ศวรรยา...ภรรยายอดรัก | Ebook มาแล้วจ้า

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ลูกหมาปั๊กขี้เหร่ (2) + อีบุ๊กมาแล้วจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

แก้วน้ำทรงสวยในมือถูกกำไว้แน่นโดยที่ศวรรยาไม่รู้ตัว จนรู้สึกถึงสัมผัสหนักๆ บนไหล่ซ้าย หญิงสาวจึงสะดุ้งแล้วหันขวับไปมองด้วยสัญชาตญาณระแวงภัย

โอ๊ย! เป็นอะไรแต้ว เรียกตั้งหลายคำก็ไม่ได้ยิน จนฉันคิดว่าทักผิดคนเสียแล้ว

อ้าว! เอ่อ...เธอเองหรือ

ศวรรยายิ้มเก้อ หล่อนจำหน้าคนที่มาทักได้แม่นยำว่าเป็นเพื่อนร่วมคณะตอนเรียนมหาวิทยาลัย...แต่ให้ตายสิ! หล่อนนึกชื่อเพื่อนคนนี้ไม่ออก

ใช่ ฉันเอง ฉันเห็นเธออยู่กับหม่อมแม่ทางโน้น ไม่กล้าเข้าไปทัก กลัวผิดมารยาทผู้ใหญ่ เลยรอจนเธอแยกออกมานี่แหละ

ถ้อยคำเรียกขานแม่ของหล่อนทำให้ศวรรยายิ้มกว้างออกมาอย่างจดจำได้...

ฝอยฝนใช่ไหม

ศวรรยาถามเสียงดังด้วยอารามดีใจ ส่วนคู่สนทนากลับยิ้มค้างด้วยท่าทางชวนงง แล้วถามอย่างไม่มั่นใจ

ตกลงเธอจำฉันได้หรือยัง

ได้...ได้สิ ฉันจำฝอยฝนได้ แต่เมื่อกี้ฉันแค่นึกชื่อไม่ออก ว่าแต่เธอมาได้ยังไง เอ่อ...มากับใครหรือ

ฉันมาทำงาน ฉันมาดูแลนางแบบให้กับห้องเสื้อ ความจริงเราน่าจะเจอกันก่อนนี้นะ เพราะฉันรู้ว่าเธอเป็นลูกค้าประจำของเจ้านายฉัน

อ๋อ! แม่ฉันคุ้นเคยกับที่นั่น ฉันเลยใช้เสื้อผ้าตามแม่ไปด้วย

ถ้อยคำที่ศวรรยาบอกเล่าฟังเหมือนเรื่องแสนธรรมดา แต่สำหรับคนถาม หล่อนกลับรู้สึกถึงความห่าง

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ศวรรยามีรถรับส่งทุกวัน กระเป๋าแบรนด์เนมที่เจ้าตัวตอบง่ายๆ เมื่อมีคนถามถึงว่าแม่ซื้อมาให้จึงไม่รู้ราคา ฝอยฝนได้แต่อิจฉาในความเพียบพร้อมอยู่ในใจ คราวนี้ก็เช่นกัน หล่อนดั้นด้นเข้ามาทำงานกับห้องเสื้อแบรนด์ดังของคนไทยที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ ด้วยเป็นเพราะอยากสัมผัสข้าวของหรูหรา แต่ทำมาเกือบสองปีก็ยังไม่มีปัญญาได้ครอบครองเป็นของตัวเองสักชิ้น

หรือว่าจะเป็นอย่างที่เขาเรียกว่า แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้

เออ! แล้วคืนนี้เธอมีนัดกับใครหรือยัง

นัดยังไง หมายถึงหลังจากงานเลิกหรือ

ใช่น่ะสิ อย่าบอกนะว่างานเลิกก็กลับบ้านกับหม่อมแม่เลย

คงเป็นอย่างนั้น

ศวรรยาตอบเสียงใสแววตาซื่อๆ เพราะไม่รู้สึกอะไรกับคำถามของเพื่อน หล่อนไม่เดือดร้อนกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง กลับชอบเสียอีกที่แม่ไม่เคยบังคับกะเกณฑ์ว่าให้ทำหรือไม่ทำอะไร เพียงแค่ระยะหลังมักติงให้หล่อนออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง...แต่เหมือนว่าสิ่งที่ศวรรยาชอบและพอใจกลับเป็นสิ่งที่เพื่อนเข้าไม่ถึง

ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันต้องอึดอัดแย่เลย วันๆ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ต้องคอยตามหลังแม่อยู่ตลอดเวลา

อย่าเข้าใจผิดสิ แม่ไม่เคยบอกให้ฉันไปไหนมาไหนด้วยนะ แล้วไม่เคยห้ามฉันไปเที่ยวกับใคร แม่ยังบอกให้ฉันไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้างด้วยซ้ำ แต่ฉันไม่อยากไปเอง ฉันชอบอยู่บ้านมากกว่า

งั้นเอาอย่างนี้ไหม คืนนี้พวกเราจะไปต่อกัน ไหนๆ เธอก็เป็นลูกค้าของเจ้านายฉัน ฉันจะเทกแคร์เธอเอง เธอคงคุ้นหน้าพวกเราหลายคนแล้ว นางแบบในสังกัดของเราก็ไปกันยกแก๊ง

ศวรรยายิ้มเจื่อน ถ้าจะว่ากันตามจริง ค่ำคืนนี้หล่อนอยากกลับบ้านพร้อมแม่มากกว่า การที่หล่อนแยกออกมายืนตรงนี้ ไม่ใช่เพราะเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่กับแม่และผู้หลักผู้ใหญ่กลุ่มนั้น แต่เป็นเพราะรู้ว่าแม่อยากให้หล่อนได้เจอเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน

ว่ายังไงล่ะ ไปด้วยกันไหม ให้เจ้านายฉันโทร.คุยกับแม่ของเธอก็ได้นะ เจ้านายฝากฉันดูแลทุกคนอยู่แล้ว เขาไว้ใจฉัน เชื่อว่าถ้าฉันบอก เขาคงโทร.มาขออนุญาตแม่ของเธอได้

พอเห็นเพื่อนกระตือรือร้นที่จะช่วยขนาดนี้ ศวรรยาก็นึกเกรงใจขึ้นมาครามครัน จึงบอกเป็นเชิงตอบรับคำชวน เพราะไม่อยากทำลายน้ำใจเพื่อน

ไม่เป็นไร ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ฉันบอกแม่เองได้

โอเค งั้นเสร็จแล้วก็ตามฉันไปทางโน้นนะ

ฝอยฝนชี้ไปทางกลุ่มนางแบบที่กำลังคุยอยู่กับตัวแทนเจ้าภาพของงานเลี้ยง ศวรรยาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แล้วส่งแก้วน้ำคืนให้บริกร ก่อนจะเดินกลับไปหามารดาที่ส่งสายตามองมาพอดี



อีบุ๊กมาแล้วจ้า 

ศวรรยา...ภรรยายอดรัก โดย  อรอิสรา

คนรักเก่าของเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยทำประเจิดประเจ้อให้เห็นเมื่อสองปีก่อน

เขาได้ทำลายความรู้สึกแอบปลื้มของศวรรยาจนไม่มีเหลือ
แต่วันนี้เขากลับมา ในฐานะสามีทีเผลอของเธอ
-------------------------
เมื่อคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูปานไข่ในหินอย่าง ศวรรยา
ต้องตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกับ เตชินท์ ผู้ชายที่เธอยืนยันว่าไม่ชอบหน้าที่สุดในโลก

ให้ตายสิ! ศวรรยาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร แต่ดูเหมือนว่าโชคร้ายของเธอยังไม่มากพอ
จากเหตุในคืนนั้น...เพียงครั้งเดียว ยังก่อให้เกิดเงื่อนผูกพันที่เธอแกะเท่าไรก็ไม่หลุดอีกด้วย
-------------------------
‘แต้วก็ไม่อยากให้พ่อของลูกเป็นคนหน้ามืด หื่นกาม และฉวยโอกาสเหมือนกัน’
‘พี่ไม่ฉวยโอกาส พี่พยายามที่จะไม่แตะต้องเธอ แต่เธอมากอดพี่ 
แล้วพอ...พอจะข่มใจได้ เธอก็ครางเรียกชื่อพี่อีก’
‘ว้าย! หยุดใส่ร้ายแต้วเดี๋ยวนี้นะ แต้วไม่เคยทำเรื่องน่าเกลียดไร้ยางอายแบบนั้น’
‘น้อยไปสิ’
เตชินท์สวนทันควันอย่างหมั่นไส้เหลือทน แม้จะจำคำพูดของแม่ยายที่ย้ำนักย้ำหนาว่าฝากดูแลลูกสาวที่อ่อนโยนและอ่อนต่อโลกคนนี้ด้วย แต่ลองใครมาเป็นเขาดูบ้างสิ จะอดกลั้นไปได้สักกี่น้ำ
และนั่นแหละ หลังจบคำพูด เขาก็ต้องกระโจนหลบวัตถุที่กำลังลอยหวือพุ่งมาหาอย่างเหมาะเหม็ง!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

75 ความคิดเห็น