UNISTAR ✦ เดือน.กลบ.ดาว ✦

ตอนที่ 14 : เดือนที่ 13 : หิมะละลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,098 ครั้ง
    9 ส.ค. 62

UNISTAR   เดือน.กลบ.ดาว

- เดือนที่ 13 : หิมะละลาย -



(เครดิต : VideoBlocks)



 

         หิมะที่ภายนอกเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง


            แต่เมื่อถูกความร้อน ก็หลอมละลายอย่างง่ายดาย จนเหลวกลายเป็นหยดน้ำ


            หิมะอย่างผม ภายนอกอาจเป็นหิมะก้อนน้ำแข็งติดลบหลายสิบองศา ยุธิภัคมาดเรียนจริงจังไม่สนเรื่องไร้สาระ


            ความร้อนใดก็ไม่อาจหลอมคนแข็งกระด้างอย่างผมให้ละลายได้


            ยกเว้นแต่...ความร้อนจากดาเมจของพี่ซี ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงสุริยะ หรือแม็กม่าจากปล่องภูเขาไฟ


            ไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจต้านทานได้


            รวมทั้งหิมะอย่างผมก็เช่นกัน


            “กางเกงน้องเลอะ น่าจะไปล้างแล้วเปลี่ยนนะครับ”


            คำพูดของพี่ซีทำให้ผมกลับมาได้สติอีกครั้ง ก้มลงมองกางเกงของตัวเอง ผมล้มทับหินที่มีทรายและน้ำทะเลตื้นๆ จนมันชื้นเปรอะไปหมดเลย


            “ครับ” ผมเห็นด้วยว่าสภาพดูไม่ค่อยเท่เอาเสียเลย ทำไมต้องมาหมดลุคต่อหน้าพี่ซีคนสวยด้วยล่ะเนี่ย


            ผมต้องกลับไปเปลี่ยนเปลี่ยนกางเกง ดีที่ผมเอากางเกงสำรองมาหลายตัว


            โรงแรมอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เดินไปแปบเดียวก็ถึงแล้ว ทีมงานบางส่วนก็เดินตามกันมาด้วย ทีมงานบอกว่าจะถือโอกาสพักกองถ่ายเมื่อถึงโรงแรม แต่พวกเขาก็ยังตามถ่ายเก็บทุกช็อตระหว่างเดินกลับ เพราะเป็นรายการเรียลลิตี้ ทำให้ผมรู้สึกเขินนิดหน่อย


            “น้องควรไปล้างน้ำสะอาดก่อนนะครับ” พี่ซีเอ่ยแนะนำ ผมก็เห็นด้วยว่า ตอนนี้ตัวผมก็เปื้อนทรายเต็มไปหมดเลย ถ้ากลับเข้าห้องพักในสภาพนี้ คงจะทำโรงแรมเลอะไปด้วย


            ผมกับพี่ซีเดินมาที่ฝักบัวของสระว่ายน้ำ ทีมงานก็ตามมาเช่นกัน


            “มาเร็วครับ เดี๋ยวพี่ช่วยล้างให้” พี่ซีเดินไปที่ฝักบัว แล้วเรียกผมเข้าไป ทำให้ผมเม้มปากแน่นทันที


            “ผม...ล้างเองได้ครับ” มันรู้สึกเขินมากๆ เพราะไม่เคยต้องล้างตัวต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้มาก่อน


            พี่ซีเห็นท่าทีผม แล้วก็ยิ้มเล็กน้อย


            “ไหนเคยบอกว่า อยากให้พี่ล้างตัวให้ไม่ใช่เหรอ”


            นั่นทำให้ผมหน้าเห่อร้อนทันที


            ผมเคยพูดแบบนั้นจริงด้วย อ้ากกก เห็นพี่ซีล้างหน้า แล้วอยากให้พี่ซีล้างตัว


            นั่นสิ นี่เป็นโอกาสแล้วนะ


            พี่ซีจะล้างตัวให้ผม...


            จะบ้าตายแล้วครับ ในใจผมก็แทบอยากจะเอาตัวไปให้พี่ซีล้าง


            แต่มันยางอายมันยังมีอยู่บ้าง


            “แต่พี่ซีบอกว่าหลังไมค์...” ผมอ้างอิงคำตอบพี่ซี


            “อ่า จริงด้วย” พี่ซีว่า ก่อนจะหันไปบอกทีมงานและตากล้อง


            “พี่ครับ ช่วยปิดกล้องก่อนได้หรือเปล่าครับ พอดีน้องเขาไม่สะดวกน่ะครับ”


            พอพี่ซีพูดแบบนั้น ทีมงานก็เข้าใจเท่านั้น พวกเขาปิดกล้องแล้วตัดสินใจพักกองถ่ายชั่วคราว แล้วจะมาถ่ายอีกทีตอนเย็น ทีมงานหลายคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน เหลือแค่ผู้จัดการกับทีมงานไม่กี่คนที่มาเฝ้าพี่ซีกับผมไว้


            “ว่าไงครับ หลังไมค์แล้วนะ ไม่มีถ่ายทำแล้ว” พี่ซียิ้มกริ่ม


            ผมจะได้ล้างตัวกับพี่ซีหลังไมค์แล้วเหรอเนี่ย งุ้ย


            พอคนไม่ได้มารุมถ่าย ผมขัดเขินน้อยลงก็จริง แต่ก็ยังเขินที่ต้องล้างตัวอยู่ดี


            “เร็วสิครับ จะได้รีบไปเปลี่ยน ใส่เสื้อผ้าชื้นนานๆ เดี๋ยวจะไม่สบายนะ”


            “ครับ” ผมจะไม่ให้พี่ซีคนสวยต้องเป็นห่วง


            จากนั้น ผมก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ พี่ซีซึ่งยืนอยู่ใต้ฝักบัว


            ผมจะได้ให้พี่ซีล้างตัวให้จริงๆ เหรอเนี่ย


            ผม...ผม...ไม่ไหวแล้ว


            พี่ซีคลี่ยิ้ม จากนั้นก็เปิดก็อก น้ำใสสะอาดไหลลงจากฝักบัว ไม่ช้าไม่แรง


            วินาทีที่ร่างผมสัมผัสกับความเย็นที่ชุ่มฉ่ำของน้ำ ทำให้ผมสะดุ้ง แต่สะดุ้งยิ่งกว่า เมื่อพี่ซีใช้ฝ่ามืออุ่นๆ ช่วยลูบล้างเศษทรายที่ติดตรงเสื้อและกางเกงผม


            ผมอยากจะบอกว่า ผมทำเองก็ได้ มันทั้งเขินและเกรงใจ


            แต่อีกใจหนึ่งก็ร้องบอกว่า ผมอยากให้พี่ซีล้างตัวให้ไม่ใช่เหรอ นี่เป็นเพียงโอกาสเดียวเท่านั้นนะ


            สุดท้าย ผมจึงได้แต่ยืนตัวเกร็งอยู่แบบนั้น


            “หันหลังหน่อยครับ” พี่ซีเอ่ยเบาๆ


            ครับ เมนว่าอะไรผมก็เชื่อฟัง เมนบอกให้หันหลัง ผมก็หันหลังโดยอัตโนมัติ แทบไม่ต้องคิดเลย


            ผมสะดุ้งโหย่ง เมื่อพี่ซีลูบขาผมเพื่อช่วยล้างทราย แล้วค่อยๆ เลื่อนสูงมาเรื่อยๆ


            มันรู้สึกวาบหวิวอย่างบอกไม่ถูก ใจผมเต้นตึกตักแทบไม่ไหวแล้ว


            ผมกัดฟันเม้มปาก หลับตาปี๋ มันทั้งเกร็ง แต่ก็ฟิน อยากให้พี่ซีลูบไปเรื่อยๆ แบบนี้จัง


            “สะอาดเกือบหมดแล้วครับน้องยูกิ”


            คำพูดของพี่ซี ทำให้ผมที่กำลังเคลิ้มๆ เกร็งๆ ชะงักงัน


            จบแล้วเหรอ


            ผมมองดูสภาพตัวเอง แม้ว่าตอนนี้เปียกน้ำ แต่ไม่เปื้อนทรายแล้ว


            จะรีบสะอาดไปไหน เสียดายจริง


            “ผ้าเช็ดตัวครับ” ทีมงานช่วยเอาผ้าขนหนูสีขาวส่งให้ผม


            “ขอบคุณครับ” ผมรับไป ระหว่างที่ผมกำลังเช็ดตัว ผมเหลือบไปเห็นสายตาพี่ซีมองร่างผมอยู่ สายตามีประกายบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกแปลกๆ แบบที่ผมไม่เข้าใจว่าพี่ซีกำลังคิดอะไรอยู่


            ผมก้มลงมองสำรวจตัวเอง วันนี้ผมใส่เสื้อสีขาวขนาดพอดีตัว พอมันเปียกน้ำก็แนบเนื้อจนเห็นหุ่น


            ถึงแม้มันจะไม่ได้เห็นอะไรชัดเจนขนาดนั้น แต่ก็เห็นว่าหุ่นของผมค่อนข้างผอมและไม่มีกล้าม


            “พี่ซีอย่าเพิ่งมองนะครับ รอให้ผมมีกล้ามก่อน” ผมรีบเอาผ้าเช็ดตัวปิดทันที


            ผมจะออกกำลังกายบ่อยๆ ให้มีมีกล้ามแมนๆ ถึงวันนั้น ผมก็จะพร้อมโชว์ให้พี่ซีดู


            “หืม?” พี่ซีเหมือนไม่ทันได้ฟังที่ผมพูด เลยหันมามองผม


            “น้องบอกว่าอยากมีกล้ามเหรอ”


            “ครับ” ผมพยักหน้าอย่างอายๆ


            “ผมจะแข็งแรงมีกล้าม เพื่อปกป้องพี่ซีเองครับ!”


            ผมพูดกับพี่ซีอย่างมุ่งมั่นไฟแรงกล้า


            นั่นทำให้พี่ซีเลิกคิ้วเล็กน้อย


            “แต่พี่ไม่อยากให้น้องแข็งแรงเกินไปนะครับ”


            “ทำไมเหรอครับ” ผมงุนงง ก่อนจะบางอ้อ


            “อ๋อ พี่ซีมีการ์ดเยอะแล้ว เลยไม่ต้องการให้ผมปกป้องสินะ”


            “เปล่าครับ” พี่ซียิ้มอย่างมีเลศนัย


            “พี่ไม่ต้องการให้น้องปกป้องตัวเองได้ต่างหาก”


            “ครับ?” คราวนี้ผมกลับยิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม


            ผมคิดว่า ผมเป็นเข้าใจเรื่องตรรกะได้ดีแล้วนะ แต่ทำไมคำพูดพี่ซี ผมถึงจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยล่ะ


            สิ่งที่ผมต้องการ คือ


            ผม > แข็งแรง > ปกป้อง > พี่ซี


            แต่สิ่งที่พี่ซีต้องการ คือ


            ผม > ไม่ต้องแข็งแรง > ไม่ต้องปกป้อง > ผม


            แล้วพี่ซีไปอยู่ตรงไหนของสมการล่ะ ผมสับสนไปหมดแล้วเนี่ย


            ในขณะที่ผมยังคิดตีโจทย์สมการคณิตศาสตร์คำพูดของพี่ซี ทีมงานก็มาแจ้งตารางและเลขห้องพักให้ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นัดถ่ายทำอีกทีที่ห้องอาหารเย็นของโรงแรม มีทีมงานเดินพาผมไปส่งที่ห้อง พี่ซีกับผู้จัดการก็ตามมาด้วย


            ระหว่างเดิน ผมก็ยังคิดต่อ ไม่เคยเจอโจทย์คณิตศาสตร์ที่ชวนมึนงงขนาดนี้มาก่อนเลย


            “น้องยูกิ พี่นอนอยู่ห้องนั้น ส่วนน้องนอนห้องนี้นะครับ”​


            เสียงพี่ซี ทำให้ผมกลับมาโฟกัสที่ปัจจุบัน


            เนื่องจากโรงแรมนี้มีชั้นเดียวเป็นกึ่งรีสอร์ท ห้องพักผมอยู่ติดกับวิวฝั่งทะเล ส่วนห้องพักพี่ซีอยู่ถัดไปอีกหลายห้องแหน่ะ คั่นด้วยห้องพักของทีมงาน


            ปกติที่ผ่านมา เวลาดูเทปของรายการ ช่วงเดต 24 ชั่วโมง ไม่ได้บอกรายละเอียดว่านอนพักกันที่ไหน คงเป็นส่วนที่เขาตัดออกไป ทำให้ผมเดาได้ว่าช่วงนอน 8 ชั่วโมงคือไม่ได้เดต หรือพูดอย่างตรงไปตรงมา คือ เขาไม่ให้ดารานอนกับผู้ร่วมรายการอยู่แล้ว


            ก็แหงสิ นี่ผมคิดบ้าอะไรอยู่ คิดอยากจะนอนกับพี่ซีเหรอไง บ้าน่ะบ้า


            “คิดอะไรอยู่เหรอครับ” พี่ซีคงสังเกตสีหน้าผม ทำให้ผมใจไม่ดีเลย


            “เปล่าครับ” ผมรีบพูดทันที แต่ความจริง ได้มาเที่ยวทะเล นอนฟรีกินฟรีแบบนี้ แถมได้อยู่กับพี่ซีเช่นนี้ มันก็คุ้มมากๆ แล้ว


            “เป็นกฎของรายการ และเป็นกฎต้นสังกัดพี่ด้วย” พี่ซีเอ่ยยิ้มๆ ทำให้ผมตาโต


            พี่ซีหมือนรู้ว่าผมแอบคิดอะไรอยู่ ไม่นะ ไม่จริง พี่ซีไม่รู้หรอกมั้ง


            “รู้นะ ว่าอยากนอนกับพี่”


            พี่ซีโน้มเข้ามาพูดกับผมเบาๆ โดยที่ทีมงานและผู้จัดการคงไม่ได้ยิน


            “พ…พี่ซี” ผมเสียงสั่น


            พี่ซีเอาหน้าสวยๆ  เข้ามาใกล้แล้วมาพูดยั่วแบบนี้ได้อย่างไร


            “ใช่มั้ยครับ” พี่ซีถามย้ำ คงเพราะเห็นผมเอาแต่อึ้ง


            “ก็ อ…อยาก” ผมเผลอพูดออกไป แล้วก็อยากเอาไม้ตีแมลงวันฟาดปากตัวเองจริงๆ


            ผมจะพูดความในใจด้านมืดออกไปไม่ได้


            คำตอบของผม ทำให้พี่ซีหัวเราะ


            “นั่นสินะ” พี่ซียิ้มเล็กๆ แล้วกระซิบบอกว่า


            “ถ้าไม่โดนห้ามไว้ คงไปนอนด้วยแล้วนะ”


            อ๊ากกก คำพูดพี่ซีทำผมร่างแทบเซ


            พี่ซีมายั่วกันแบบนี้ได้ไง ทั้งหน้าทั้งตัวผมร้อนไปหมดแล้ว เผลอคิดไกลไปนักต่อนัก


            คนสวยบริสุทธิ์อย่างพี่ซี ถ้ามาอยู่ห้องเดียวกับผม...มัน...มัน


            ผมจะห้ามไม่ให้คิดล่วงเกินพี่ซีได้อย่าง


            ไม่นะไม่ พี่ซีเป็นไอดอล เป็นดวงดาวที่ผมควรชื่นชมเชิดชู ไม่ควรคิดบาปอกุศลแบบนี้


            “พี่ซีครับ ไม่ได้ถ่ายทำอยู่ พี่ซีก็เซอร์วิสเหรอ” ผมไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว มันก็พูดออกมาได้แค่นี้


            เพราะตอนนี้ไม่มีกล้องถ่ายทำแล้ว พี่ซีก็ยังมาพูดเอาใจให้ผมฟิน


            “น้องซีครับ” ผู้จัดการเรียกพี่ซี คงเห็นพี่ซียืนคุยกับผมอยู่นานเกินไปแล้ว ถึงแม้วันนี้มารายการ แต่ตอนนี้พักกองอยู่ มันก็คงไม่เหมาะสมสำหรับไอดอลกับแฟนคลับสักเท่าไหร่ล่ะมั้ง


            “ครับ” พี่ซีพยักหน้ารับ จากนั้นก็หันมามองผม แล้วตอบคำถามที่ค้างอยู่


            “แล้วแต่น้องเลยครับ จะคิดว่าพี่เซอร์วิส...”


            มุมปากพี่ซียกขึ้นเล็กน้อย


            “หรือจะคิดว่าพี่พูดจริงก็ได้”


            พี่ซีพูดแค่เท่านั้น จากนั้นก็เดินตามผู้จัดการไป ปล่อยให้ผมยืนอึ้งมโนอยู่หน้าห้องพัก


            ไม่ไหวแล้ววว งั้นขอคิดว่าพี่ซีพูดจริงได้มั้ย


            เดี๋ยวๆ ไม่ได้ๆ ไม่ได้สิ พี่ซีของผมออกจะใสซื่อ


            เซอร์วิสต่างหาก เซอร์วิสสส


            เฮ้อ ช่างเป็นเซอร์วิสที่ชวนฟิน จนใจอยากจะแตกเป็นพลุแล้ว

(50%)

            ผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งตัวจัดเต็มอีกครั้ง มีทีมงานมาตามผมพอดี ผมเดินตามไปที่ห้องอาหารที่ได้ยินว่า ทางรายการเหมาไว้สำหรับเลี้ยงทีมงานและอัดรายการ


            ผมมองโต๊ะอาหารที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ โต๊ะที่นั่งติดวิวทะเลสองที่ตรงระเบียงด้านนอก รอบข้างมีสวนดอกไม้สวยๆ บนโต๊ะมีจัดดอกไม้และเชิงเทียนอีกต่างหาก จัดแต่งได้ดูหรูหราดูดีราวกับมาเดตในร้านอาหารห้าดาวเลย มันดูโรแมนติกมากๆ เลย


            ผมเริ่มคิดว่า ผมจะต้องตั้งใจเรียน หางานดีๆ เงินเดือนสูงๆ จะได้พาพี่ซีมาเดตหรูๆ แบบนี้ได้


            เดี๋ยวนะ นี่ผมเผลออินจนคิดว่า จะได้เดตกับกับพี่ซีตลอดไปแล้วเหรอ


            กลับมาก่อน กลับสู่ความจริงก่อน ยูกิ!


            ระหว่างนั่งรอ ผมก็ชมวิวอยู่สักพัก ไม่นานพี่ซีก็มาถึง พี่ซีเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงขายาว ยังคงเป็นชุดลำลองก็จริง แต่ดูหรูขึ้นเป็นกอง เข้ากับบรรยากาศดินเนอร์มากๆ เลย


            ผมรู้สึกโล่งใจที่ตั้งใจเลือกเสื้อผ้าในระดับนึง ไม่งั้นคงจะต้องอายแน่ๆ ในเมื่อพี่ซีตั้งใจแต่งตัวขนาดนี้


            ทีมงานเริ่มเตรียมกล้องถ่ายทำแล้ว


            “รอพี่นานมั้ยครับ” พี่ซีถามผม


            “ไม่เลยครับพี่ซี” ผมส่ายหน้า ก่อนจะพูดอย่างเขินๆ


            “พี่ซีดูดีจังเลยครับ”


            “เหรอครับ หล่อหรือสวยมากกว่ากัน” พี่ซีถามด้วยรอยยิ้ม


            “ทั้งสองอย่างเลย” ผมตอบพร้อมก้มหน้าลง ได้ยินเสียงพี่ซีหัวเราะเบาๆ ท่าทางพี่ซีคงพึงพอใจ


            เมื่อการถ่ายทำดินเนอร์สุดหรูเริ่มต้น พนักงานโรงแรมก็นำอาหารมาเสิร์ฟ อันที่จริง อุตส่าห์มาเที่ยวทะเลทั้งทีก็ควรกินซีฟู้ดรสแซ่บอ่ะนะ แต่มันคงไม่โรแมนติกเท่าไหร่มั้ง ถ้าจะมาแกะกุ้งแกะปู เขาก็เลยจัดอาหารซีฟู้ดสไตล์ตะวันตกแบบฟูลคอร์ส เริ่มต้นด้วยซุปล็อปเตอร์


            “น้องยูกิเริ่มเป็นแฟนคลับพี่นานหรือยังครับ” พี่ซีชวนผมคุยในมื้ออาหาร เป็นการสร้างบรรยากาศ


            ผมจึงรีบตอบทันที


            “เกือบสองปีแล้วนะครับ” ผมเริ่มเป็นแฟนคลับพี่ซีตอนก่อนประกวดยูนิสตาร์รุ่นพี่นทีกับพี่วายุไม่นาน


            ช่วงนั้นกระแสยูนิสตาร์มันบูมมากๆ เพื่อนๆ พากันพูดถึงเต็มเฟซบุ๊คหมด จนผมรู้สึกหมั่นไส้นิดๆ แค่ผู้ชายหน้าตาดีเป็นเดือนมหา’ลัย อะไรจะฮิตปานนั้น


            แต่พอผมหมั่นไส้มากๆ ก็พลอยติดตามมากไปด้วย แล้วไปสะดุดกับรูปพี่ซี ความรู้สึกแรกที่เห็นพี่ซีคือ ผู้ชายอะไรเนี่ยสวยยิ่งกว่าดาวมหา’ลัย


            ดูไปดูมา ก็หลงเข้าด้อมโดยไม่ทันได้รู้ตัว


            “เกือบสองปีเหรอครับ” พี่ซีถาม “แสดงว่าปีแรก น้องไม่ได้ติดตามสินะ”


            “ยังครับ” ผมหัวเราะแห้งๆ


            “แล้วมัวไปทำอะไรอยู่ครับ” พี่ซีซักถามด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง


            “ตอนนั้นผมติดอย่างอื่นอยู่ ติดเกมออนไลน์ครับ เลยยังไม่ได้เข้าสู่โลกของไอดอล” ผมสารภาพตามตรง


            “งั้นเหรอ” พี่ซีหมุนช้อนซุป แสดงท่าทีสนใจ


            “แล้วน้องมาเป็นยูนิตี้ได้อย่างไรครับ”


            ผมรู้สึกเหมือนโดนสัมภาษณ์สอบเข้ามหา’ลัยเลยแหะ ทำนองว่า ‘แล้วทำไมผมถึงเลือกคณะนี้’ แต่ผมก็ตอบพี่ซีอย่างเต็มใจ


            “ก็โดนพี่ซีตก” ผมถึงขนาดต้องหยิบผ้ามาเนียนเช็ดปาก เพราะว่าพูดแล้วก็อายเอง


            “เพราะพี่สวยงั้นสินะ” พี่ซีว่า


            “ครับ” ผมผงกหัว


            “หึหึ” พี่ซีเพียงหัวเราะในลำคอเบาๆ


            แต่พอพี่ซีเปิดประเด็นเรื่องแฟนคลับแล้ว ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน


            “แล้วพี่ซีจำผมได้ตั้งแต่ตอนไหนเหรอครับ” พี่ซีเคยบอกว่าจำผมได้ตั้งแต่งานที่พี่อินแจกปลาตะเพียนแล้ว


            “แล้วแฟนมีตติ้งครั้งแรกที่น้องมา คืองานไหนครับ” พี่ซีถามผมกลับ


            “เอ่…” ผมครุ่นคิดถึงความทรงจำสมัยเริ่มเป็นติ่ง


            ตอนนั้นยูกิเป็นแค่ติ่งฝึกหัด ยังไม่เคยเผชิญสมรภูมิการจองบัตรแฟนมีตสุดหฤโหด หลังจากนกบัตรมาสองครั้งติด ครั้งที่สามผมถึงรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร งานนั้นจึงเป็นงานแรกที่ผมได้ไป เอาเข้าจริงๆ ก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ป่ำๆ เป๋อๆ มาก กว่าจะไปถึงก็เกือบจะไม่ทันเวลาเข้างาน แท่งไฟก็ลืมซื้อ เพราะไม่รู้ว่าบูธออฟฟิเชียลอยู่ที่ไหน


            ผมได้ที่นั่งไกลโพ้นแถมโซนไม่ค่อยดี แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้มา ครั้งแรกที่ได้เห็นพี่ซีตัวจริง ผมตื่นเต้นมากจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ตอนแรกตั้งใจจะนั่งเก็กสวมมาดเด็กเรียน แต่สุดท้ายก็ไม่รอด


            ในงานนั้น เขาให้ยูนิสตาร์ทำภารกิจที่แฟนคลับเขียนส่งมาแล้วโดยสุ่มหยิบจากต้นสอยดาว แต่ผมไม่รู้เรื่องมาก่อนเลยไม่ได้เขียน รู้สึกเสียดายมากๆ ผมจำได้แม่นเลยว่า พี่ซีโดนภารกิจให้ทำท่าที่น่ารักที่สุด พี่ซีเลยทำท่ามินิฮาร์ทสองมือแล้วส่งวิ้งค์ เอื้อก ตายแล้วครับ


            “งานแรกที่ผมมา เป็นงานที่มีสอยดาวภารกิจแฟนคลับ พี่ซีทำท่ามินิฮาร์ทด้วยครับ” ผมยังปลื้มท่าพี่ซีตอนนั้นได้อยู่เลย


            “อ๋อ งานนั้นเอง” พี่ซีนึกออก “ถ้างั้นพี่ก็คงจำน้องได้ตั้งแต่งานแรกที่น้องมา”


            “หะ พ...พี่ซีจำผมได้ตอนนั้นเหรอครับ” ผมเบิกตาโต


            “ฮ่าๆ พี่มีแฟนมีตติ้งมาหลายครั้ง ทุกครั้งก็มีไฮทัช” พี่ซีหัวเราะ


            “แต่น้องเป็นไม่กี่คนที่มาถึงแล้วเอาแต่มองหน้าพี่ พอพี่ถามชื่อเล่นก็ไม่ตอบ พี่ชูมือให้แตะ น้องก็ไม่มองมือพี่เลย เอาแต่มองหน้าพี่”


            ผมฟังแล้วแทบอยากจะปิดหน้าตัวเองด้วยความอับอาย


            งานมีตติ้งครั้งแรกผมยอมรับว่าเบ๊อะๆ บ๊ะๆ เพราะไม่เคยเป็นติ่งมาก่อน เลยยังสับสนงงๆ กับงานตอนนั้น แถมพอได้เจอพี่ซีตัวจริงซึ่งสวยกว่าในทีวีหลายเท่า ผมอยากจะจ้องหน้าพี่ซี อยากจะเก็บทุกอนูความทรงจำ จนลืมทุกอย่างไปเลย


            ในตอนนั้น ผมรู้สึกตัวอีกทีตอนทีมงานมาสะกิด ให้ผมบอกชื่อเล่นกับพี่ซี แล้วเอามือไปแตะกับพี่ซี ซึ่งพอได้แตะมือพี่ซีที่เรียวสวยและนุ่มมาก ผมก็เคลิ้มจนจิตหลุด ได้สติอีกครั้งก็ตอนทีมงานลากผมออกมา


            เพราะผมปล่อยไก่ต่อหน้าไอดอลที่ชอบไปในงานนั้น งานต่อๆ ไป ผมจึงตั้งใจหาข้อมูลและเตรียมตัวเต็มที่เพื่อไม่ให้พลาดอีก แต่พี่ซีกลับจำได้ซะงั้น อายแล้วครับ


            “พี่ซี นั่นมันเป็นงานแฟนมีตติ้งแรกที่ผมเคยมา ผม...เลยทำตัวไม่ถูกครับ” ผมไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร


            “ไม่เป็นไรครับ” พี่ซียิ้ม “เพราะแบบนั้นพี่ก็เลยจำน้องได้ เพราะหลังจากแตะมือกับพี่ น้องก็มีอาการคล้ายคนช็อค ยืนตาค้างไม่ขยับ จนพี่เป็นห่วงว่าน้องจะเป็นลมหรือเปล่า แต่พอทีมงานมาเรียก น้องก็เดินได้ปกติ”


            ผมอยากเอามือทึ้งหัวตัวเอง นี่ผมเผลอออกอาการขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมพี่ซีจำผมได้


            ระหว่างที่พูดอยู่พนักงานก็มาเก็บถ้วยซุป แล้วเสิร์ฟต่อด้วยสเต็กปลาแซลมอนกับซอสมะนาว ซึ่งตกแต่งจานได้สวยงามมากๆ

 เลย


            “ปกติพี่เห็นน้องเฉพาะตอนไฮทัชนะ เพราะในฮอลล์ค่อนข้างมืด” พี่ซีเอ่ยต่อ


            “ยกเว้นตอนที่น้องโยนแท่งไฟทิ้ง พี่เห็นน้องชัดมากครับ”


            “พี่ซีครับ...” ผมยิ่งอายหนักขึ้น นี่ไม่แน่ใจว่ามาเดตหรือโดนแฉวีรกรรมติ่งปล่อยเก้อในอดีต


            “แล้วแท่งไฟใหม่ใช้เป็นอย่างไรบ้างครับ” พี่ซีถามผมขณะหยิบส้อมกับมีดมาหั่นสเต็ก ผมก็เช่นกัน


            ตอนแรกผมว่าจะตอบว่าขอบคุณพี่ซีมากๆ ที่เอาแท่งไฟให้ผม แต่คิดไปคิดมา ตอนนี้ผมกับพี่ซีอัดรายการอยู่ ไม่แน่ใจว่าควรให้คนอื่นรู้หรือเปล่า เพราะว่าตอนพี่ซีเอาแท่งไฟให้ผม การ์ดก็ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่


            “ใช้ดีมากเลยครับ เป็นแท่งไฟที่พิเศษมากเลย” ผมตอบเลี่ยงๆ


            “เพราะเป็นของด้อมนางนวลใช่มั้ยครับ” พี่ซียิ้มเป็นนัยๆ


            ผมเข้าใจทันที ที่แท้พี่ซีเองก็รู้อยู่แล้วว่าแท่งไฟนี้มันเลือกด้อมอื่นไม่ได้ นอกจากด้อมนางนวล


            “ครับ ผมชอบ เพราะผมอยู่ด้อมพี่ซีคนเดียว” ผมเองก็ตอบเขินๆ แล้วคิดว่า ผมควรจะขอบคุณพี่ซีเรื่องของขวัญลัคกี้ดอร์ด้วย


            “พี่ซี ผมดูแพลนเนอร์ทุกวันเลยนะครับ เป็นของขวัญที่ดีที่สุดเลย พี่ซีทำให้ผมตื่นตีห้าทุกวัน แล้วก็อยากนอนเที่ยงคืนพร้อมพี่ซีทุกครั้ง และอยากตั้งใจเรียนเหมือนกับพี่ซีทุกเวลาเลย”


            “อ๋อ หมายถึง ของขวัญลัคกี้ดอร์สินะ” พี่ซีว่า “ยินดีครับที่ชอบ”


            ผมก็ยินดีที่ได้บอกพี่ซีเช่นกัน


            “อ่อ แล้วก็วันนี้ที่ผมเจ็บคอ” ผมพูดถึงตรงนี้ก็เขินจนได้แต่เขี่ยอาหารในจานไปมา มันคือตอนที่พี่ซีเอายาอมแก้เจ็บคอให้ผม


            “ผมทานหมดแล้ว แต่เก็บซองไว้นะครับ”


            “ว้าว” พี่ซียิ้มกว้าง “ดีมากครับ”


            ผมแอบเห็นผู้จัดการกับทีมงานทำหน้างงๆ เพราะไม่รู้ว่าผมกับพี่ซีพูดเรื่องอะไรกันอยู่ เหมือนเรารู้เรื่องกันเองแค่สองคน


            “แล้วดอกไม้ที่พี่ซีให้ผมในรายการ ตอนนี้ก็ยังไม่เฉานะครับ ผมใส่แจกันไว้ พรมน้ำทุกวันเลย”


            “หืม” พี่ซีมองผมอย่างคาดไม่ถึง “น้องรักษาทุกอย่างไว้อย่างดีเลยนะครับ”


            “ครับ” ผมพยักหน้า “ผมสะสมพรีเมี่ยมทุกอย่างของพี่ซี มีทั้งสินค้าออฟฟิเซียล หรือพรีเมี่ยมลิมิตเต็ทที่ใช้แต้มยูนิตี้แลก อ๋อ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่พี่ซีเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วย...ผมชอบลิปมันตัวนี้มากเลยครับ”


            ผมหยิบลิปมัน UNILIP ที่พกติดตัวตลอดเวลา ลิปมันที่มีตัวจิบิพี่ซี และเป็นกลิ่นเดียวกับน้ำหอมที่พี่ซีใช้ด้วย


            “โอ้” พี่ซีถึงกับอุทานเบาๆ จากนั้นก็มองผมอย่างมีนัย


            “แบบนี้ ริมฝีปากของน้องก็มีกลิ่นพี่แล้วสินะ”


            อ่อก พี่ซีทำไมพูดแบบนั้น พูดให้ชวนคิดไปไหนแล้วว


            ริมฝีปากผมมีกลิ่นพี่ซี โง้ย


            “ใช่ครับ” ผมไม่รู้จะตอบยังไง มันเขินมาก


            “อืม…” พี่ซีลากเสียงแล้วเอามือเท้าคาง


            “เชื่อดีมั้ยนะ หรือว่าต้องลองพิสูจน์ดู”


            “พ..พี่ซี” ผมใจเต้นแรงมาก


            พี่ซีจะพิสูจน์ยังไง พี่ซีจะพิสูจน์จริงเหรอ


            “ฮ่าๆ พี่เชื่อใจน้องก็ได้ครับ” พี่ซีคงเห็นท่าทีอึ้งๆ ของผม ก็เลยพูดแบบนั้น


            หลังจากนั้น พนักงานก็มาเก็บจานเมนคอร์ส แล้วเสิร์ฟขนมหวาน เป็นเค้กช็อกโกแล็ตร้อนๆ กับไอศกรีมวานิลลา ดูน่ากินมากสุดๆ


            “พี่ซีครับ ผมอยากป้อนพี่ซีจัง” ผมทำใจกล้าพูดออกไป เพราะผมเพ้อฝันมานานแล้ว อยากจะบริการพี่ซีคนสวย


            นี่เป็นรายการเดตใช่มั้ยนะ ผมคิดว่าผมน่าจะทำได้ เทปอื่นยังทำกันเลย นี่เป็นออนเทรย์จานสุดท้ายแล้ว ถ้าผมไม่พูด ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกมั้ย


            “อยากป้อนพี่เหรอ” พี่ซียิ้ม “แต่พี่มีเงื่อนไขนะ”


            “อะไรเหรอครับ” ผมยินดีทำทุกอย่างเลย พี่ซีไม่ปฏิเสธด้วยแหะ ดีใจจังเลยครับ


            “ตอบคำถามพี่มาก่อนครับ ถ้าตอบถูก พี่จะยอมให้น้องป้อน แต่ถ้าผิด น้องต้องยอมทำตามพี่”


            “โอเคครับ” ผมพยักหน้าทันที ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้พี่ซีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ผมจะตอบได้แน่นอน ผมมั่นใจ


            “คุณสมบัติหนึ่งอย่างของคนที่จะคู่กับพี่ คืออะไรครับ”


            “เอ๊ะ” ผมอุทานทันที เดี๋ยวนะ ถามคำถามนี้ พี่วายุเคยเอ่ยถึง ผมก็เคยถามพี่ซี แต่พี่ซีไม่ยอมตอบ


            “พี่ซีอ่า พี่ซีก็รู้ว่าผมยังไม่รู้นี่นา”


            “ฮ่าๆ” พี่ซีหัวเราะเหมือนตั้งใจไว้อยู่แล้ว “ให้โอกาสเดาหนึ่งครั้ง”


            คนที่จะคู่กับพี่ซีเหรอ ผมครุ่นคิด ถ้าคนสวยอย่างพี่ซีจะมีแฟนสักคน ผมคิดว่าไทป์พี่ซีก็คงต้องเป็นคนที่เหมาะกับพี่ซีเหมือนกัน


            คนที่เหมาะสมกับพี่ซี ผมนึกออกแค่พี่เลโอคนเดียว


            แล้วคุณสมบัติเด่นๆ ของพี่เลโอคืออะไรนะ


            “ต้องพึ่งพาได้เหรอครับ” ผมเดาจากความคิดตัวเองล้วนๆ


            “ไม่ใช่ครับ” พี่ซียิ้มหวาน “ตอบผิดนะครับ น้องยูกิ”


            ไม่นะ อดป้อนพี่ซีแล้วสิ ว่าแต่ผมอยากรู้นะเนี่ย


            “แล้วคำตอบคืออะไรครับพี่ซี” มันคาใจมากจริงๆ


            “วายุไม่ได้พูดอะไรบ้างเหรอ” พี่ซีถามผมกลับ


            “อ่า” ผมพยายามนึก “พี่วายุเหมือนบอกว่า ห้ามผมแสดงความคลั่งไคล้มากเกินไป”


            “แล้ว?” พี่ซีเลิกคิ้ว


            “ไม่งั้นจะเจอสิ่งที่น่าสะพรึงน่ะครับ” ผมตอบตามที่ผมจำได้ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าพี่วายุพูดอะไรกันแน่


            “หึหึ” พี่ซีหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายแวววาบ


            “น่าสะพรึงเหรอวายุ”


            พี่ซีพูดพึมพำเสียงเบามาก แต่ขนาดผมไม่เข้าใจว่าพี่ซีพูดอะไร พี่ซีก็ยังสวยเลย เฮ้อ


            “เอาล่ะ ถึงคราวที่น้องยูต้องทำตามพี่แล้วนะครับ ตามที่รับปากไว้” พี่ซียกยิ้ม


            “ครับ” ถึงผมไม่รู้ว่าพี่ซีจะให้ผมทำอะไร แต่ผมยินดีทำให้หมดเลยครับ


            พี่ซีได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้าง แล้วก็หยิบช้อนมาตักเค้กพร้อมไอศกรีม แล้วก็ยื่นมาทางผม


            “ให้พี่ป้อนนะครับ น้องยูกิ”


            นั่นทำให้ผมเบิกตาโต ใจสั่นระรัวทันที


            เดี๋ยวนะ ที่พี่ซีเล่นตัวไม่ให้ผมป้อน แค่เพราะจะป้อนผมแทนงั้นเหรอ


            โง้ยยย ทำไมพี่ซีคนสวยถึงน่ารักแบบนี้ แล้วจะไม่ให้หลงแล้วหลงอีกได้อย่างไร


            “ถ้าไม่ทาน พี่เสียใจนะ” พี่ซียังคงถือช้อนค้างไว้ รอให้ผมทาน


            “ครับ” ผมเลยค่อยๆ ใช้ปากงับช้อน แล้วก็ทานเค้กชิ้นนั้นลงไป


            พอได้ทานขนมที่เมนป้อนมันช่าง...ฟินกว่านี้ไม่มีแล้ว


            ไม่มีเค้กไหนจะหวานเท่ากับเค้กพี่ซีป้อนให้ผมอีกแล้ว


            “เป็นไงบ้างครับ” พี่ซีถามขณะดึงช้อนเปล่ากลับ


            “อร่อยที่สุดเลยครับ” ผมตอบ มันอร่อยมากจนอยากจะเคี้ยวไปเรื่อยๆ ไม่อยากจะกลืนลงท้องเลย เมนอุตส่าห์ป้อนให้กินทั้งที


            “เหรอ...” พี่ซียิ้มน้อยๆ “งั้นพี่ขอถามน้องอีกสักสองเรื่องได้มั้ยครับ”


            “ได้ครับ” ผมพยักหน้ารัวๆ ในที่สุดก็ต้องกลั้นใจกลืนเค้กชิ้นนั้น เพราะต้องตอบคำถามพี่ซี


            “น้องเคยมีแฟนหรือเปล่าครับ”


            “ไม่เคยครับ” ผมส่ายหน้า


            พี่ซียิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็ถามต่อ


            “แล้วน้องเคยจูบใครหรือเปล่า”


            “ไม่เคยครับ” ผมส่ายหน้าอีกรอบ


            เดี๋ยวนะ ทำไมพี่ซีถึงถามเรื่องส่วนตัวผมล่ะ


            “ถ้างั้น...”


            จากนั้นก็พี่ซียกปลายช้อนที่ได้ป้อนผม แตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ชั่วขณะ แล้วยกยิ้มมุมปาก


            “จูบแรกของน้อง เป็นของพี่แล้วนะ”


            ผมถึงกับอ้าปากค้างตาโต


            น...นั่นมัน จ...จูบทางอ้อมเหรอ


            @%$%@$%%#$%


            ดาเมจของพี่ซีถึงขั้นทำลายประสาทรับรู้การสื่อสารทั้งหมดทั้งปวงของผม


            ไม่ว่าจะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ แม้แต่ภาษาลาว ภาษาเขมร ภาษาพม่า ภาษาอีสาน ภาษาคนอะไร ผมไม่รู้จักทั้งสิ้น


            ตอนนี้รู้จักแต่ภาษาฟิน


            ภาษาฟินเต้นแรงมาก ใจจะวายตายแล้ว!


✦✦✦✦✦✦✦✦



Writer's Talk


ขอโทษที่หายไปนานนะคะ TT อย่างที่ได้แจ้งไว้ในเพจกับทวิตเตอร์คือมาเวิร์คช็อป creative writing ที่ต่างประเทศ แล้วมีงานต้องทำและส่งตลอด เพราะอยากจะตั้งใจให้สมกับที่ยอมลงทุนมา ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโอกาสครั้งอื่นมั้ย ก็เลยโฟกัสแต่เวิร์คช็อป ไม่ได้มาแต่งต่อเลย ฮือออ แต่ตอนนี้เวิร์คช็อปจบแล้ว อาจจะยุ่งๆ บ้างเรื่องเตรียมตัวกลับและเตรียมตัวไปเรียนต่อ...(อีกแล้ว 555) แต่คาดว่าไม่น่าจะหายไปนานแล้วน้า


ขอบคุณทุกๆ คนที่ยังรอคอยและติดตามอยู่เสมอนะคะ ขอโทษที่ทำให้รอ ขอบคุณที่ยังคิดถึงน้องยูและพี่ซี ไม่ลืมกันน้า~~~ กอดๆๆๆ



มีแฟนอาร์ตน่ารักๆ มาฝากด้วยยยย~~ ขอบคุณที่วาดมาให้มากๆ เลยนะคะ


กรี๊ดดด ภาพฟินมากกก เป็นลมแล้ว จากคุณ Tahwan


ซี : น่ารักจริงครับภาพนี้ 555 ขอบคุณที่วาดมาให้นะครับ ผมชอบครับ :)

ยู : พ...พี่ซี //หน้าแดงเหมือนในภาพ ทำไมพี่ซีถึง...ดูหลัวจัง O/////O


ภาพพี่ซีคนสวยยยย แงง สวยมากกก จากคุณ พุดดิ้ง


ซี : ว้าว สวยมากครับ ลงสีด้วย ผมชอบจริงๆ ขอบคุณมากเลยนะครับ :)

ยู (เผือก) : อ๊ากกก พี่ซีของผมมม~~~


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนกลบดาว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.098K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,214 ความคิดเห็น

  1. #7201 E'eve (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 23:33
    เมื่อคุณกลับมาอ่านอีกรอบ อืม...
    พี่วายุ : นี่คือคำเตือน! อย่าแสดงความติ่งของเธอออกมา
    สิ่งที่ยูทำ
    *แสดงความติ่งทั้งหมดต่อหน้าพี่ซี*
    วายุ *ขอให้นายโชคดี* //โดนพี่นทีลากกลับไปกก55555+
    #7,201
    0
  2. #7143 E'eve (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 14:34
    เธอมันวร๊ายยยยยยยย
    #7,143
    0
  3. #7127 dubleT (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 13:17
    ตั้งเเต่อ่านนิยายมาไม่เคยเขินเท่านี้มาก่อนนน
    #7,127
    0
  4. #7054 lkung4556 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 02:20
    ตอนนี้ยัดพี่ซีไว้ในโหมดยันแล้ว!!!
    #7,054
    0
  5. #7006 Aris43 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 20:17
    โอ้ยย ชอบภาษาฟิน น้องฟินมากกด
    #7,006
    0
  6. #7002 Vampire Dragon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 13:22

    ไม่เคยเขินเรื่องไหนเท่าเรื่องนี้เลย
    #7,002
    0
  7. #6991 mike2549 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 01:43
    หนีไป!!!! ยูกิหนีไปลูก
    #6,991
    0
  8. #6969 yyyyobaby (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 17:13
    ร้ายมาก ร้ายมาก น้องหนีไป!!!
    #6,969
    0
  9. #6945 Miwjirunya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 12:59
    นายมันร้ายยยย
    #6,945
    0
  10. #6937 PINNITTAYA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 21:15
    ร้ายกาจจที่สุดดดดดพี่ซี
    #6,937
    0
  11. #6876 Ztaazzz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 09:35
    อร้ายยยยย

    ร้ายยยกาจจจจจจ พี่ซี
    #6,876
    0
  12. #6873 Yckrise (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 00:54
    ร้ายกาจ!! /พูดด้วยอินเนอร์ รอน วีสลีย์
    #6,873
    0
  13. #6833 PiyadaMongkol (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 18:22
    ร้ายมากกกกกกกกโบ๊ะบ๊ะๆๆๆๆมากกกก
    #6,833
    0
  14. #6832 katekate (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 17:04

    อ๊ากกกกกกก พี่ซี ร้ายกาจจจจจจจจ ว๊ากกกก

    #6,832
    0
  15. #6786 เลดี้วาย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 13:00
    พี่ซีแลงมากกกกก
    #6,786
    0
  16. #6440 tuktamarisa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:01
    หมอนเราจะขาดแล้วววว บ้าเอ๊ยยยยย
    #6,440
    0
  17. #6260 HolyCat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:54

    แงงงงง้
    #6,260
    0
  18. #5882 Hiptery (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 19:49
    ต้องมีคนชักดิ้นชักงอละก็หน้าซุกหมอนแหกปากกรี๊ดแบบเราแน่ๆ
    #5,882
    0
  19. #5542 WannapaSangsuwan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 07:24
    จังหวะนี้ตายค่ะตาย
    #5,542
    0
  20. #4956 มากิริจัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 17:21
    ตายตายตาย
    น้องยังมีชีวิตอยู่ไหม
    เป็ยอิฉันตายไปแล้ว
    น้องหมอสายอ่อนโดยแท้
    #4,956
    0
  21. #4717 NoneCoffee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 18:52
    หวีดมากกกกกก. วายุลูกกกก ตายแน่ๆๆๆ
    #4,717
    0
  22. #4475 dream4try (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 17:36
    มุกเสี่ยวน้องสู้พี่แกไม่ได้หรอกคะ พี่แกอันตรายจริง
    #4,475
    0
  23. #4323 AirrUtai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 13:44
    วายุรู้จริงพี่ซีน่าสะพรึงมาก. น้องหนีไปเถอะก่อนถูกจับกินนะ55
    #4,323
    0
  24. #4301 KätzcheN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 18:24
    สงสารตาหนู
    #4,301
    0
  25. #4202 wuddyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 16:39
    แงงงงงงงง
    #4,202
    0