UNISTAR ✦ เดือน.กลบ.ดาว ✦

ตอนที่ 33 : เดือนที่ 32 : เพื่อดวงดาวที่ไม่มีวันแตกสลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,123 ครั้ง
    9 ก.พ. 63

UNISTAR   เดือน.กลบ.ดาว

- เดือนที่ 32 : เพื่อดวงดาวที่ไม่มีวันแตกสลาย -



(เครดิตภาพ : https://www.wallpaperup.com)

 




         ผมไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ผมต้องอยู่ท่ามกลางนักข่าวขนาดนี้


            พีดีกวางยอมจัดแถลงข่าวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ


            ผมกำลังรออยู่หลังฉากอย่างประหม่า แม้การแถลงข่าวครั้งนี้จะจัดที่ตึกของต้นสังกัด แต่นักข่าวก็มากันมากมายจนล้นห้อง พีดีกวางออกไปพูดกับนักข่าวก่อน รอจนกว่าจะให้สัญญาณ ผมจึงจะออกไปได้


            ตอนนี้พีดีกวางกำลังพูดทำนองว่า ตอนนี้ซันยังไม่ฟื้น ทางแพทย์พยายามหาวิธีรักษาเต็มที่ ส่วนพี่ซีกำลังทำกายภาพบำบัด อาการดีขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะกลับไปเรียนต่อได้ภายในไม่กี่เดือน


            “The news is true or not? (ข่าวเป็นจริงหรือเปล่า)


            เรื่องที่คาดไม่ถึงที่สุดก็คือ ในวันที่ผมจะแถลงข่าวนี้ พ่อกำลังยืนอยู่ข้างๆ ผมด้วย


            ย้อนกลับไปถึงตอนที่ผมคุยโทรศัพท์กับพ่อ


           “…I do need your help. (ผมต้องการให้พ่อช่วย)ผมตัดสินใจพูดออกไป


           “The reason why I still hesitate about going to study aboard, because I am concerning about one person who is very important to me. He is still recovering from his injury. I want to stay by his side and encourage him as much as I could.….(เหตุผลที่ผมยังลังเลเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ เพราะผมเป็นห่วงคนๆ หนึ่ง เขาสำคัญมากสำหรับผม ตอนนี้กำลังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ผมอยากอยู่เคียงข้างเขาและให้กำลังใจเขาให้มากที่สุด...)


           น่าแปลกที่พ่อยังคงตั้งใจฟังผมทางโทรศัพท์ โดยไม่ได้โต้แย้งอะไร


           “Although he has a family, his family never give him the real family. His health condition is getting better, so I don’t need to worry anymore. However, there are still issues that I have to solve, and I would like to ask whether you could help me. If everything goes well, I will go to study without any concern. (ถึงแม้ว่าเขาจะมีครอบครัว แต่ครอบครัวก็ไม่เคยเป็นครอบครัวจริงๆ ให้กับเขาเลย ตอนนี้เขาเริ่มดีขึ้นแล้ว ผมคงไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป แต่ก็ยังมีเรื่องที่ผมต้องสะสาง และผมคงต้องขอให้พ่อช่วยผมจริงๆ ถ้าทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ผมก็จะได้ไปเรียนแบบไม่มีเรื่องค้างคาใจ)


           “(How I can help? (จะช่วยได้อย่างไร))


           ผมก็ยังรู้สึกคาดไม่ถึงที่พ่อไม่ได้เถียงอะไรผมเลย


           “You already saw that news, no matter how, I want all the news about me and him to become untrust and not worth to pay attention. I think you could find a way to help. (พ่อเห็นข่าวแล้ว ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม ผมอยากให้ข่าวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผมและเขากลายเป็นข่าวที่ไม่มีความน่าเชื่อถือและไม่ควรค่าให้ความสำคัญ ผมคิดว่าพ่อน่าจะหาวิธีช่วยได้)


            พ่อผมเป็นศาสตาจารย์ชื่อดัง เป็นนักวิชาการที่น่าเชื่อถือ ถึงแม้การที่พ่อมายุ่งกับข่าวไร้สาระพวกนี้มันอาจไม่มีประโยชน์อะไร แต่คำพูดของพ่อ น่าจะมีน้ำหนักพอที่จะโน้มน้าวนักข่าวเหล่านั้นได้ ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าเป็นพ่อแท้ๆ ของผม แต่ผมรู้ว่าพ่อเก่งเรื่องการข้อโต้แย้งประเด็นงานรีเสิร์ซที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน ผมคิดว่ากรณีข่าวลือนี้น่าจะเข้าข่ายเป็นอย่างดี


            ผมเป็นแค่นักศึกษาโนเนมที่ตกเป็นข่าวกับไอดอลชื่อดัง ออกไปพูดคนเดียวนอกจากไม่มีใครเชื่อแล้ว อาจโดนรุมประชาทัณฑ์หนักกว่าเดิม อย่างน้อยให้พ่อออกมาพูดด้วย น่าจะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น


            “(Okay)” พ่อตอบรับโดยไม่ได้พูดอะไรมาก จากนั้นก็วางสายไป


            ผมไม่รู้ว่าพ่ออยากจะช่วยผมจริงๆ หรือไม่ พ่ออาจแค่รู้สึกอับอายที่เห็นผมตกเป็นข่าว เลยยินดีช่วยแก้ข่าวปัดประเด็น หรือไม่พ่อก็ช่วยเพราะเป็นเงื่อนไขที่ผมจะยอมไปเรียนต่อ


            แม้ผมเคยไม่พอใจครอบครัวตัวเองอยู่บ้าง แต่พอได้ยินเรื่องราวของพี่ซี นั่นทำให้ผมรู้สึกว่า ภายใต้เรื่องแย่ๆ มันก็ยังมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง ถึงพ่อไม่ให้อิสระผมในการเลือกเส้นทางชีวิต แต่ผมก็รู้ว่าเขาปรารถนาดีให้ผมพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต


            สุดท้าย ไม่ว่าพ่อผมจะมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พ่อก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว


            “The truth is not important, the truth is what we are going to say. (ความจริงนั้นไม่สำคัญ แต่ความจริงคือสิ่งที่พวกเรากำลังจะพูดต่างหากครับ)


            คำตอบของผมทำให้พ่อเงียบไป


            “Anyway, thank you for coming, dad. I’m so happy that you decide to help me. (อย่างไรก็ตาม ขอบคุณที่มานะครับพ่อ ผมดีใจมากที่พ่อตัดสินใจช่วยผม)


            “No worried. (ไม่เป็นไร)พ่อผมตอบสั้นๆ


            แล้วเรื่องความสัมพันธ์ที่ปกปิดเป็นความรับของซี ยูนิสตาร์กับแฟนคลับล่ะคะ


            ทางต้นสังกัดมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างคะ


            ซี ยูนิสตาร์จะออกมาพูดเรื่องนี้ด้วยตัวเองใช่มั้ยคะ


            ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงนักข่าวกำลังเซ้าซี้ถามพีดีกวาง


           น้องซียังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลครับ จึงไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ แต่ผมเชิญน้องคนที่ถูกกล่าวถึงในข่าวมาแถลงการณ์ในวันนี้แทนนะครับ


            พอพีดีกวางพูดจบ นักข่าวต่างก็พากันฮือฮา


            หมายถึงแฟนคลับคนนั้นเหรอคะ


            เดินทางมาแถลงข่าวด้วยตัวเองเลย


            สรุปเรื่องเป็นอย่างไรกันแน่เนี่ย


            ผมสูดหายใจชั่วครู่ ก่อนจะเดินออกไป พ่อผมก็เดินตามออกมา พอนักข่าวเห็น ก็พากันถ่ายภาพแสงแฟลชรัวๆ ทำผมตาลายไปหมด

            พีดีกวางถอยให้ผมไปยืนที่แท่นไมโครโฟน พอหยุดยืนบนเวที ผมก็รู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องอยู่ต่อหน้าฝูงชนมากมายขนาดนี้ ทุกคำพูดของผมจะส่งผลต่อทั้งผมและพี่ซี ผมรู้สึกประหม่าจนความคิดในสมองเลือนลางชั่วขณะ


            ขอถามค่ะ ความสัมพันธ์ของคุณกับซี ยูนิสตาร์เป็นมาอย่างไรคะ


            ตอนนี้คุณกับซี ยูนิสตาร์กำลังคบหากันใช่มั้ยคะ


            เริ่มคบตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ตั้งแต่ที่ไปออกรายการด้วยกันหรือก่อนหน้านั้นคะ


            คุณทั้งสองตั้งใจปกปิดแฟนคลับด้วยใช่มั้ยคะ


            ไร้สาระ


            ระหว่างที่ผมกำลังตื่นเวทีเพราะนักข่าวต่างรุมถามไม่เว้นจังหวะให้ผมตอบ พ่อผมก็เลื่อนไมโครโฟนไปพูดด้วยตัวเอง แค่คำพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน สั้นๆ สามคำ ทำเอานักข่าวเงียบกริบกันเป็นแถบ


            คุณคือ...?” มีนักข่าวหลายคนสงสัย


            ผมรู้จักคุณครับ คุณคือ ศาสตราจารย์ประกิต ศศิธรชลธี คณะบดีของมหาวิทยาลัย CYU ใช่มั้ยครับ ผมเคยเขียนข่าวการประชุมนักวิชาการนานาชาติอยู่


            เหมือนจะมีนักข่าวคนหนึ่งรู้จักพ่อผม ทำให้นักข่าวหลายคนเริ่มพอตระหนักได้แล้วว่า พ่อผมเป็นคนที่มีชื่อเสียงในสายวิชาการพอสมควร


            ใช่พ่อผมตอบ ไม่บ่อยนักที่จะได้ฟังพ่อพูดภาษาไทย


            และคนที่พวกคุณกำลังเซ้าถามอยู่ เขาเป็นลูกชายของผมเอง


            นักข่าวบางคนก็จดข้อความหยิกๆ แต่บางคนก็ยังยกมือขึ้นมาถามต่อ


            คุณประกิตมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับข่าวนี้ของลูกชายคุณ


            พ่อผมฟังแล้วถึงกับถอนหายใจยาว


            ความคิดเห็นของผมหรือ ก็คือ พวกคุณที่เชื่อข่าวลือจากคำพูดเปล่าๆ โดยไม่มีหลักฐาน พวกคุณกำลังทำให้วงการนักข่าวไทยเสื่อมเสียอยู่ รู้ตัวกันบ้างหรือเปล่า ผมซึ่งทำงานในแวดวงรีเสิร์ซ ผลิต Content งานวิชาการให้กับวงการการศึกษา ก็ต้องพลอยรับผลกระทบจากการกระทำสับเพร่าของพวกคุณไปด้วย พวกคุณมีส่วนให้งานรีเสิร์ซและข่าวสารจากประเทศเราไร้ความน่าเชื่อถือลงเรื่อยๆ


            โอ้ ผมฟังแล้วถึงกับอุทานในใจ ผมไม่คิดว่าพ่อผมจะเถียงอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้


            แต่แม้ว่าคำพูดโต้ตอบจะค่อนข้างรุนแรง แต่ก็เต็มไปด้วยเหตุผลและการเชื่อมโยง


            พวกผมก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อนะครับมีนักข่าวคนหนึ่งแย้ง


            ใช่ค่ะ พวกเราถึงได้มาสัมภาษณ์ที่นี่ไงคะ


            พ่อผมมองเหล่านักข่าวพวกนั้นด้วยสีหน้านิ่งๆ


            ข่าวที่ยังไม่มีหลักฐานและไม่ได้รับการตรวจสอบที่แน่ชัด แต่กลับถูกเผยแพร่ไปเรียบร้อยแล้ว คนที่ทำงานอยู่ในวงการสื่ออย่างพวกคุณไม่เคยคิดเลยหรือว่า มันจะส่งผลกระทบอะไรบ้างต่อสังคม บางข่าวเป็นประเด็นที่อ่อนไหว พวกคุณเขียนข่าวกันก็ได้ยอดวิวยอดแชร์ โดยไม่ต้องมีหลักฐานก็ได้ แล้วคนที่ตกเป็นข่าวแล้วถูกคุกคามล่ะ ต่อให้พิสูจน์ออกมาว่าไม่เป็นความจริงในภายหลัง สิ่งที่สูญเสียไปแล้ว จะเอาคืนกลับมาได้หรือเปล่า การเขียนข่าวเท็จซึ่งทำให้บุคคลต้องได้รับความเสียหายถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล


            ผมฟังที่พ่อพูดเทศน์นักข่าวยาวๆ แล้วก็อึ้งไปเลย ไม่คิดเลยว่า พ่อผมจะสามารถเถียงนักข่าวสายบันเทิงด้วยหลักวิชาการแบบนี้ได้ด้วย


            แต่ที่พ่อผมพูดมันก็มีส่วนถูก ถ้าเป็นการเขียนรายการรีเสิร์ซ หากแหล่งข้อมูลอ้างอิงไม่น่าเชื่อถือมากพอ ไม่ว่ารีเสิร์ซนั้นจะเขียนออกมาดีแค่ไหน มันก็เป็นเพียงงานรีเสิร์ซที่ไม่มีน้ำหนักมากพอเท่านั้น


            ตอนนี้นักข่าวหลายคนต่างก็เงียบกริบ เพราะสิ่งที่รู้มาเป็นแค่ข่าวลือ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน


            แล้วสรุปว่าคุณคบกับซี ยูนิสตาร์จริงหรือเปล่า ถ้าเป็นข่าวปลอม ทางเราจะได้ช่วยเขียนแก้ข่าวให้ค่ะ


            ยังมีนักข่าวคนหนึ่งใจกล้าถามผมต่อ


            เมื่อไม่มีหลักฐาน ก็ใช้วิธีถามตรงๆ แทนนี่ล่ะ


            พ่อผมท่าทางหงุดหงิด กำลังจะพูดตอบ แต่ผมกลับมองพ่อเป็นเชิงบอกว่าผมไม่เป็นไรแล้ว


            ผมเลื่อนไมโครโฟนมาตอบเอง


            ผมนับถือพี่ซีในฐานะแฟนคลับครับ


            ผมตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


            ผมขอปฏิเสธข่าวสื่อที่บอกว่า เราสองคนเคยแอบคบกันตั้งแต่ตอนออกรายการ My Love Superstar ข่าวลือเหล่านั้นไม่เป็นความจริงครับ


            แล้วตอนนี้ล่ะคะ ที่มีข่าวบอกว่าคุณไปนอนเฝ้าซี ยูนิสตาร์ที่โรงพยาบาล เป็นความจริงหรือเปล่าคะเหมือนมีนักข่าวจับคำพูดเรื่องช่วงเวลาที่ผมพยายามเลี่ยงได้


            ผมเตรียมใจไว้แล้วว่ายังไงก็หนีไม่พ้น ผมเองก็ไม่อยากโกหก แต่ผมก็อยากปกป้องพี่ซี


            ในเมื่อผมโกหกไม่ได้ ผมก็จะเลือกพูดความจริงด้านอื่นแทน ผมจะไม่ยอมให้ข่าวลือนี้ทำลายชื่อเสียงของพี่ซี


            ผมจะไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกาหนึ่งปีครับ ผมวางแผนเรื่องนี้มาหลายเดือนแล้วผมบอกกับเหล่านักข่าว


            ผมจะเดินทางอีกไม่นาน และผมก็ไม่มีแผนที่จะกลับเมืองไทยเร็วๆ นี้ เพราะผมตั้งใจจะทำงานให้กับมหาลัยช่วงปิดเทอม ผมวางแผนจะโอนหน่วยกิตไปเรียนที่มหาลัยนั้นจนจบการศึกษา ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ผมคงไม่กลับไทยอีกหลายปี


            แม้คำตอบของผมจะไม่ตรงคำถาม แต่นักข่าวหลายคนก็เงียบกันหมด


            นักข่าวบางคนคงเริ่มคาดเดาว่า ถ้าผมต้องไปต่างประเทศจริงก็คงไม่มีทางคบกัน หรือต่อให้คบกันจริง อยู่ห่างกันข้ามซีกโลกแบบนี้ มันก็ยากที่จะสานสัมพันธ์กันต่อ และยิ่งถ้าไม่มีโอกาสเจอกันบ่อยๆ แฟนคลับคงไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ด้วย


            ใช่แล้วล่ะครับ ผมไม่ได้มาเพื่อปฏิเสธข่าวลือ แต่ผมมาเพื่อปกป้องพี่ซี


            จุดประสงค์ของผมก็คือ ทำให้เรื่องข่าวลือของผมกับพี่ซี ไม่เหลือสำคัญใดๆ ที่ควรค่าแก่การสนใจ


            เพราะไม่ว่าอย่างไร หากผมต้องไปเรียนต่างเทศ เราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเป็นหลายปี


            เห็นนักข่าวกำลังสับสน ผมจึงถือโอกาสพูดต่อ


            อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น คงทำให้พี่ซีต้องลำบากหลายเรื่อง ผมก็เป็นแฟนคลับคนหนึ่งเหมือนกัน พอมีข่าวลือแบบนี้ ผมเองก็รู้สึกไม่สบายใจจริงๆ พี่ซีกำลังรักษาตัวอยู่นะครับ กำลังใจจากทุกๆ คนสำคัญมากที่สุด ผมคิดว่า พี่ซีคงต้องเสียใจมากแน่ๆ ที่หลายคนไปให้น้ำหนักความสำคัญของข่าวลือพวกนี้มากกว่าสุขภาพของพี่ซี ผมอยากให้ทุกคนเชื่อใจและสนับสนุนพี่ซีกันต่อ ผมเชื่อว่าพี่ซีต้องการกำลังใจจากทุกคนจริงๆ ครับ


            เมื่อผมปิดการแถลงข่าวเช่นนั้น นักข่าวก็ไม่ถามผมต่ออีกแล้ว ตอนเลิกการแถลงการณ์ พีดีกวางก็มาพูดกับผมด้วยตัวเอง


            ขอบคุณนะ น้องยูช่วยทั้งซีและพวกพี่ไว้เยอะจริงๆ


            ไม่เป็นครับ ผมยินดี


            พอจบงาน ทุกคนต่างก็แยกย้าย ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าแต่ก็โล่งใจ ในที่สุดก็ทำลงไปแล้วสินะ ไม่รู้ว่าพี่ซีเห็นข่าวแล้วจะคิดอย่างไร แต่ทั้งหมดนี้ ผมคงย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว มีเพียงต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น


            ยูจู่ๆ พ่อผมก็เรียก


            ครับ?”


            “Let’s go back together. (กลับไปด้วยกันเถอะ)


            “okay.” ผมไม่ได้ตอบอะไรมาก


            ระหว่างทางที่พ่อขับรถมาส่งผม เราก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลย แต่พอผมถึงที่หมายและลงจากรถแล้ว พ่อผมก็เรียกไว้


            “Wait, I want to return something to you. (เดี๋ยวก่อน มีของที่อยากคืนให้)


            ผมหยุดชะงัก พ่อผมเดินไปเปิดท้ายรถ ทำให้เห็นถุงกระดาษพร้อมด้วยสิ่งของทุกอย่างที่อยู่ในนั้น


            นั่นมัน...


            ผมเบิกตาโตอย่างตกใจ


            “You didn’t throw it? (พ่อไม่ได้โยนทิ้งไปแล้วเหรอ)ผมถามพ่ออย่างสับสน


            มันคือของพรีเมี่ยมสะสมทุกอย่างในฐานะด้อมนางนวลและยูนิตี้ ผมเคยคิดว่าพ่อเอาไปโยนทิ้งหมดแล้ว ช่วงนั้นผมเสียใจหนักมาก แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่า วันหนึ่งจะมีโอกาสได้เห็นของเหล่านั้นกลับมาอยู่ต่อหน้าผม ด้วยสภาพที่สมบูรณ์ไม่บุบสลายเลย


            “Because you said it’s important to you.” พ่อผมตอบ


            ผมเดินเข้าไปดูทันที เผลอหยิบจับของเหล่านั้นด้วยความคิดถึง แล้วก็ยิ้มออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสของสะสมซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำเหล่านี้อีกแล้ว


            “Why don’t you tell me? (ทำไมพ่อถึงไม่บอกผมล่ะครับ)


            “Because I only want you to focus on study. (เพราะอยากให้ยูโฟกัสกับการเรียนเท่านั้น)พ่อผมกล่าว


            “But you already promise that you will go to the exchange program, and I believe that you will do your best, so I decided to return them to you. (แต่เพราะเธอรับปากแล้วว่าจะไปโครงการแลกเปลี่ยน ฉันเชื่อว่าเธอจะทำดีที่สุด ดังนั้น ก็เลยตัดสินใจคืนให้)


            จากนั้นพ่อก็นิ่งไปสักพัก แล้วค่อยพูดต่อ


            “Sorry for not trying to understand you. (ขอโทษด้วยที่ไม่เคยพยายามเข้าใจยูเลย)


            พ่อ?” ผมตกใจไม่น้อยที่ได้ยินคำขอโทษจากปากของพ่อ


            “I have always thought that your happiness is the same as my happiness. For me, nothing is happier than the highest education, but for you, it maybe not. Sorry for never ask what is your happiness. (พ่อเคยคิดว่าความสุขของยูกับความสุขของพ่อคงเหมือนกัน สำหรับพ่อ ไม่มีอะไรมีความสุขไปกว่าการได้เรียนในระดับสูงที่สุด แต่สำหรับยู มันอาจจะไม่ใช่ ขอโทษที่ไม่เคยถามเลยว่าความสุขของยูคืออะไร)


            “Dad, it’s okay. I understand you too. (พ่อครับ ไม่เป็นไร ผมเองก็เข้าใจพ่อเหมือนกัน)


            วันนั้นที่ผมพูดความรู้สึกทุกอย่างกับพ่อไป มันคงทำให้ความคิดของเราจูนเข้าหากันในหลายๆ อย่างแล้ว


            ผมเคยคิดว่าพ่อผมโหดร้ายและไม่ฟังผมเลย แท้จริงแล้ว วันนี้ทั้งในตอนแถลงข่าวและในตอนนี้ ผมถึงเพิ่งได้ตระหนัก ในยามที่ผมต้องการความช่วยเหลือ แม้จะเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับพ่อ แต่พ่อกลับไม่ลังเลที่จะมาเลย


            รวมถึง สิ่งของที่พ่อมองว่าเป็นขยะ แม้พ่อบอกว่าจะบอกว่าเอาไปทิ้ง สุดท้ายพ่อผมก็เก็บไว้


            ไม่ว่าพ่อผมจะบังคับผมอย่างไร ลึกๆ แล้วเขาก็ยังเป็นห่วงผมเสมอ


            “It might be too late to ask…but I want to understand you better. (มันอาจสายเกินไปที่จะถาม แต่พ่อก็อยากเข้าใจยูให้มากขึ้น)

            พ่อผมถามว่า


            “What is your happiness? (ความสุขของยูคืออะไร)


            ความสุขของผมงั้นเหรอ ผมฟังแล้วก็ต้องถามตัวเองเช่นกัน


            นั่นสินะ ที่ผ่านมา ผมเดินตามที่ครอบครัวขีดให้ตลอด ผมไม่เคยถามตัวเองเลยว่าอยากทำอะไร


            แต่ถ้าถามว่าอะไรคือความสุขของผม บางที เรื่องเล็กๆ มันก็คือความสุขเช่นเดียวกัน


            “Happiness can be something small but giving a big feeling. (ความสุขบางครั้งเป็นสิ่งเล็กๆ แต่กลับให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่)


            ผมยิ้มให้กับพ่อจากใจจริง


            “Like today, you made me feel really happy, dad. (อย่างเช่นวันนี้ พ่อก็ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ ครับ)


            คำพูดของผม ทำให้พ่อยิ้มกว้างทันที ผมถึงกับแทบไม่เชื่อสายตา น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นพ่อยิ้มขนาดนี้


            “That’s right, today I also just realise that what you just said made me feel even happier than seeing you get good grade. (นั่นสินะ วันนี้พ่อก็เพิ่งได้ตระหนักว่า สิ่งที่ยูพูดเมื่อกี้นี้ ทำให้พ่อมีความสุขยิ่งกว่าเห็นยูได้เกรดดีเสียอีก)


            จากนั้น เราสองคนก็หัวเราะกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมกับพ่อไม่ได้หัวเราะอย่างสนุกสนานด้วยกันแบบนี้มานานแล้ว ต่อจากนี้ ถ้ามีอะไร เราคงจะพยายามพูดคุยให้เข้าใจกันมากขึ้น


            “Thank you dad. (ขอบคุณนะครับพ่อ)


            “You're welcome, see you at the airport, bye. (ยินดีเสมอ เจอกันที่สนามบิน บาย)


            เมื่อพ่อผมจากไปแล้ว ผมนำของกลับไปเก็บที่หอพัก แล้วรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลต่อ


            เพราะผมตัดสินใจทำเรื่องวันนี้โดยไม่ได้บอกพี่ซี ผมก็ไม่อยากให้พี่ซีรู้สึกแย่หรือเข้าใจผมผิดไป


            วันนี้ผมสามารถปรับความเข้าใจกับพ่อผมได้แล้ว ผมเองก็หวังว่าจะสามารถทำให้พี่ซีเข้าใจผมได้ด้วยเช่นกัน



(50%)




            ตอนที่ผมไปถึงที่โรงพยาบาล ผมก็กังวลตลอดทาง คิดว่าพี่ซีคงไม่ชอบที่ผมแถลงข่าวแน่นอน พอมาถึงที่โรงพยาบาล ผมเองก็ได้เห็นภาพของความวุ่นวายหน้าเคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่


            ให้ผมใช้โทรศัพท์ได้มั้ยครับ


            ไม่ได้จริงๆ ค่ะ คนไข้รบกวนกลับเข้าห้องก่อนนะคะ


             ผมเห็นพี่ซีเดินออกมาเองด้วยไม้ค้ำ เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ มีพยาบาลหลายคนพยายามเข้ามาคุย พวกเขาอยากพาพี่ซีกลับห้อง แต่พี่ซีกลับไม่ยินยอม ยังคงต่อรองเพื่อจะขอใช้โทรศัพท์ให้ได้


            ผมเห็นแล้วตกใจมาก แม้พี่ซีจะอาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ควรทำอะไรบุ่มบ่ามขนาดนี้ ผมจึงรีบตรงเข้าไปทันที


            พี่ซีครับ...


            พอพี่ซีเห็นผม สีหน้าร้อนรนก็พลันเย็นลง


            น้องยู...พี่ซีดูดีใจที่เจอผม แต่กลับมีความไม่เข้าใจแฝงอยู่ในแววตา


            พี่ซีกลับเข้าห้องก่อนนะครับผมพยายามคุยกับพี่ซี


            พี่ซียังคงมองผมเหมือนต้องการคำตอบ พอเห็นผมมาแล้ว พี่ซีก็ใจเย็นลงบ้าง ยอมให้พยาบาลช่วยพากลับไปที่ห้อง พี่ซียังคงส่งสายตามองดูว่าผมตามมาด้วยหรือเปล่า


            พอมาถึงที่ห้อง พยาบาลช่วยพยุงพี่ซีขึ้นเตียงผู้ป่วย พี่ซียังคงมองผมด้วยสายตาจริงจังตลอดโดยไม่ได้พูดอะไร ผมรอให้พยาบาลทุกคนออกไปจากห้องก่อน แล้วผมค่อยเดินเข้าไปหาพี่ซี


            น้องยู ที่พูดในทีวีหมายความว่ายังไง น้องจะไปเรียนต่างประเทศเหรอ ทำไมถึงไม่บอกพี่ ทำไมถึงทำแบบนี้


            พี่ซีพูดรัวๆ ขมวดคิ้วนิ่วหน้า พร้อมกับจับมือผมไว้แน่น เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่


            พี่ซีคงเห็นข่าวนี้ในทีวีแล้วสินะ


            น้องยูคิดจะทิ้งพี่ไปเหรอเสียงของพี่ซีแข็งกร้าว


            ตามที่พี่ซีเห็นในข่าวนั้น เป็นความจริงทุกอย่าง แต่ที่ผมพูดแบบนั้น เพราะว่า...โอ๊ย พี่ซีครับ ผมเจ็บ


            ผมยังไม่ทันพูดจบ พี่ซีก็บีบมือผมแน่นจนเจ็บ สีหน้าพี่ซีดูเยือกเย็นขึ้นมา


            น้องโกหกพี่ ที่บอกว่าแค่กไปเอาของที่หอพัก แต่น้องกลับไปงานแถลงข่าว...


            พี่ซียังไม่ลดแรงบีบลง ทำให้ผมต้องกัดฟันแล้วพยายามพูดต่อว่า


            ขอโทษครับพี่ซี ผมไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะครับ แต่ถ้าผมบอกพี่ซีตามตรง พี่ซีก็คงไม่ปล่อยให้ผมไป ทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของพี่ซีนะครับ


            ผมอยากให้พี่ซีลุกขึ้นสู้ต่อจริงๆ ผมไม่อยากเห็นพี่ซีทำลายชีวิตตัวเองลงเรื่อยๆ


            แล้วน้องมีสิทธิอะไรมาตัดสินใจแทนพี่!


            พี่ซีขึ้นเสียงใส่ผม ทำให้ผมตกใจมาก อีกทั้งมือที่เจ็บจากแรงบีบ ทำให้ผมเผลอน้ำตาคลอโดยไม่ได้ตั้งใจ


            แต่นั่นไม่เท่ากับความรู้สึกที่บีบคั้นอยู่ในใจ พี่ซีไม่รู้เลยเหรอว่า ผมก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้


            แล้วพี่ซีกำลังทำลายอนาคตตัวเองเพราะผม ผมไม่มีสิทธิตัดสินใจบ้างเหรอครับ!


            พอพูดออกไป ผมก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา แต่ผมห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ


            พี่ซีก็อึ้งไปทันที มือที่บีบผมคลายออก ในที่สุดก็ปล่อยให้ผมเป็นอิสระ


            สีหน้าที่ดูเย็นชาโกรธเกรี้ยวของพี่ซีแปรเปลี่ยนเป็นหม่นหมอง


            ยูเคยบอกให้พี่เชื่อใจน้อง พี่ก็คิดว่าน้องจะเข้าใจพี่ และจะอยู่กับพี่ตลอดไป


            พี่ซีข่มตาลง สีหน้าดูเจ็บปวด


            แต่สุดท้าย...น้องกลับทิ้งพี่ไป...


            พี่ซีครับผมรีบพูดทันที


            ผมบอกให้พี่ซีเชื่อใจผม เพราะผมจะไม่มีวันทำร้ายพี่ซีต่างหากครับ


            เพราะการที่เห็นผมต้องอยู่ต่อ เพื่อเห็นพี่ซีทำตัวเองให้ตกต่ำลงเพราะผม มันคือการที่ผมทำร้ายพี่ซีด้วยตัวผมเอง


            ทำร้ายพี่...ตรงไหนพี่ซีขมวดคิ้ว


            ที่ผ่านมา น้องอยู่กับพี่ น้องก็เห็นแล้วว่าพี่มีความสุขแค่ไหน


            พี่ซีกำลังโกหกตัวเองว่ามีความสุขต่างหากครับ


            ผมตอบอย่างจริงจัง


            พี่ซีกำลังจะทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่กับผม การทำแบบนั้น จะทำให้พี่ซีมีความสุขจริงๆ เหรอครับผมย้อนถามพี่ซีต่อ


            น้องยู....พี่ซียังคงไม่เข้าใจ


            พี่ก็บอกน้องแล้วนะครับ พี่ไม่เคยต้องการอะไร นอกจากใครสักคน ทำไมยูถึงเป็นคนนั้นให้พี่ไม่ได้


            ผมก็อยากเป็นคนนั้นให้กับพี่ซีเหมือนกัน ผมได้แต่พูดกับตัวเอง


            ผมเองก็หวั่นไหวกับคำพูดของพี่ซีเช่นกัน แต่ตอนนี้ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะย้อนกลับไปไม่ได้


            หากผมไม่เด็ดเดี่ยวและใจแข็งพอ ผมก็ไม่อาจเรียกสติพี่ซีกลับมาได้


            แล้วถ้าวันหนึ่งผมตายไป...


            ผมพยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น


            พี่ซีจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรครับ


            ทำไมจู่ๆ ยูพูดแบบนั้น...ดวงตาพี่ซีเบิกกว้าง


            เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนครับผมเอ่ย


            อุบัติเหตุครั้งนี้ มีใครคาดคิดหรือเปล่าครับว่ามันจะเกิดขึ้น...


            ผมรู้ว่าประโยคนี้มันแทงใจอย่างอำมหิต แต่ผมก็ต้องพูดต่อไปเพื่อดึงพี่ซีกลับสู่โลกแห่งความจริง


            วันพรุ่งนี้ ผมอาจจะตายก็ได้ ใครจะรู้ล่ะครับ...


            น้องยู...คำพูดของผม ทำให้พี่ซีพูดต่อไม่ออก


            เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน และเพราะผมไม่อยากทำร้ายพี่ซี ผมจึงไม่อยากให้พี่ซีทิ้งชีวิตของตัวเองเพื่อผมคนเดียว เพราะถ้าผมยอมให้พี่ซีทำแบบนั้น เท่ากับว่าผมกำลังทำร้ายพี่ซีทางอ้อม


            พอเห็นพี่ซีเงียบ ผมจึงรีบพูดต่อไป


            ผมรู้ว่าพี่ซีต้องการใครสักคน ผมเองก็ยินดีเป็นคนนั้นให้พี่ซี แต่ผมก็อยากให้พี่ซีเปิดใจมองคนอื่นรอบข้างด้วย ผมไม่อยากให้พี่ซียึดติดกับเรื่องในอดีตของครอบครัว จนตัดสินทุกคนในโลกนี้ว่าเป็นเหมือนกันหมด ผมเชื่อว่าไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่จริงใจกับพี่ซีนะครับ อย่างน้อยยังมีพี่กวาง พี่ยูนิสตาร์อีกหลายคน รวมถึงแฟนคลับของพี่ซีอีกมากมาย ซึ่งพวกเขาก็ชื่นชมพี่ซีจากใจจริง...เหมือนกับผม


            หลังจากผมพูดจบแล้ว ความเงียบก็กลืนกินไปชั่วขณะ


            น้องพูดแบบนี้ เพราะน้องไม่อยากรักพี่แล้วสินะพี่ซีเอ่ยเบาๆ


            ตรงข้ามเลยครับพี่ซีผมแทบจะตอบทันที


            เพราะผมรักพี่ซีมากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ ผมถึงเลือกทำแบบนี้


            พี่ไม่เห็นเข้าใจเลยพี่ซียังคงมองด้วยแววตาตัดพ้อ


            ถ้าน้องรักพี่จริง ทำไมต้องไปจากพี่ด้วย


            ก็เพราะถ้าผมรักพี่ซีน้อยกว่านี้ ผมก็คงอยากยึดพี่ซีเป็นของผมคนเดียว โดยไม่สนใจว่าพี่ซีจะมีความสุขหรือเปล่า และไม่สนใจด้วยซ้ำว่า ถ้าวันหนึ่งผมไม่ได้อยู่กับพี่ซีแล้ว พี่ซีจะอยู่ตัวคนเดียวอย่างไร


            คำพูดนี้ของผม ทำให้แววตาของพี่ซีเริ่มเปลี่ยนไป


            ผมรู้ว่าพี่ซีมีความสุขที่ได้อยู่กับผม ผมเองก็มีความสุขเหมือนกัน แต่ที่ผ่านมา ผมรู้สึกตลอดเลยว่าผมกำลังทำร้ายพี่ซีมากกว่าช่วยพี่ซี พี่ซียอมทำกายภาพบำบัดเพราะผม ไม่ใช่เพราะพี่ซีอยากหายป่วย และพี่ซีจะเลิกเป็นไอดอลก็เพราะผม ไม่ใช่เพราะพี่ซีไม่อยากเป็น


            ผมมองพี่ซีด้วยสายตาที่เข้มแข็ง แม้ข้างในใจผมจะรู้สึกอ่อนปวกเปียกไปหมด จนอยากร้องไห้ออกมาเหลือเกิน


            พี่ซีกล้าพูดจากใจจริงมั้ยครับว่า พี่ซียอมทิ้งชีวิตตัวเองแบบนี้ แล้วพี่ซีจะมีความสุขจริงๆ


            น้องยู...น้องยูไม่เข้าใจพี่พี่ซียังเลี่ยงไม่ตอบผม


            พี่แค่อยากอยู่กับยู ถ้าพี่ต้องเลือกทางอื่นแล้วต้องเสียยูไป พี่เองก็ไม่อยากทำ แต่ทำไม...


            ดวงตาของพี่ซีสั่นไหว


            ทำไมน้องจะต้องเลือกทางนี้ด้วย ทางที่จะทิ้งพี่ไป...


            พี่ซีครับผมพยายามฝืนใจตัวเอง แม้ผมจะอยากเข้าไปกอดพี่ซีให้แน่น บอกกับพี่ซีว่า ผมจะไม่ไปไหนแล้ว ไม่ไปไหนจากพี่ซีอีกแล้ว


            แต่ผมจะไม่ทำแบบนั้น


            ผมจะต้องให้พี่ซีก้าวเดินด้วยตัวเองให้ได้


            ขอแค่เชื่อมั่นในความรู้สึกของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันแค่ไหน ก็เหมือนเราอยู่ด้วยกันเสมอนะครับ


            ยังไงน้องก็จะไปจากพี่ให้ได้สินะพี่ซีเหมือนเข้าใจที่ผมพูด แต่คงยังทำใจไม่ได้


            ลึกๆ แล้วผมเองก็เช่นกัน แต่ผมจะข่มมันไว้ไม่ยอมแสดงมันออกมา


            พี่ซีครับ ผมสัญญา...


            ผมอยากให้พี่ซีรู้ว่า ผมเลือกทางนี้ก็เพื่อพี่ซี ไม่ใช่เพราะผมจะทิ้งพี่ซีไป


            วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม หากวันนั้นพี่ซียังรักผมอยู่ ผมจะกลับมาหาพี่ซีแน่นอนครับ


            พอผมพูดแบบนั้น แววตาพี่ซีก็ดูมีคล้ายกับจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่เพราะพี่ซีคงตระหนักว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีกนาน ทำให้สีหน้าพี่ซีกลับหม่นหมองลงกว่าเดิม


            มันอาจจะทำใจยากและลำบากผมยังคงพูดต่อ


            แต่ผมอยากให้พี่ซีเชื่อใจผม เพราะไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหน ผมก็จะไม่มีวันลืมพี่ซี ความรู้สึกผมจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ผมไม่เคยไปไหนจากพี่ซีเลย


            แต่ถ้า...พี่ซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหดหู่


            พี่กลับไปเป็นไอดอล...เราคงรักกันไม่ได้อีกแล้ว


            ไม่จริงเสมอไปครับผมเถียงทันที


            ผมไม่ได้บอกให้พี่ซีต้องเป็นไอดอลตลอดไปนะครับ วันหนึ่งพี่ซีจะเป็นไอดอลต่อหรือไม่เป็น ผมก็จะสนับสนุนพี่ซีต่อไป ผมแค่อยากให้พี่ซีเลือกเส้นทางชีวิตที่พี่ซีต้องการจริงๆ ไม่ใช่เลือกเพราะผม...


            ผมเรียบเรียงคำพูดสักพัก ก่อนจะเอ่ยต่อ


            ถึงแม้วันนี้แฟนคลับของพี่ซีอาจจะอ่อนไหวประเด็นเหล่านี้ แต่เมื่อพี่ซีอายุมากขึ้น แฟนคลับของพี่ซีก็เติบโตด้วยเช่นกัน เชื่อว่าแฟนคลับหลายคนคงเริ่มมีแฟน บางคนอาจแต่งงานมีลูก เมื่อถึงวันนั้นแล้ว วุฒิภาวะของพวกเขาก็จะเปลี่ยนไป หากพี่ซียังวางสถานะเหมาะสมเหมือนเดิม และหมั่นพัฒนาความสามารถและผลงานต่อไปเรื่อยๆ ความชอบของพวกเขาก็จะกลายเป็นความชื่นชม พวกเขาจะชอบพี่ซีเพราะผลงานของพี่ซีจริงๆ โดยไม่สนว่าชีวิตส่วนตัวของพี่ซีจะเป็นอย่างไร ถึงวันนั้นพี่ซีจะมีแฟนหรือแต่งงาน พวกเขาก็ยังคงสนับสนุนพี่ซีเสมอ...


            ผมเงียบไปสักพัก


            เพียงแต่ว่า กว่าจะถึงวันนั้นได้ พี่ซีก็ต้องใช้ความพยายามและพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน ผมรู้ว่ามันต้องใช้เวลาและไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมเชื่อว่าพี่ซีทำได้


            ถึงตอนนั้น ถ้าพี่ทำได้...พี่ซีมองผมด้วยสายตาคาดหวัง


            น้องยูจะกลับมาหาพี่จริงๆ ใช่มั้ย


            ครับผมพยักหน้าทันที


            หากวันนั้นพี่ซียังรู้สึกกับผมเหมือนเดิม ผมก็จะกลับมาหาพี่ซีแน่นอนครับ


            พี่ซีมองผม ผมรู้ว่าพี่ซีเข้าใจผมแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจปิดบังความรู้สึกเจ็บปวดที่อยู่ในแววตานั้นได้เลย


            ถึงยังไง...พี่ก็ไม่อยากให้น้องไปเลย...


            ผมข่มตาลงทันที มันยากมากจริงๆ ที่จะต้องปฏิเสธความรู้สึกเช่นนี้


            ผมอยากพ่ายแพ้กับหัวใจตัวเอง ผมเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ไม่อยากสนทุกอย่างในโลกนี้อีกแล้ว ขอแค่ได้อยู่กับพี่ซีตลอดไป


            ผมต้องพยายายามอย่างมากที่จะห้ามความรู้สึกตัวเอง ผมพยายามนึกถึงภาพอนาคตที่สดใสของพี่ซี


            พี่ซีครับ พี่ซีรักผมหรือเปล่าครับ


            คำถามของผม ทำให้พี่ซีแสดงสีหน้าประหลาดใจ


            พี่ยังแสดงออกไม่ชัดเหรอครับว่า พี่รู้สึกยังไงกับน้องยู


            ถ้างั้น...ถ้าพี่ซีรักผมจริงๆ พี่ซีทำเพื่อผมอย่างหนึ่งได้มั้ยครับ


            พี่ซีเลิกคิ้ว แต่ก็พยักหน้าเบาๆ


            น้องอยากให้พี่ทำอะไรครับ


            ผมยิ้มให้พี่ซี ด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ


            พี่ซีมีความสุข เพื่อผมได้มั้ยครับ


            คำพูดของผม ทำให้พี่ซีมองอย่างคาดไม่ถึง


            ความสุขเหรอ...


            แววตาของพี่ซีเต็มไปด้วยความฉงน


            ทำไมความสุขของพี่ ถึงได้สำคัญกับยูมากขนาดนั้น


            คำตอบชัดเจนอยู่แล้วครับ


            น่าแปลกที่ผมยังคงมอบรอยยิ้มที่จริงใจให้พี่ซีต่อได้ แม้หัวใจของผมกำลังร้องไห้อย่างหนักหน่วง


            เพราะผมรักพี่ซีครับ


            น้องยู...พี่ซีเรียกชื่อผมอย่างแผ่วเบา


            ผมจับมือพี่ซี กุมมันไว้เป็นครั้งสุดท้าย


            หลังจากนี้ ผมคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสมันอีกแล้ว


            ดังนั้น พี่ซีจะต้องมีความสุขด้วยตัวเองให้ได้นะครับ ผมอยากให้พี่ซีรู้ว่าพี่ซีมีค่ามากแค่ไหน ไม่ใช่แค่กับผมคนเดียวเท่านั้น ผมอยากให้พี่ซีรักตัวเองให้มากขึ้น และเปิดใจมองใครอีกหลายคนที่รักพี่ซีเหมือนกัน


            ผมมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ค่ำคืนวันนี้ ท้องฟ้าปลอดโปร่งจนเห็นดวงดาวอยู่มากมาย รวมถึงพระจันทร์สว่างไสวที่ลอยเด่นเป็นสง่า


            แม้แต่พระจันทร์ที่สว่างสวยงาม ก็ไม่ได้ส่องสว่างด้วยตัวเอง แต่เพราะแสงจากดาวฤกษ์ที่หนุนสะท้อนมา ดังนั้น ถึงแม้พี่ซีจะเป็นเดือนที่อยู่บนฟ้า แต่พี่ซีก็ไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างพี่ซี พี่ซีไม่จำเป็นต้องแบกรับความรู้สึกทุกอย่างไว้คนเดียว


            พี่ซีก็มองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน คล้ายเป็นความมหัศจรรย์ ชั่วแวบหนึ่งมีประกายแสงพาดผ่านบนท้องฟ้า แสงจากดวงตกที่สว่างตระการตา แต่เพียงวูบเดียวแล้วหายไป


            ดาวตกงั้นเหรอ...พี่ซีพึมพำเบาๆ


            น่าเสียดายที่เห็นนานกว่านี้ไม่ได้


            นั่นสินะครับผมยิ้มอย่างเศร้าๆ


            ถึงแม้ดาวตกจะสวยงามดมากแค่ไหน แต่ก็เป็นเพียงแค่ความงดงามชั่วคราว ไม่เหมือนกับดวงดาวที่ลอยค้างบนท้องฟ้า


            พี่ซีได้ฟังผมพูดเปรียบเปรย จึงหันมามองผมนิ่งๆ


            น้องยูไม่อยากให้ความรักของเรา เป็นเหมือนกับดาวตกสินะ


            ผมฟังแล้วก้มหน้าลงทันที


            แม้จะมีความสุข แต่ก็เป็นแค่เพียงชั่วคราว


            ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่ผมบอกได้ว่าพี่ซีเองก็รู้ว่าผมเข้าใจ


            หากเราสองคนเลือกอยู่ด้วยกันด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ต่างจากความรักที่ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย


            ความสุขชั่ววูบเหมือนประกายแสงชั่วคราวของดาวตก


            ทั้งสถานะไอดอล ปัญหาครอบครัว และสภาพจิตใจของพี่ซีเอง


            หากเราฝืนไปต่อกันแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับทิ้งทุกอย่าง แล้วหนีปัญหาไปเรื่อยๆ ชีวิตพี่ซียิ่งมีแต่จมดิ่งลงเรื่อยๆ


            พี่ซีไม่ได้เป็นคนไร้ค่า แต่ถ้าทำแบบนั้น ผมกลับจะทำให้พี่ซีกลายเป็นคนไร้ค่าจริงๆ ด้วยน้ำมือของผมเอง


            ผมอยากเห็นพี่ซีเป็นดวงดาวบนฟ้าจริงๆ ไม่ได้หมายถึงชื่อเสียงหรือสถานะ แต่ผมหมายถึงดวงดาวสว่างประดับบนฟ้าตลอดกาล ดวงดาวที่เปล่งแสงสว่างความสุขเพื่อตัวเอง โดยที่ไม่ต้องมีผมอยู่ก็ได้


            แม้สิ่งที่ผมพูดมันยิ่งชวนให้รู้สึกหดหู่ แต่ผมก็ยังยืนกรานจะเลือกเช่นนั้น


            อันที่จริง ขอเพียงน้องยูบอกว่า อยากอยู่กับพี่...พี่ก็ยินดีสละทุกอย่างเพื่อยู


            คำพูดของพี่ซี สะเทือนไปถึงเบื้องลึกของหัวใจ น่าเสียดายที่ผมไม่อาจรับมันไว้ได้


            พี่ซีครับ คำพูดนี้ของพี่ซีมีค่ามากสำหรับผม ให้ผมก็รับมันไว้แค่ในใจก็พอครับ


            คำตอบของผม ทำให้พี่ซีหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าที่ยิ่งแสดงความเจ็บปวด


            พี่พูดต่อไม่ออกแล้ว เพราะไม่ว่าจะรั้งน้องไว้อย่างไร คำตอบของยูก็มีเพียงอย่างเดียว คือ อยากให้พี่มีความสุข จนแม้แต่ความรักของพี่ น้องยูก็ไม่ต้องการ ถ้ามันไม่อาจทำให้พี่มีความสุขได้


            ขอโทษนะครับพี่ซีผมเองก็เอ่ยได้เพียงคำขอโทษ


            ในเมื่อน้องต้องการแบบนี้ พี่ก็พิสูจน์ว่าให้ได้ว่า พี่เองก็รักน้องเหมือนกัน ดังนั้น ต่อจากนี้ไป พี่จะมีความสุขเพื่อน้องนะครับ


            ขอบคุณนะครับพี่ซี


            เราสองคนจับมือกันไว้เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งนี้ยากที่จะปล่อย ไม่เหมือนกับทุกครั้ง


            ไม่เหมือนกับแฟนมีตติ้ง ที่เราปล่อยมือแล้วยังมีโอกาสกลับมาจับมือกันได้อีก


            วินาทีที่เราสองคนปล่อยมืออกจากกัน นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวไกล เพื่อความสุขของอีกฝ่าย


            เป็นการจากลาที่ยาวนาน ที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่


            น้องซี...เสียงประตูเปิดออก พร้อมกับพีดีกวางที่เดินเข้ามา


            ผมเป็นคนเรียกให้พีดีกวางช่วยมาดูแลพี่ซีแทนผมเอง เพราะหน้าที่ของผมในที่แห่งนี้กำลังสิ้นสุดลงแล้ว


            มันคงถึงเวลาแล้วสินะ


            ผมตัดสินใจปล่อยมือจากพี่ซี


            น้องยู...พี่ซีมองผมพร้อมส่ายหน้าเบาๆ ราวกับไม่อยากให้ผมไปจริงๆ


            ผมรู้ว่าพี่ซีเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้แล้ว แต่ถึงกระนั้น มันก็ยากที่จะทำใจให้ยอมรับ


            มือผมสั่นไหว ใจผมนั้นเจ็บปวด ผมอยากเอื้อมมือไปจับพี่ซีอีกครั้ง แต่ผมได้แต่กำมือไว้แน่น


            ผมข่มตาลง แล้วรีบหันหลังแล้วเดินมุ่งไปยังประตู


            น้องยู...เสียงของพี่ซีที่เรียกผมเป็นครั้งสุดท้าย มีพลังมากจนทำให้ขาผมแทบจะก้าวไม่ออก


            แต่ผมอดทน กล้ำกลืน ฝืนร่างกายตัวเองให้ก้าวเดินต่อ โดยไม่คิดที่จะหันหลังกลับไปอีกแล้ว


            เพราะน้ำตาของผมที่อดกลั้นมานาน มันกำลังไหลพราก


            พีดีกวางมองผมอย่างตกใจเมื่อผมร้องไห้ แต่ผมกลับยิ้มให้พีดีกวาง เพื่อบอกว่าผมไม่เป็นอะไรจริงๆ


            เมื่อก้าวเดินออกจากห้องพี่ซี ผมเดินมาเข้าลิฟต์คนเดียว ด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยว


            พอรู้ว่าผมจะไม่มีโอกาสมาที่นี่อีกแล้ว จะไม่มีโอกาสได้เจอพี่ซีอีกแล้ว


            ผมทิ้งตัวพิงกับผนังลิฟต์แล้วปล่อยโฮออกมาทันที


            ผมก็ไม่อยากไป...ผมก็อยากอยู่่กับพี่ซี...อยากกลับไปหาพี่ซี      

    

            คำพูดนี้คงมีเพียงผมคนเดียวที่ได้ยิน เสียงของผมคงไม่มีวันส่งไปถึงพี่ซี


            แต่การที่ผมเดินออกมาจากชีวิตของพี่ซี แล้วปล่อยให้พี่ซีได้มีชีวิตเพื่อตัวเอง นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมทำได้เพื่อ


            เพราะอะไรกันนะ ทำไมผมถึงต้องรักพี่ซีมากขนาดนี้


            มากจนทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด ที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพี่ซี


            มากจนทำให้ผมรู้สึกอ้างว้าง เพียงแค่ต้องก้าวเดินออกมา


            มากจนทำให้ผมรู้สึกเปล่าเปลี่ยว ที่ต่อจากนี้คงทำได้เพียงมองอยู่ห่างๆ


            และมากจนทำให้ผมยอมก้าวเดินออกมา แทนที่จะอยู่แล้วทำลายอนาคตของเขา


            หากผมรักพี่ซีน้อยกว่านี้ ผมคงไม่ต้องทรมานความรู้สึกตัวเองขนาดนี้


            บ้าจริงผมได้แต่สบถกับตัวเอง แม้มันจะอยากร้องไห้จนแทบสิ้นสติ แต่มันก็กลับไม่รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจเช่นนั้นเลย


            ความสุขจากการรักใครสักคน อาจไม่ใช่ความสมหวัง หรือได้อยู่เคียงข้างกับเขาเสมอไป


            แต่ความสุขจากการรัก มันคือ การที่ได้เห็นเขามีความสุขจริงๆ


            เพื่อให้ดวงดาวดั่งดวงเดือนเปล่งประกายเจิดจรัสประดับฟากฟ้า


            หิมะคงไม่อาจลอยขึ้นสูงอยู่ข้างเคียงกับดวงดาว


            แต่หิมะสีขาวบริสุทธิ์นั้น จะยังคงหนุนนำแสงสว่างให้ดวงดาวจากทั่วหล้า


            ไม่ว่าวันนั้นดวงดาวจะพราวสว่างหรือหม่นแสง


            ไม่ว่าวันนั้นดวงดาวจะยังจดจำเกล็ดหิมะน้อยๆ นี้อยู่หรือไม่


            หิมะนี้ยังคงรักดาวดวงเสมอ ท่ามกลางความเหน็บหนาว


✦✦✦✦✦✦✦✦



Writer's Talk


สำหรับตอนนี้ก็คงจะเศร้าที่สุดแล้วล่ะ ไม่น่าจะเศร้ามากกว่านี้แล้ว (มั้ง555)

ต่อจากนี้ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามกาลเวลาของมัน แต่อย่างนั้น เราเคยบอกไปแล้วว่า พี่ซีซับซ้อน ยังเหลือนิสัยที่แท้จริงของพี่ซีอีกด้านที่น้องยูยังมองไม่เห็น 555555555 ดังนั้น ก็ขอฝากติดตามกันต่อจนถึงจบเรื่องนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะที่ติดตามและส่งคอมเมนต์กันมาให้นะคะ <3 <3 <3 //ปาหัวใจใส่


มีภาพแฟนอาร์ตมาฝากด้วยจ้า

ขอบคุณคุณ YokYok มากๆ เลยนะคะ วาดสวยมากๆ เลยยย ชอบมากๆ กอดดด~~



ยู : ฮือ พี่ซีสวยจังเลย อยากกอดพี่ซีจังครับ

ซี : กอดกันนะครับ ไม่อยากให้ยูไปไหนเลย 


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนกลบดาว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.123K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,214 ความคิดเห็น

  1. #7214 หมาขาวเผาพระอาทิตย์ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 14:47
    ฮือ เปิดคิสมีเรนฟังขณะอ่านตอนนี้ มันทำร้ายตัวเองชัดๆ เกือบหายใจไม่ออกเพราะร้องไห้จนขี้มูกตันเลย
    #7,214
    0
  2. #7189 Psychophilia (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 00:02
    เขียนตอนบรรยายอารมณ์ตัวละครได้ถึงมากเลยครับ อ่านแล้วน้ำตาไหลตลอดเลยกับฉากแบบนี้
    #7,189
    0
  3. #7175 lovehyper17 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 17:36

    มันมีทั้งสุขและเศร้า
    #7,175
    0
  4. #7172 Saaree6612 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:32

    ไม่ไหวแล้ว😢
    #7,172
    0
  5. #7129 sdfge (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 01:14

    เป็นนิยายเรื่องแรกที่อ่านแล้วมันไม่สามารถห้ามน้ำตาตัวเองได้เลย มันทั้งหน่วงทั้งเจ็บทั้งเศร้าท้้งมีคงามสุข เขียนบรรยายออกมาได้ดีทำให้คนอ่านเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้ มันทำให้คนอ่านสามารถมองเห็นเหตุการณ์นั้นๆได้
    #7,129
    0
  6. #7121 Heaven97 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 17:37

    กอดเค้าที แงงวงง
    #7,121
    0
  7. #7081 mymai1102 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 17:24
    น้องงง ฮื่อรีบกลับมาหาพี่ซีนะ แงงหน่วงไปหมด
    #7,081
    0
  8. #7042 jeeniediamond (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 13:23
    นี่คือนั่งอ่านในบริษัทแล้วน้ำตาไหล กลัวเพื่อนร่วมงานเห็นก็กลัว เศร้าก็เศร้า
    #7,042
    0
  9. #7010 tanpitcha_1414 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 11:42
    น้องความคิดดีมากๆเลย

    แงงง
    #7,010
    0
  10. #7007 Aris43 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 23:00

    น้องงง คือดีมากอ่ะ สงสารน้อง เเต่ก็เข้าใจที่เลือกเเบบนี้
    #7,007
    0
  11. #6986 yyyyobaby (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 22:51

    คือไม่ไหวอะ หน่วงไปแล้ว ฮือออ
    #6,986
    0
  12. #6949 Takgy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 13:46

    คือดือมาก ยูรักพี่ซีมากจนซีมีผลต่อการเรียนต่อ แต่มันก็เป็นผลดี คือไม่ได้ตัดโอกาศตัวเอง ไม่เหมือนซีที่อยากอยู่กับยูมากจนตัดสินใจกับอนาคตตัวเองแบบนั้น
    #6,949
    0
  13. #6932 Natthakamon_new (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 13:40
    เศร้าเลยอ่ะ ยูต้องกลับมาหาพี่ซีเร็วๆนะลูก ขอให้ทั้งสองคนผ่านเรื่องพวกนี้ไปให้ได้นะ
    #6,932
    0
  14. #6894 pingdow2908 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:27
    'อยากบอกเธอเมื่อไหร่ที่เธอเหงาไม่มีใครเธอจะยังมีฉันคอยอยู่ตรงนี้ไม่ไกล เป็นดั่งเงาสะท้อนบนพื้นน้ํามองลงมาเมื่อใดก็เห็นฟ้าที่งดงาม' เพลงนี้มันเข้ามาในหัวเลย แงง
    #6,894
    0
  15. #6844 phungchompoo0987 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 02:04
    เหมือนหมาเลยกู
    #6,844
    0
  16. #6840 Destinyy00 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 22:53

    กอดๆนะลูกกก

    #6,840
    0
  17. #6782 H-ALOHA (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 23:03
    อ่านไปน้ำตาไหลไป หน่วงมากกก
    #6,782
    0
  18. #6775 SnowAngelAi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 16:40
    น้ำตาไหลแล้วเจ้าค่ะ หน่วงมากเลยTT
    #6,775
    0
  19. #6737 ourkide (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 01:01

    ฮิออออออออออออ น้ำมูกไหลจ้า

    #6,737
    0
  20. #6227 tarun_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:07
    หน่วงไม่ไหวแล้ว ฮือออ แต่พอจะเดานิสัยอีกนิสัยนึงของพี่ออกแล้วคิคิิิิิ
    #6,227
    0
  21. #6219 moekare (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:09
    เศร้าแต่ก็ซึ้งมาก.
    #6,219
    0
  22. #6154 00185895 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:00
    ทำไมตอ้งเศร้าขนาดนี้
    #6,154
    0
  23. #6151 jiab155 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:52
    ตอนนี้คุณพ่อน่ารักมากเลย ไม่เป็นตาแก่หัวแข็งแล้วนะ
    #6,151
    0
  24. #6122 botunflower (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:04

    โง้ยยยยยยยย นำ้ตาแตกเป็นทางเลย
    #6,122
    0
  25. #6054 candywine (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:29

    เศร้าจริงอ่ะ น้องยูกลับมาหาพี่ซีเร็วๆๆน่ะ
    #6,054
    0