ดวงใจเร้นรัก ( คู่รองจากเรื่อง ซาตานล่ารัก ค่ะ )

ตอนที่ 6 : บทที่ 2.2 - ปัญหารุมเร้า ( รีไรท์ใหม่ )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 พ.ค. 62













เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ 







บทที่ 2

ปัญหารุมเร้า





            ชีวิตของณิชาเปลี่ยนไปมากพอสมควร เธออาศัยอยู่ที่คอนโดฯ ของเควินร่วมอาทิตย์กว่าได้แล้ว ทุกอย่างราบรื่นดี ระบบรักษาความปลอดภัยก็ไว้ใจได้ สมกับเป็นที่พักอาศัยระดับไฮโซมีเงิน ณิชาตื่นแต่เช้าเตรียมตัวไปทำงานเหมือนทุกวัน หลังจากทิพย์อัปสรแต่งงานกับบรูโน่แล้วลาออกไป เธอก็เหมือนตัวคนเดียวในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานหาความจริงใจไม่มี วันๆ คอยแต่หาเรื่องนินทา จริงบ้างใส่ไข่บ้างคละเคล้ากันไป ซึ่งณิชาชินเสียแล้ว สมัยเข้ามาทำงานใหม่ๆ เธอเองก็โดนไม่ใช่น้อย

          “ขอบคุณนะคะ”

          ณิชายิ้มหวานพลางรับถุงแกงจากแม่ค้า หญิงสาวมองแกงถุงในมือแล้วถอนหายใจ คิดถึงผู้เป็นพ่อขึ้นมา ป่านนี้ไม่รู้จะได้ทานข้าวหรือยัง ถ้ามีเธออยู่ใกล้ๆ เรื่องสุขภาพและอาหารการกินของบิดา ณิชาไม่เคยให้ขาดตกบกพร่อง

          ภาพหญิงสาวเดินถือแกงถุงเข้าคอนโดฯ ระดับหรูกลายเป็นหัวข้อสร้างความฮือฮาไม่น้อย แน่ล่ะ คนที่นี่ทานอาหารตกมือละเป็นหมื่น คุณภาพชีวิตสูงลิบลิ่ว แตกต่างจากคนระดับล่างอย่างเธอโดยสิ้นเชิง

          แม้จะถูกมองด้วยสายตาตั้งคำถามระคนดูถูก หากณิชากลับนิ่งเฉย คิดซะว่าไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่โดนนินทา ปลงตกเช่นนั้นจิตใจก็พลอยไร้ทุกข์

          “กลับมาแล้วเหรอ”

          “อุ๊ย!” แม่สาวตัวอวบสะดุ้งโหยง ยกมือกุมหน้าอกตัวเองพลางหายใจหอบถี่ “คุณเควิน”

          “ใช่น่ะสิ เห็นเป็นณเดชหรือไง” ชายหนุ่มแสร้งว่า ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นยืน เดินไปหาสาวน้อย

          “ซื้ออะไรมากินล่ะ?” เขาชะโงกหน้ามองถุงแกงในมือณิชา

          “พะแนงไก่ค่ะ”

          “พะแนงไก่” เควินทวนคำ คิ้วหนาเข้มขมวดสงสัย “มันเป็นยังไงไอ้พะแนงไก่ที่ว่าเนี่ย”

          “อย่าบอกนะคะว่าไม่เคยทานพะแนงไก่” ณิชาหลุดขำ คนฟังหน้าง้ำหน้างอ

          “เข้าใจค่ะ คนรวยๆ คงไม่เคยทานอาหารบ้านๆ ข้าวถุงแกงถุงแบบนี้”

          ณิชาไม่ได้มีเจตนาประชดแต่อย่างใด หล่อนพูดไปตามวิถีชีวิตที่เห็นๆ กันอยู่ทั่วไป

          พูดจบก็เดินหายเข้าไปในครัว จัดการเทพะแนงไก่ใส่ชาม เควินได้กลิ่นเครื่องเทศลอยแตะปลายจมูก น่าแปลกที่มันหอมชวนเรียกน้ำย่อย ปกติเขาไม่ค่อยชอบทานเครื่องแกงของไทย รสชาติเผ็ดร้อนไม่เหมาะกับคนทานจืดอย่างเขา

          “ทานด้วยกันไหมคะ” ณิชาชวนอย่างมีมารยาท

          “ก็ดีนะ” เควินไหวไหล่ ลองทานดูก็ไม่เสียหายอะไร “ช่วย” เขาดึงจานชามในมือณิชาเดินไปยังโต๊ะอาหาร

          “อยู่ที่นี่มาอาทิตย์กว่าแล้ว เป็นยังไงบ้างล่ะ”

          “ก็ดีนะคะ สะดวกสบายดี” ณิชาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่ม เควินตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานให้เธอ

          “ขอบคุณค่ะ” ณิชารับจานข้าวมาถือไว้ มองใบหน้าหล่อเหลาพลางเกรงใจ “ความจริงคุณคิดค่าเช่าก็ดีนะคะ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นภาระยังไงก็ไม่รู้”

          เธอนอนคิดมาตลอดหลายคืนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยิ่งอยู่สุขสบายมากเท่าไหร่ ความเกรงใจก็ยิ่งเพิ่มทวีมากเท่านั้น

          “ก็บอกว่ารวย ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน” น้ำเสียงถือดีกล่าว ณิชามุ่ยหน้า

          “คุณก็นะ”

          “วันก่อนทิพย์โทรมาหาฉัน” จู่ๆ เขาก็พูดเรื่องทิพย์อัปสรขึ้นมา คนฟังหูตาเป็นประกาย

          “หวังว่าคุณจะไม่ลืมสัญญานะคะ”

          “บอกไปแล้ว” คนตัวโตแสร้งว่า ณิชาวางช้อนทันที เขาเห็นสีหน้าตกใจก็อดขำไม่ได้ “ถ้าบอกจริงป่านนี้ทิพย์คงมาหาเธอถึงที่นี่แล้วล่ะ”

          “คุณอ่า…!” ณิชาอยากตีเขานัก ชอบทำให้คิดไปไกลอยู่เรื่อย “แล้วพี่ทิพย์โทรมาว่ายังไงบ้างคะ ได้พูดอะไรเกี่ยวกับฉันบ้างหรือเปล่า”

          “พูดนิดหน่อย แค่ถามว่าวันนั้นไปส่งเธอเรียบร้อยดีใช่ไหม” เควินบอกตามความจริงทุกประการ

          “แล้วคุณตอบว่า?” สาวเจ้าแอบลุ้น

          “ก็เรียบร้อยดี ฉันตอบไปแบบนั้น” เควินยักไหล่ ณิชาเป่าปากโล่งใจ

          “ดีแล้วค่ะที่ไม่บอกเรื่องฉัน ถ้าพี่ทิพย์รู้ต้องคิดมากแน่ๆ”

          ด้วยความที่รู้จักนิสัยใจคออีกฝ่ายเป็นอย่างดี ณิชาจึงไม่ต้องการให้เรื่องของตนไปกระทบกับชีวิตที่กำลังมีความสุขของพี่สาวคนสนิท ถ้ารู้ว่าเธอกำลังลำบาก ทิพย์อัปสรคงไม่ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ แน่

          “เธอกับทิพย์ดูสนิทกันมากนะ” เควินพูดจบก็ตักข้าวคำแรกเข้าปาก ความเผ็ดพวยพุ่งจนสำลักทันที

          “อุ้ยๆ น้ำค่ะ” ณิชารีบยื่นแก้วน้ำของตนส่งให้เขา มือหนารับไปดื่มดับความร้อนจากข้างใน

          “โห! อย่างเผ็ดเลย” ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำถึงใบหู กลายเป็นภาพน่ามองสำหรับณิชา

          “ยิ้มอะไร?

          เควินตวัดเสียงถาม ไม่ค่อยพอใจที่หล่อนทำยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สายตาเยาะเย้ยทำไมเขาจะมองไม่ออก

          “ตัวก็ออกโตดันกินเผ็ดไม่ได้ซะงั้น” เธออดแซวไม่ได้จริงๆ

          “ฉันกินได้”

          ว่าแล้วก็โชว์กินคำที่สอง ข่มกลั้นความเผ็ดร้อนเพราะไม่ต้องการเสียหน้า ณิชามองแล้วก็สงสาร

          “พอเถอะคุณ ฝืนกินเดี๋ยวได้ตายกันพอดี” เจ้าหล่อนส่ายหน้า ผู้ชายคนนี้ก็แปลก ทำตัวเป็นเด็กน้อยอยากเอาชนะซะงั้น

          “ว่าแต่คุณมาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”

          นั่นสิ เขามาหาเธอทำไมนะ

          “เอ่อ

          ฝ่ายคนถูกถามเงียบไป นั่นสินะเขามาหาเธอทำไม ไม่ได้มีธุระสลักสำคัญอะไร แค่รู้สึกเบื่อๆ ก็เลยขับรถเล่นเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่คอนโดฯ แห่งนี้เสียแล้ว

          “พอดีมาหาเพื่อนแถวนี้น่ะ เลยแวะมาดูว่าเธอเป็นยังไงบ้าง” เควินสมอ้าง

          “ฉันสบายดีค่ะ แต่ ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมคะ?” ณิชาเกริ่นถาม ท่าทีของเธอดูลำบากใจที่จะเอ่ย

          “ว่ามาสิ” เควินอนุญาต

          “ฉันทราบดีค่ะว่าตัวเองเป็นแค่ผู้อาศัย แต่ยังไงฉันก็เป็นผู้หญิง และตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ คุณไม่น่าเข้าออกห้องฉันโดยพลการนะคะ”

          เควินได้ฟังก็รู้สึกผิด จริงอย่างที่หล่อนว่านั่นแหละ เขาเป็นผู้ชาย จะเข้าจะออกก็ต้องได้รับคำอนุญาตจากเธอเสียก่อน

          “ฉันขอโทษ”

          ณิชาไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้หลุดจากปากของเขา เควินดูเหมือนเป็นคนไม่สนใจโลก แต่พอได้ลองสัมผัสตัวตนที่แท้จริง จะรู้ว่าเขานั้นใจดี ถึงบางครั้งจะปากเสียไปหน่อยก็เถอะ

          “ไม่เป็นไรค่ะ คุณอย่าโกรธฉันนะคะ ที่พูดไปเพราะแค่อยากปกป้องตัวเองเท่านั้น” ณิชากลัวเขาจะคิดว่าเธอเรื่องมาก

          ก็อาศัยเขาอยู่เนอะ จะพูดหรือทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ

          “ฉันเข้าใจ ฉันคือคนผิด เธอไม่ต้องคิดมากหรอก”

          เควินว่า ณิชาเผยรอยยิ้ม ความสดใสส่งตรงถึงชายหนุ่ม เขาเผลอตัวมองเจ้าหล่อนอยู่นาน

          “คุณเควินคะ” ณิชาโบกมือไปมา เควินได้สติรีบหลบตา

          “มะ มีอะไร”

          “คุณนั่นแหละเป็นอะไร”

          “เปล่า”

          เควินรีบปฏิเสธ ผายมือเชื้อเชิญให้เธอทานข้าวต่อ ทว่าอร่อยได้ไม่กี่คำมือถือเครื่องโปรดก็ดังขึ้น รายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเรียกความบึ้งตึงจากใบหน้าคมคาย ณิชาลอบสังเกตุอาการหัวเสียของเขา หล่อนเห็นนัยน์ตาสองคู่วาวโรจน์ ดูไม่เหมือนผู้ชายขี้เล่นคนเดิม

          “มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เห็นเขาแลลุกลี้ลุกลนจึงอดถามไม่ได้

          “เดี๋ยวฉันกลับก่อนนะ ไว้วันหลังจะมาเยี่ยมใหม่”

          พูดจบเจ้าตัวก็หุนหันคว้ากุญแจรถออกจากห้องไปทันที หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างอย่างงงๆ

          “อะไรของเขานะ?

          







คุยกันหน่อยนะคะ

          พระเอกเรื่องนี้มีทั้งด้านดีและไม่ดีนะคะ ดราม่ามีพอประมาณค่ะ แต่จะมีความรักของพระนางมาเสริมให้เนื้อเรื่องไม่หนักและหน่วงจนเกินไปค่ะ 

          อัพให้อ่านเป็นตัวอย่างก่อน E-Book จะวางจำหน่ายประมาณ 50% ของเนื้อเรื่องนะคะ ฝากติดตามด้วยน้า

          อัพนิยายทุก จ - และ หยุดอัพวันอาทิตย์นะคะ

          เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เก๋าด้วยน้าตะเอง จุ๊บๆ

 

 

 

 


นิยายเรื่อง “ดวงใจเร้นรัก”

พระนางเป็นคู่รองมาจากเรื่อง “ซาตานล่ารัก” นะคะ

สามารถโหลดซาตานล่ารักได้ในรูปแบบ E-Book

ฝากด้วยน้าทุกคน

ปลแต่สามารถอ่านแยกได้นะคะ ตัวละครเชื่อมโยงกันแต่เนื้อเรื่องแตกต่างกัน










ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ

รับรองว่า แซ่บ สนุก จ้า

กดเข้ามาที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ จะเจอนิยายทุกเรื่องของเพื่อนแพง


https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=tab_all&search=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #8 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 19:36

    เควินคิดถึงเลยมาหาแม่สาวอวบ

    #8
    0