เสน่หาวิวาห์วอน

ตอนที่ 14 : บทที่ ๔ อ่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 941
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    28 ก.พ. 62










อันธิตาหน้าเผือด นี่เขาคิดว่าหล่อนเลวได้ขนาดนี้เลยหรือยังไง ร่างบางหมุนตัวหนีอีกฝ่าย ชายหนุ่มกลับกระชากแขนหญิงสาวเอาไว้ อันธิตาสะบัดอย่างรุนแรง แต่เขาไม่ปล่อย ทั้งยังกระชากหล่อนเข้ามากอดด้วยความโกรธที่เพิ่มขึ้นไม่ต่างจากหญิงสาว

“ปล่อยนะ!ไหนว่าไม่อยากจะแตะอันไง”คำถามของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มชะงัก ก่อนจะแสยะยิ้มพลางบอก

“ก็ไม่ได้อยากแตะอะไรนักหนา แต่สำหรับคนอย่างอัน พี่ว่าต้องได้รับการสั่งสอนเสียบ้างน่าจะดีขึ้น”

หญิงสาวเบิกตากว้าง ร้องห้ามทันทีที่เขาก้มลงหา

“พูดเอาแต่ได้ เห็นแก่ตัวปล่อยนะ ปละ...อื้อ” เสียงหวานขาดหายลงพร้อมกับริมฝีปากอุ่นจัดที่ประทับลงมา ร่างนุ่มถูกกอดรัดแนบแน่น พอๆ กับจูบดูดดื่มด้วยอารมณ์เร่าร้อน อึดใจใหญ่สัมผัสอ่อนโยนแปลกใหม่จึงค่อยๆ ละลายความโกรธขึ้ง ร่างที่แข็งขืนก่อนหน้าจึงคลายความแข็งขืน อ่อนเปลี้ยเมื่อถูกจุมพิตชำนาญการจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจสองดวงบดเบียดแนบสนิท เต้นถี่จนรู้สึกได้พร้อมๆ กัน

มือเรียวที่ดันไว้ที่แผ่นอกหนาค่อยๆ เลื่อนขึ้นกอดรอบคอเขาเอาไว้อย่างลืมตัว ใบหน้างามแหงนเงยรับจุมพิตโดยมีฝ่ามือใหญ่ประคองศีรษะเล็กได้รูปของหญิงสาวเอาไว้ ดูดดื่มแลกเรียวลิ้นตักตวงความหวานล้ำยิ่งกว่าน้ำผึ้งรวง หวานจนเขาไม่อาจหยุดยั้ง อันธิตาสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความไม่ประสาทำให้หล่อนโต้ตอบเขากลับไปอย่างเงอะงะ แต่กลับสร้างความเร้าใจให้คนรับถึงกับครางสะท้านในอก 

“อืม...” กษิดิศครางหนักๆ ในลำคอเมื่อเรียวลิ้นเล็กๆ กระหวัดโต้ตอบรัดรึงปลายลิ้นของเขาอย่างไม่มั่นใจ ทำให้ชายหนุ่มรัดร่างเล็กเข้าหาแน่นขึ้น และเป็นฝ่ายสอนว่าจูบที่ถูกต้องควรทำอย่างไร เป็นนานกว่าเขาจะยอมปล่อยริมฝีปากอิ่มแล้วไต่ริมฝีปากไปตามนวลแก้มนุ่มหอม ระเรื่อยไปทั้งดวงหน้าหวาน ก่อนหยุดซบที่แอ่งชีพจรนิ่งๆ ต่างจากฝ่ามืออีกข้างที่ลูบไล้แผ่นหลังบอบบางของภรรยาเบาๆ ราวจะปลอบโยน

 อันธิตายังหายใจรวยริน ในส่วนลึกจะอุ่นซ่าน ร่างกายยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเขานานนับนาที กระทั่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนจะจบเหตุการณ์เมื่อครู่เขาและหล่อนมีปากเสียงกันเรื่องอะไร หญิงสาวจึงผละออกจากร่างสูงทันทีที่มีสติ ผิวแก้มแดงปลั่งนั้นร้อนผ่าว ริมฝีปากเม้มสนิท ทั้งโกรธเขาที่ฉวยโอกาส โกรธตัวเองที่ใจง่ายและอับอายผสมกันจนแยกไม่ออก ขณะเดียวกันกษิดิศเกิดความอ่อนโยนในใจ เขามองร่างนุ่มด้วยสายตาปรารถนา เกือบลืมเรื่องก่อนหน้ากระทั่งเสียงหวานดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอ่อนหวาน 

“อย่ามาแตะอันอีก!” คำพูดของหญิงสาวทำให้อารมณ์อ่อนหวานของชายหนุ่มสะดุดลง สีหน้าอิ่มเอิบก่อนหน้าจึงค่อยๆ ขรึมลงจนในที่สุดก็เรียบเฉย เย็นชา

“ความจริงอันไม่มีสิทธิ์มาห้ามพี่เลยสักนิด เพราะอะไรรู้ไหม”

เขาสบตาหญิงสาวนิ่ง ในขณะที่อันธิตาเชิดหน้าขึ้น ชายหนุ่มมองท่าทางนั้นด้วยความหมั่นไส้ก่อนบอก “เพราะว่าเราเป็นผัวเมียกันไง!” 

คนที่เชิดหน้าสะดุ้งเยือกในใจ หัวใจกระตุกวูบ ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างขัดเคืองขณะที่สีหน้ากลายเป็นสีชมพูอีกครั้งด้วยความอับอาย

“ก็แค่ในนาม อันขอเตือนพี่ดิศว่าอย่าล้ำเส้นกันอีก อันยอมให้พี่ดิศคบหากับคนรักของพี่ดิศนั่นมากเกินพอแล้ว แต่อย่ามายุ่งกับอันอีกถ้าไม่อยากให้มีปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่!”

คิ้วหนาเข้มของกษิดิศเลิกสูง ริมฝีปากที่ปิดสนิทก่อนหน้าหยักยกขึ้นราวกับจะเยาะ

“อันจะทำอะไรพี่ล่ะ ถ้าพี่ไม่ทำตามที่อันสั่ง อ้อ! ความจริงอันไม่มีสิทธิ์มาสั่งพี่อีกเช่นกัน เพราะอันเป็นเมียพี่ ไม่ใช่แม่!”

“พี่ดิศ!!”

เขามองคนที่หายใจหอบๆ ด้วยสายตาเยาะเย้ย ก่อนจะขยับเข้าใกล้ซึ่งหญิงสาวถอยกรูดทันทีเช่นกัน

“อย่าทำเป็นรังเกียจพี่ทั้งที่สั่นเป็นลูกนกเวลาที่พี่กอดจูบอัน ชอบใช่ไหมล่ะ พี่รู้นะ”ยิ้มเยาะที่ส่งออกมาทำให้อันธิตาแทบกรีดร้องแล้วหาอะไรหนักๆ ทุ่มใส่หน้าหล่อๆ ของเขาให้เสียโฉมนัก

“บ้า! ทุเรศ อย่ามายุ่งกับอันอีกนะ ไม่งั้น”

“ไม่งั้นทำไมไม่ทราบ” เลิกคิ้วพลางกอดอกมองหญิงสาวด้วยอาการท้าทาย และมองว่าคำขู่ของภรรยาคือเรื่องตลกขบขัน หญิงสาวจึงได้แต่กัดฟันแน่น ทั้งโกรธและน้อยใจ แต่เขาคงไม่มีทางรับรู้หรือสนใจความรู้สึกของหล่อนแม้เพียงนิด ในเมื่อเขาไม่เคยสน แล้วเหตุใดหล่อนต้องสน ดังนั้นดวงตากลมโตจึงหรี่ลง ริมฝีปากที่คอยแต่จะเม้มเข้าหากันค่อยๆ เผยยิ้ม

“ก็ไม่ทำไม... แต่ถ้าคุณปาริสาทราบว่าพี่ดิศคอยแต่จะเกาะแกะอยู่กับอันไม่ยอมห่าง เธอคงไม่ปลื้มนัก หรือพี่ดิศคิดว่าเธอจะปลื้มกับการกระทำลับหลังของคนที่เธอรักและไว้ใจล่ะคะ?” คำตอบกึ่งถามของหญิงสาวทำให้ใบหน้ายิ้มๆ ก่อนหน้าขรึมลงทันตา เป็นทีให้หญิงสาวได้ยิ้มออกมาบ้างพลางบอก “คิดได้เมื่อไร ไม่ต้องบอกอันแต่ขอให้บอกกับตัวเองให้มากๆ ว่า อย่า ยุ่ง กับอันอีก เพราะพี่มีคนรักปานชีวิตอยู่แล้วทั้งคน...” 

รอยยิ้มจากเรียวปากคู่สวยของอันธิตากว้างขึ้น ในขณะที่ใบหน้าคมคายบึ้งตึงและยืนอึ้งอยู่เช่นนั้นเมื่อร่างงามของภรรยาเดินห่างออกไป ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เริ่มคิดถึงคำพูดทิ้งท้ายของภรรยา...

 คิดได้เมื่อไร ไม่ต้องบอกอันแต่ขอให้บอกกับตัวเองให้มากๆ ว่า อย่า ยุ่ง กับอันอีก เพราะพี่มีคนรักปานชีวิตอยู่แล้วทั้งคน...

รักปานชีวิต เขาทวนคำพูดของหญิงสาวในใจ และหยุดอยู่แค่นั้น ไม่หาคำตอบต่อไป ในเมื่อเวลานี้มีบางอย่างที่ทำให้เขาเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองมากขึ้นทุกที...






















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น