UNISTAR ✦ เดือน.กลบ.ดาว ✦

ตอนที่ 25 : เดือนที่ 24 : เดือนที่ไกลเกินเอื้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,752 ครั้ง
    6 ธ.ค. 62

UNISTAR   เดือน.กลบ.ดาว

- เดือนที่ 24 : เดือนที่ไกลเกินเอื้อม -



(เครดิตภาพ Devianart)

 



         นับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น ผมไม่ได้เจอพี่ซีเป็นการส่วนตัวอีก


            ไม่ว่าจะบังเอิญในสวน หรือในร้านเครื่องดื่มในโรงพยาบาล


            แม้ในใจลึกๆ มันจะรู้สึกอ้างว้างอยู่บ้าง แต่ผมก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกตัวเองเหล่านั้นไว้ พยายามบอกตัวเองว่าผมเป็นแฟนคลับที่ดีของพี่ซี


            ฉะนั้นมันอาจดีกว่าสำหรับ ที่ไม่ต้องเจอพี่ซีในชีวิตปกติ เพราะถ้ายิ่งเจอพี่ซี ผมก็คงยิ่งห้ามใจตัวเองได้ยาก


            “ยู ขอบคุณมากนะที่ช่วยจองบัตรที่หน้าเคาน์เตอร์ให้ สุดยอดอ่ะ ได้ที่ติดกันด้วย”


            วันนี้เป็นงานแฟนมีตติ้งยูนิสตาร์ ผมกับเพื่อนๆ กำลังยืนต่อคิวรอเข้างาน


            “ไม่เป็นไร” ผมตอบ “เพื่อนยิ่งเยอะยิ่งสนุก”


            “แต่สกิลจองบัตรของยูไม่ธรรมดาเลยนะนี่”


            “นั่นสิ มียูอยู่ทั้งคน ไม่ต้องห่วงเรื่องนกบัตรอีกแล้ว”


            “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก ครั้งนี้โชคช่วยอยู่แหละ” ผมตอบแบบไม่ได้ถ่อมตัว


            แฟนมีตติ้งยูนิสตาร์ครั้งนี้จัดใหญ่กว่าปกติ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เพราะทางค่ายไม่ได้พูดอะไร ผมเดาว่าอาจมีเซอร์ไพรส์นิดหน่อย และงานครั้งนี้ก็ไม่มีให้แลกสิทธิไฮทัชด้วย แต่มีแจกโปสการ์ดพร้อมลายเซ็นยูนิสตาร์โดยสุ่มสมาชิกให้กับทุกที่นั่ง ผมไม่ค่อยกังวลเรื่องสุ่ม ต่อให้สุ่มไม่ได้พี่ซี ผมก็สามารถหาคนแลกได้


            เพราะผมมีงบจำกัด บัตรที่ได้คราวนี้เป็นบัตรราคาถูกสุด อยู่บนสแตนชั้นสามแถวหลังเกือบสุด เลยพอมาถึงที่นั่ง ผมถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมถึงเรียกว่าบัตรดอย เพราะมันไกลมากจนเหมือนอยู่บนยอดดอย เห็นคนบนเวทีตัวเท่ามด


            กรี๊ดดดดด!


            พอยูนิสตาร์ปรากฎตัว ผมกับเพื่อนๆ ต่างก็เข้าโหมดติ่งกันเต็มที่ มองดูการแสดงบนเวทีอย่างสนุกสนาน เวลามีฉากตลกก็หัวเราะไปด้วยกัน เวลามีฉากชวนหวีดก็ฟินไปด้วยกัน สำหรับผม มีเพื่อนมาติ่งด้วย ดีกว่ามาคนเดียวจริงๆ


            ทว่า ผมมองพี่ซีที่กำลังร่วมทอร์คโชว์กับสมาชิกยูนิสตาร์คนอื่น แวบนึงผมก็เผลอนึกถึงช่วงเวลาที่เคยได้ใกล้ชิดกับพี่ซี ความทรงจำเหล่านั้นคล้ายเป็นฝันชั่วคราว ที่แห่งนี้ต่างหากคือสถานที่ของพี่ซีอันแท้จริง บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวและเดือนที่สวยงาม


            พี่ซีก็ยังคงเป็นเดือนที่อยู่บนฟ้าอันห่างไกล


            แม้จะรู้สึกเดียวดายอยู่บ้าง แต่ผมก็พยายามมีความสุขกับงานแฟนมีตติ้ง


            เวลาสองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งใกล้ถึงช่วงปิดงาน


            “แฟนๆ ทุกคนคงสงสัยกันว่า ทำไมงานนี้ถึงจัดใหญ่กว่าปกติ นั่นก็เพราะน้องซีกับน้องซันมีข่าวจะมาประกาศให้แฟนๆ ทุกคนทราบกันนะครับ”


            พอพี่เลโอเกริ่นบนเวทีแบบนั้น เสียงจากแฟนกลับก็เงียบลงทันที ทุกคนต่างตั้งใจรอฟัง


            “ขอบคุณครับน้องเลโอ” พอพี่ซีพูดออกไมค์ ผมก็ได้แต่มองสีหน้าพี่ซีบนหน้าจอ ใบหน้าพี่ซียังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ยังคงเป็นดวงเดือนอันงดงาม


            “โปรเจ็คยูนิสตาร์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ผมอยากแจ้งข่าวดีให้แฟนๆ ทุกคนได้ทราบว่า ผมกับน้องซันได้รับการติดต่อจากบริษัทมีเดียชื่อดังในต่างประเทศ ทาง MW เห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะส่งศิลปินโกอินเตอร์”


            “ใช่แล้วครับ” พี่เลโอพูดเสริม “คาร์แรกเตอร์ของพี่ซีกับน้องซันตรงกับที่ทางค่ายนั้นกำลังมองหาพอดี ขอแสดงความยินดีกับพี่ซีและน้องซันด้วยนะครับ ในฐานะที่ผมเองก็เป็นสมาชิกคนหนึ่ง รู้สึกดีใจมากๆ ที่เห็นยูนิสตาร์ก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์”


            พอพี่เลโอพูดจบ ยูนิสตาร์คนอื่นๆ พากันแสดงความยินดีพี่ซีกับน้องซัน แฟนคลับหลายคนโดยเฉพาะด้อมนางนวลและด้อมลาวาต่างส่งเสียงเชียร์ดังมาก เพราะพอพี่เลโอพูดชื่อค่ายอินเตอร์นั้น หลายคนก็เซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะเป็นบริษัทดังระดับโลกที่ทุกคนต่างรู้จักเป็นอย่างดี หากได้ทำงานในค่ายนี้ ไม่แน่ว่าในอนาคตพี่ซีกับน้องซันอาจมีบทบาทในภาพยนตร์ระดับออสการ์ หรือผลิตผลงานที่มียอดผู้ชมเป็นหลักพันล้านทั่วโลก


            “เฮ้ย จริงเหรอ สุดยอดอ่ะ น้องซันเมนฉัน กรี๊ดดด ดีใจน้ำตาจะไหล”


            “นั่นสิ ดีใจอ่ะ เหมือนเห็นลูกตัวเองกำลังประสบความสำเร็จ”


            เพื่อนผมแสดงความคิดเห็นกันอย่างตื่นเต้น ในขณะที่ผมได้แต่เงียบ ผมเป็นด้อมนางนวล พี่ซีกำลังจะโกอินเตอร์ ผมเองก็ควรดีใจเหมือนกันไม่ใช่เหรอ


            ทำไมผมถึงกลับรู้สึกเศร้าหนักกว่าเดิม ราวกับพี่ซียิ่งกลายเป็นเดือนลอยสูงจนเกินเอื้อม


            ไม่สิ ไม่นะ ในฐานะแฟนคลับ ผมไม่ควรคิดแบบนั้น


            “พี่ซี กับน้องซัน จะเดินทางเร็วๆ นี้แล้วใช่มั้ยครับ เซฟเงิน เอ้ย เซฟทริป เดินทางปลอดภัยนะครับ” พี่วายุกล่าว


            อะไรนะ พอผมฟังแล้วก็เบิกตาโต พี่ซีใกล้จะเดินทางแล้วเหรอ


            ถ้าพี่ซีไปต่างประเทศ ก็ยากที่จะได้เจอพี่ซีอีกแล้วใช่มั้ย


            “ครับ ทาง MW ก็วางแผนเรื่องนี้มาสักระยะแล้ว” พี่ซีอธิบาย “สัญญาร่วมกับค่ายนั้น มีระยะเวลาหนึ่งปี พวกผมจะเดินทางสัปดาห์หน้าแล้ว ถ้าแฟนๆ คนไหนว่างก็มาส่งพวกผมกันได้นะครับ”


            เสียงเชียร์จากด้อมนางนวลตอบรับพี่ซี นั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกใจหาย


            เดินทางอาทิตย์หน้า...ลาจากเวลาหนึ่งปี


            บ้าจริง ทำไมผมถึงรู้สึกแย่ขนาดนี้ ผมควรจะยินดีต่างหาก


            “เฮ้ย ไอ้น้องซัน ถ้ามึงได้ดีดิบได้ดี จะลืมพวกกูมั้ยวะ” พี่นทีกอดคอแซะน้องซัน


            “ผมจะลืมพี่ได้ยังไงล่ะครับ แต่พี่กวางบอกว่าสัญญาหนึ่งปีก็จริง แต่ถ้าทุกอย่างราบรื่น แล้วค่ายนั้นอยากต่อสัญญา ผมก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า”


            “โห้ย ไอ้เด็กอินเตอร์ นี่แอบบลัฟพวกงั้นสิ ใช่สิ ภาษาปะกิดตูมันไม่เก่ง โกอินเตอร์ไม่ได้ โกได้แต่อินดี้” พี่วายุเล่นมุก


            “แฟนๆ หลายคนอาจเป็นห่วงเรื่องการเรียนของผมกับน้องซัน” พี่ซีเอ่ย


            “แต่พวกผมได้คุยกับทางมหา’ลัยเรียบร้อยแล้ว มหา’ลัยอนุญาตดร็อปเรียนได้ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ หากปีหน้าผมกลับมาไทย ผมก็สามารถเรียนต่อได้ตามปกติ แต่อาจจบช้าไปบ้าง แฟนๆ ทุกคนยังรอผมได้ใช่มั้ยครับ”


            “รอได้เสมอ” “รักพี่ซีน้า” “พี่ซีโชคดีน้า”


            แฟนคลับพร้อมใจกันตอบอย่างร่าเริง ทุกคนมีความสุขกับข่าวเซอร์ไพรส์นี้กันถ้วนหน้า


            ส่วนผมอาจเป็นคนเดียวในบรรดายูนิตี้ที่รู้สึกว้าเหว่


            พี่ซี...จะไม่อยู่แล้วหนึ่งปี ไม่สิ ระดับพี่ซี ยังไงก็ต้องประสบความสำเร็จ อาจได้ต่อสัญญาแล้วอยู่ต่างประเทศยาว


            ไม่รู้ว่าผมหลงคิดไปเองหรือเปล่า พี่ซีเหมือนตัดเยื่อใย ตัดผมออกจากชีวิต แล้วพุ่งไปสู่สุดสูงสุดตามเส้นทางของดวงเดือนบนฟากฟ้า


            ส่วนหิมะอย่างผมก็ถูกทอดทิ้งบนผืนดิน จนละลายแล้วจางหายเหมือนไม่เคยมีตัวตน




 

            ข่าวดีของยูนิสตาร์โด่งดั่งไปทั่วประเทศ ศิลปินและดารามากมายทั้งในค่ายเดียวกันและต่างค่าย เข้ามาแสดงความยินดีร่วมกับสองไอดอลอายุน้อยจากเมืองไทย ที่มีโอกาสได้ไปสานต่อเส้นทางความฝันในวงการบันเทิงถึงแดนไกล


            ผมได้ยินจากด้อมลาวาว่า แม่ซันบินกลับมาที่ไทยเพื่อร่วมแสดงความยินดี ส่วนพ่อน้องซันเป็นนักธุรกิจมีบริษัทอยู่ต่างประเทศหลายแห่ง แม้งานยุ่งมาไทยไม่ได้ แต่เห็นบอกว่าจะวางแผนบินไปหาน้องซันประเทศนั้นแทน


            ทางครอบครัวพี่ซีเองก็ไม่น้อยหน้า พ่อพี่ซีเป็นนักการเมือง ออกข่าวครึกโครม พ่อพี่ซีแสดงความยินดีกับพี่ซีผ่านสื่อทุกสำนัก บอกว่าจะสนับสนุนพี่ซีเต็มที่ในเส้นทางสายอาชีพนี้ ภาพที่พี่ซีร่วมทานข้าวในร้านหรูร่วมกับครอบครัวถูกแชร์ว่อนไปทั่วโซเชียลมีเดีย


            ส่วนผมยังคงทำงานพิเศษที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม ผมบอกผู้จัดการว่าผมหยุดทำงานเพื่อโฟกัสกับการเรียน ผู้จัดการขอให้ผมทำไปก่อน จนกว่าจะหาพนักงานคนใหม่มาทำได้ ผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมาทำงานไปเพื่ออะไร ในเมื่อพี่ซีก็ไม่ได้ออกอีเวนท์แล้ว ผมจะเก็บเงินซื้อบัตรไปงานแฟนมีตติ้งไปก็ไร้ประโยชน์


            ช่วงนี้ พ่อผมทวงถามเรื่องโครงการแลกเปลี่ยน เนื่องจากทางมหา’ลัยที่อเมริกาตอบรับผมแล้ว แต่ผมยังไม่คอนเฟิร์มกับทางนั้น ตอนแรกผมเคยคิดว่าจะสละสิทธิ์ แต่พอพี่ซีจะไป ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่ไทยแถมทะเลาะกับพ่อเพื่ออะไร น่าเสียดายว่าเมืองที่พี่ซีจะไปทำงาน กับมหา’ลัยที่ผมจะไปแลกเปลี่ยน มันไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย ต่อให้พี่ซีมีจัดงานแฟนมีตติ้งที่ต่างประเทศ เด็กนักเรียนธรรมดาที่ยังไม่มีงานประจำอย่างผม ก็คงไม่มีปัญญาแบกรับค่าใช้จ่าย บินไปร่วมทุกเดือนเหมือนที่อยู่ในไทย


            ผมได้แต่จมอยู่ในความคิดของตัวเอง ขณะหั่นผลไม้อย่างเลื่อนลอย


            “รับเหมือนเดิมสองแก้วครับ” จู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น


            หลังจากที่ห่างหายไปนาน พี่ซีก็มาสั่งเครื่องดื่มอีกครั้งหนึ่ง


            พอคิดว่าเหลืออีกแค่ไม่กี่วัน พี่ซีก็เดินทางจากไปแสนไกล ต่อให้ผมอาจหาหนทางบินไปร่วมอีเวนท์ของพี่ซี แต่เราสองคนคงไม่มีวันได้เจอกันแบบนี้อีกแล้ว


            ผมรู้สึกเศร้าเหลือเกิน


            “รอสักครู่ครับ” ผมพยายามข่มความขมขื่นไว้ และทำหน้าที่ตามปกติ


            “ช่วงนี้สบายดีมั้ยครับ” พี่ซีถามด้วยรอยยิ้ม


            “ผมสบายดีครับ” ผมตอบสั้นๆ


            “ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นครับ” พี่ซียิ้มกว้าง


            ผมเอาผลไม้ใส่เครื่องแยกกาก ขณะมองพี่ซีด้วยความไม่เข้าใจ


            พี่ซีคุยกับผมอย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไม่กีดกันผม ไม่เย็นชาใส่ ตรงกันข้ามเลย พี่ซีกลับเป็นมิตรกับผมมาก


            นั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะพี่ซีกำลังแสดงออกเหมือนกับเมื่อก่อน เป็นไอดอลที่เอาใจแฟนคลับทุกคนอย่างเท่าเทียม


            ผมกลับคิดว่า ยอมให้พี่ซีโหดร้ายกับผม ยังรู้สึกว่าพี่ซีเปิดใจมากกว่านี้เลย คราวนี้เหมือนพี่ซีได้ปิดประตูกั้นผมอย่างถาวร แล้วสวมหน้ากากไอดอลอย่างสมบูรณ์แบบ


            “ขอแสดงความยินดีกับพี่ซีนะครับที่ พี่ซีจะประสบความสำเร็จระดับโลกแล้ว” ผมพยายามเป็นแฟนคลับที่ดี ไม่อยากเป็นแฟนคลับเห็นแก่ตัว


            “ยังเร็วไปที่จะพูดว่าประสบความสำเร็จครับ เรียกว่าแค่ได้รับโอกาสมากกว่า” พี่ซียิ้มน้อยๆ  


            “แต่ก็ขอบคุณมากนะครับ พี่จะพยายามเต็มที่นะ ถึงแม้ตัวพี่จะไม่ได้อยู่ที่ไทย แต่น้องก็จะสนับสนุนพี่ต่อไปใช่มั้ยนะ”


            หากเป็นเมื่อก่อน ผมคงตอบรับอย่างไม่ลังเล


            แต่ตอนนี้คำพูดกลับติดอยู่ในลำคอ เพราะผมดีใจไม่ออกจริงๆ


            ทำไมกันนะ ที่ผ่านมาผมสนับสนุนพี่ซี ไม่ใช่เพราะอยากเห็นพี่ซีประสบความสำเร็จหรอกเหรอ


            ทำไมผมถึงไม่อยากให้พี่ซีไปเลย


            “ผมจะสนับสนุนต่อไปครับ” ผมพูดโกหก โกหกความรู้สึกตัวเอง ผมพูดโดยไม่ได้มองพี่ซี น้ำเสียงของผมที่ออกมา ไม่มีความรู้สึกหนักแน่นแม้แต่น้อย


            “ได้แล้วครับ” พอผมทำเครื่องดื่มเสร็จ ก็วางแก้วน้ำผลไม้ที่เคาน์เตอร์


            “ขอบคุณครับ อีกแก้วให้น้องทานนะครับ” พี่ซีเอ่ย จากนั้นก็เหมือนเพิ่งนึกอะไรออก


            “แล้วก็...ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดนะครับ เป็นปากกาที่สวยมาก พี่จะเอาติดไปด้วยนะ”


            ผมเบิกตาโตเล็กน้อย เมื่อเห็นพี่ซีหยิบปากกาด้ามนั้นขึ้นมา ผมเกือบลืมไปแล้ว ปากกาสีขาวที่มีรูปนกนางนวลอยู่ตรงด้าม ของขวัญที่ผมตั้งใจเลือกให้พี่ซีในวันเกิด โดยส่งไปยังแผนกรับฝากของศิลปิน ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถึงมือไอดอลจริงหรือเปล่า


            พอเห็นมันอยู่ในมือพี่ซีแล้ว ผมก็รู้สึกใจระรื่นขึ้นมาเล็กน้อย


            “อันที่จริง ผมไม่อยากให้พี่ซีไปเลย” ผมสารภาพออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ


            แวบหนึ่งสายตาที่พี่ซีเหมือนผม คล้ายกับแสดงความสะเทือนใจที่ปกปิดอยู่เบื้องลึก แต่สักพักก็ถูกปกคลุมด้วยรอยยิ้มเอาอกเอาใจ


            พอเพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไป ผมก็รู้สึกละอายใจเหลือเกิน

 

            “ครับ พี่เองก็เศร้าที่ต้องจากด้อมนางนวลเหมือนกัน แต่ว่าพี่จะคอยอัพเดตทางโซเชียลมีเดียตลอดนะครับ ยังไงก็รักเสมอนะครับ”


            ผมมองพี่ซีซึ่งยิ้มให้ผมอย่างเอาอกเอาใจ คำพูดของพี่ซีซึ่งแสดงความห่วงใยในฐานะไอดอล


            แค่นี้ผมก็เข้าใจแล้วว่า


            สุดท้าย ผมก็เป็นแค่แฟนคลับของพี่ซี


            “เดี๋ยวพี่จะต้องไปแล้ว ช่วยอวยพรให้พี่โชคดีและเดินทางปลอดภัยได้มั้ยครับ” พี่ซีส่งสายตาอ้อนวอน


            ท่าทีเซอร์วิซเอาใจแฟนๆ ของพี่ซี ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจะชอบจนทนไม่ได้


            แต่ตอนนี้ความเศร้ามันกัดกินใจจน ผมไม่มีอารมณ์แม้แต่จะฝืนทำ


            “ขอให้ทานให้อร่อยครับ” ผมจึงตอบในฐานะพนักงานขายเครื่องดื่ม ไม่ใช่แฟนคลับด้อมนางนวลอีกต่อไป


            พี่ซีชะงักเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มเคลือบไว้อยู่ ผมไม่รู้ว่าลึกๆ พี่ซีรู้สึกอย่างไร แต่ผมก็แสแสร้งมีความสุขไม่ออกจริงๆ


            พี่ซีไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงหยิบปากกานกนางนวลขึ้นมา หยิบกระดาษโน้ตที่ไว้ลูกค้าเมนูของร้านผม พี่ซีเขียนข้อความลงไป จากนั้นวางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์


            “ลาก่อนครับ ขอให้น้องมีความสุขนะ” พี่ซีพูดกับผมเพียงเท่านั้น แล้วก็เดินจากไป


            ผมยืนเหม่อลอยอยู่พักใหญ่ มองแก้วน้ำอย่างใจหาย ผมรู้ว่านั่นเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมได้พูดคุยกับพี่ซี ผมไม่ควรให้พี่ซีเห็นว่าผมในสภาพแบบนี้เลย อย่างน้อยเราก็ควรบอกลากันด้วยดี


            แต่ทุกอย่างมันกะหันหันเกินไป จนผมยังไม่ทันได้ทำใจ


            ผมหยิบกระดาษโน้ตที่พี่ซีทิ้งไว้ขึ้นมาอ่าน มันถูกเขียนไว้ด้วยลายมือที่สวยงามของพี่ซี


            ‘ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง - ซี’


            ท้ายสุดแล้ว ความสัมพันธ์ของหิมะกับทะเล ก็ยุติลงด้วยคำขอบคุณ


            หลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ ก่อนล่องลอยจากกันไกลแสนไกล






           

            ไฟลท์บินของพี่ซีกับน้องซันเป็นไฟลท์ช่วงเย็น เพื่อนๆ คณะผมชวนกันไปส่งยูนิสตาร์ที่สนามบิน แฟนคลับมารอกันตั้งแต่เช้ามืด คนล้นสนามบินแทบทะลัก ตอนแรกผมก็ไม่อยากไปเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าวินาทีที่เห็นพี่ซีกำลังจากไป ผมจะทำใจไม่ได้ แต่สุดท้าย ก็ห้ามใจตัวเองให้มาไม่ได้อยู่ดี


            ตอนนี้ผมกำลังยืนจองที่อยู่ในสนามบินกับเพื่อนๆ ที่ยืนอันคับแคบกลายเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ต้องรักษาไว้ให้มั่น เพราะคนแออัดมากจริงๆ


            ผมเห็นแฟนคลับหลายคนทำป้ายไฟ ป้ายไวนิล อวยพรให้พี่ซีกับซันโชคดี เดินทางปลอดภัย จะคอยสนับสนุนเสมอ ขอให้ประสบความสำเร็จ แม้แฟนคลับหลายคนจะเศร้าที่เมนตัวเองต้องเดินทางไกล แต่ก็รู้สึกยินดีที่ได้เห็นเมนตัวเองก้าวไปสู่ความสำเร็จ


            ผมหวังว่าสักวัน ผมคงสามารถยินดีกับพี่ซีจากใจจริงได้ แต่ยังไม่ใช่วันนี้


            “ได้ยินว่าพี่ซีกับซันออกเดินทางแล้ว ตอนนี้ออนเดอะเวย์จ้า” เพื่อนคอยเช็คทวิตเตอร์ตลอดเวลา


            จู่ๆ ผมกลับมีความคิดอะไรบ้าๆ ขึ้นมา


            หากเป็นไปได้ อยากให้วันนี้กรุงเทพรถติดไม่ขยับ จนพี่ซีเดินทางมาไม่ทันเครื่องออก


            หากเป็นไปได้ อยากให้วันนี้มีพายุรุนแรงกะทันหัน จนไฟลท์ของพี่ซีบินยกเลิก


            หากเป็นไปได้ อยากให้พี่ซีเปลี่ยนใจกะทันหัน


            หากเป็นไปได้ อยากให้เกิดเหตุการณ์อะไรก็ได้ ที่รั้งพี่ซีไว้ที่นี่


            แม้รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ก็ตาม


            ไม่ว่าอะไรก็เปลี่ยนความจริงที่พี่ซีจะจากไปไม่ได้อยู่ดี


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ไม่ต้องห่วง คนกะล่อนหนีไม่รอดหรอก


            มือถือผมเด้งข้อความจากหมอดูเพี้ยนๆ คนนั้น ซึ่งผมส่งข้อความไปหาตั้งแต่วันที่รู้ว่าพี่ซีจะไปต่างประเทศ แต่หมอนั่นกลับไม่อ่านข้อความผมเลย และเพิ่งมาตอบเอาป่านนี้


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : ตั้งนานแล้วเพิ่งตอบ?


            ผมตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ แต่หมอนั่นเหมือนไม่สนใจที่ผมพิมพ์ตอบ ยังคงพูดต่อไป


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ผมเคยบอกแล้ว ชะตาจะบีบให้คนกะล่อนต้องเลือก


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : สิ่งที่คนกะล่อนทำอยู่ ไม่ใช่การเลือก แต่เป็นการหนีปัญหา


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : นายพูดเรื่องอะไร


            หมอนั่นกำลังพูดถึงเรื่องที่พี่ซีจะไปต่างประเทศอยู่หรือเปล่า


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : คนกะล่อนไปไหนไม่ได้หรอก เพราะชะตา


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย


            หมอดูนั่นก็พิมพ์ข้อความทิ้งไว้แบบนั้น แล้วไม่พูดอะไรต่อเลย


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : เฮ้ นายเป็นอะไรหรือเปล่า


            ผมกังวลเลยถามดู แต่หมอนั่นกลับไม่อ่านข้อความผมส่ง ผ่านไปหลายสิบนาทีก็ไม่อ่านไม่ตอบ จนผมชักเริ่มสับสน


            ระหว่างที่ผมกำลังงุนงงเรื่องหมอดู ผมก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างเร่ิมเปลี่ยนไป จากเสียงพูดคุยจ่อกแจ่กอย่างตื่นเต้นของแฟนคลับ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงอื้ออึงอลหม่าน บางคนร้องตกใจ บางคนร้องไห้โฮ่


            “ไม่นะ นี่มันเรื่องอะไรกัน”” “ฮือออ ไม่จริงนะ”


            “ม่ายยย เมนฉันต้องปลอดภัย” “มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ไง”


            “ไม่นะ ไม่!” จู่ๆ เพื่อนผมคนหนึ่งก็ช็อคตกใจถึงขนาดทำมือถือตกพื้น


            “เฮ้ย แกเป็นอะไร ใจเย็น เกิดอะไรขึ้น” เพื่อนผมรีบถามอย่างเป็นห่วง


            “พี่ซี...ซัน....แก...” เพื่อนผมปากสั่นน้ำตาคลอ จนพูดอะไรไม่ออก


            ผมรู้สึกสังหรณ์ใจค่อยไม่ดี ผมเลยรีบเปิดทวิตเตอร์ดู ล่าสุดมีแฮชแท็กที่ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งในเมืองไทยตอนนี้


            แฮชแท็กนั้น ชื่อว่า #รถคว่ำ


            พอผมกดเข้าไป ทวิตเตอร์แรกสุดที่ผมเห็นซึ่ง ผู้คนแห่กันรีทวิตจนทวิตเตอร์แทบระเบิด เป็นทวิตเตอร์ของสำนักข่าวดังของเมืองไทย


         Thailand News - 3 นาที

            ข่าวด่วน เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำบนถนนสายหลัก เป็นรถยนต์ของบริษัท MW Entertainment ซึ่งกำลังนำส่งศิลปินในสังกัดไปยังสนามบิน สาเหตุคาดว่าเกิดจากคนขับรถหลับใน


            มือพลันผมก็เย็นเฉียบ ผมกดเข้าไปดูคลิปรายงานข่าวโดยที่มือยังสั่นไหว


            ในคลิปนั้นมีภาพถนนข้างทางกับรถตู้ซึ่งพลิกคว่ำสภาพพังยับเยิน มีภาพซึ่งนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถพยาบาล แต่ถูกเซ็นเซอร์เอาไว้


            “…คนขับรถเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 6 ราย เป็นทีมงานบริษัท MW Entertainment จำนวน 4 ราย และศิลปิน 2 ราย ได้แก่ นายสุริยภัทร เหลิง หรือซัน ยูนิสตาร์ และนายศรินทร์ อัษวเหมันต์ หรือที่รู้จักในนาม ซี ยูนิสตาร์


            ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้าแผนกฉุกเฉินแล้ว จากรายงานล่าสุดแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บ 4 รายพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องติดตามดูอาการ


            ในขณะที่ไอดอลทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการโคม่า โอกาสรอดชีวิตยังไม่แน่นอน...”


            พอฟังข่าวถึงตรงนี้ ร่างผมก็อ่อนแรง ราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา


            ผมอยากให้สิ่งได้ยินเมื่อกี้นี้ เป็นเพียงแค่ฝันร้าย


            ผมทำใจไม่ได้ ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นด้วย


            ทั้งที่เพิ่งมีเรื่องยินดี พี่ซีกำลังจะไปสู่ความสำเร็จแท้ๆ


            เพราะอะไร ทำไมกัน


            หรือว่า...เป็นเองผมใช่มั้ย เพราะผมไม่อยากให้พี่ซีไป


            เป็นความคิดบ้าๆ ของผม เป็นผมที่อยากให้เกิดเหตุการณ์บ้าๆ เพื่อรั้งพี่ซีไว้


            “...ช่วยอวยพรให้พี่โชคดีและเดินทางปลอดภัยได้มั้ยครับ”


            คำพูดในวันสุดท้ายของพี่ซีดังขึ้นมาในหัวผม


            หากผมรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้


            หากผมรู้ว่านั่นอาจเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งพี่ซีจะได้รับคำอวยพรจากแฟนคลับสักคน


            “ขอให้พี่ซีโชคดี เดินทางปลอดภัย ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะคอยสนับสนุนต่อไป”


            แค่ประโยคง่ายๆ นี้ ทำไมผมกลับทำให้พี่ซีไม่ได้เลย


            ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่เคยอยากให้เวลาหวนย้อนกลับ ผมไม่เคยเสียดายอดีตที่ผ่านมาแล้ว


            แต่สำหรับตอนนี้ หากผมย้อนเวลากลับไปได้ ไม่ว่าจะต้องฝืนใจหรือเสแสร้งมากเท่าไหร่ ผมก็จะไม่ลังเล


            ทว่า ทุกอย่างกลับสายเกินไปแล้ว


            เพราะกาลเวลาไม่เคยเดินถอยหลัง


            เฉกเช่นชีวิตของคนเรา ซึ่งนับถอยหลังสู่ความตายทุกวินาทีที่หายใจ


            สุดท้ายผมทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลริน เพื่อปลอบประโลมความโศกเศร้าและความผิดหวังกับตัวเอง



✦✦✦✦✦✦✦✦



Writer's Talk


ชื่อตอนนี้ คำว่า 'ไกล' แปลได้สองความหมาย การลาจาก หรือ สิ่งที่สายเกินจะแก้ไข

จากหลายตอนที่ผ่านมา ผู้อ่านอาจคิดว่ายูถูกทำร้ายหนักมาก แต่แท้จริงแล้ว คนที่โดน(เรา ฮ่า)ทำร้ายหนักที่สุดจริงๆ อาจเป็นพี่ซีก็ได้

หลังจากนี้ เรื่องก็จะเปลี่ยนเข้าสู่อีกโทนหนึ่งแล้ว

เรายังยืนยันว่าจบแฮปปี้ (แต่ไม่ได้บอกว่าระหว่างทางจะราบรื่น ฮ่า) 


อย่างไรก็ตาม เราเคยบอกว่าหมอดูจะมีเรื่องของตัวเองคู่กับยูนิสตาร์ แอบสปอยล์ว่าเหตุการณ์ในตอนนี้เป็นกุญแจหลักของเรื่องหมอดูเลยแหละค่ะ คาดว่าผู้อ่านอาจจะเริ่มเดาอะไรได้บ้างน้า~~ ><


อย่างไรก็ฝากติดตามกันต่อน้า~ ถึงตอนนี้ยังมีด้อมนางนวลหลงเหลืออยู่มั้ยนะ ฮ่า 

ฝากเป็นกำลังใจให้น้องยูและพี่ซีกันต่อนะคะ


ปล.วันนี้ VPN มีปัญหา ไว้ต่อติดเมื่อไหร่จะไปแจ้งอัพในเพจกับทวิตเตอร์น้า T_T

-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนกลบดาว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.752K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,214 ความคิดเห็น

  1. #7153 E'eve (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:41

    น้องซันแน่นอน ให้เลย 300% อยากเห็นอิมเมจของคุณหมอดูแล้วอ่าาา

    #7,153
    0
  2. #6978 yyyyobaby (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 20:07
    โฮลลลลลลลลลล อารายก๊านนน
    #6,978
    0
  3. #6944 Takgy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 12:33
    ทำไมมีม่ายย หมอดูเป็นอะไรร
    #6,944
    0
  4. #6936 MissMKI (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 20:21
    ชัด นังซันแน่ๆ
    #6,936
    0
  5. #6779 ormtw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 20:09
    จะคู่กับซันหรอ หรือซันจะเป็นผีไปหาหมอดู 55555
    #6,779
    0
  6. #5357 sayuka2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 12:31
    แม่อยากมอบเพลงนี้ให้น้องยูมาก
    เพลงละลาย
    ความน่ารักของเธอนั้นทำใจละลาย
    อีกหน่อยมันคงต้องวาย
    ต้องโทษเธอทำไมเน้อถึงดูดี
    คนอย่างเธอคงมีคนจีบมากมาย
    จะให้มาสนใจ
    คนอย่างฉันมันคงฝันมากเกินไป
    #5,357
    0
  7. #5266 Blue carbuncle (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 19:40
    ทำไมรุ้สึกว่าซันจะเปนหมอดู
    #5,266
    0
  8. #5251 Ruruka Buta (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 22:00
    จะมีอะไรที่พลิกผันต่อจากนี้ งื้ออออ //คุณหมอดูจะคู่กับใครกัน แบ้วปิดประโยคว่า ม่ายยย เพราะเหตุพี่ซีรถคว่ำหรอ
    #5,251
    0
  9. #5217 feelsmiley (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 15:25
    พี่ซี น้องยู
    #5,217
    0
  10. #5126 jiab155 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 23:26
    แงงงงง พี่ซีต้องปลอดภัยยยยยย
    #5,126
    0
  11. #5125 nais (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 22:15
    ปวดใจที่สุดดดด ยิ่งอ่านยิ่งดำดิ่ง แบบเข้าใจตัวละครอ่ะ ฮือ รออยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้
    #5,125
    0
  12. #5124 rin_123 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 21:16
    ยิ่งอ่านยิ่งปวดตับฮื้อออออทำไงละทีนี้
    #5,124
    0
  13. #5123 WaranyaKalang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 15:06
    ต่อเถอะค้าบบบบบ
    #5,123
    0
  14. #5122 _DARKGHOST_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 19:42
    หมอดูคู่กับซันแน่เลย แต่ว่า ฮืออออออออ พี่ซี ร้องไห้เหมียนหมาแล้วนะ;-;;;
    #5,122
    0
  15. #5121 Little My (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 17:25
    ชอบหมอดูจริงๆ แง๊ทำไมเศร้า ตีคนเขียนก่อนเลยยยฮืออออ
    #5,121
    0
  16. #5118 Phichamon_2006 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 18:29
    น้ามมตาเเตกฮื่ออ
    #5,118
    0
  17. #5117 ppeaeww (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 12:50
    ลุ้นมาก ก่อนอื่นตีคนเขียนก่อนใจร้ายย
    #5,117
    0
  18. #5116 aomsin36289 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 20:50
    หมอดูนี้คู่กับซันรึเปล่านะ?
    #5,116
    0
  19. #5115 kkwankhaw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 18:04
    อ่านรวดเดียวเลย สนุกมากกก
    #5,115
    0
  20. #5114 kkwankhaw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 18:04
    รอค่ะะะะ
    #5,114
    0
  21. #5113 2twinid (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 11:17

    สองหนุ่มจะเป็นอะไรมากไหมนะ ขอให้ปลอดภัยทุกๆคนเลยนะคะ

    รู้สึกทะแม่งๆกับหมอดูคนนี้ยังไงไม่รู้เหมือนว่าเค้าเป็นคนใกล้ชิดกับศิลปิน

    ไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นคนที่มีญาณทิพย์จริงๆแล้วล่ะ เพราะรู้ทุกสถานการณ์

    แม้กระทั้งความรุ้สึกนึกคิด เดาๆๆ ยังคงติดตามอยู่เสมอนะคะ

    เป็นกำลังใจ้ให้ไรเตอร์ค่า

    #5,113
    0
  22. #5112 ศฐาพรonTheWar (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 00:25
    วิบากกรรมของแท้ ท้อในทุกสิ่งแง
    #5,112
    0
  23. #5111 keepmyshipper (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 21:11
    จะร้อง;-;
    #5,111
    0
  24. #5110 LovE$toY (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 21:01
    หมอดูคู่ซันเหรอ 55555 แต่ว่าเมื่อไหร่น้องจะได้กลับมายิ้มมม
    #5,110
    0
  25. #5109 Pbanidtaoney (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 20:53
    เข้าใจความไอดอลพี่ซี เเต่ตอนนี้รำคาญญญญญญญญ ครุมเครือมาก ลุ้นเยี่ยวเหนียวเเน้ว
    #5,109
    0