UNISTAR ✦ เดือน.กลบ.ดาว ✦

ตอนที่ 22 : เดือนที่ 21 : ดวงดาวล้ำเส้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,095 ครั้ง
    29 ต.ค. 62

UNISTAR   เดือน.กลบ.ดาว

- เดือนที่ 21 : ดวงดาวล้ำเส้น -



(credit : unsplash)

 



         ผมยังคงไปเรียน และไปทำงานเท่าที่ผมมีเวลา พ่อยังไม่รู้ว่าผมไปทำงานพิเศษ ช่วงนี้ผมมีงานกลุ่มบ่อย บางทีผมก็ไปทำงานที่บ้านเพื่อน พ่อจึงไม่ได้ติดใจอะไร


            แต่ปัญหาเดียว คือ ผมเก็บเงินยากขึ้นเยอะ ผมไม่สามารถเปย์พี่ซีตามใจชอบได้เหมือนที่ผ่านมา แถมใกล้ถึงวันจองบัตรแล้วด้วย แต่ผมคำนวณแล้ว ผมสามารถเก็บเงินซื้อได้แค่จำกัดโซนเท่านั้น ผมจะรอดจากสงครามจองบัตรค่อนข้างต่ำ


            พี่ซีมาสั่งเครื่องดื่มเกือบทุกวัน เหมือนที่ได้บอกไว้ และพี่ซีก็มักสั่งสูตรประจำตามที่ผู้จัดการบอกผม


            “สูตรคงที่แล้วครับ รสชาติตามนี้เลย” พี่ซีบอก


            ในที่สุด ผมก็ทำได้ตรงตามที่พี่ซีต้องการแล้ว ผมรู้สึกโล่งใจและดีใจ


            บางครั้ง พี่ซีก็มีเปลี่ยนสูตรบ้าง แต่ทุกครั้งที่พี่ซีมาสั่ง พี่ซีจะสั่งสองแก้วเสมอ แก้วหนึ่งของพี่ซี และอีกแก้วยกให้ผม


            ตอนแรกผมก็รู้สึกเกรงใจ แต่พี่ซีก็ยังยืนกรานเหมือนเดิม


            “พี่เป็นลูกค้า พี่สั่งสองแก้ว น้องก็ต้องทำสองแก้วสิครับ แต่อีกแก้วหนึ่งพี่จะดื่มเองหรือไม่ นั่นก็เป็นสิทธิของพี่”


            พี่ซีส่งแก้วน้ำผลไม้อีกอันให้ผมแทน


            “แต่ถ้าน้องเกรงใจ จะเททิ้งก็ได้นะ” พี่ซีว่า ผมดูไม่ออกเลยว่าพี่ซีพูดเล่นหรือพูดจริง


            แต่ใครจะกล้าทิ้งล่ะครับ พอฟังแล้วก็ยิ่งเกรงใจหนักกว่าเดิม ก็เลยตัดสินใจรับไป


            ทุกวันนี้ที่พี่ซีซื้อน้ำผลไม้ให้ผม ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก แม้ว่าผมกับพี่ซีจะไม่ได้พูดอะไรกันมากกว่าแค่สั่งเครื่องดื่มเท่านั้นเอง


            อย่างไรก็ตาม พอผมทำงานอยู่ในโรงพยาบาลสักพัก ผมก็เริ่มสังเกตชีวิตของพี่ซีมากขึ้น พี่ซีมักเดินไปไหนมาไหนคนเดียวเสมอ ไม่มีกลุ่มเพื่อนหรือเพื่อนสนิทเลย แม้มีนักศึกษาแพทย์คนอื่นทักทายพี่ซีบ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย เหมือนต่างคนต่างอยู่กันมากกว่า


            จนผมรู้สึกอดสงสัยและเป็นห่วงไม่ได้ ผมนึกถึงตัวเองในร่างยุธิภัคเมื่อสมัยก่อน ถึงภาพลักษณ์จะบ้าเรียนยังไง แต่ผมก็ยังมีเพื่อนอยู่บ้าง ไม่ถึงขนาดอยู่คนเดียวเกือบตลอดเวลาแบบพี่ซี


            ทำไมพี่ซีถึงดูสันโดษขนาดนี้นะ ผมอดคิดไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าถามพี่ซี และไม่รู้จักใครที่ถามได้


            นอกเสียจาก...


            ระหว่างที่ผมกำลังนั่งพักอยู่ในร้านน้ำผลไม้ ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าเข้ามา ผมก็เลยว่าง ผมลังเลว่าจะพิมพ์ข้อความไปถามหมอดูเพี้ยนๆ นั่นดีหรือเปล่า


            ตามหลักตรรกะของผม คำพูดของหมอนั่นไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด แต่พอคิดอีกแง่หนึ่ง รับฟังไว้มันก็ไม่เสียหาย แค่ฟังเฉยๆ ไม่เห็นต้องเชื่อตามที่พูดก็ได้นี่นา


            ลองดูแล้วกัน


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : ขอถามหน่อยสิ


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : พี่ซีเขาไม่ค่อยมีเพื่อนเหรอ


            ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถามแบบนี้ไป จะได้ความอะไรหรือเปล่า แต่ก็รอดูแล้วกัน


            ผ่านไปไม่นาน หมอนั่นก็ตอบกลับมา


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ใครจะอยากเป็นเพื่อนกับคนกะล่อน


            ตอบมาแบบนี้ ผมก็ขึ้นเลยน่ะสิ


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : พี่ซีไม่ใช่คนกะล่อนโว้ย!


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกะล่อนล่ะหา


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : เออ อืม อ่า อ้อ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ก็จริงแหะ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่า คนกะล่อนมันกะล่อน


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ทำไมล่ะ เป็นห่วงคนกะล่อนเหรอ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : เป็นห่วงมันทำมายยย ที่คนกะล่อนไม่มีเพื่อน เพราะไม่เอาใครมากกว่า


            ผมอ่านที่หมอดูเขียนแล้วครุ่นคิดพักใหญ่


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ พี่ซีก็ดูเป็นมิตรออก


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : แค่เปลือกนอก แค่ผิวเผิน


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ถึงจุดนึง คนกะล่อนจะกั้นกำแพงทางอ้อม


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ส่วนใหญ่ใครเจอกำแพงก็เผ่นป่าราบกันหมดแล้ว


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : มีแต่คุณนี่แหละ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : นอกจากไม่สนใจกำแพง ยังเดินข้ามแบบไม่สนใจคำเตือน


            ผมอ่านคำพูดที่ไม่ตรงตัวของหมอดู แล้วขมวดคิ้ว


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : กำแพงอะไร อธิบายเป็นภาษาคนตรงๆ ได้มั้ย


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : นี่ก็ภาษาคนแล้ว


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : หรืออยากฟังภาษาเอเลี่ยนดาวฮูล่าฮูป


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : dH0trb,rNc[[ouhvjt gvk,yhp


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : 5hk-no[vd;jkz,w,jr^f4kKk8ovuddH0trb,rNc[[ouhwxginjvpq 9d]’,yho


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : เออๆ โอเค ภาษาคนก็ภาษาคน


            ผมยอมแพ้ ถึงกับกุมขมับเลยทีเดียว


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : ช่วยอธิบายให้เข้าใจหน่อยได้มั้ย กำแพงอะไรกัน


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ก็บางคนอ่ะ นิสัยที่แสดงออกภายนอกกับภายใน บางทีก็ไม่เหมือนกัน


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : บางคนภายนอกโหดร้ายแต่ข้างในใจดี บางคนภายนอกเป็นมิตรแต่ภายในคิดร้าย


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : แต่สำหรับคนกะล่อนเนี่ย ตัวตนมันซับซ้อนพูดยากจนขี้เกียจอธิบาย


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ไม่อธิบายได้มั้ย ขี้เกียจแล้ว


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ไปงีบดีกว่า


            อ้าว ผมอึ้งไปเลย อะไรของมันเนี่ย ติสต์แตกไปไหน


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : เดี๋ยว พูดมาขนาดนี้แล้วนะ อธิบายก่อนสิ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : อ่าอ่าอ่า โอเคๆ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : คือ เปลือกนอกที่สวยงาม ปิดซ่อนเปลือกในที่ซับซ้อน ซุกซ่อนเนื้อในที่ไม่ได้สวยงาม ไม่อยากให้เนื้อในที่ไม่งดงามนี้ถูกพบเห็น จึงมีเปลือกในอีกชั้นที่ยากกระเทาะออก


            ผมคิดว่าผมเข้าใจภาษาไทย และผมตั้งใจอ่านข้อความทุกตัวอักษรที่หมอนี่ส่งมา แต่ผมอ่านวนไปวนมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า หมอนี่ต้องการสื่ออะไร


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : ไม่เข้าใจ


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : เปลือกนอก เปลือกในอะไร งง


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ก็อธิบายว่าทำไมคนกะล่อนต้องสร้างกำแพงไงเล่า นี่อธิบายแบบสั้นกระชับที่สุดแล้วนะ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ต้องการฉบับเต็มแบบไม่สรุปมั้ยล่ะ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : เพราะว่าภายในเต็มไปด้วยพลังงานขั้วลบ จึงสร้างพลังงานขั้วบวกหลายชั้นเข้ามาครอบ แต่แท้จริงแล้วพลังงานขั้วลบนี้ก็ยังซุกซ่อนพลังงานอีกประเภทหนึ่งไว้ เป็นพลังงานอ่อนไหวที่ไม่มีขั้วลบหรือบวก ถูกครอบซ้ำด้วยพลังงานขั้วลบอีกที พลังงานอ่อนไหวนี้เป็นตัวจุดกระแสให้ดึงพลังงานขั้วบวกและลบเข้ามาห้อมล้อม ถ้าพลังงานอ่อนไหวเริ่มตอบรับประจุจากภายนอกเมื่อไหร่ พลังงานขั้วลบจะเริ่มส่งกระแสกลับทันที


            ผมอ่านแล้วก็อ้าปากค้างทันที


            ผมเรียกวิศวะไฟฟ้าอยู่นะ และผมเข้าใจเรื่องหลักพลังงานฟิสิกส์เป็นอย่างดี


            แต่ทุกอย่างหมอนี่พูดมา มันเป็นกฎพลังงานรูปแบบไหนกัน ทำไมถึงได้ต็มไปด้วยตรรกะที่ไร้ทฤษฏีรองรับขนาดนี้


            เอาล่ะ ผมยอมแพ้แล้ว ผมย้อนกลับไปอ่านเรื่องเปลือกนอกเปลือกในแทนดีกว่า ถึงแม้จะชวนสับสน แต่ก็ยังเห็นภาพง่ายกว่ากฎพลังงานไร้ตรรกะแบบนี้


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : เหตุผลที่พี่ซีไม่มีเพื่อน เพราะไม่อยากให้ใครรู้จักตัวตนจริงๆ อย่างนั้นเหรอ


            ผมตีความได้แบบนั้น


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ปิงป่องแช่


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้ฉลาดแต่เรื่องเรียนแล้ว


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : คนกะล่อนเองก็คิดแบบนั้น แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้หรอกว่า ถูกตัวเองหลอกซ้ำซ้อนอีกทีหนึ่ง


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : แต่เอาเถอะ พูดไป คุณจะยิ่งงงเปล่าๆ


            ใช่ ผมยอมรับว่า หมอนี่ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งชวนงงมากเท่านั้น


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ ทำไมคนกะล่อนไม่มีเพื่อน


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : เขาเลือกที่จะเป็นแบบนั้นเอง


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : หรืออีกแง่หนึ่ง ไม่มีใครทนรับสภาพนั้นได้หรอก


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ถูกตั้งกำแพงใส่อย่างเย็นชา


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : คุณโดนมาตั้งหลายรอบ ทำไมยังทนอยู่หือ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ไม่รู้สึกเจ็บบ้างหรือไง


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ด้านชายังกว่าผิวข้อศอกกับตาตุ่ม


            หืม ผมอ่านแล้วครุ่นคิด ผมโดนพี่ซีตั้งกำแพงงั้นเหรอ


            พี่ซีเคยบอกว่า อย่าล้ำเส้นเข้ามา นั่นคือผมโดนตั้งกำแพงหรือเปล่านะ


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : เฮ้อ นอกจากไม่เจ็บแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีกว่าเคยโดน


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : เกินเยียวยา...


            ผมลองปรับความคิดที่เต็มไปด้วยตรรกะของผม ให้เป็นนามธรรมดูบ้าง


            ถ้าหมอดูพูดถูก แสดงว่าตอนนี้ผมกำลังโดนพี่ซีกั้นกำแพงอยู่สินะ มันก็น่าจะจริงแหะ


            ผมเลยถามหมอดูต่อ


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : พี่ซีขีดกำแพง เพราะไม่ต้องการให้ล้ำเส้นเข้ามาใช่มั้ย


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ใช่และไม่ใช่


            Yuthiphak Sasithornchonlatee : หมายความว่าไง


            คำถามผม มันควรมีแค่คำตอบเดียวสิ Yes กับ No


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : โอ้ย คนกะล่อนมันซับซ้อน อธิบายไปคุณก็งงอีก


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ใช่ ไม่อยากให้เข้ามา เพราะต้องการปกปิดตัวตนที่แท้จริง


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ไม่ใช่ อยากให้เข้ามา เพราะต้องการให้ยอมรับตัวตนที่แท้จริง


            แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : ทั้งสองอย่างนี้ล้วนถูกต้อง


            เอาล่ะ ผมเห็นด้วย ผมเป็นคนยึดตรรกะวิทยาศาสตร์ ยิ่งอธิบายแบบไร้ตรรกะ ผมก็ยิ่งงง


            คำตอบทั้งสองอย่างนี้ ล้วนขัดแย้งกันอีกโดยสิ้นเชิง


            เหตุผลของคนเรา จะมีสองอย่างนี้คนละทิศทางในเวลาเดียวกันได้อย่างไร


            “เล่นมือถือในเวลางาน ระวังผู้จัดการทราบนะครับ”


            พอเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น ทำให้ผมเงยหน้ามองแล้วตกใจทันที


            “พี่ซี...” ผมรีบเก็บมือถือทันที


            “เหมือนเดิม สองแก้ว” พี่ซีสั่งเครื่องดื่มด้วยรอยยิ้ม


            “ครับ” ผมเพียงพยักหน้า ระหว่างที่ทำกำลังหั่นผลไม้ ผมก็เหลือบมองพี่ซี พี่ซีเพียงยืนรอนิ่งๆ เหมือนอย่างเคย


            นอกจากสั่งเครื่องดื่มแล้ว เราก็ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่


            “ทำงานพิเศษ ได้วันละเท่าไหร่” จู่ๆ พี่ซีก็เอ่ยถาม


            “เอ่อ...ก็ไม่ได้เยอะมากครับ” ผมไม่กล้าพูดตัวเลขออกมา


            “เหรอ...” พี่ซีเหลือบมองแล้วพูดขึ้นว่า


            “ถ้าจองบัตรงวดนี้ไม่ไหว ไม่ต้องมาก็ได้นะครับ”


            มือผมที่กำลังเอาผลไม้ใส่เครื่องแยกกาก ถึงกับชะงัก


            แม้ผมจะพยายามเข้าใจเจตนาของพี่ซี พี่ซีไม่อยากให้ผมต้องลำบาก แต่มันก็รู้สึกสะเทือนใจอยู่ดี


            “ผมจะพยายามให้มากขึ้นครับ” ผมไม่กล้ารับปากว่า ผมจะสามารถไปได้ เพราะผมคำนวณแล้ว โอกาสมันค่อนข้างยาก


            จากนั้น พี่ซีก็เอาแขนพาดที่เคาน์เตอร์ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แม้จะเว้นระยะห่าง แต่ผมก็เม้มปากอย่างประหม่า


            “น้องเจอพี่ทุกวันที่นี่” พี่ซีคลี่ยิ้ม


            “นานกว่า 10 วินาทีอีกนะ”


            ผมกลืนน้ำลายลงคอ ที่พี่ซีพูดมาก็ถูกเหมือนกัน ความจริงถ้าผมแค่อยากเจอพี่ซี ได้เจอทุกวันนี้ ก็คุ้มกว่าไปเจอที่งานอีก


            แต่ในฐานะแฟนคลับ ความรู้สึกมันก็ต่างกันอยู่ดี


            “ได้แล้วครับ” ผมรีบเอาแก้วน้ำวางที่เคาน์เตอร์ แก้ความขัดเขิน


            จากนั้นพี่ซีก็ใช้มือเรียวสวยหยิบแก้วหนึ่งไป แล้วทิ้งอีกแก้วหนึ่งไว้เหมือนเดิม


            “ทานให้อร่อยครับ”


            แล้วพี่ซีก็จากไป


            ผมมองแก้วน้ำผลไม้ปั่นที่พี่ซีซื้อให้ แล้วรู้สึกหนักใจ


            ที่ผ่านมา ผมเคยสนับสนุนพี่ซีได้อย่างเต็มที่ ผมไม่เคยคาดหวังว่าพี่ซีจะต้องตอบแทนผม แต่คราวนี้ นอกจากผมจะสนับสนุนพี่ซีได้น้อยลง พี่ซีก็ยังซื้อของให้ผมอีก


            ผมจะพยายามให้มากกว่าเดิม





           

            วันต่อมา เนื่องจากผมไม่มีเรียน ผมจึงมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงตอนนี้ก็สี่โมงกว่าแล้ว ผู้จััดการบอกว่า ทำวันละแค่แปดชั่วโมงก็พอ แต่ผมอยากรีบเก็บเงินให้เยอะที่สุด ผมเลยบอกแจ้งกับผู้จัดการว่า วันนี้จะทำเกินเวลาจนกว่าร้านปิด


            ระหว่างที่ผมกำลังหั่นผลไม้เตรียมของ ก็มีลูกค้าเดินเข้ามา


            “เป็นพนักงานใหม่เหรอครับ”


            ผมเงยหน้าขึ้นมอง เขาเป็นผู้ชายสวมชุดกาวน์ยาวเหมือนพี่ซี หน้าตาดูรุ่นราวคราวเดียวกับผม ผมเดาว่าคงเป็นนิสิตแพทย์ของที่นี่


            “รับอะไรดีครับ” ผมทำหน้าที่ตามปกติ


            “มีเมนูอะไรแนะนำมั้ยเอ่ย” นิสิตแพทย์คนนั้นเอาแขนเท้าเคาน์เตอร์แล้วยิ้มหวานให้ผม


            “เอ่อ...ลองเป็นเมนูใหม่มั้ยครับ เป็นน้ำทับทิมสกัดเย็น” ผมแนะนำของใหม่ ตามที่ผู้จัดการสั่งให้ผมช่วยโปรโมต


            “ได้ครับ” เขายังคงยิ้มหวานขณะที่ส่งเงินให้ผม


            “รอสักครู่นะครับ”


            ระหว่างที่ผมทำเครื่องดื่ม ผมก็รู้สึกได้ว่าลูกค้าคนนี้จ้องมองผมตลอดเวลา จนผมอดกังวลไม่ได้ว่าวันนี้ผมมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ผมลองสำรวจตัวเอง ก็ไม่นะ ผมยังคงเป็นยุธิภัคตามเดิม


            “น้องชื่ออะไรเหรอครับ” เขาถามชื่อผมด้วย


            “ยูครับ” ผมตอบสั้นๆ อันที่จริงผมไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ แต่ผมคิดว่าถ้ามารยาทดีกับลูกค้า อีกหน่อยเขาก็อาจจะกลายเป็นลูกค้าประจำ


            “น้องยูเรียนที่ไหนเหรอครับ”


            ผมเงยหน้าขึ้นมองเขางงๆ เขายังคงมองผมด้วยรอยยิ้ม แม้ผมรู้สึกแปลกๆ กับวิธีการพูดคุยของเขา แต่ผมก็ยังตอบตามปกติ


            “มหา’ลัย CYU ครับ”


            “โห้ มหา’ลัยอินเตอร์ด้วย ได้ยินว่าค่าเทอมแพงมาก” เขาเอ่ย ตอนแรกผมกะจะบอกว่า ผมได้ทุน แต่คิดอีกที ผมไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้มั้ง เดี๋ยวเขาจะถามต่ออีกว่านักเรียนทุนทำไมต้องทำงานพิเศษ


            “ได้แล้วครับ” พอผมทำเครื่องดื่มเสร็จ ผมก็วางแก้วบนเคาน์เตอร์


            เขารับเครื่องดื่มไป แต่ก็ยังคุยกับผมต่อ


            “มหา’ลัย CYU อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ผมอยากไปดูมหา’ลัยนั้นเหมือนกันนะ ได้ยินว่าสวนดอกไม้ที่นั่นสวยมาก น้องยูจะพอพาผมไปดูได้มั้ยครับ”


            คำถามนี้ ทำให้ผมอึกอักที่จะตอบ เนื่องจากผมเพิ่งเคยเจอเขา ยังไม่รู้จักกันดีเลย แต่เขาจะขอให้ผมพาไปเยี่ยมชมมหา’ลัยแล้วงั้นเหรอ


            ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ว่า จะปฏิเสธเขาอย่างไรให้ไม่รู้สึกแย่


            จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น


            “น้องปี 4 ใช่มั้ย ได้ยินว่าบ่ายนี้มีเลคเชอร์ไม่ใช่หรือครับ”


            เสียงนั้นคุ้นมาก จนทำให้ผมสะดุ้งทันที


            พี่ซีกำลังยืนนิ่งๆ มองดูนิสิตแพทย์คนนั้น


            “รุ่นพี่...” นิสิตคนนั้นอ้ำอึ้งนิดหน่อย


            “อืม…” พี่ซีแสดงสีหน้าครุ่นคิด


            “ได้ยินว่าเป็นอาจารย์เกียรติศักดิ์สอนใช่มั้ยครับ พี่สนิทกับอาจารย์อยู่นะ หรือจะให้พี่บอกว่าบอกอาจารย์ว่า มีนิสิตโดดเรียน”


            “รุ่นพี่ครับ ผมแค่แวะมาซื้อน้ำ” เขารีบตอบพี่ซีเสียงกุกกัก


            “แวะมาซื้อน้ำเหรอ...”


            พี่ซีเหลือบมองแก้วน้ำในมือของนิสิตคนนั้น จากนั้นก็ตวัดสายตามองเขาอย่างเย็นชา


            “ซื้อเสร็จ...” พี่ซียิ้มเย็น


            “ก็กลับไปได้แล้ว”


            น้ำเสียงพี่ซีแข็งกระด้างมาก จนผมฟังแล้วยังสะดุ้งแทน


            “ครับ” นิสิตแพทย์คนนั้นรีบโค้งให้พี่ซี แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทันที


            ผมยังคงตกตะลึงกับท่าทีของพี่ซีเมื่อตะกี้ ผมไม่เคยเห็นพี่ซีทำเหมือนโกรธใครแบบนี้มาก่อนเลย


            ผมอยากถามพี่ซีว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แต่คิดอีกที ผมก็ไม่ควรล้ำเส้น


            “พี่ซี...รับอะไรมั้ยครับ” ผมทำหน้าที่พนักงานขายตามปกติ


            พี่ซีเดินเข้ามาด้วยท่าทีด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่ได้สั่งเครื่องดื่ม


            “ดูท่าน้องมาทำงานที่นี่ ป็อปปูล่ากว่าพี่อีกนะ”


            “พี่ซี...”


            คำกล่าวของพี่ซีเหมือนเหน็บแนม จนผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก


            “เขาถามอะไร ก็ต้องบอกเขาหมดเลยเหรอ” พี่ซีหัวเราะในลำคอ


            “ใจดีแบบนี้กับทุกคนเลยใช่มั้ย”


            “พี่ซีครับ...” ผมเสียงสั่น “ผมเป็นพนักงานขายนะครับ”


            “งั้นเหรอ” พี่ซีมองมาที่ผม แวบหนึ่งผมรู้สึกว่าสายตาพี่ซีดูน่ากลัว จนผมมือสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้


            “เรื่องอื่นน้องดูฉลาดนะ แต่ทำไมเรื่องนี้กลับตามไม่ทัน”


            แม้ผมจะตกใจ แต่ผมก็คิดตามคำพูดของพี่ซี


            ผมไม่ได้โง่ ผมเริ่มจับประเด็นได้แล้วว่าพี่ซีกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่


            พี่ซีคิดว่านิสิตแพทย์คนนั้นมาจีบผม ส่วนผมก็ให้ท่าเขาตอบงั้นเหรอ


            พอคิดดูดีๆ ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาอย่างชัดเจนด้วยน่ะสิ


            พี่ซีกำลังเข้าใจผมผิด ผมควรอธิบาย


            แต่ไม่สิ ไม่... ผมไม่เข้าใจ ผมมองพี่ซีอย่างสับสน


            ผมเป็นแฟนคลับ พี่ซีเป็นไอดอล


            ไม่ว่าอย่างไร ผมก็เป็นแค่แฟนคลับสำหรับพี่ซี


            แล้วพี่ซีมาพูดแบบนี้กับผมเพื่ออะไร


            “พี่ซีครับ” ผมพูดเสียงแผ่ว


            “ยังไงผมก็ชอบพี่ซีในฐานะแฟนคลับเสมอ และพี่ซีก็เคยเตือนไม่ให้ผมล้ำเส้น...”


            ผมสบตาพี่ซีอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกไป


            “แต่ตอนนี้...พี่ซีกำลังล้ำเส้นอยู่นะครับ”


            พอผมพูดออกไป พี่ซีก็ชะงักราวกับคาดไม่ถึง


            ความเงียบกลืนกินอยู่พักใหญ่ บรรยากาศช่างชวนให้อัดอึด


            สุดท้าย พี่ซีก็เค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ


            “ล้ำเส้นงั้นเหรอ” สีหน้าพี่ซีแลดูขมขื่น


            “พอโดนพูดใส่บ้าง รู้สึกแบบนี้เองสินะ”


            “พี่ซี...” ผมถึงกับใจหายวาบทันที เมื่อกี้ผมพูดตรงไปหรือเปล่านะ


            “พี่ซี...โอเคหรือเปล่าครับ”


            ผมสังเกตสีหน้าท่าทางของพี่ซีแล้วอดกังวลไม่ได้


            ทว่า พี่ซีกลับยิ้มกว้างให้ผม แต่สายตาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย


            “นั่นสินะ พี่ขีดเส้นเอง พี่ก็ไม่ควรล้ำเส้นเอง”


            จากนั้น พี่ซีก็เดินจากไป โดยไม่ได้หันกลับมาอีกเลย


            ส่วนผมก็ได้มองตามหลังอย่างสับสนงุนงง


            ผมตระหนักถึงความจริงได้แล้วว่า พี่ซีไม่ได้ใสซื่อเรียบง่าย เหมือนที่ผมเคยคิดมาตลอด


            พี่ซีคงเป็นคนที่ซับซ้อนยากจะเข้าใจ เหมือนที่หมอดูคนนั้นพูดไว้จริงๆ


✦✦✦✦✦✦✦✦




Writer's Talk

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมากๆ เลยนะคะ 

ตอนนี้ก็มีแฟนอาร์ตแรกของหมอดูขวัญใจทุกคนมาฝากด้วย อร๊ายยยยย

ขอบคุณน้องแอนท์มากๆ เลยนะคะ คาร์แรกเตอร์หมอดูเพี้ยนถูกใจมากๆ 5555



แม่นกว่าหมอดูก็ผมนี่แหละ : โอ้อ้า มีแฟนอาร์ตกับเขาด้วยเว้ยเฮ้ย อาชีพหมอดูนี่ก็ไม่เลวนะ มีแฟนคลับด้วย อีกหน่อยจะป็อปปูล่าพอๆ กับยูกะต้ามั้ยนะ 555 ขอบคุณมากครับ อยากให้ดูดวงตอบแทนมั้ยล่ะ


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนกลบดาว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.095K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,214 ความคิดเห็น

  1. #7151 E'eve (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 16:10
    แปลภาษาเอเลี่ยนดาวฮูล่าฮูป
    : ก็จะพิมพ์แบบนี้อ่ะ เอามั้ย
    : ถ้าขืนบอกว่าผมไม่พูดภาษาคนอีกละก็จะพิมพ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ ตกลงมั้น(ย)
    โอ๊ยคุณหมอดู555555555+
    #7,151
    0
  2. #7118 sebasteine ciel (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 11:31
    fc หมอดู เราก็ว่าหมอดูพูดเจ้าใจง่ายมากกกกกกก แต่ทำไมยูยังไม่เข้าใจ 55555
    #7,118
    0
  3. #7091 Ade_la (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:36
    อิพี่ขีดเส้นเอง แล้วก็ล้ำเองแบบนี้ได้เหรอ!?
    #7,091
    0
  4. #7073 Muffin_Kun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 07:39
    ตั้งนะโมมันโก้จริงๆ คิดถึงพี่เอกเลย..
    #7,073
    0
  5. #7066 กระเป๋าตุง? (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 20:45
    โอ๊ยน้อ เอ็นดู+หลงหมอดู เอ็นดู๊

    เรื่องก็จะหน่วงๆแต่ก็ดีมีหมอดูมาตัดรสกลมกล่อมพอดี
    #7,066
    0
  6. #7064 KangFRung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 11:47
    หมอดูคือใครค่ะ วายุ?
    #7,064
    0
  7. #7039 demonheart (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 01:05
    ขอเฟสจริงๆของหมอดูได้ไหมอะ

    แม่นเกินนนนนนน
    #7,039
    0
  8. #7009 Vampire Dragon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 02:11
    ขอนิยายของหมอดูสักเรื่องเถอะนะ
    #7,009
    3
    • #7009-2 Peararara(จากตอนที่ 22)
      28 เมษายน 2563 / 08:14
      ++++++ ช่วยกันบวก555
      #7009-2
    • #7009-3 Peararara(จากตอนที่ 22)
      28 เมษายน 2563 / 08:15
      +++++ ช่วยกันบวก555
      #7009-3
  9. #7008 Vampire Dragon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 02:11
    โอ้ย ชอบหมอดู
    #7,008
    0
  10. #6975 yyyyobaby (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 19:05
    โอ้ยยยยยยย มาม่าาาาา
    #6,975
    0
  11. #6941 marshamallow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 15:35
    นั่นแหละ! สักทีนะ!!! เกือบจุดธูปไหว้แล้วถ้ายังไม่รู้ตัวอีก ฮือ
    #6,941
    0
  12. #6938 PINNITTAYA (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 22:30
    เอาอีก อย่ายอมพี่ซีขนาาดนั้น สงสารน้อง
    #6,938
    0
  13. #6880 Ztaazzz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 10:48
    แล่ววววๆๆๆ น้องตอกกลับแล้วววว
    #6,880
    0
  14. #6861 prewxxii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 10:27
    มันต้องแบบนี้ลูกกก
    #6,861
    0
  15. #6837 katekate (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 19:37
    อร๊ายยย พี่หึงงงงง ลูกทำดีมากกกอะ
    #6,837
    0
  16. #6052 lovelove25 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:23
    ชอบๆๆน้องต้องตอบโต้บ้างพี่มันจะได้รู้สึกบ้าง
    #6,052
    0
  17. #6014 LlluminPss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:01
    แอบสะใจที่น้องตอบแบบนั้นนิดๆแหะ..
    #6,014
    0
  18. #5778 Soo Gass (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 21:20
    เนียะ โดนด่าบ้างพี่ซีเป็นไปไง ยังโกรธนะเว้ย ตอนนั้นพูดกับน้องแรงมาก ขนาดนี้อ่านแล้วยังสะอึกเลย คืออะไร โกรธพี่ซีมาก รึพ่อน้องจะไปคุยอะไรกับพี่ซีรึยูนิสต้าป่ะ เห้ยน่าคิด555
    #5,778
    0
  19. #5632 Novaaaa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 00:07
    ในที่สุดลูกก็ฉลาด!
    #5,632
    0
  20. #5559 mybookworm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 23:09
    อยากให้ถึงคราวที่พี่ซีรักยูกิหมดใจแล้วตามมาง้อ สารภาพรักเหมือนที่สัญญาไว้ตอนแรก
    #5,559
    0
  21. #5247 youniverse01 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 17:13
    ก็ถูกของน้องมันนะ โดนด่ามาเรื่องล้ำเส้น แต่อิพี่มันเป็นฝ่ายหึงน้องซะเอง แถมกันท่าผู้ชายที่จะจีบน้องอีก กั๊กน้องไว้แต่ให้น้องเป็นแฟนคลับ เป็นน้องยูคงงงอ่ะ อิหยังวะ?
    #5,247
    0
  22. #5236 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 01:31
    แต่สงสัยในตัวหมอดู มันเป็นใครวะ 555555 อย่าบอกนะว่าเป็นพี่วายุ
    #5,236
    1
    • #5236-1 koiikan(จากตอนที่ 22)
      28 ธันวาคม 2562 / 14:30
      เราคิดว่า หมอดู น่าจะเปนคนที่คู้พี่เลโออ่ะ
      #5236-1
  23. #5235 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 01:29
    สะใจมากค่ะ น้องยูตอกกลับพี่ซีได้สะใจอิชั้นเหลือเกิน เป็นไง เจ็บมากมั้ย น้องยูต้องเจ็บเพราะคำนี้มาหลายครั้งแล้ว โดนมั่งแล้วคงรู้สินะ มีสิทธิ์อะไรมาหึงอะ เป็นแฟนเหรอ? ก็ไม่ เป็นผัวเหรอ? ก็ไม่อีก เชอะ!!!
    #5,235
    0
  24. #5107 ainamusor (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 19:01
    ฮรือออออ
    #5,107
    0
  25. #5101 baekbow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 13:15
    ซีมีปมอะไรนะ เคยถูกพูดถึงไปหรือยัง การที่ใช้ชีวิตแบบนี้ มันต้องมีปมอะไรในใจแน่ๆ // หึงก็บอกว่าหึงสิพี่ // เราเข้าใจสิ่งที่หมอดูพูดนะ หมอดูคนนั้นต้องเป็นคนที่ใกล้ชิดและรู้จักซีดีเลยแหละ
    #5,101
    0