนอที่จะทำให้ได้กลับมาอยู่กับตั้งกัน ทั้งๆ ที่มันก็ชัดเจนอยู่ว่าพ่อหมีของผมน่ะ...ตายไปแล้ว!

               แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไร จริงๆ แล้วเจ้าตั้งมันยังไม่ถึงคราวตาย เขาก็ทำให้ผมอึ้งด้วยเรื่องเหลือเชื่ออย่างในละครที่ไม่คิดฝันว่าจะได้พบเจอกับตัวเอง ถ้าเจ้านั่นไม่ตามอาฆาตพวกเจ้า ก็คงจะได้อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าแน่ๆ

 

               ไม่อยากแก่เลย

            ‘ทำไมล่ะ

            ‘พอแก่แล้วหน้าเหี่ยว ทำอะไรก็ชักช้า อืดอาด ไม่มีใครเหลียวแล

            ‘ก็ตั้งนี่ไง

            ‘หืม?’

            ‘ตั้งนี่ไงที่จะเหลียวแลเช้า

            ‘จะอยู่กันไปจนแก่เลยว่างั้น

            ‘ก็ต้องอยู่ด้วยกันไปจนแก่อยู่แล้ว :)

           

            ผมเม้มริมฝีปากแน่น... สิ่งที่คนตรงหน้าพูดทำให้บทสนทนาของผมและตั้งในอดีตหวนคืนกลับมา... เราเคยวางแผนกันไว้แบบนั้นใช่ไหมตั้ง วางแผนว่าจะแก่ตายไปด้วยกัน แล้วใครกันที่ทำให้ชีวิตของตั้งต้องจบสิ้นลงแบบนี้

               วิบากกรรมสิ่งที่คิดอยู่ในหัวหยุดลงทันทีเมื่อเสียงดั่งชายชราผู้ทรงอำนาจแปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น ข้าพยายามอย่างสุดความสามารถของข้าแล้ว พยายามที่จะช่วยพวกเจ้าให้รอดพ้นจากวิบากกรรมมาตลอดหลายต่อหลายปีที่ผ่านมา แต่ข้าก็ยังไม่สามารถต่อกรกับมันได้ อำนาจของมันร้ายแรงถึงขนาดที่ข้าก็ยังพลาดท่า!”

               ใครสักคนในร่างตั้งลุกขึ้นยืนเป็นครั้งแรก ก่อนที่เข้าจะเดินไปหยุดอยู่ที่ประตูระเบียงที่เป็นกระจกใสจนสามารถมองออกไปยังผืนฟ้าภายนอกได้ แล้วทันใดนั้น... ท้องฟ้าที่เคยสดใสพลันก่อตัวเป็นสีเทาเข้ม เกิดประกายแสงจากสายฟ้าแลบแปลบปลาบบนหมู่เมฆอย่างไม่มีที่มา

               ไม่มีเวลาแล้ว

               เขาหันกลับมาหาพร้อมด้วยสีหน้าร้อนใจ นัยน์ตาที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสแปรเปลี่ยนเป็นเทาหม่นไม่ต่างจากสภาพอากาศภายนอก ผมตัวแข็งทื่อไปเลยตอนที่ร่างของตั้งตรงเข้ามาหา ยืนห่างไปเพียงแค่เอื้อมมือเดียว แต่กลับสัมผัสได้ว่าเขาไม่ใช่คนเดียวกันกับที่ผมตกหลุมรักมาตลอดหลายปี

               ฟังข้อเสนอของข้าให้ดีเจ้าเช้า

               แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากไปกว่าเรื่องของวิบากกรรมที่เป็นตัวการสำคัญให้ผมและตั้งพรากจากกันด้วยชีวิต แต่ผมก็เลือกที่จะตั้งใจฟังอย่างดี เพื่อให้เข้าใจว่ากำลังเผชิญอยู่กับสิ่งใด

               ทางเดียวที่จะทำให้เจ้าตั้งกลับมามีชีวิตอีกครั้ง คือเจ้าจะต้องเล่นเกมที่ข้ากับเจ้าวิบากกรรมตกลงกันไว้

            เกมอะไรครับ

            เกมบอกรัก

            เกมบอกรัก?”

            ใช่ เกมบอกรัก คนพูดทวนย้ำอีกครั้งจนผมมั่นใจแล้วว่าตัวเองได้ฟังชื่อเกมเกมนี้ไม่ผิดไปจากในตอนแรก กติกามีดังนี้ก่อนที่เขาจะชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วซึ่งน่าจะหมายถึงข้อแรกของกติกา

               พอเห็นแบบนั้น ผมก็รีบวิ่งหากระดาษกับปากกามาจดทันที โดยที่หูก็คอยตั้งใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดไปด้วย

               ข้อแรก นับจากนี้ไปอีกเก้าวัน เจ้าจะต้องทำยังไงก็ได้ให้เจ้าตั้งบอกรักเจ้าด้วยกันทั้งหมดเก้าครั้ง

               เดี๋ยวนะ ถ้าเก้าวัน... งั้นวันสุดท้ายก็ต้องเป็นวันแต่งงานของผมกับตั้งน่ะสิ!

               แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดหรือว่าถามอะไร คนบอกกติกาก็พูดต่อแล้วอย่างไม่คิดรอกันเลยสักนิด ผมเลยต้องรีบลงมือจดเนื้อความที่ได้ยินลงในกระดาษ เพื่อที่จะพบว่า...

               เฮ้ย!”

               …ข้อความที่จดไว้ดิบดีเลือนหายไปในพริบตา!

               ในหนึ่งวัน เจ้าจะทำให้เจ้าตั้งบอกรักเจ้ามากกว่าหนึ่งครั้งก็ได้ ขอแค่ให้ทั้งหมดรวมกันแล้วได้เก้าครั้งภายในระยะเวลาเก้าวัน ก็เป็นอันว่าชนะเกม

               อีกฝ่ายไม่สนใจเสียงร้องตกใจของผมเลยสักนิด เขายังคงพูดต่อไปราวกับรู้ดีอยู่แล้วว่าต่อให้จดให้ตายยังไงก็ไม่มีวันที่จะสำเร็จ เพราะไม่ว่าผมจะจดซ้ำอีกกี่ครั้ง หมึกปากกาก็จะเลือนลับ เหลือเพียงแค่หน้ากระดาษขาวสะอาดดังเดิม

               ข้อสอง เขาชูนิ้วเพิ่ม ถ้าวันไหนที่เจ้าทำให้เจ้าตั้งบอกรักเจ้าไม่สำเร็จ มันจะมาจับตัวคนรักของเจ้า และเขาจะต้องตายเพื่อรอเกิดใหม่ในวันถัดไป

               “เกิดใหม่?”            

               ข้อสาม เป็นอีกครั้งที่เขาเลือกชูนิ้วเพิ่มโดยไม่สนใจผม ถ้าเจ้าทำสำเร็จ สามารถทำให้เจ้าตั้งบอกรักเจ้าได้ครบเก้าครั้งภายในเก้าวัน เจ้าทั้งสองจะได้กลับมาครองรักกันอีกครั้ง แม้แต่วิบากกรรมหน้าไหนก็ไม่อาจที่จะมาพรากพวกเจ้าออกจากกันได้อีก

               “แล้วถ้า... ผมทำไม่สำเร็จล่ะ

               เจ้าตั้งก็จะจากเจ้าไปตลอดกาล

               “…”

               มือที่พยายามจะจดลายละเอียดต่างๆ ลงในกระดาษให้สำเร็จเป็นอันหยุดชะงัก... กติกาข้อที่สามทำให้ทุกอย่างแน่ชัดแล้วว่าสิ่งที่วางเดิมพันทั้งหมดคือชีวิตของตั้งที่ผมจะต้องเอาชนะเพื่อให้ได้เขาคืนกลับมา

               ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เจ้าจะได้รู้เองเมื่อเกมบอกรักเริ่มต้นขึ้น ไม่มีกติกาข้อสี่สำหรับเกมนี้ คนตรงหน้าผมเดินกลับไปนั่งอยู่ตรงตำแหน่งเดิมของเตียงนอน โดยที่สายตายังคงหันมองมาที่ผม ว่าไง เจ้ายินดีที่จะรับข้อเสนอของข้าไหมเจ้าเช้า

               “รับครับ!”

               ผมรีบตอบรับกลับไปทันทีโดยไม่ต้องคิด ไม่สนว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้เป็นจริงหรือฝัน แต่ถ้ามันคือโอกาสเดียวที่ผมจะทำได้เพื่อให้คนที่ผมรักได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แล้วผมจะปล่อยให้มันหลุดมืดไปได้ยังไง!

               ดีคนยื่นข้อเสนอให้ผุดยิ้ม เขาดูพึงพอใจจริงๆ ที่ผมเอ่ยรับข้อเสนอที่จะทำให้ตั้งได้มีชีวิตคืนกลับมา ข้าขอให้เจ้าโชคดีนะเจ้าเช้า

               ผมพยักหน้ารับ

               อย่าทำให้ฟ้าผิดหวังเป็นอันขาด

               และในทันทีที่สิ้นเสียงพูดในประโยคสุดท้าย คนที่ผมไม่รู้แม้กระทั่งชื่อก็พลันหยุดนิ่ง... ความหม่นหมองในตาค่อยๆ สลายหายไปพร้อมกับท้องฟ้าภายนอกที่พลันแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง เหลือเพียงนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคุ้นเคยคู่เดิมของใครอีกคนที่หันมายิ้มให้...ด้วยร้อยยิ้มแบบเดียวกันกับที่ผมเห็นมาเกือบจะทั้งชีวิต

               ตั้ง...

               ผมอยากที่จะพูดอะไรสักอย่างออกไป แต่มันกลับจุกอกจนพูดไม่ออก... เขาที่จากผมไปเมื่อวานนี้ค่อยๆ ลุกเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าท่าทางประหลาดใจ ก่อนที่จะเอาหลังฝ่ามือมาแปะไว้ที่หน้าผากผม เหมือนต้องการจะเช็คอะไรสักอย่างเพื่อความแน่ใจ

               ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย

               “...

               “ทำไมเช้าตื่นก่อนตั้งล่ะ

               “...

               “อย่าบอกนะว่าตื่นเต้นที่จะได้ไปลองชุดแต่งงานน่ะ :)

               “…”

               ใช้แล้ว ฮึก... ผู้ชายคนนี้คือตั้งไม่ผิดแน่... ไม่มีใครอีกแล้วที่จงใจจะกวนผมเพื่อให้เขินอายอย่างออกนอกหน้าได้ขนาดนี้ และถ้าเป็นปกติ ผมก็คงจะเขินซะจนโวยใส่เขาหรือไม่ก็ชกเข้าให้สักหมัดหนึ่ง แต่จากเรื่องเหลือเชื่อทั้งหมดที่เพิ่งจะเจอมา... ผมกลับทำได้เพียงแค่ยิ้มบางๆ และตอบกลับไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

               เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร

               แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ตั้งสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม เขาพยายามถามซ้ำอยู่หลายครั้งว่าผมเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำตัวแปลกไป แต่ผมก็ปฏิเสธท่าเดียว เพราะผมทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ผมยังอึ้งอยู่เลย... แล้วก็ยังไม่อยากที่จะเชื่อด้วย ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น...ต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแน่ๆ

               โอเค งั้น... ตั้งไปอาบน้ำก่อนนะ

               “อื้ม

               แม้ท้ายที่สุดตั้งจะยอมผละจากผมโดยดี แต่ก็ยังไม่วายหันมามองผมอยู่ตลอดตั้งแต่ตอนที่เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวไปจนถึงตอนที่จะเดินไปยังห้องน้ำ

               ผมเองก็มองไปที่เขาเช่นกัน มองตามแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นพร้อมทั้งลอบหยิกแขนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป

               แต่ในขณะที่เขากำลังจะปิดประตู...

               เดี๋ยวก่อนตั้ง

               …ผมก็รีบร้องเรียกเขาเอาไว้

               ตั้งหันมามองผมด้วยใบหน้าที่ไม่ได้แสดงอะไรมากไปกว่าใบหน้าปกติของเขา กระทั่งผมก้าวยาวๆ เข้าไปใกล้เพื่อคว้าข้อมือของเขาไว้และบอกเจตนารมณ์ของตัวเอง ตั้งก็ถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจอย่างที่ผมคาด

               อาบด้วยได้ไหม

               “หา!?”

               เช้าขออาบน้ำด้วยได้รึเปล่า

               พ่อหมีของผมขมวดคิ้วทั้งที่มุมปากยกยิ้ม เหมือนจะสงสัยระคนนึกสนุกถูกใจกับคำขอของผมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยตลอดระยะเวลาที่เราคบหากัน

               แน่ใจ?”

               ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะถอดเสื้อของตัวเองลงกับพื้น เผยเนื้อเนียนๆ ที่คนรักของผมชอบ แล้วดันอีกฝ่ายให้เข้าไปในห้องน้ำด้วยกันอย่างที่ตั้งใจไว้

               ไม่ใช่อะไรหรอก...

               ตั้งว่าเช้าต้องป่วยแน่ๆ เลยว่ะ ฮ่าๆๆ

               ...แต่ผมแค่กลัวว่าเขาจะหายลับไปเมื่อคลาดสายตา

     

 つづく

To Be Continued





#หากตั้งตาย

ขออนุญาตลงบทเก้าเป็น 2 พาร์ทนะครับ

เนื่องจากเป็นบทที่มีความยาวมาก

ขอบคุณครับ

- H A M S T E R -

14/4/2019


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #10 iaaooa (@galaxy-tpy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 19:58
    เช้าทำให้สำเร็จทุกวันไปเลยนะสู้!
    #10
    0
  2. #8 theneoclassic (@theneoclassic) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 01:51
    ข้าไม่ใช่เจ้าตั้ง
    #8
    0
  3. #7 จอมโจร. (@pperapatt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 19:30

    เทอทำดือมาก เอามาอ่านอีก

    #7
    0
  4. #6 ooy1565 (@ooy1565) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 23:58
    ลุ้นให้เกมส์สำเร็จไม่อยากให้เช้ากว่าต้องเสียใจอีกแล้ว
    #6
    0
  5. #5 ตัวแม่* (@watchandlearn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:46

    Ah so good

    #5
    0