รวมฟิคบลีช All Bleach (Normal only)

ตอนที่ 6 : (THE LIFE WITHIN THE DEATH) RIVET : Intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    21 มี.ค. 62

           

THE LIFE WITHIN THE DEATH

- RIVET -

 Kurosaki Karin's Story 








               "หัวหน้า!"

               เสียงเปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยสาวร่างอวบสะบึมผู้ติดอันดับท็อปทรีของยมทูตสวยเซ็กซี่ที่สุดในโซลโซไซตี้และควบตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยสิบอย่างมัตสึโมโตะ รันงิคุ แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อภายในห้องไร้ร่างของหัวหน้าหน่วยที่ตนมองหา

               "เห? แปลกจัง หัวหน้าไปไหนล่ะเนี่ย?"

               "อ้าว รองหัวหน้ามัตสึโมโตะ หาหัวหน้าฮิตสึกายะอยู่เหรอครับ"

               ลูกหน่วยที่เดินถือเอกสารเข้ามาเอ่ยทัก ซึ่งเจ้าหล่อนก็พยักหน้า

               "วันนี้เป็นวันหยุดของเขาไงครับ"

               เอ้อจริงด้วย! ลืมไปสนิทเลยแฮะ" หญิงสาวกุมขมับ "ให้ตายเถอะ งานทั้งหมดข้าก็ต้องเป็นคนทำน่ะสิ"

               รันงิคุมองกองเอกสารของวันนี้ที่ตั้งเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยความรู้สึกเหนื่อยและขี้เกียจตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม ทำไมหัวหน้าต้องหยุดไปด้วยล่ะเนี่ย เธอไม่เห็นจะได้แบบนี้บ้างเลย

               "จะว่าไปแล้ว.... เหมือนเรื่องแบบนี้จะเคยเกิดขึ้นมาก่อนแฮะ"




               เฮ!!!!!

               เสียงเชียร์ลั่นไปทั้งบริเวณนั้นไม่ได้ทำให้ดวงตาสีฟ้าอมเขียวคล้ายเทอร์ควอยซ์ออกอาการอะไรออกมา เรือนผมสีขาวปลิวไปตามลมอุ่นๆที่ให้ความรู้สึกดี แม้จะอยู่ในกายหยาบแต่ตรงนี้ไม่มีใครเห็นแน่นอน เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับด้านล่าง

               สนามหญ้าที่ตอนนี้มีผู้เล่นประปรายกำลังเลี้ยงลูกบอลกลมๆโดยผู้หญิงผมสีน้ำตาลซอยสั้นเหมือนกับผู้ชายในชุดเครื่องแบบสีชมพูสลับขาว แต่แล้วจู่ๆก็ถูกชุดยูนิฟอร์มสีเขียวสลับเทาของฝั่งตรงข้ามกระโดดตัดหน้าแย่งลูกบอลไปได้เสียก่อน และนั่นทำให้ดวงตาสีเขียวของผู้ชมนอกสนามต้องหรี่ลงมองไม่ละสายตา หางม้าสั้นสีดำสะบัดยามที่ผู้เป็นเจ้าของวิ่งซิกแซกหลบคู่ต่อสู้ ก่อนจะกระโดดเตะลูกบอลเข้าโกลไปอย่างสวยงามเรียกเสียงเฮลั่นจากผู้ชมโดยรอบพร้อมกับนกหวีดเป่าส่งสัญญาณว่าหมดเวลา

               "เยี่ยมไปเลยคารินจัง!!"

               ร่างของเด็กสาวผมสีน้ำตาลกระโดดกอดคนทำคะแนนพร้อมกับดีใจอย่างออกนอกหน้า การแข่งกีฬาโรงเรียนระดับม.ต้นระหว่างคาราคุระกับเนริมะเมืองข้างๆกัน และผลคะแนนก็คือชัยชนะของคาราคุระ เขามองการแสดงความยินดีอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหมุนตัวกระโดดลงจากหลังคาอีกฝั่ง เขาเดินทอดน่องไปตามทางที่คุ้นตาดี ทางที่มาทุกครั้งหากมีเวลาว่าง

               "โทชิโร่จัง?"

               ร่างของหญิงชราที่ดูแก่ลงไปมากหากแต่ยังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่เขาจำได้ นั่นทำให้เจ้าของชื่อยิ้มตอบ

               "ไม่เจอกันนานนะครับ ยายฮารุ"




               "เป็นยังไงบ้างล่ะโทชิโร่จัง"

               "ก็เหมือนเดิม เรื่อยๆ"

               ถ้วยนัตโตะหวานถูกวางลงข้างๆทำให้เขาเอื้อมมือไปหยิบใส่เข้าปาก ของกินเล่นที่แม้จะได้กินทุกครั้งแต่ก็ยังไม่เคยเบื่อ 

               "แล้วแฟนไม่ได้มาด้วยเหรอ?"

               "ยายฮารุครับ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่ายัยนั่นไม่ใช่แฟนผม"

               ฮิตสึกายะแก้ต่างอย่างไม่สบอารมณ์นัก เพราะไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีเขาก็ยังถูกทักอย่างนี้อยู่เรื่อยไปจนหลังๆนี้เริ่มแก้ต่างแบบไม่จริงจังมากแล้ว ขณะตอบคำถาม "ถ้ามายายฮารุก็คงเห็น"

               เขามองไปรอบๆบ้านซึ่งยังคงมีวิญญาณเร่ร่อนอยู่จนชินตาและยังไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ สีหน้าที่ดูไม่โดดเดี่ยวและมีความสุขมากขึ้นจากที่จำได้ทำให้เขารู้โดยไม่จำเป็นต้องถาม

               รักษาสัญญาอยู่เสมอสินะ....

               สองคนต่างวัย (เพราะโทชิโร่คงแก่กว่าอย่างไม่ต้องสงสัยแม้ภายนอกจะไม่ใช่ก็ตาม) พูดคุยกันเล็กน้อยเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ใช่คนพูดมาก และเมื่อตะวันคล้อยต่ำลงจนเกือบจะลับก็มีเสียงกดออดดังขึ้นพร้อมเสียงใสๆ

               "คุณยาย! หนูมาแล้วค่ะ!"

               "ตายจริง ทำไมวันนี้ดูตื่นเต้นดีจัง" เจ้าของบ้านยิ้มขำก่อนทั้งสองจะลุกออกจากระเบียงไปเปิดประตู แล้วสิ่งแรกที่เห็นก็คือถ้วยรางวัล

               "ยายฮารุ! ทีมหนูได้แชมป์ฟุตบอลวันนี้แหละ!"

               "เก่งจริงๆเลยนะคารินจัง"

               "ฮี่ๆ อ้าว? มาด้วยเหรอโทชิโร่!"

               เขาไม่ได้ตอบอะไรเช่นเดียวกับสีหน้านั้นไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว 

               "แบบนี้คงต้องฉลองแล้วล่ะสิ ยายเพิ่งซื้อขนมมาเยอะเลยด้วย"

               "จริงเหรอ?! รบกวนด้วยนะคะ!"

               ปาร์ตี้ขนมหลากหลายกับน้ำชาง่ายๆโดยมีเสียงใสๆของเด็กสาวเล่าการแข่งขันอย่างออกรส มีเหน็บแหนมกัปตันหัวขาวบ้างหยอกล้อกับยายฮารุบ้างอย่างสนิทสนม และเมื่อมืดแล้วเด็กสาวจึงขอลากลับเพราะที่บ้านเองก็ทำอาหารรอเลี้ยงฉลองอยู่เช่นกัน 

               "ฉันเก่งขึ้นเยอะเลยใช่ไหมล่ะ"

               "......"

               "ว่าแต่นายจะมานอนค้างบ้านฉันอีกรึเปล่าโทชิโร่"

               "คงไม่"

               "อ้าว แล้วนี่แวะมาหาคุณยายเฉยๆเหรอ?"

               "ไม่ใช่ธุระของเจ้า"

               "เฮ้ๆๆ เมื่อไหร่นายจะเลิกปากแบบนี้สักทีเนี่ย ฉันอุตส่าห์ถาม" คารินเท้าเอวมองแต่สุดท้ายก็ยักไหล่พร้อมวิ่งไปข้างๆพร้อมถองศอกใส่อีกคน "ครั้งก่อนนู้นนายก็บอกว่าอาหารฝีมือยูสึอร่อยนี่ คราวนี้ไม่ได้มีแค่แกงกะหรี่หรอกน้า~"

               "....."

               "ว่าไง? กินก่อนค่อยกลับก็ได้"

               "...ตามใจ"

               "เยี่ยม! งั้นก็รีบไปกันเถอะโทชิโร่!" ไม่ว่าเปล่าเด็กสาวคว้าข้อมือเย็นๆนั่นแล้ววิ่งกลับบ้านทันทีโดยมีเสียงโวยวายของกัปตันหัวขาว แต่เมื่อมองถ้วยรางวัลในมืออีกคนก็ต้องถอนหายใจจำยอมปล่อยให้ตัวเองถูกลากไป






               "โทชิโร่ววววววว โตขึ้นแล้วววววว"

               เด็กหนุ่มหัวขาวที่ถูกอุ้มขึ้นจนลอยจากพื้นไม่ต่างจากเด็กเรียกให้คนถูกอุ้มเส้นประสาทกระตุกแต่ก็ยังคงยับยั้งชั่งใจไว้ได้ แต่ยังไม่จบแค่นั้นเมื่อถูกถูไถด้วยแก้มสากๆมีหนวดเคราของ 'อดีตกัปตัน' ต่ออีกยก

               "น่ารักจริงๆเลยแฮะ สนใจลูกสาวสักค---- แอ้ก!!!!!"

               ฮิตสึกายะสลัดตัวเองหลุดออกมาได้ทันเมื่อเห็นว่าชายหัวส้มแป้ดตรงเข้ามาพร้อมกับเตะอัดพ่อตัวเองจนไปกระเด็นติดฝาผนังพร้อมคำโวยวาย

               "พ่อประสาอะไรเสนอลูกสาวตัวเองแบบนี้น่ะหา!!!"

               "ก็ปัดโธ่! อย่างแกเมื่อไหร่จะมีปัญญาน้ำหน้าทำสาวท้องเล่า ป๋าอยากอุ้มหลานนะเฟ้ย!!!"

               "คารินเพิ่งจะสิบห้า ผมก็สิบเก้า จะท้องเทิ้งตอนนี้หาพระแสงเพื่อ!?!"

               "ให้ป๋าเลี้ยงไง"

               ผัวะ!!!!

               ครั้งนี้สองพี่น้องตระกูลคุโรซากิจำต้องประเคนหนึ่งหมัดหนึ่งพระบาทอัดหน้าประบิดาไปเต็มๆจนลงไปนอนกับพื้น ซึ่งภาพทั้งหมดนั้นไม่ทำให้หัวหน้าหน่วยสิบสงสารเลยแม้แต่น้อย กลับกันรู้สึกสมน้ำหน้าลึกๆด้วยซ้ำ

               เหมือนอาการจะหนักขึ้นกว่าสมัยเป็นหัวหน้าหน่วยเยอะ

               "พ่อนี่ล่ะก็ ไปแหย่แบบนั้นเดี๋ยวเขาก็ตื่นหมดหรอก" เด็กหญิงผมสีน้ำตาลที่ถูกมัดต่ำสองข้างเอ็ด ก่อนจะหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นซึ่งรู้ได้อย่างดีว่าคิดอะไรอยู่ "โทชิโร่คุง ไปรอในห้องนั่งเล่นก่อนนะ กับข้าวยังไม่เสร็จเลย"

               ตอนแรกที่ตั้งใจจะเอ่ยแก้การเรียกชื่อ สุดท้ายก็คิดว่าทั้งบ้านคงเป็นเหมือนกันจึงไม่ได้พูดอะไรนอกจากปัดตามตัวและเดินไปยังส่วนห้องรับแขกที่มีพี่ชายคนโตของบ้านนั่งรออยู่แล้ว ขณะที่เด็กสาวที่กลับมาบ้านพร้อมกับเขานั้นเข้าไปช่วยฝาแฝดของตนในห้องครัว

               "โซลโซไซตี้ยุ่งๆอยู่ไม่ใช่เหรอโทชิโร่ มีเวลาว่างมาด้วย?"

               "ถ้าเป็นเรื่องแต่งตั้งคุจิกิเป็นหัวหน้าหน่วยสิบสามในอีกสามวัน มันไม่ยุ่งยากอะไรขนาดนั้นหรอก" เขาตอบ "และข้าไม่ได้ว่างอย่างที่เจ้าคิด"

               "ไม่ว่างจริงจะโผล่หัวมาอยู่บ้านฉันแบบนี้ได้เรอะ"

               "ข้าแวะมาหาคนรู้จักแล้วเจอน้องสาวเจ้า ก็เลยโดนลากมาด้วย"

               "อ้อ..."

               ดวงตาสีฟ้าอมเขียวหรี่ลงมองอย่างเอาเรื่องกับสายตาจับผิดก่อนจะเลิกสนใจ ถ้าไม่ติดว่าอิจิโกะถามขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเบาๆเหมือนกลัวใครได้ยิน

               "เออนี่โทชิโร่ นายก็จบมาจากโรงเรียนยมทูตเหมือนกันใช่ไหม"

               คำถามแปลกๆทำให้เขาต้องหันไปมอง ก่อนจะตอบ "ใช่"

               "มันเข้ายากไหม"

               ครั้งนี้หัวหน้าหน่วยตัวเล็กจำต้องมองอย่างพิจารณาจนคิ้วสีขาวขมวดมุ่น "ถามอะไรของเจ้าคุโรซากิ"

               "ตอบๆมาเถอะน่า"

               "แค่มีแรงกดดันวิญญาณและสอบผ่านก็เข้าได้ ยมทูตหน่วยสิบสามก็จบมาจากที่นั่นกันทุกคน" แม้จะยอมตอบแต่ก็ยังไม่ยอมละการจับผิดนี้ สุดท้ายก็เดา "นี่คงไม่ได้คิดอะไรโง่ๆอย่างว่าอยากจะเข้าโรงเรียนยมทูตขึ้นมาหรอกนะคุโรซากิ"

               "แล้วผิดรึไง"

               การยอมรับกลายๆนั้นทำให้ฮิตสึกายะยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆเจ้าตัวแทนยมทูตตรงหน้ามีความคิดอะไรแบบนี้ขึ้นมา ก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูกเมื่อนึกได้สาเหตุเดียว

               "คิดจะตามจีบคุจิกิก็ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ชินโอนี่"

               "ฉันไม่ได้จะตามจีบลูเคีย!"

               "เหรอ"

               ใครเล่าที่จะไม่รู้ ว่านอกจากอาบาราอิก็ยังมีเจ้าหมอนี่อีกคนที่ริอยากเด็ดดอกฟ้าสนใจน้องสาวของหัวหน้าหน่วยหกคนนั้น สุดท้ายชายหัวส้มก็ถอนหายใจยาวก่อนจะบอก

               "ฉันแค่คิดว่าฉันชอบตัวเองตอนถือดาบมากกว่าถือปากกา แต่ยัยนั่นชอบไล่ฉันให้อยู่แต่โลกมนุษย์ตั้งหน้าตั้งตาเรียนไป"

               "คุจิกิพูดถูกแล้ว"

               "นายจะอยู่ฝั่งใครกันแน่โทชิโร่"

               "ข้าไม่อยู่ฝั่งใครทั้งนั้น" ฮิตสึกายะยกมือกอดอก "ยังไงซะเจ้าก็ยังมีกายมนุษย์มีอายุขัย ต่อให้แม่เจ้าจะเป็นควินซี่แล้วพ่อเป็นมนุษย์ แต่เจ้าก็เกิดมาแบบมนุษย์ ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ไปก็สมควรแล้ว"

               "นายย้ำคำว่ามนุษย์เหลือเกินนะ" ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองอย่างขัดใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "แต่ทำไงได้เล่า ฉันไม่ชอบชีวิตแบบนี้นี่ ฉันแค่... อยากเจอยัยนั่นบ่อยๆไม่ใช่สองสามอาทิตย์ครั้ง"

               คิ้วสีขาวเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนจะกระทุ้งเข้าไปอีกดอก "นี่คงไม่ใช่เพราะเรื่องของชายที่ชื่อคาโน่ใช่ไหมที่ทำให้เจ้ามีความคิดอยากเข้าโรงเรียนยมทูตขึ้นมา"

               "นี่นายมองคนออกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ"

               "เจ้าอ่านออกง่ายเอง" หัวหน้าหน่วยยกยิ้มเยาะเพราะเจ้าหัวส้มแสบตาตรงหน้านี่หากเป็นเรื่องของคุจิกิแล้วแทบไม่ต่างอะไรกับหนังสือที่หน้าปกเขียนไว้หมดว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไรเลยด้วยซ้ำ

               จะขาดก็แต่ตอนจบนั่นแหละ

               "ถ้ารู้ขนาดนี้แล้วก็ตอบฉันมาดีๆ"

               "ข้าก็บอกไปแล้วนี่ว่าแค่มีพลังวิญญาณกับสอบเข้าได้ก็ผ่านแล้ว และอย่างเจ้าที่มีบังไคเรียบร้อยเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์"

               "...แต่ฉันไม่รู้วิถีมารสักบท"

               คำสารภาพงึมงำนั้นทำให้คิ้วสีขาวเลิกขึ้น ก่อนจะหันหน้าไปอีกทางขณะมุมปากยกยิ้มกลั้นหัวเราะ แต่สุดท้ายก็หันกลับมามองเมื่ออิจิโกะพูดต่อ

               "ฉัน... อยากเป็นยมทูตเต็มตัว อาศัยอยู่ในโซลโซไซตี้ ไม่ใช่แค่เป็นตัวแทนยมทูต"

               "เจ้ารู้รึเปล่าว่าตัวเองพูดอะไรออกมา" แม้ประโยคฟังแล้วจะไม่เห็นด้วยแต่น้ำเสียงนั้นกลับฟังแล้วเรียบเฉยไม่รู้สึกอะไร "เจ้าต้องกลายเป็นวิญญาณถึงจะอาศัยอยู่ในโซลโซไซตี้ได้"

               "รู้น่า มันก็เหมือนวางแผนใช้ชีวิตอยู่หลังความตายนั่นแหละ ฉันแค่อยากตายเร็วเท่านั้น"

               สมอง....

               "ทำไมไม่ถามพ่อเจ้า เขาเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยข้าและเป็นอดีตผู้นำตระกูลชิบะ และเขาก็จบมาจากชินโอไม่ต่างกับข้านั่นแหละ"

               "ถามแล้ว ป๋าบอกจำไม่ได้และไล่ฉันไห้ไปถามคนอื่นและหาทางเอง" อีกฝ่ายมองเขาอย่างตรงไปตรงมาเรียกให้รู้สึกถึงลางร้ายตะหงิดๆ "อุราฮาร่าซังจะช่วยฉันได้เรื่องของฝั่งนี้อย่างกายหยาบและการเดินทาง แต่ถ้าเรื่องโรงเรียนที่นู่น.... ฉันต้องมีคนช่วย โดยเฉพาะตอนนี้ที่เปิดเรียนไปแล้ว"

               นี่แสดงว่าเตรียมตัวไว้หมดแล้วสินะ

               "ก็ไปถามคุจิกิสิ ไม่ก็อาบาราอิ"

               "พวกนั้นได้บ่นฉันหูดับน่ะเซ่ แถมยัยลูเคียไม่มีทางยอมแน่นอน ยิ่งถ้าถึงหูเบียคุยะขึ้นมาล่ะก็อย่าว่าแต่ชินโอเลย ฉันคงไม่ได้เหยียบโซลโซไซตี้อีกแน่ๆ ช่วยฉันหน่อยนะโทชิโร่ ปิดคนอื่นๆให้เป็นความลับด้วย"

               ฮิตสึกายะจำต้องใช้มือหนึ่งนวดหว่างคิ้วของตนเพราะเรื่องได้เข้ามาหาแล้วจริงๆ จริงอยู่ว่ามันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเพราะฝีมืออย่างคุโรซากิในตอนนี้การจะเข้าโรงเรียนชินโอนั้นเป็นเรื่องง่าย เผลอๆทางนั้นอยากได้ไปเป็นครูมากกว่านักเรียนด้วยซ้ำเพราะทั้งแรงดันวิญญาณและฝีมือดาบจัดได้ว่าเทียบเท่าหัวหน้าหน่วย ยิ่งเป็นถึงฮีโร่ในสงครามอีก

               "ข้ายังคงยืนยันคำเดิม ว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องไปเข้าชินโอถ้าอยากเป็นยมทูต"

               "ฉันไม่ได้อยากเป็นยมทูตธรรมดา หรือแม้แต่ตัวแทนยมทูต" 

               "หะ?"

               "ฉันต้องการบรรจุเข้าสิบสามหน่วยพิทักษ์.... ฉันอยากเป็นรองหัวหน้าหน่วยของลูเคีย"

               เพียงเท่านั้นทำให้หัวหน้าหน่วยผมขาวจำต้องเงียบไปและมองเหมือนไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก แต่จากน้ำเสียงมั่นคงและแววตาจริงจังที่มองตรงมาที่เขานั้นบอกว่าไม่ได้โกหกหรือเป็นเรื่องล้อเล่น และนั่นยิ่งทำให้น่าปวดหัวกว่าเก่า 

               ความคิดนี้เข้าสมองมาได้ หากไม่ใช่บ้างี่เง่าได้รับการกระทบกระเทือนมันก็ต้องถูกความรักบังตาอย่างหนักถึงขนาดยอมตายทิ้งชีวิตธรรมดาการเป็นมนุษย์ของตน 

               ความรักมันทำให้คนเป็นได้ขนาดนี้เลยรึ?

               "...ข้าจะคุยกับหัวหน้าใหญ่เคียวราคุให้" 

               สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจยอมยกธงขาวยอมแพ้และพยักหน้ารับว่าจะยื่นมือช่วยเหลือเรียกให้มีรอยยิ้มประดับทันทีบนใบหน้าคมคายนั้น

               "ขอบใจนะโทชิโร่"

               "ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกหัวหน้าฮิตสึกายะ" ดวงตาสีฟ้าอมเขียวมองเขม็ง "และถ้าเจ้าคิดจะเป็นรองหัวหน้าหน่วยจริงๆเจ้าต้องเรียกข้าอย่างนั้น"

               "ไว้ถึงตอนนั้นก่อนค่อยว่ากัน"

               ปึด!!!

               "พี่ค้าาา โทชิโร่คุง กินข้าวได้แล้วล่ะ!"

               "มาแล้วๆ" อิจิโกะตะโกนบอกก่อนจะลุกออกจากโซฟาขณะเหลือบมองหัวหน้าหน่วยตัวเล็กแล้วก็อดพูดไม่ได้ "ว่าแต่นายนี่สนิทกับน้องสาวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่"

               "ไม่ได้สนิท"

               "เอาเถอะ จะว่าไงก็ว่าตามกัน" เด็กหนุ่มยักไหล่ "ถ้าสมมุติว่าฉันไปเรียนที่นู่นจริงๆเวลาแวะมาหาก็คงไม่มี ถึงจะมีป๋าอยู่แล้ว แต่ยังไงก็ฝากคารินด้วยก็แล้วกัน ไหนๆนายก็มีคนรู้จักอยู่แถวนี้อยู่แล้วนี่"

               ฮิตสึกายะไม่ได้ตอบอะไรต่อ แต่อิจิโกะก็รู้ได้ว่าหมอนี่คงรับปาก เพราะยังไงซะโทชิโร่ก็ยังเป็นหัวหน้าหน่วยมีหน้าที่จัดการฮอลโลว์และดูแลโลกมนุษย์ ถ้าแวะมาแล้วเกิดเรื่องจริงก็ย่อมจัดการ และในเมื่อคารินเองก็มีแรงกดดันวิญญาณสูงจนเป็นเป้าหมายของพวกฮอลโลว์ได้ง่ายๆแม้ตอนนี้จะดีขึ้นเพราะมีไอเท็มของอุราฮาร่าซังก็เถอะ แต่อย่างน้อยๆมีคนช่วยดูอีกคนก็ทำให้เขารู้สึกวางใจมากขึ้น

               แต่คิดไปเองรึเปล่าว่าโทชิโร่ดูอ่อนให้คาริน? แถมแวะมาหาคนรู้จักในวันแข่งชิงชนะเลิศของคารินพอดีแถมมาเจอกันอีกต่างหาก มันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่า? นี่คงไม่ใช่ไปดูหรอกนะ?

               ...คงไม่ อย่างโทชิโร่น่ะเหรอจะไปดูคารินแข่ง อีกอย่างเจ้านี่ก็มีรองหัวหน้าฮินาโมริอยู่แล้วนี่นา



                



==================================================



อีโกะ!!! แก....อยู่เรือฮิตสึิฮินาเรอะ!! //โดนตบ
ร้าวฉานค่ะ... เรือนี้ร้าวฉานแน่ๆ //ผิดมาก
มาถึงบทนำเรื่องสุดท้ายที่ดูแล้วมันมาผิดคู่ไปนิด แต่อย่างที่บอกไปว่าคู่พี่กับน้องตระกูลนี้จะมาใกล้ๆกันค่ะ ในอนิเมะคู่นี้ถึงจะมีแค่สองตอน (132 & 316) แต่มันก็ฟินมากเลยนะ เผลอๆเรื่องนี้อาจยาวกว่าคู่พี่อีกเพราะมันจะลงเอยกันยังไง อันที่จริงถ้าทุกคนย้อนกลับไปดูในสารบัญ เรื่อง TIMELAPSE เองจริงๆก็มีคู่นี้เป็นคู่รองค่ะ แต่เพราะเรื่องที่ไม่อยู่ในเซ็ตนี้มันดราม่าอยู่แล้วฉะนั้นเซ็ตนี้ก็จะไม่ม่ามาก 
คือชอบความที่โทชิโร่ไปแอบดูน้องมากมาย แบบ... เฮ้ยมันใช่ 5555555 
ยายฮารุคือบุคคลที่ปรากฏขึ้นมาในอนิเมะตอนที่ 316 นะคะ ทุกคนอาจเคยเห็นฉากโทชิโร่อุ้มคารินหลบฮอลโลว์ มันมาจากตอนนี้นี่แหละค่ะ ฟินมาก 55555555 การพบเจอกันครั้งแรกของสองคนนี้ก็ฟินพอกัน ยังไม่ดูก็ควรไปหาดูให้เร็วรี่ ถ้าดูแล้วก็ดูซ้ำเพิ่มแรงไถเรือค่ะ ถถถถถถ
ปล. ไม่แน่ใจว่าโทชิโร่มันจะเย็นชาเกินไปรึเปล่า แต่ก็พยายามจะไม่ให้น้ำแข็งมากเพราะกลัวจะไปแข่งกับป๋าเบียเขา แต่ดูแล้วโทชิโร่นอกจากการถูกมองว่าเป็นเด็กที่เหลือก็พูดน้อยพูดแต่เรื่องงาน ถ้าหลุดคาแรกก็ต้องขออภัย และเพราะนี่เป็นบทนำ ทำให้รู้สึกว่าอีโกะมีบทมากไปนิด..... แต่ต่อไปจะเน้นหลักๆอยู่ที่โทชิคารินแล้วจริงๆค่ะ!!

แล้วมาดูกันค่ะว่าตอนที่หนึ่งเรื่องไหนจะมาก่อน!! เพราะบอกเลยว่าไม่เรียงนะคะ!! ไฟมาเรื่องไหนเขียนเรื่องนั้น มันถึงได้มาเปิดรวมแบบนี้ไงล่ะ! แต่ว่ามีเรื่องไหนที่ทุกคนอยากอ่านเป็นพิเศษรึเปล่าเอ่ย?





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #41 `Queen10。 (@shi-love-u) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 03:58
    โฮ่ย เพิ่งมีเวลาว่าเข้ามาอ่าน แต่เลือกจิ้มเรื่องนี้ก่อนเรื่องอื่นเพราะส่วนตัวอาศัยอยู่เรือโทชิโร่คารินค่ะ แงงงง เขียนดีมาก ภาษาดีมาก สมูท สละสลวย โทชิโร่คลุงคือดีงาม ชอบความแอบมานั่งมองสาวแล้วตีหน้าขรึมว่าแค่บังเอิญ บังเอิญมากรูก บังเอิญไกลถึงนอกโซลโซไซตี้เลยไหม ฮือออ นี่คือไม่ได้กลับไปแตะอะไรที่เกี่ยวกับบลีชอีกเลยนับตั้งแต่มังงะจบ แต่ฟิคนี้คือดี ดีมาก เยียวยามากค่ะ ชอบบ นี่รอติดตามด้วยว่าน้องชายโยรุอิจิซังจะมีบทบาทยังไง เป็นกำลังใจให้นะคะ ฮื้อ ♡
    #41
    0
  2. วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:32
    เราอยู่ทีมฮิตสึฮินา
    #38
    0
  3. #31 willow_vn (@vannsasusaku) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 08:23
    โอยมีความสุขขข5555555555 ฮือแต่งดีจริงๆค่ะชอบมากๆเลย โทชิโร่คารินน่ารักกกก ชอบคู่นี้ที่สุด ส่วนอิจิ..แกย้ายเรือด่วนเลย!!!!แกเรือฮิสึฮินะหรอออออ โอยไม่ๆๆๆ

    รอติดตามอยู่นะคะะะ ชอบมากๆเลย เป็นกำลังใจให้ค่ะสู้ๆนะคะ!!
    #31
    0
  4. #14 ToKa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:09

    โอ้ยยยยยนยนน ตายชั้นตาย อิจิโกะย้ายเรือด่วน ต่อนะคะ อยากอ่านคู่นี้สุด!!! #ToshiroxKarin

    #14
    0
  5. #13 Female_Titan (@Shirata223345) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 15:56

    กรี้ดดดดดดดดด ในที่สุด!! #ตะโกนแบบคนบ้า


    อิจิโกะจะอยู่เรือhitsuhinaไม่ได้นะ-_- ฮืออออออ

    #13
    0
  6. #12 Siliny (@Siliny) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:56
    อยากอ่าน อิจิลู เป็นพิเศษค่ะ!!//โบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจจากไรท์
    #12
    0