ดวงใจเร้นรัก ( คู่รองจากเรื่อง ซาตานล่ารัก ค่ะ )

ตอนที่ 1 : บทนำ - 100% ( รีไรท์ใหม่ )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 พ.ค. 62















เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ











บทนำ



          “จอดตรงนี้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันเดินเข้าไปเอง”

          เสียงหวานบอกกับสารถีจำเป็น ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม หันมาจ้องหญิงสาวร่างท้วม

          “มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ อยู่ดีๆ เขาก็มองเธอด้วยท่าทีแปลกประหลาด

          “เธอเป็นอะไรทำไมไม่ยอมให้ฉันไปส่งบ้าน กี่เที่ยวๆ ก็ให้รับส่งมันอยู่แค่หน้าปากซอยเนี่ย มีอะไรหรือเปล่า?

          “ทำไมต้องมีอะไรด้วยล่ะคะ ก็ฉันเดินเข้าไปเองได้ แค่คุณอาสามาส่งก็เกรงใจจะแย่แล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ย

          “ฉันไปส่งได้ ไป” ไม่รอให้เจ้าตัวอนุญาต ชายหนุ่มก็เร่งเครื่องนำพารถคันหรูมุ่งหน้าตรงเข้าสู่บ้านไม้สองชั้นทันที

          “คุณๆ ไม่ต้อง ฉันไปเองได้” หล่อนอยากจะบ้าตาย ทำไมจู่ๆ ถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้นะ

          ไม่ทันเสียแล้ว

          “ถึงแหละ ก็แค่เนี้ย!” เขาว่า “เอ้า ทำไมไม่ลงล่ะ” ชายหนุ่มหันไปถามร่างท้วมที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

          หญิงสาวพ่นลมหายใจก่อนก้าวเท้าลงจากรถหรูที่ชาตินี้นับว่าบุญนักที่ได้นั่ง เควินช่วยเธอขนกระเป๋าเสื้อผ้าลงจากหลังรถ

          “นั่งนิ่ม แกมากับใคร!?

          เสียงอัมหิตที่หล่อนไม่อยากได้ยินดังขึ้น!

          หญิงสาวทำหน้าบอกบุญไม่รับพลางถอนหายใจหนักหน่วง เควินขมวดคิ้วว่าเหตุใดหล่อนถึงทำราวกับโลกจะถล่ม ดวงตาคมเข้มสบมองสตรีกลางคนที่เดินหน้าขรึมเข้ามาหา สายตาน่ากลัวจดจ้องแต่ผู้หญิงข้างกายตนโดยไม่ทันมองรูปลักษณ์ภายนอกของผู้มาเยือน

          “หายไปไหนมาทั้งคืน แล้วนี่มากับใคร!

          ผกา เอ่ยถามทันที กำลังอยากจับผิดลูกเลี้ยงแสนชังอยู่แล้ว จึงไม่รีรอที่จะเดินหน้าเหยียบขยี้ยามอีกฝ่ายพลาดท่าเสียที

          “หนูไปหาพี่ทิพย์มาค่ะ”

          ณิชา หรือ หนูนิ่ม ตอบเสียงเรียบ พยายามทำสีหน้านิ่งเฉยไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอกำลังกังวลกับสายตาทำลายล้างที่จดจ้อง

          “แล้วทำไมเพิ่งกลับ” ผกาไม่ยอมละวาง หญิงกลางคนเหลือบมองร่างสูงสง่า เควินยกมือไหว้ตามมารยาท

          “สวัสดีครับ”

          “แล้วนี่ใคร? อย่าบอกนะว่าแก…!” ผกาชี้คนทั้งคู่สลับไปมา ณิชารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

          “ไม่ใช่นะป้า หนูกับคุณเควินเราเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น”

          “คนรู้จักหรือ?” ผกาทำหน้าไม่อยากเชื่อ

          “ครับ ผมเป็นเพื่อนของทิพย์ เราสองคนเลยมีโอกาสได้รู้จักกัน” เควินทำหน้าที่อธิบาย เขาปรายตามองร่างอวบก่อนเอ่ยว่า

          “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวกลับก่อนนะ”

          “ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”

          ณิชายกมือไหว้ เควินพยักหน้ารับก่อนเดินไปขึ้นรถคันหรู ผกามองตามพลางปลาบปลื้มในความมั่งคั่งของชายหนุ่ม ดูท่าทางจะร่ำรวยไม่เบา

          เห็นแบบนี้ก็ชักอยากให้เขามาเคียงคู่กับบุตรสาวของตน

          “ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าไม่มีอะไร” เมื่อไร้แขกไม่ได้รับเชิญ ผกาก็หันมาเล่นงานลูกเลี้ยงสาวต่อทันที

          “หนูบอกว่าไม่มีก็คือไม่มีสิคะ”

          คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางมาตลอดทั้งวันกล่าว ณิชาหิ้วกระเป๋าสองใบขึ้นบ้านโดยมีผกาเดินตามมาติดๆ

          “หยุดเดี๋ยวนี้นะนังนิ่ม แกกล้าเดินหนีฉันเหรอ!” แม่เลี้ยงจอมวีนแหกปากลั่น

          “เสียงดังน่ารำคานจริง!

          เด็กสาวหน้าตาสะสวยเปิดประตูยื่นหน้ามาตะโกนใส่คนเป็นแม่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงเป็นเครื่องการันตีว่าหล่อนกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่จำต้องตื่นจากฝันหวาน เพราะมารดาเอาแต่เหวี่ยงใส่พี่สาวต่างท้อง

          รดา มองคนที่กำลังแบกกระเป๋าอย่างทุลักทุเลแล้วแสยะยิ้ม

          “ต๊าย! กลับบ้านกลับช่องถูกด้วยหรือคะคุณพี่ น้องก็นึกว่าจะแรดร่านจนลืมวันเวลาแล้วซะอีก”

          “ยัยนุ๊ก! มันจะมากไปแล้วนะ” ณิชาตาวาว

          “นังนิ่มแกอย่ามาขึ้นเสียงใส่ลูกฉันนะ”

          ผกาที่รักลูกยิ่งกว่าใครรีบออกโรงปกป้อง รดาสวมกอดคนเป็นแม่แล้วยิ้มเย้ยใส่ร่างท้วม

          “ก็มันว่าหนูก่อน ทำไมป้าไม่สั่งสอนมันบ้าง หนูเป็นพี่มันนะ” ณิชาไม่ยอมง่ายๆ เรื่องอะไรจะปล่อยให้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาดูถูก

          “ที่น้องมันพูดก็ถูกแล้ว แกน่ะหายหัวไปกับผู้ชายสองต่อสองทั้งวันทั้งคืน รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น!” ผกาจิ้มนิ้วชี้บนหน้าผากนวล ณิชาเซซังเล็กน้อย

          “หนูบอกป้าไปแล้วว่าหนูไปเยี่ยมพี่ทิพย์มา แล้วหนูก็ไม่ได้หายไปกับผู้ชายสองต่อสองอย่างที่ป้าว่าด้วย”

          ทำไมถึงชอบยัดเยียดเรื่องเลวๆ ให้เธอนัก ถ้าเกลียดกันเพียงนี้การต่างคนต่างอยู่มันคงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือ แต่เปล่าเลย ผกาและรดาชอบระรานเธอตลอดเวลา ปากบอกไม่ชอบขี้หน้าแต่ยังแบมือขอเงินเป็นว่าเล่น อ้างค่าใช้จ่ายในบ้านบ้างล่ะ ค่ายาพ่อบ้างล่ะ สารพัดปัญหาที่หยิบยกเพื่อหาทางรีดทรัพย์จากเธอ

          “มาส่งกันถึงที่ยังมีหน้ามาโกหกอีกเหรอ สายตามองกันให้หยาดเยิ้ม แกอย่าคิดนะว่าจะหลอกฉันได้”

          “ป้าพูดอะไร หนูกับเขาเนี่ยนะส่งสายตาหยาดเยิ้ม”

          ณิชาไม่สบอารมณ์ ใส่ร้ายกันหน้าด้านๆ เกินไปแล้วนะ รดากำลังจะเถียงช่วยแม่ พลันจังหวะที่ร่างสูงโปร่งของหัวหน้าครอบครัวเดินขึ้นบันไดบ้านมาพอดี รดารีบเข้าไปกอดแขนบิดาแล้วฟ้องกล่าวถึงความผิดของพี่สาว

          “พ่อจ๊ะ พี่นิ่มหนีไปนอนกับผู้ชายมาจ้ะ”

          “ยัยนุ๊ก!” ณิชาเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าน้องสาวจะเล่นตนดื้อๆ ทั้งๆ ที่หล่อนเพิ่งตื่นแล้วไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือเท็จ

          “อะไรนะ?” แก้วหูคนเป็นพ่อสั่นระริก ส่งสายตาน่ากลัวไปยังบุตรสาวคนโต “ที่น้องมันพูดจริงหรือเปล่า”

          “ไม่จริงพ่อ หนูไม่ได้ไปนอนกับใครทั้งนั้น หนูไปเยี่ยมพี่ทิพย์ที่บ้านสวนมา แล้วพอดีเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยเลยต้องอยู่ต่อถึงสองวัน”

          ทิพย์อัปสรที่เกิดคลั่งลั่นไกรใส่บรูโน่ทำให้เธอไม่กล้าทอดทิ้งหญิงสาวให้อยู่ตามลำพัง ณิชาจึงตัดสินใจอยู่ต่อเป็นเพื่อนพี่สาวคนสนิท เวลาเธอมีเรื่องเดือดร้อนก็ได้ทิพย์อัปสรคอยช่วยเหลือเสมอมา ยามอีกฝ่ายมีเรื่องทุกข์ร้อนถ้าจะให้เธอนิ่งเฉยก็กระไรอยู่

          “แต่เมื่อเช้ามีผู้ชายมาส่งมันที่หน้าบ้านด้วยนะคุณ ท่าทางกระหนุงกระหนิงกันเชียว”

          ได้ทีผกาจึงรีบใส่ไฟลูกเลี้ยงสาว ณิชายิ้มหยันเมื่ออีกฝ่ายปั้นน้ำเป็นตัวหวังทำลายความเชื่อใจที่บิดามีต่อเธอ

          “จริงเหรอ?” ชายสูงวัยกดเสียงต่ำในลำคอ

          “พ่อเชื่อที่เขาพูดเหรอ พ่อน่าจะรู้จักหนูดีกว่าใครนะ”

          “ก็เพราะว่ารู้ไงถึงต้องถาม แกมันก็เหมือนแม่ของแกนั่นแหละ บ้าผู้ชายจนทอดทิ้งลูกผัว!

          ความแค้นในอดีตฝังแน่นทำให้กล่าววาจาสุดร้ายกาจออกไป ณิชาปวดร้าวความรู้สึก บิดาที่เธอเคารพรักบัดนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่หลงเมียใหม่จนหน้ามืดตามัว ผกาพูดอะไรก็เห็นดีเห็นงามจนหมด เข้าตำราชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้

          “ในสายตาพ่อหนูเป็นแบบนั้นเหรอ”

          บุตรสาวย้อนถามเสียเครือ อาการน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นจนอกกลัดหนอง

          “แม่มันเป็นยังไง ลูกมันก็เป็นแบบนั้น!

          ยิ่งมองใบหน้าของบุตรสาวคนโต พิภพ ก็ยิ่งฉุนเฉียว เครื่องหน้าที่เหมือนกับผู้หญิงแพศยาทุกกระเบียดนิ้ว เปรียบดั่งคมมีดที่กรีดใจของเขาให้ตายทั้งเป็น!

          “ถ้าพ่อคิดแบบนั้นหนูก็หมดคำพูด”

          เรียวปากอิ่มยิ้มเยาะในโชคชะตาของตัวเอง ร่างบางตั้งท่าจะเดินเข้าห้องแต่น้ำเสียงเข้มห้าวกลับหยุดชะงักสองเท้าเล็กเอาไว้

          “นังนิ่ม! ถ้าแกไม่รักดีก็ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!

          ผกาและรดาตาโต ไม่คิดว่าแค่พูดใส่ไฟนิดๆ หน่อยๆ จะทำให้ณิชาถูกคนเป็นพ่อไล่อย่างเลือดเย็น สองแม่ลูกลอบส่งยิ้มร้ายกาจให้กันและกัน

          “พ่อ” ณิชาน้ำตานอง กลั้นความเจ็บปวดไม่อยู่เสียแล้ว

          “ในเมื่อทำตัวร่านนักก็ออกไปเลย ใครที่มันมาส่งแกเมื่อเช้าก็ไสหัวไปอยู่กับมันซะ ฉันเกลียดลูกไม่รักดีแบบแก!” บิดาชี้นิ้วไล่ไม่ไว้หน้า

          บุตรสาวมองผู้มีพระคุณที่ครั้งหนึ่งเคยรักและถนอมเธอดุจนางฟ้าตัวน้อยๆ หากตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา พิภพไม่ต้องการลูกที่เกิดกับเมียคนแรกอีกต่อไป

          “ก็ได้ ถ้าพ่อคิดว่าหนูเลวนักหนูไปก็ได้”

          พูดจบหญิงสาวก็รีบเดินเข้าห้อง จัดการเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่างลวกๆ ณิชากวาดเอาข้าวของเครื่องใช้บางส่วนลงไปด้วย ใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางใบใหม่และใบเก่าที่เพิ่งเอากลับมาจากบ้านสวนของทิพย์อัปสร ผกาและรดายืนกอดอกมองคนที่เกลียด ยิ่งผกานั้นชังหล่อนสุดหัวใจ ลูกของผู้หญิงที่สามีรักนักรักหนากำลังจะไปให้พ้นทาง ในที่สุดเวลาแห่งความสุขก็มาถึง

          “ไปแล้วก็ไม่ต้องย้อนกลับมานะยะ” น้ำเสียงแหลมสูงของแม่เลี้ยงกล่าวเหยียดๆ

          “ใช่ ไปแล้วไปลับ ตายไปเลยยิ่งดี!” รดาโบกมือไล่พลางเบ้ปากใส่

          “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไปแล้วไม่ย้อนกลับมาแน่ ห่วงแต่ตัวเองเถอะ” ณิชาจ้องตาสองแม่ลูก

          “หมายความว่าไง?” ผกาถามเสียงเขียว

          “อย่าลืมหาการหางานทำด้วยล่ะ ค่าใช้จ่ายที่บ้านมันเยอะ ไม่มีฉันสักคนจะกินจะใช้อะไรก็ประหยัดๆ หน่อยละกัน”

          ณิชาเหยียดยิ้มทิ้งท้ายประโยคเด็ดให้สองแม่ลูกได้ฉุกคิดก่อนเดินลงบันไดไปพร้อมกระเป๋าเดินทางสามใบ แม้จะเสียใจแต่เธอจะไม่ขออาลัยอาวรณ์ต่อสถานที่ที่ไม่มีใครต้องการ แม้กระทั่งผู้ให้กำเนิดยังเกลียด แล้วจะให้อยู่ไปเพื่ออะไร สู้ไปตายเอาดาบหน้ายังดีซะกว่า

          ณิชาปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ แล้วรีบสาวเท้าเดินโดยไม่ทันมองเบื้องหน้า หญิงสาวชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนจังก้าขวางทาง

          “อุ๊ย!

          มือหนารีบคว้าแขนกลมกลึงเอาไว้ก่อนที่ร่างท้วมจะล้มลงกับพื้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างไม่คิดว่าจะเป็นเขา

          “คุณเควิน!” ณิชาอุทานเสียงหลง สาวเจ้ารีบผละตัวออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม “ทำไมคุณยัง”  

          “เธอลืมมือถือไว้ที่รถ ฉันเลยวกกลับเอามาคืนให้”

          เควินบอกเสียงทุ้ม เขาไม่พูดว่ามาทันได้ยินทุกบทสนทนาระหว่างเธอกับครอบครัว

          และรู้สึกผิดที่ตัวนั้นเป็นต้นเหตุให้อีกฝ่ายต้องเดือดร้อน

          “เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหมเธอถึงไม่อยากให้ฉันขับรถมาส่ง”

          ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้เขาจะไม่รั้นคำพูดของเธอเลย ณิชาเลยต้องตกเป็นจำเลยให้คนเป็นพ่อด่าทอ และถ้าเดาไม่ผิดผู้หญิงคนนั้นคงไม่แคล้วเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายที่คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งลูกเลี้ยงเป็นแน่

          “ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ณิชาไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามเรื่องส่วนตัว เธอก้าวเท้าเดินต่อโดยมีร่างสูงตามติดไม่ห่าง

          “แล้วนี่จะไปอยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใย

          “เรื่องของฉัน”

          “เธอโกรธฉันเหรอ?

          “เปล่าค่ะ” ณิชาตอบทันควัน หากกระนั้นก็ไม่ยอมหยุดเดิน จนทั้งสองก้าวพ้นประตูรั้วของบ้าน

          “ให้ฉันไปส่งนะ” คนที่รู้สึกผิดอยากแสดงความรับผิดชอบ

          “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่อยากรบกวน”

          “แต่ฉันเป็นคนทำให้เธอเดือดร้อนนะ”

          “ไม่เกี่ยวกับคุณหรอกค่ะ บ้านฉันมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว พวกเขาแค่หาเรื่องเฉดหัวฉันทิ้งเท่านั้น”

          ว่าแล้วน้ำตาก็รินไหล เควินตกใจที่เห็นผู้หญิงร่าเริงเศร้าหมอง ปกติเธอผู้นี้มักแจกรอยยิ้มสดใสให้คนรอบข้างเสมอ ชอบสร้างบรรยกาศสนุกสนานให้ทุกคนได้หัวเราะเฮฮา เควินเลยไม่คาดคิดว่ารุ่นน้องของเพื่อนสนิทจะมีมุมอ่อนแอ

          เธอคนนี้ก็ช่างน่าสงสารไม่แพ้ใคร

          “แล้วมีที่ไปหรือไง”

          ณิชาส่ายหน้าแทนคำตอบ จะมีที่ไปได้อย่างไรในเมื่อตั้งแต่เกิดจนโตบ้านไม้สองชั้นก็เป็นที่พักพิง คุ้มแดดคุ้มฝนมาโดยตลอด

          “งั้นไปอยู่คอนโดฯ ฉันก่อนไหม?

          ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดออกไปแบบนั้น เควินไม่ชอบให้ใครวุ่นวายกับพื้นที่ส่วนตัวยกเว้นทิพย์อัปสร แต่ทำไมกลับเลือกที่จะชวนผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ด้วย ไม่สิ ต้องพูดว่าให้พักอยู่ชั่วคราวถึงจะถูก

          “หะ! อยู่กับคุณเนี่ยนะ?” ณิชาชี้เธอและเขา

          “เปล่า ฉันมีคอนโดฯ สองที่ เธอก็อยู่อีกที่หนึ่งส่วนฉันก็อยู่อีกที่หนึ่ง” เควินรีบปฏิเสธ ณิชาพยักหน้าโล่งใจ

          “ขอบคุณมากนะคะ แต่ฉันคงรับน้ำใจจากคุณไม่ได้ ต้องขอโทษด้วยค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มบางเบา

          “เดี๋ยวสิ!

          เควินรีบคว้าข้อมือก่อนที่เธอจะเดินจากไป เสี้ยววินาทีที่ทั้งสองสบมองกันผ่านสายตาอันเต็มไปด้วยความสงสัย และก่อนที่ณิชาจะทันได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มก็ลากเธอไปยังรถคันหรูที่จอดห่างออกไปไม่ไกลนัก

          “ขึ้นไป” เขาสั่ง

          “เห้ย! อะไรของคุณเนี่ย”

          “ขึ้นๆ ไปเถอะน่า”

          มือหนาดันร่างอวบอัดเข้าไปในรถ ณิชาไม่อาจต้านทานแรงมหาศาลของเขาได้ จำต้องยอมนั่งบนรถพลางเกาศีรษะไปมา

          “เดี๋ยวๆ นี่คุณจะพาฉันไปไหน”

          “ไปคอนโดฯ ฉัน” เขาตอบหน้าตาย

          “ก็บอกว่าไม่ไปไง คุณพูดไม่รู้เรื่องเหรอ”

          น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิด เธอว่าเธอพูดชัดเจนแล้วนะ ทำไมเขาถึงเข้าใจอะไรยากเย็นนัก

          “แต่ฉันเป็นคนทำให้เธอเดือดร้อน ฉันต้องรับผิดชอบ” เควินยืนยันที่จะทำตามความต้องการของตน

          “ไม่เกี่ยวกับคุณเลย เรื่องครอบครัวฉันมันแบบ คือ โอ๊ย! เอาเป็นว่าคุณไม่ต้องมารู้สึกผิดต่อฉัน เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้”

          ณิชาพยายามเรียบเรียงคำพูดให้เขาเข้าใจ แต่ดูเหมือนเสียงของเธอเป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น

          เควินยังคงขับเคลื่อนยานพาหนะไปเรื่อยๆ โดยไม่สนสิ่งใด

          “คุณเควิน”

          “ฉันไม่ได้ทำเพราะว่ารู้สึกผิดต่อเธอนักหรอก ความจริงกลัวถูกทิพย์ว่าต่างหาก”

          เควินอ้างถึงทิพย์อัปสร ณิชาขมวดคิ้ว

          “พี่ทิพย์จะมาว่าอะไรคุณ”

          “เอ้า! ก็ฉันเป็นคนทำให้เธอถูกไล่ออกจากบ้าน ขืนฉันปล่อยเธอระเห็จไปอยู่ข้างนอกโดยไม่ยื่นมือช่วยเหลือ ทิพย์รู้เข้าได้มาแหกอกฉันแน่”

          แค่คิดก็ขนลุกขนพอง ทิพย์อัปสรเป็นผู้หญิงใจเย็นก็จริง ทว่าพอโกรธขึ้นมาหน้าอินทร์หน้าพรหมหล่อนก็ไม่สน

          ไอ้บรูโน่รู้ฤทธิ์ไปคนหนึ่งละ โดนปืนจ่อยิงดีไม่ตายห่า!

          “ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวฉันจะบอกพี่ทิพย์ว่าเรื่องนี้คุณไม่ผิด เพราะฉะนั้นจอดรถเถอะค่ะ ฉันจะลง” ณิชาไม่อยากรบกวนคนนอก

          “แค่รับน้ำใจจากฉันมันจะตายนักหรือไง” คนที่มีความอดทนต่ำเริ่มไม่พอใจ ตวัดตามองค้อนอีกฝ่าย

          “ฉันช่วยเพราะเห็นแก่ทิพย์ หรือคิดว่าที่ช่วยเพราะพิศวาส?” ชายหนุ่มหรี่ตาถาม ณิชาหน้าแดงก่ำ

          “บะ บ้า พิศวาสอะไรของคุณ ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย”

          เควินลอบยิ้มยามเห็นสีหน้าแดงระเรื่อ เขาแกล้งพูดไปงั้นแหละ รู้นิสัยอยู่บ้างว่าหล่อนไม่ใช่พวกผู้หญิงไวไฟที่ระริกระรี้เวลาเห็นผู้ชาย

          “ถ้างั้นก็ไม่ต้องพูดมาก คิดซะว่าไปอยู่ก่อนแล้วพอหาที่อยู่ได้ก็ค่อยย้ายออก” ดวงตาคมคายเหลือบมองคนข้างกาย เห็นหล่อนทำหน้านิ่งก็รีบเสริมต่อ

          “เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวออกจากบ้านกลางคันแบบนี้มันอันตราย คอนโดฯ ฉันระบบรักษาความปลอดภัยดีเลิศ รับรองว่าไม่มีใครทำอะไรเธอได้”

          ณิชาคิดตามที่เขาพูด นั่นสินะ เธอมันก็หัวเดียวกระเทียมลีบ หนำซ้ำที่ซุกหัวนอนก็ยังไม่มี ถ้าระเห็จระเหไปตามทางคงไม่แคล้วเกิดภัย

          “แล้วคุณจะคิดค่าเช่าเดือนละเท่าไหร่ล่ะ?” ณิชายอมจำนน เควินยิ้มย่องในใจ เขาทำท่าครุ่นคิด

          “เอ จะคิดเท่าไหร่ดีน้า คอนโดฯ ฉันหรูหราซะด้วยสิ”

          คอนโดฯ ที่ว่าต้องแพงมากแน่ๆ คนรวยระดับเขาคงไม่อยู่ห้องเล็กๆ เท่ารูหนูหรอก แล้วแบบนี้เธอจะมีปัญญาจ่ายค่าเช่าไหมเนี่ย ณิชาครุ่นคิดด้วยความกังวลจนอาการออกเห็นได้ชัด เควินส่ายหน้ายิ้มเอ็นดู

          “ไม่คิดหรอก อยู่ไปเลยฟรีๆ”

          หญิงสาวตกใจกับคำตอบ  

          “ได้ไง ทำแบบนั้นฉันเกรงใจตายเลย” พอเขาไม่คิดเงินก็กระอักกระอ่วนใจชอบกล

          “พอดีฉันรวยอ่ะนะ ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน” เควินไหวไหล่

          ณิชาแอบเบ้ปากหมันไส้ความอวดมั่งอวดมีของเขา

          “อยู่ๆ ไปเหอะน่า ถ้าเกรงใจนักระหว่างนี้ก็รีบหาที่อยู่ซะ จะได้ไม่ต้องรบกวนฉันนานไง”

 

 

 

        





 คุยกันหน่อยนะคะ

        เริ่มอัพแล้วนะคะ นิยายเรื่องนี้มีครบทุกรสค่ะ หวาน ซึ้ง ตลก ดราม่า อยากให้ติดตามกันเยอะๆ ค่ะ นานทีจะแต่งแนวเบาสมอง ( มั้ง ฮ่าๆ ) ฝากด้วยนะคะทุกคน รับรองว่าเรื่องราวของหนูนิ่มและเควินไม่ธรรมดาแน่นอนจ้า

        อัพให้อ่านเป็นตัวอย่างก่อน E-Book จะวางจำหน่ายประมาณ 50% ของเนื้อเรื่องนะคะ ฝากติดตามด้วยน้า

        อัพนิยายทุก จ - และ หยุดอัพวันอาทิตย์นะคะ

        เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เก๋าด้วยน้าตะเอง จุ๊บๆ








นิยายเรื่อง “ดวงใจเร้นรัก”

พระนางเป็นคู่รองมาจากเรื่อง “ซาตานล่ารัก” นะคะ

สามารถโหลดซาตานล่ารักได้ในรูปแบบ E-Book

ฝากด้วยน้าทุกคน

ปลแต่สามารถอ่านแยกได้นะคะ ตัวละครเชื่อมโยงกันแต่เนื้อเรื่องแตกต่างกัน











ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #1 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 17:18

    เควินหล่อทั้งหน้าตาและจิตใจ

    #1
    0